← Back

Kijcharoen Engineering Electric PCL

บริษัท คิจจาโรเอน เอ็นจิเนียริ่ง อิเล็คทริค จำกัด (มหาชน) ผลิตและจำหน่ายตู้ไฟฟ้า รางเคเบิล และโซลูชันด้านพลังงานในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ของบริษัท ได้แก่ รางเดินสาย อุปกรณ์เดินสายไฟฟ้าต่างๆ ตู้ควบคุม กล่องพูลบ็อกซ์ ทางเดินโซลาร์ กล่องพลาสติกกันน้ำ ตู้สวิตช์บอร์ด ตู้ไฟฟ้า และระบบเคเบิลไฟฟ้า รวมถึงงานโลหะแผ่น นอกจากนี้ยังให้บริการออกแบบและให้คำปรึกษา บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1996 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ประเทศไทย

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving KJL.BK
Energy Transition & Power Demand

KJL กำไรฟื้น กำลังผลิตใหม่หนุน เป้า 9.80 บาท

บมจ.กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค หรือ KJL ส่งสัญญาณธุรกิจกลับมาคึกคัก หลังผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยนักวิเคราะห์ Yuanta คาดกำไรไตรมาส 2/2569 จะฟื้นตัวเกือบ 49% จากไตรมาสก่อน และมีลุ้นเดินหน้าต่อในไตรมาส 3 ขณะที่กำลังผลิตใหม่จาก KJL Innovation Campus (KiN) พร้อมรองรับดีมานด์ตู้ไฟฟ้า รางเดินสายไฟ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ Solar Rooftop และพลังงานสะอาด โบรกยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมราคาเป้าหมาย 9.80 บาท
thunhoon.com·22dอ่านต่อ →
KJL.BK

KJL เผยกำไร Q2/69 พุ่ง 49.51% ในงาน OPPDAY

บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ในงาน Earnings Call ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีรายได้จากการขาย 335.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.86% จากไตรมาสก่อน และมีกำไรสุทธิ 38.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.51% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ครึ่งปีแรกมีรายได้ 643.05 ล้านบาท เติบโต 12.11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 64.05 ล้านบาท บริษัทเดินหน้าใช้ประโยชน์จาก KJL Innovation Campus หรือ KiN เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดโอกาสในอุตสาหกรรมใหม่ ควบคู่กับการนำ Industry 4.0 และเครื่องจักรอัตโนมัติมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน KJL ยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 12 ถึง 17 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเดินหน้ากิจกรรมรวมพลคนไฟฟ้าและรวมพลคนไฟฟ้าโซลาร์รูฟเพื่อยกระดับองค์ความรู้และศักยภาพช่างไฟฟ้า วิศวกร และผู้ออกแบบทั่วประเทศ
KJL.BK

KJL ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่าย 3 กันยายนนี้

บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น จากผลการดำเนินงานงวด 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2569 โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นในวันที่ 3 กันยายน 2569
Energy Transition & Power Demand2

โบรกฯ แนะนำซื้อ KJL ให้เป้า 9.80 บาท หลังกำไรฟื้น

นักวิเคราะห์จาก Yuanta ระบุว่าผลประกอบการของบริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยคาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 2/2569 จะฟื้นตัวเกือบ 49% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 3 เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่จาก KJL Innovation Campus (KiN) พร้อมเดินเครื่องเต็มที่เพื่อรองรับความต้องการตู้ไฟฟ้า รางเดินสายไฟ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Solar Rooftop และพลังงานสะอาด โบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำซื้อและให้ราคาเป้าหมายที่ 9.80 บาท พร้อมทั้งมีโอกาสจ่ายเงินปันผลอีกด้วย
Energy Transition & Power Demand5

KJL กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 49% ปรับเป้ารายได้ปีนี้เป็น 1.32 พันล้านบาท

บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 49.51% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 38.38 ล้านบาท พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ทั้งปี 2569 เป็น 1,250-1,320 ล้านบาท เติบโตประมาณ 12-17% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากความต้องการโซลาร์ภาคประชาชนที่คาดขยายตัวราว 10% การลงทุนโครงการภาครัฐ และการปรับราคาสินค้าที่ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 25-30% นอกจากนี้บริษัทยังเร่งรุกตลาดศูนย์ข้อมูลและยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับการลงทุนในช่วงปี 2570-2571 และคาดว่าโครงการ KJL Innovation Campus จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2569
ทันหุ้น·40dอ่านต่อ →
Electrification & Mobility

KJL มั่นใจรายได้ปี 2569 โต 12-17% รับอานิสงส์พลังงานสะอาด EV และ Data Center

KJL ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 12-17% หรือประมาณ 1,250 ถึง 1,320 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูล นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่าความต้องการอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าทั้งตู้สวิตช์บอร์ดและรางเดินสายไฟเพิ่มขึ้นตามเมกะเทรนด์ดังกล่าว โดยเฉพาะโครงการโซลาร์ภาคประชาชน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูลที่รองรับการประมวลผลเอไอซึ่งใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาล นอกจากนี้บริษัทยังวางเป้าหมายระยะกลางถึงยาวให้รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-15% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมีฐานลูกค้าครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ