← Back

Fortune Parts Industry Public Company Limited

บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ในประเทศไทย ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และต่างประเทศ บริการของบริษัทประกอบด้วยการฉีดขึ้นรูปพลาสติก การชุบโครเมียมพลาสติก การพ่นสีพลาสติก การพิมพ์สามมิติ บริการออกแบบ บริการขึ้นรูป และบริการจุ่มเคลือบ รวมถึงบริการให้คำปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ของบริษัทส่วนใหญ่ใช้ในรถกระบะ รถบรรทุก และรถยนต์ส่วนบุคคล บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งในปี 1991 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่อำเภอลำลูกกา ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving FPI.BK
FPI.BK

PSGC นำ 10 หุ้น mai กำไรครึ่งปี 2569 สูงสุด 488 ล้านบาท

สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) เปิดเผย 10 บริษัทในตลาด mai ที่มีกำไรสุทธิสูงสุดในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 โดย PSGC ครองอันดับ 1 ด้วยกำไร 488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 317% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ UKEM มีกำไร 338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,065% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในกลุ่ม ตามด้วย KCC กำไร 334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 198% และ TRT กำไร 290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 262% ส่วนอันดับ 5 ถึง 10 ได้แก่ NTF กำไร 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67%, FSMART กำไร 268 ล้านบาท ลดลง 12%, XO กำไร 238 ล้านบาท ลดลง 15%, TACC กำไร 203 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33%, MEB กำไร 191 ล้านบาท ลดลง 10% และ FPI กำไร 175 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% โดย 7 ใน 10 บริษัทมีกำไรเติบโต ขณะที่ XO, FSMART และ MEB กำไรลดลง
FPI.BK2

FPI จ่ายปันผล 0.04 บาท XD 26 ส.ค.

บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ FPI ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.04 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 กันยายน 2569 นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ FPI ระบุว่าบริษัทเดินหน้าขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและขยายฐานลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตของ FPI ในอนาคต
FPI.BK2

FPI กำไรไตรมาส 2 โต 70% แตะ 109 ล้านบาท พร้อมจ่ายปันผล 0.04 บาท

บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ FPI รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 108.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 759.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% หนุนจากยอดขายกลุ่มธุรกิจ OEM ในประเทศและการส่งออกไปอเมริกาใต้และแอฟริกา คณะกรรมการมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.04 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 9 กันยายน 2569 สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,377.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% และกำไรสุทธิ 173.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% โดยบริษัทย่อยในอินเดียพลิกเป็นกำไร 8.13 ล้านบาท จากขาดทุน 15.79 ล้านบาทในปีก่อน และบริษัทย่อยในซาอุดีอาระเบียอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานคืบหน้าแล้วไม่น้อยกว่า 60% คาดเริ่มผลิตได้ภายในเดือนธันวาคม 2569
Electrification & Mobility5

FPI เตรียมเปิดฐานผลิตใหม่ในซาอุดีอาระเบียพฤศจิกายนนี้ ตุนงาน Ceer กว่าพันล้านบาท

FPI เตรียมเปิดฐานการผลิตแห่งใหม่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ King Abdullah Economic City ประเทศซาอุดีอาระเบียภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ โดยคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้มากกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับการส่งออกจากประเทศไทย ปัจจุบันบริษัทได้รับโครงการผลิตชิ้นส่วนจาก Ceer ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติซาอุดีอาระเบีย มูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในช่วง 5 ถึง 6 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ FPI ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับ Hyundai เพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนสำหรับโครงการผลิตรถยนต์ในซาอุดีอาระเบียในอนาคต และมองเห็นโอกาสขยายธุรกิจไปยังกลุ่มเครื่องปรับอากาศซึ่งมีความต้องการสูงในภูมิภาค
thunhoon.com·60dอ่านต่อ →
FPI.BK

FPI เร่งสร้างโรงงานในซาอุฯ เขตเศรษฐกิจพิเศษ KAEC หวังลดต้นทุนขนส่ง 30%

บมจ.ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ หรือ FPI เร่งก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ King Abdullah Economic City หรือ KAEC ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ การตั้งโรงงานใน KAEC ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและการขนส่ง จะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้มากกว่า 30% เมื่อเทียบกับการส่งออกจากประเทศไทย และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ โรงงานแห่งนี้จะผลิตชิ้นส่วนพลาสติกยานยนต์ในรูปแบบ OEM โดยปัจจุบันได้รับโครงการจาก Ceer ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติซาอุดีอาระเบีย มูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 5-6 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ FPI ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับ Hyundai เพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนสำหรับโครงการผลิตรถยนต์ในซาอุดีอาระเบียในอนาคต และมองโอกาสขยายธุรกิจไปยังกลุ่มเครื่องปรับอากาศที่มีความต้องการสูงในภูมิภาค