สหรัฐฯ คว่ำบาตรสายการบินอิหร่าน 27 แห่ง พุ่งเป้าบริษัทในตุรกี มาเลเซีย คาซัคสถาน

Geopolitics
โดย InfoQuest·USIR·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำสายการบินอิหร่าน 27 แห่ง ในบัญชีรายชื่อบุคคลและองค์กรที่ถูกคว่ำบาตรเป็นพิเศษ (SDN List) เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลอิหร่าน โดยระบุว่าสายการบินพาณิชย์ของอิหร่านให้การสนับสนุนกิจกรรมที่บั่นทอนเสถียรภาพ และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ใช้สายการบินที่แอบอ้างเป็นของเอกชนเป็นเครื่องมือจัดหาอาวุธและลำเลียงกำลังพล มาตรการครั้งนี้ยังมุ่งเป้าไปที่บริษัทบังหน้าและตัวกลางในต่างประเทศที่อิหร่านใช้จัดหาเครื่องบินที่ผลิตในสหรัฐฯ โดยสำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) ได้ขึ้นบัญชีบริษัท 4 แห่งในตุรกี มาเลเซีย และคาซัคสถาน ฐานเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศและตัวแทนจำหน่ายทั่วไปให้แก่สายการบินมาฮาน แอร์ (Mahan Air) ซึ่งถูกคว่ำบาตรครั้งแรกเมื่อเดือนต.ค. 2554 และยังระงับใบอนุญาตให้บินผ่านน่านฟ้าอิหร่าน รวมถึงการนำเครื่องบินพาณิชย์ที่มีต้นกำเนิดจากสหรัฐฯ เข้าไปยังอิหร่าน ขณะที่เครือข่ายบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) ออกประกาศให้สถาบันการเงินรายงานข้อมูลเครือข่ายจัดซื้อจัดหาที่สนับสนุนอุตสาหกรรมการบินของอิหร่าน โดยแถลงการณ์ระบุว่าในช่วงฤดูร้อนปี 2569 สายการบินมาฮาน แอร์ ได้รับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 777 (B-777) อย่างน้อย 3 ลำ ซึ่งลักลอบเปลี่ยนเส้นทางผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และโอมาน

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Defense & Geopolitical Fragmentation · 1 หุ้น
The Boeing Company
BA
▼ ลบกฎเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง

Sanctions target Iranian airlines and restrict US-origin aircraft entry, potentially affecting Boeing's sales to Iran.

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 1

Mahan Airเอกชน▼ ลบ
กฎเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง

Mahan Air is blacklisted, facing sanctions and restrictions on its operations.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 4

สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธให้ยูเครน 2.7 พันล้านดอลลาร์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติข้อเสนอขายอาวุธทางทหารให้ยูเครนวงเงินสูงสุด 2.7 พันล้านดอลลาร์ ตามหนังสือแจ้งต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยแพ็กเกจนี้ครอบคลุมการยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศ อาวุธยุทโธปกรณ์ ตลอดจนอุปกรณ์และบริการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยขีปนาวุธเลียนแบบ S-300 ขีปนาวุธ GAM-67 จรวดนำวิถีด้วยเลเซอร์พิสัยยิงไกลขึ้น ชุดดัดแปลงเครื่องยิงและระบบยิงเคลื่อนที่ รวมถึงเรดาร์ต่อต้านโดรน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรส และยังไม่มีการสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้าย หากการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ ยูเครนจะใช้เงินสนับสนุนจากประเทศยุโรปร่วมกับงบประมาณกองทุนสนับสนุนการจัดหาอาวุธทางทหารแก่ต่างประเทศ หรือ Foreign Military Financing ของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการจัดสรรไว้ในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าเงินสนับสนุนจากสหรัฐฯ สำหรับการซื้อขายครั้งนี้จะถูกนับเป็นเงินสมทบทุนให้แก่กองทุนเพื่อการลงทุนเพื่อฟื้นฟูยูเครน หรือ Ukraine Reconstruction Investment Fund ภายใต้ข้อตกลงชดเชยเงินคืนในอัตรา 1 ต่อ 1 ซึ่งกองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงด้านแร่ธาตุที่สหรัฐฯ และยูเครนลงนามร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ ข้อเสนอขายอาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักภาระค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนยูเครนให้ประเทศยุโรปรับผิดชอบมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน ทรัมป์ระบุว่าจะขอให้ประเทศยุโรปชดใช้เงินแก่สหรัฐฯ สำหรับความช่วยเหลือทางทหารและกระสุนที่สหรัฐฯ เคยส่งมอบให้ยูเครน และยังมีขึ้นหลังทรัมป์ลงนามในกฎหมายเมื่อวันศุกร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย ขณะที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อต้นปี 2565 และทรัมป์เคยให้คำมั่นว่าจะยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป แม้ผ่านพ้นช่วง 20 เดือนแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาแล้ว

โบอิ้งได้ไฟเขียว FAA สำหรับ 777F และดีล JDAM-ER มูลค่า 5.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โบอิ้งได้รับความผ่อนปรนด้านกฎระเบียบให้จำหน่ายเครื่องบินขนส่ง 777F ต่อไปได้ และได้รับการอนุมัติเป็นผู้รับเหมาหลักสำหรับชุดอาวุธ JDAM-ER มูลค่า 5.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่จะส่งมอบให้ซาอุดีอาระเบีย การยกเว้นจากสำนักงานการบินแห่งสหรัฐหรือ FAA ครั้งนี้ครอบคลุมการขายเครื่องบิน 777F เพิ่มอีก 35 ลำ ซึ่งเป็นการต่ออายุโครงการเครื่องบินลำตัวกว้างที่ทำกำไรได้ ในช่วงที่กระแสเงินสดอิสระถูกจำกัดจากปัญหาการผลิตเครื่องบิน 737 และ 787 ขณะเดียวกัน บริษัทแอโรเซลคอร์ปอเรชันได้ประกาศก่อนหน้านี้ถึงการให้เช่าเครื่องบินขนส่งดัดแปลงโบอิ้ง 757-200PCF แก่บริษัทจูปิเตอร์เจ็ทซึ่งตั้งอยู่ในคาซัคสถาน เมื่อรวมกันแล้ว ความคืบหน้าทั้งด้านการขนส่งสินค้าและการป้องกันประเทศช่วยชดเชยแรงกดดันจากความท้าทายในการผลิตเครื่องบิน 737 และ 787 ที่ยังดำเนินอยู่ แม้ว่าจะไม่สามารถต้านทานปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นที่สำคัญที่สุดอย่างการทำให้การผลิตเครื่องบิน 737 กลับสู่เสถียรภาพ หรือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับการสร้างกระแสเงินสดและหนี้สินในระดับสูงได้อย่างเต็มที่ นักลงทุนยังจับตาความเสี่ยงที่ยังไม่คลี่คลายของการประท้วงหยุดงานโดยสหภาพ SPEEA ที่อาจเกิดขึ้น และผลกระทบที่อาจมีต่อกระแสเงินสด
Simply Wall St·5hอ่านต่อ →
3impact 4

สหรัฐฯ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ แทนที่ฉบับปี 1951

สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งจะเปิดทางให้สหรัฐฯ ขยายบทบาททางทหารและความมั่นคงบนเกาะกรีนแลนด์ได้อย่างถาวร พร้อมสกัดการแผ่อิทธิพลของชาติที่เป็นปรปักษ์ โดยคาดว่าจะมีการลงนามร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์หน้า และข้อตกลงฉบับใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ข้อตกลงว่าด้วยการป้องกันกรีนแลนด์ปี 1951 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ NATO ตั้งฐานทัพหรือส่งกำลังทหารเข้าประจำการในกรีนแลนด์ รวมถึงห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรเข้าไปลงทุนในการทำเหมืองแร่และแร่สำคัญ ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ดูเหมือนมีเป้าหมายเพื่อสกัดจีนหรือรัสเซียไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรหรือตั้งฐานที่มั่นทางทหารในกรีนแลนด์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความย้ำว่าสหรัฐฯ จะสามารถดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างเสถียรภาพและปกป้องดูแลความมั่นคงของกรีนแลนด์ รวมถึงสหรัฐฯ และยืนยันว่าไม่ใช่การถ่ายโอนอธิปไตยหรือยกดินแดนให้สหรัฐฯ ขณะที่เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ยืนยันการบรรลุข้อตกลงผ่านแถลงการณ์ร่วม โดยเฟรเดอริกเซนระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในเขตอาร์กติกและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ พร้อมรับรองอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก รวมถึงสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองของชาวกรีนแลนด์