Space-Eyes และ McKinley Acquisition Corp. ประกาศข้อตกลงการรวมธุรกิจขั้นสุดท้าย

M&A · PartnershipProduct / Tech
โดย GlobeNewswire·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

Space-Eyes และ McKinley Acquisition Corp. ได้ลงนามในข้อตกลงการรวมธุรกิจขั้นสุดท้าย ซึ่งจะนำ Space-Eyes เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีมูลค่าหุ้นโดยนัยประมาณ 638 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้สมมติฐานว่าไม่มีการไถ่ถอนจากบัญชีทรัสต์ของ McKinley และได้รับเงินลงทุนก้อนแรก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการระดมทุนแบบ PIPE บริษัทที่ควบรวมกันจะใช้ชื่อว่า Space-Eyes และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ CUAS โดยคาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสิ้นในไตรมาสที่สี่ของปี 2026 McKinley ได้จัดหาเงินทุนแบบ PIPE สูงสุด 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมเงินทุนในทรัสต์จำนวน 176.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะมีการลงทุน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ Eric Trump ได้รับการประกาศให้เป็นนักลงทุนและที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ Space-Eyes ให้บริการเทคโนโลยีต่อต้านโดรนที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์และแพลตฟอร์มข่าวกรองภูมิสารสนเทศสำหรับการปฏิบัติการด้านกลาโหม ความมั่นคง และองค์กรทั่วโลก

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Financials · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 3

บริษัทนอก coverage 1

Space-Eyes, Inc.เอกชน▲ บวก
เงินทุนความเกี่ยวข้อง

Space-Eyes goes public via SPAC merger with $638M valuation.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 4

ซาอุฯ แจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในริยาด หลังฮูตีโจมตีระลอกใหม่

กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเผชิญการแจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในช่วงเช้ามืดวันนี้ (19 ก.ย.) ถือเป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงของประเทศมีการแจ้งเตือนลักษณะนี้ นับตั้งแต่ช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงในเดือนมี.ค.และเม.ย. ระบบเตือนภัยล่วงหน้าของซาอุดีอาระเบียแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินในกรุงริยาดเมื่อเวลา 04.00 น. และอีกครั้งในเวลา 06.00 น. โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุว่า สถานการณ์อันตรายสิ้นสุดลงไม่นานหลังการแจ้งเตือนทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศก็ได้รับการแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันตลอดคืนที่ผ่านมา รวมถึงเมืองเจดดาห์และยันบูริมทะเลแดง ตลอดจนเกาะฟาราซานในทะเลแดง การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการโจมตีระลอกใหม่ที่ซาอุดีอาระเบียเผชิญในเดือนก.ย. โดยกลุ่มฮูตีซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุนและมีฐานอยู่ในเยเมน ได้โจมตีเมืองต่าง ๆ ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนจากอิรักซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกต้องหยุดดำเนินงาน นอกจากนี้ การโจมตีท่อส่งน้ำมันและการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงอย่างมาก และสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้แก่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและผู้นำของซาอุดีอาระเบีย ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งยังเสี่ยงกระทบความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ในเดือนต.ค. กรุงริยาดมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการลงทุนสำคัญของซาอุดีอาระเบีย หรือ Future Investment Initiative โดยการประชุมประจำปี 2569 มีกำหนดต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากวอลล์สตรีทหลายราย รวมถึงเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co และเดวิด โซโลมอน จาก Goldman Sachs Group
impact 5

ทรัมป์หวังสงครามอิหร่านใกล้จบ แต่ซาอุฯ-ฮูตีปะทะเดือด เสี่ยงซัพพลายน้ำมันหาย 4%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ 16 กันยายนว่า หวังว่าสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 จะใกล้ถึงจุดสิ้นสุด โดยระบุว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลง และตนได้รับการติดต่อจากอิหร่านโดยตรง แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบียเปิดฉากโจมตีในเยเมน และกลุ่มกบฏฮูตีตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเมืองต่าง ๆ ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงท่าเรือน้ำมันยันบุริมทะเลแดง และฐานทัพอากาศคามิส มูชาอิตทางตอนใต้ ตามคำแถลงของยาห์ยา ซารี โฆษกกองทัพกลุ่มฮูตี สงครามดังกล่าวปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ก่อนที่เตหะรานจะยิงตอบโต้อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย และการโจมตีซาอุดีอาระเบียจนท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกเสียหายในครั้งนี้ ทำให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันเตือนว่า หากท่อส่งน้ำมันดังกล่าวต้องหยุดส่งน้ำมันเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันทั่วโลกหายไปสูงถึง 4% ขณะที่ทางการซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าจะกลับมาเดินท่อส่งน้ำมันได้เมื่อใด นอกจากนี้ การที่สงครามลุกลามเข้าสู่เยเมนยังซ้ำเติมภาวะขาดแคลนพลังงานทั่วโลก หลังจากสงครามก่อนหน้านี้ได้ตัดขาดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวถึง 1 ใน 5 ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เมื่อวันพุธเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 6.30 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองครั้งใหญ่ต่อพรรครีพับลิกันก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ด้านสำนักข่าวแอกซิออส รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ปธน.ทรัมป์มีกำหนดพบหารือกับผู้นำคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC ซึ่งประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ บาห์เรน คูเวต และโอมาน นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ในวันอังคารหน้า ที่ 22 กันยายน เพื่อหารือแนวทางขั้นต่อไปในสงครามกับอิหร่าน ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2558 และเคยสงบลงตามข้อตกลงหยุดยิง ได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้งหลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ฮูตีอ้างซาอุฯ ทิ้งบอมบ์ 40 ครั้งในเยเมน 24 ชม. พร้อมอ้างยิง F-15 ตก

กลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 16 ก.ย. ว่า เครื่องบินรบของซาอุดีอาระเบียได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีทางอากาศจำนวน 40 ครั้งทั่วพื้นที่ 3 จังหวัดของเยเมนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยยาฮยา ซารี โฆษกทางการทหารของกลุ่มฮูตี ระบุในแถลงการณ์ผ่านเอ็กซ์ว่า เครื่องบินรบ F-15 ซึ่งทะยานออกจากฐานทัพอากาศคามิส มูชาอิตทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุดีอาระเบีย ได้เปิดฉากโจมตีใส่จังหวัดตาอิซทางตะวันตกเฉียงใต้ จังหวัดมาริบทางตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดฮัจญะฮ์ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว และยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ หรือความเสียหายจากรายงานการโจมตีครั้งนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คำกล่าวอ้างล่าสุดเกิดขึ้นขณะที่การปะทะข้ามพรมแดนทวีความรุนแรงขึ้น โดยกลุ่มฮูตีเปิดเผยในช่วงเช้าวันพุธว่า ได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกและส่งโดรนหลายลำถล่มโรงงานของบริษัท ซาอุดี อารัมโก ในเมืองยันบู ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงยิงขีปนาวุธทิ้งตัวอีกหลายลูกใส่ฐานทัพอากาศในเมืองคามิส มูชาอิต และยังอ้างว่าสามารถสอยเครื่องบินรบ F-15 ของซาอุดีอาระเบียตกได้ด้วยขีปนาวุธพื้นสู่อากาศที่ผลิตขึ้นเองในประเทศ เหนือพื้นที่จังหวัดมาริบทางตะวันออกเฉียงเหนือของเยเมน ซึ่งซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ออกมายืนยันหรือแสดงความคิดเห็นต่อรายงานนี้เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารเยเมนรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวว่า การสู้รบอย่างหนักหน่วงยังคงดำเนินต่อไปในวันพุธบริเวณเทือกเขาคาห์บุบ ในจังหวัดลาฮิจทางตอนใต้ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์บริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ โดยมีทหารของรัฐบาลเสียชีวิต 5 นาย และกลุ่มติดอาวุธฮูตีเสียชีวิต 10 ราย รวมถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายรายจากทั้งสองฝ่าย