← Back

Thai Vegetable Oil Public Company Limited

Thai Vegetable Oil Public Company Limited, together with its subsidiary, Prodigy Public Company Limited, manufactures and distributes soy meal and soybean oil in Thailand and internationally. The company offers soybean, sunflower, corn, and canola oils under the ANGOON, Champ, Healthy Chef, and Queen brands; olive oil under the MONINI brand; Camellia Oleifera oil; and canned fish products under the Siam Yim and Dolly brands. It also provides dehulled soymeal, hipromeal, dehulled full fat soy, and full fat soy animal feeds; and lecithin, soy hull, and crude degummed soybean oil under the TVO brand, as well as industrial oil. In addition, the company manufactures and distributes packaging products. The company was founded in 1985 and is headquartered in Bangkok, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving TVO.BK
TVO.BK

ทิสโก้คงคำแนะนำซื้อ TVO เป้า 33.75 บาท คาดกำไรไตรมาส 3 โต 74%

บล.ทิสโก้คงคำแนะนำซื้อหุ้นบริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) TVO พร้อมให้มูลค่าที่เหมาะสม 33.75 บาท และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 16% เป็น 1.2 พันล้านบาท หลังมองแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นแข็งแกร่งกว่าคาด โดยคาดกำไรหลักไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3% จากไตรมาสก่อน จากต้นทุนถั่วเหลืองที่คาดว่าจะทรงตัว ขณะที่ราคากากถั่วเหลืองในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระดับเลขหลักเดียวต่ำ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มอยู่เหนือ 13% ผู้บริหารระบุว่าโครงสร้างต้นทุนถั่วเหลืองนำเข้ามีลักษณะเป็นระฆังคว่ำตลอดทั้งปี โดยไตรมาส 2 และ 3/2569 เป็นช่วงที่บริษัทได้เปรียบด้านต้นทุน ขณะที่ต้นทุนมีแนวโน้มทยอยเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2569 อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานปี 2569 มีแนวโน้มดีกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมประมาณ 15% ขณะที่ช่วงครึ่งแรกปี 2569 เติบโตมากกว่า 20% และเครื่องจักรเดินเต็มกำลังการผลิต การเติบโตของรายได้ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 มาจากปริมาณขายมากกว่าการปรับขึ้นของราคา โดยปริมาณขายกากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยลดลงประมาณ 7% และต้นทุนต่อหน่วยลดลง 7-8% ส่วนปริมาณขายน้ำมันถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 28% ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยลดลง 3-6% และต้นทุนลดลง 1% สะท้อนว่าการเติบโตมาจากปริมาณขายและประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดหามากกว่าการได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคาเพียงชั่วคราว ซึ่งทำให้ทิสโก้มองว่าการเติบโตดังกล่าวมีความยั่งยืนมากกว่า สำหรับปี 2570 การเติบโตจะไม่มีปัจจัยหนุนจากปริมาณ เนื่องจากบริษัทมีกำลังการผลิต 7,000 ตันต่อวัน และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 99% ดังนั้น การเติบโตจะต้องมาจากการปรับ Product Mix จากน้ำมันดิบไปสู่น้ำมันกลั่น การขยายสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น รวมถึงการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาและส่งเสริมการขาย เพื่อเพิ่มมูลค่าที่รับรู้ต่อสินค้าหนึ่งตัน ด้านการขยายกำลังการผลิตครั้งถัดไป ผู้บริหารประเมินว่าจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 4.5-6.0 พันล้านบาท โดยโรงงานแห่งใหม่ควรมีกำลังการผลิตขั้นต่ำที่เหมาะสมประมาณ 3,000 ตันต่อวัน จากช่วงที่เหมาะสม 2,000-5,000 ตันต่อวัน และใช้เงินลงทุนราว 1.5-2.0 ล้านบาทต่อกำลังการผลิต 1 ตันต่อวัน อย่างไรก็ตาม การขยายกำลังการผลิตยังมีข้อจำกัดจากผังเมือง เนื่องจากพื้นที่ในจังหวัดนครปฐมไม่สามารถขยายกำลังการผลิตได้ภายใต้ผังเมืองปัจจุบัน ทำให้ต้องรอผังเมืองฉบับใหม่ ขณะเดียวกันบริษัทกำลังพิจารณาทางเลือกในการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในพื้นที่ภาคกลาง โดยยังไม่ได้เปิดเผยสถานที่ตั้ง และผู้บริหารมองว่าอุปสงค์ไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวลและสามารถบริหารจัดการได้ ทิสโก้ยังมองว่าปัจจัยหนุนกำไรของ TVO ในปี 2570 อาจมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยปกติเอลนีโญจะกระทบต่ออุปทานน้ำมันปาล์ม ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อความต้องการและราคาน้ำมันถั่วเหลือง ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านผลผลิตถั่วเหลืองของบราซิลอาจผลักดันราคาถั่วเหลืองให้สูงกว่า 13 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชล ทั้งนี้ ทิสโก้คงคำแนะนำซื้อ TVO โดยใช้ P/E ที่ 12.8 เท่า หรือ -0.5 SD เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โดยมีความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าคาด ราคาผลผลิตปศุสัตว์ในประเทศอ่อนตัว และราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกลดลงมากกว่าคาด ขณะที่คาดอัตราการจ่ายเงินปันผลปี 2569 อยู่ที่ราว 8% หรือ 2.46 บาทต่อหุ้น เทียบกับเงินปันผล 0.90 บาทต่อหุ้นในช่วงครึ่งแรกปี 2569
Thunhoon·8dอ่านต่อ ▾
TVO.BK2

กสิกรไทยชี้ TVO กำไรแกร่ง ปันผลสูง เคาะพื้นฐาน 30 บาท

บล.กสิกรไทย แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO โดยให้ราคาเป้าหมาย 30.0 บาท หลังบริษัทรายงานกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 796 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน และ 58% จากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 69/70 ขึ้น 14% และ 10% ตามลำดับ จากปริมาณขายที่ดีขึ้น และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 69/70 อยู่ที่ 8.6% และ 7.0% ตามลำดับ ผู้บริหารยังมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มระยะสั้น และคาดผลการดำเนินงานไตรมาส 3/69 จะใกล้เคียงกับไตรมาส 2/69
thunhoon.com·8dอ่านต่อ ▾
TVO.BK2

บล.เอเซีย พลัส ชี้บาทแข็งดึงฟันด์โฟลว์ พร้อมสแกน 17 หุ้นรับอานิสงส์

บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเกินคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องด้วยยอดซื้อสะสมเดือนนี้สูงกว่า 9.2 พันล้านบาท ล่าสุดเงินบาทแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยได้เปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในไทยที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า กลุ่มแรกคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KBANK, SCB, BBL และ KTB กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยวอย่าง AOT, CPALL และ CRC กลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศสูง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานอย่าง GULF, BGRIM, GPSC และ PTTEP และกลุ่มสายการบินอย่าง AAV และกลุ่มที่สามคือกลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารอย่าง TFG และ TVO นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนท่ามกลางความผันผวน โดยชูหุ้นปลอดภัยผสานทองคำป้องภัย พร้อมกำหนดหุ้นเด่นประจำวันคือ SYNTEC, PTT และ GUNKUL สำหรับตลาดหุ้นไทย และ LITE01 กับ ZIJIN80 สำหรับการลงทุนต่างประเทศ
HoonVision·17dอ่านต่อ ▾