โซลทุ่ม 86.1 ล้านล้านวอน ดัน 100 โครงการ สู่ Top 3 เมืองโลกปี 2573

MacroIndustry
โดย InfoQuest·KR·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

นายกเทศมนตรีกรุงโซล โอ เซฮุน เปิดเผยว่า กรุงโซลเตรียมทุ่มงบประมาณ 86.1 ล้านล้านวอน หรือ 6.43 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลุยโครงการสำคัญ 100 โครงการ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของเมืองขึ้นสู่ Top 3 ของโลกภายในปี 2573 โดยโครงการริเริ่มเหล่านี้มุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตประชาชนและการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ อาทิ การจัดสรรพื้นที่ออกกำลังกายที่เดินทางจากบ้านได้ภายใน 10 นาที การมอบสิทธิ์ใช้บริการปัญญาประดิษฐ์ให้คนรุ่นใหม่ 500,000 คน และการเพิ่มรถบัสไร้คนขับเป็น 500 คันภายในปี 2573 จากปัจจุบัน 16 คัน ในด้านอสังหาริมทรัพย์ กรุงโซลตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างที่อยู่อาศัย 310,000 ยูนิตภายในปี 2574 ผ่านการวางแผนบูรณาการอย่างรวดเร็ว พร้อมผลักดันการจัดหาที่อยู่อาศัยของรัฐ 130,000 ยูนิต เพื่อรับมือราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ โอได้ผลักดันการเลื่อนอันดับของกรุงโซลนับตั้งแต่ชนะเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ซึ่งทำให้เขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงโซลติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 และนับเป็นสมัยที่ 5 ที่เขาดำรงตำแหน่งนี้ ปัจจุบันกรุงโซลอยู่อันดับที่ 6 จากดัชนีเมืองมหาอำนาจโลกประจำปี 2568 ของมูลนิธิโมริ เมโมเรียล ประเทศญี่ปุ่น ตามหลังลอนดอน โตเกียว นิวยอร์ก ปารีส และสิงคโปร์ โดยดัชนีนี้ประเมินเมืองจากตัวชี้วัดหลัก 6 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ การวิจัยและพัฒนา การปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ความน่าอยู่ สิ่งแวดล้อม และการเข้าถึง

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3

เวย์โมเตรียมให้บริการรถยนต์ไร้คนขับในสิงคโปร์ภายในปี 2028 ถือเป็นการเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรก

เวย์โม บริษัทเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับในเครืออัลฟาเบท ประกาศเมื่อวันที่ 18 ว่าจะเริ่มให้บริการรถยนต์ไร้คนขับที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในสิงคโปร์ภายในปี 2028 ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรกของบริษัท โดยกลุ่มรถยนต์ชุดแรกซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดรุ่นจากัวร์ ไอ-เพซ จะเดินทางถึงสิงคโปร์ภายในไม่กี่เดือน และในปี 2027 เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไร้คนขับที่ผ่านการฝึกอบรมจะขับเคลื่อนด้วยระบบmanualในระยะเริ่มต้น เพื่อปรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของเวย์โมที่ชื่อเวย์โม ไดรเวอร์ ให้เข้ากับลักษณะเส้นทางและรูปแบบสภาพอากาศมรสุมในท้องถิ่น โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการแก่สาธารณชนได้ในปี 2028 บริษัทกำลังร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานขนส่งทางบกของสิงคโปร์ในการนำบริการเข้าสู่ประเทศนี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสิงคโปร์กล่าวว่า สิงคโปร์ยินดีต้อนรับการเข้าสู่ตลาดของเวย์โมในฐานะผู้ให้บริการรถยนต์ไร้คนขับรายล่าสุด นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 เวย์โมยังได้ประกาศแผนที่จะเริ่มให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียวภายในปี 2027 อีกด้วย

KTB ได้เป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เป้าราคา 46 บาท

บล.ฟิลลิปฯ ระบุว่า KTB จะได้ทำหน้าที่เป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ในโครงการตั๋วร่วมรถไฟฟ้า หลังกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 70 เป็นต้นไป ผู้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะใช้มาตรการค่าโดยสารแบบตั๋วร่วมกับรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีทุกเส้นทางในราคา 17-45 บาท โดยภาครัฐจะเป็นผู้รับภาระชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารในเส้นทางที่เดินทางจริงเกินกว่า 45 บาทให้แก่ผู้โดยสารโดยไม่ชดเชยคืนให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง และ KTB จะเป็นผู้เตรียมความพร้อมระบบหลังบ้านเพื่อบริหารจัดการเงินและเคลียร์คืนเงินส่วนต่างให้กับประชาชน มองว่าเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ KTB แต่รายได้หลักที่คาดว่าจะได้คือค่าธรรมเนียมในการเป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ซึ่งไม่น่าจะสูงอย่างมีนัยสำคัญต่อประมาณการเดิม ขณะที่ประโยชน์เพิ่มเติมคือสภาพคล่องราคาถูกจากเงินที่ผ่านธนาคารและข้อมูลผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่สามารถ Cross sell ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ได้ ทั้งนี้ยังคงประมาณการกำไรปี 69 ไว้ที่ 48.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% y-y และคงราคาพื้นฐาน 46 บาท โดยคาดว่าปี 69 จะจ่ายปันผล 2.10 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 4.7% และปี 70 จะจ่าย 2.21 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 4.9% แนะนำ ทยอยซื้อ
2

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นประกาศเป้าหมายนำระบบขับขี่อัตโนมัติมาใช้จริงในสังคมปี 2028

นายซาโต้ โคจิ ประธานสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น แถลงข่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 17 ว่า สมาคมตั้งเป้านำระบบพื้นฐานสำหรับการขับขี่อัตโนมัติมาใช้งานจริงในสังคมบางพื้นที่ภายในปี 2028 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ และระบุแนวนโยบายเร่งสร้างแพลตฟอร์มควบคุมข้อมูลที่บูรณาการทั้งระบบเฝ้าติดตามรถขับขี่อัตโนมัติจากระยะไกล และกลไกที่รถยนต์รับข้อมูลคนเดินถนนจากเซนเซอร์และกล้องบนถนน นายซาโต้ยังยืนยันว่าควรทำให้การไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นควบคู่กันได้ พร้อมกล่าวว่าจะเร่งความเร็วในการพัฒนา นอกจากนี้ยังพิจารณาสร้างกลไกที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกัน ทั้งการช่วยเหลือผู้เสียหายและการสอบสวนอุบัติเหตุเมื่อเกิดเหตุขึ้น