Cloud & Digital Infrastructure
▲ 3
เครือซีพี-อไรซ์-ทรู-Amazon ผนึกกำลังผลักดันไทยสู่ฮับ AI ภูมิภาค
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี), อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป, ทรู คอร์ปอเรชั่น และ Amazon ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะเวลา 5 ปี เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ระดับภูมิภาค โดยมีเป้าหมายฝึกทักษะด้านคลาวด์และ AI ให้คนไทย 3 ล้านคน รวมถึงพนักงานในเครือซีพี ผ่านหลักสูตรและการฝึกอบรมร่วมกับ Amazon Web Services (AWS) ความร่วมมือนี้ครอบคลุมหลายด้าน อาทิ การพัฒนา AI Center of Excellence ของเครือซีพี การยกระดับทรูสู่การเป็น AI-First Organization การใช้ AWS ในบริการทางการเงินของแอสเซนด์ มันนี่ และการพลิกโฉมจุดให้บริการกว่า 19,000 แห่งของ 7-Eleven, Lotus's และ Makro ด้วยเทคโนโลยี AI และคลาวด์ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวเวทีแข่งขัน AI Innovation Hackathon ชื่อ "AI FOR ALL" เพื่อให้คนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปร่วมพัฒนาต้นแบบ Generative AI แก้โจทย์ประเทศในด้านสาธารณสุข เกษตรกรรม และการศึกษา โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโสเครือซีพี กล่าวว่า ประเทศไทยต้องสร้างระบบนิเวศ AI ที่แข็งแกร่ง และใช้ตลาดทุนไทยเป็นประตูสู่การจดทะเบียนบริษัทสตาร์ทอัพในอนาคต
HoonSmart · 15h อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
CPALL หุ้นถูก-ปันผล 4% โบรกฯ ชี้มีโอกาสรีบาวด์
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่าราคาหุ้น CPALL มีโอกาสรีบาวด์ หลังราคาแกว่งในกรอบ 46.50-49.00 บาท ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และเข้าใกล้แนวรับอีกครั้ง โดยแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/69 คาดเติบโตจากช่วงเดียวกัน จากการขยายสาขาและยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน พร้อมกันนี้ คาดว่าหุ้นขนาดใหญ่ในดัชนี SET50 มีโอกาสได้รับผลเชิงบวกจากการไหลเข้าของกระแสเงินทุนต่างชาติหลังเสร็จสิ้นงาน Thailand Focus ระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค. โดย CPALL มีมูลค่าที่ไม่แพงที่ระดับ P/E เพียง 13.7 เท่า และให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4% ต่อปี
Share2Trade · 3d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK
เอเชีย พลัส ชี้กำไรกลุ่มค้าปลีก 2Q69 โต 11% YoY
บล.เอเชีย พลัส ประเมินกำไรปกติรวมของกลุ่มพาณิชย์ 7 บริษัท ได้แก่ BJC, COM7, CPALL, CPAXT, CRC, DOHOME และ HMPRO ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 15% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน โดยกำไรที่อ่อนตัวลงรายไตรมาสมาจากผลของฤดูกาลและค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานและการขยายธุรกิจ ขณะที่การเติบโตเทียบปีก่อนได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นของเกือบทุกบริษัท DOHOME มีกำไรเติบโตแรงสุดในกลุ่มทั้งรายไตรมาสและรายปีที่ 22% และ 94% ตามลำดับ จากมาร์จิ้นสินค้าเหล็กที่เพิ่มขึ้น ส่วน CPAXT มีกำไรอ่อนแอสุด ลดลง 33% จากไตรมาสก่อน และ 20% จากปีก่อน เพราะค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการขยายความสามารถด้านการขนส่ง ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติรวมของกลุ่มในไตรมาส 3 ปี 2569 ยังหดตัวรายไตรมาสจากผลของฤดูกาล เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนที่ยอดขายต่ำสุดของปี และมาร์จิ้นวัสดุก่อสร้างลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งส่งผลลบต่อ DOHOME มากสุด แต่คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่องเทียบปีก่อนจากฐานต่ำในไตรมาส 3 ปี 2568 การขยายธุรกิจ และมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่ากำไรจะกลับมาเร่งตัวขึ้นทั้งรายไตรมาสและรายปีในไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน
HoonVision · 5d อ่านต่อ ▾
CGSI ปรับเพิ่มเป้า SET ปี 69 เป็น 1,690 จุด
บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET สิ้นปี 69 เป็น 1,690 จุด จากเดิม 1,630 จุด หลังกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/69 แข็งแกร่งกว่าคาด โดยปรับเพิ่มประมาณการ EPS ของตลาดปี 69 ขึ้น 8% กำไรสุทธิรวมของบริษัทที่ศึกษาพุ่งขึ้น 10% YoY และ 14% QoQ นำโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี แต่หากไม่รวมสองกลุ่มนี้ กำไรจะลดลง 25% YoY และ 6% QoQ ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำเพิ่มน้ำหนักกลุ่มการแพทย์ ท่องเที่ยว สินค้าอุปโภคบริโภค และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมปรับรายชื่อหุ้น Top pick โดยถอด ERW และ CRC ออก แล้วเพิ่ม CPALL และ PTT เข้ามาแทน
InfoQuest · 6d อ่านต่อ ▾
UBS เพิ่มเป้า SET เป็น 1,680 จุด ชี้กรณีดีสุด 1,840 จุด
ยูบีเอสปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยสู่ระดับ 1,680 จุดในกรณีพื้นฐาน โดยในกรณีดีที่สุด ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับสูงถึง 1,840 จุด และในกรณีแย่ที่สุดอาจลงไปที่ 1,460 จุด พร้อมแนะนำหุ้นเด่น 6 ตัว ได้แก่ CPALL, CPN, GULF, KTB, PTT และ TRUE ขณะเดียวกันได้ถอด ADVANC, BDMS, BJC และ AWC ออกจากรายชื่อหุ้นแนะนำ ข้อมูลการซื้อขายตั้งแต่ต้นปีถึง 17 สิงหาคม 2569 ระบุว่า UBS ขายสุทธิสะสม 5,504.04 ล้านบาท และเฉพาะเดือนสิงหาคมขายสุทธิ 3,239.37 ล้านบาท ด้านนายมงคล พ่วงเภตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ อพอลโล่ เวลธ์ จำกัด มองว่าระดับ 1,680 จุดเป็นเป้าหมายที่หลายฝ่ายประเมินไว้อยู่แล้ว แต่การไปถึง 1,820 จุดเป็นเรื่องท้าทายมาก แม้กำไรไตรมาส 2 ของตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดที่ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท และกำไร 12 เดือนย้อนหลังแตะ 1.2 ล้านล้านบาท โดยแนะนำให้ทยอยขายทำกำไรเมื่อดัชนีเข้าใกล้ 1,630-1,650 จุด และจับตา PTT กับ PTTEP ที่อาจจ่ายเงินปันผลสูงกว่าปกติ
ทันหุ้น · 8d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
บล.เคจีไอ อัพเป้าดัชนี SET ปี 69 สู่ 1,820 จุด
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ปี 2569 ขึ้นเป็น 1,820 จุด โดยมองว่ายังมีอัพไซด์จากระดับปัจจุบันอีก 12% หลังจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นรอบล่าสุดและการปรับค่า PE เป้าหมายเป็น 14.8 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย 10 ปีลบ 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในไตรมาส 2/69 กำไรรวมของบริษัทที่ KGI ศึกษาอยู่ที่ 3.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนและจากไตรมาสก่อน สูงกว่าฉันทามติของ Bloomberg ประมาณ 10% แต่หากตัดกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีซึ่งได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและสเปรดผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นเพราะสงครามสหรัฐ-อิหร่านออกไป กำไรรายไตรมาสจะลดลง 26% จากปีก่อนและ 6.2% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรที่ลดลงอย่างมากจากปีก่อนเป็นเพราะฐานกำไรที่สูงผิดปกติของ GULF ในไตรมาส 2/68 ซึ่งมีการบันทึกกำไรพิเศษก้อนใหญ่ ทั้งนี้ KGI มองว่าเป้าใหม่ค่อนข้างท้าทาย เพราะการปรับเพิ่มประมาณการกำไรกระจุกอยู่ในกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นกลุ่มที่พลิกผันตามวัฏจักรและมี PE ต่ำกว่ากลุ่มอื่น ๆ และไตรมาสที่ดีที่สุดของกลุ่มพลังงานน่าจะผ่านไปแล้ว จึงเหลือหุ้น domestic ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัวที่ยังมี risk-reward น่าสนใจ เช่น CPALL, CPN, KBANK, KTB และ GULF
InfoQuest · 8d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
GDP ไตรมาส 2 โต 1.9% ดีกว่าคาด หยวนต้าชี้ 10 หุ้นเด่น
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ชะลอจาก 2.8% ในไตรมาสแรก แต่สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.7% โดยมีแรงหนุนหลักจากการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตเด่นตามยอดขอส่งเสริมการลงทุน ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนชะลอเหลือ 1.9% จาก 3.3% ในไตรมาสก่อน จากราคาพลังงานในประเทศที่สูงขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐอ่อนแอเพราะเร่งเบิกจ่ายไปแล้วก่อนหน้า บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้าคาดการบริโภคจะฟื้นชัดในไตรมาส 3 จากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสเต็มไตรมาส และการใช้จ่ายภาครัฐจะเร่งตัวช่วงปลายปีงบประมาณ พร้อมคงมุมมองบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม ค้าปลีก และอาหารเครื่องดื่ม โดยยกตัวอย่างหุ้น CK, STECON, GUNKUL, GULF, FORTH, SAMART, EPG, BJC, CPALL และ CBG สภาพัฒน์ยังปรับคาดการณ์จีดีพีปีนี้ขึ้นเป็น 2.0-2.5% จากเดิม 1.5-2.5% และปรับคาดการณ์เงินเฟ้อลงเป็น 1.5-2.0% จาก 2.0-3.0% ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อการกลับมาตึงตัวของนโยบายการเงิน
HoonVision · 9d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
KGI อัพเป้า SET ปี 2569 เป็น 1,820 จุด หลังกำไร Q2 สูงกว่าคาด
บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET ปี 2569 เป็น 1,820 จุด หลังสรุปกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ของบริษัทที่ศึกษาสูงกว่าคาด 10% โดยกำไรรวมอยู่ที่ 3.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่หากตัดกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีออก กำไรจะลดลง 26% จากปีก่อน และ 6.2% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากฐานกำไรพิเศษของ GULF ในไตรมาส 2 ปี 2568 ฝ่ายวิจัยระบุว่า 40% ของหุ้นที่ศึกษามีผลประกอบการดีเกินคาด 41% เป็นไปตามคาด และ 20% ต่ำกว่าคาด โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง และธนาคารออกมาดี ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวและสื่อออกมากลาง ๆ โมเมนตัมการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นกำลังถึงจุดสูงสุดและคาดว่าจะนิ่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปี เป้าหมายใหม่นี้ยังมีอัพไซด์ 12% จากระดับปัจจุบัน แต่ค่อนข้างท้าทายเพราะการปรับเพิ่มกำไรกระจุกในกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นกลุ่มวัฏจักรและมีค่า P/E ต่ำกว่ากลุ่มอื่น โดยหุ้นที่ยังมีอัพไซด์ถึงราคาเป้าหมาย เช่น CPALL CPN KBANK KTB และ GULF
Bloomberg · 9d อ่านต่อ ▾
CGSI คงคำแนะนำซื้อ CPALL เป้า 61.50 บาท คาด Q3 ต่ำสุด Q4 ฟื้น
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI คงคำแนะนำซื้อหุ้น CPALL ที่ราคาเป้าหมาย 61.50 บาท โดยคาดว่าไตรมาส 3/69 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และผลประกอบการจะฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 4/69 หลังสิ้นสุดโครงการไทยช่วยไทยพลัสในเดือนกันยายน CPALL รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 7.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% จากปีก่อน แต่ลดลง 17.1% จากไตรมาสก่อน สอดคล้องกับประมาณการของ CGSI และ Bloomberg consensus โดยธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือ CVS ยังแข็งแกร่ง มีรายได้เติบโต 5.3% จากปีก่อน อัตรากำไร EBIT เพิ่มขึ้น 60 basis points เป็น 10.0% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13.5% จากปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.66 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% จากปีก่อน คิดเป็น 53% ของประมาณการทั้งปีของ CGSI อย่างไรก็ตาม ยอดขายสาขาเดิมหรือ SSSG ของ CVS ในไตรมาส 2/69 อยู่ที่บวก 0.8% โดยชะลอตัวจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ดึงกำลังซื้อจากร้าน 7-Eleven ชั่วคราว และผู้บริหารเปิดเผยว่า SSSG ช่วง 10-12 วันแรกของเดือนมิถุนายนติดลบในอัตราเลขหลักเดียวระดับต่ำ ก่อนค่อย ๆ ฟื้นตัวช่วงปลายเดือน CGSI มองว่าผลกระทบจากโครงการดังกล่าวน้อยกว่าที่ตลาดกังวล และ downside risk ในไตรมาส 3/69 น่าจะลดลง โดยมีปัจจัยหนุนจากไฮซีซั่นการท่องเที่ยว ฐานต่ำจากมาตรการรัฐในไตรมาส 4/68 และราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งและหนุนอัตรากำไรขั้นต้น
HoonVision · 9d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
บล.แลนด์ฯ แนะนำซื้อ CPALL เป้า 64 บาท และ COM7 เป้า 32.65 บาท
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อหุ้น CPALL เป้าหมาย 64 บาท และหุ้น COM7 เป้าหมาย 32.65 บาท โดยอิงปัจจัยพื้นฐานและกลยุทธ์รายหลักทรัพย์ CPALL รายงานกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 7.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากปีก่อน แม้ธุรกิจค้าส่งยังอ่อนแอ แต่ได้แรงหนุนจากอากาศร้อนและนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่องทาง O2O ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวจากต้นทุนพลังงานสูง แต่ product margin ยังปรับขึ้นจากสินค้าอาหารและเครื่องดื่มมาร์จิ้นสูง บริษัทคงเป้าเปิดสาขาใหม่ในไทย 700 สาขาในปี 2569 และรุกตลาด สปป.ลาว ต่อเนื่อง คาดกำไรครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ไตรมาส 3 ปี 2569 อาจอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนตามฤดูกาล low season ด้าน COM7 รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 1,303 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.9% จากปีก่อน และ 6.3% จากไตรมาสก่อน รายได้เพิ่มขึ้น 16.4% จากปีก่อน หนุนโดยกลุ่มธุรกิจ non-retail ที่เติบโตก้าวกระโดด อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 14.3% จาก 13.8% ในปีก่อน จากบริษัทย่อยที่มีมาร์จิ้นดีกว่าและ inventory gain จากสินค้าต้นทุนเดิมที่ขายในราคาใหม่สูงขึ้น 20-30% จากภาวะขาดแคลนชิ้นส่วน ผู้บริหารปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 2569 เป็นเติบโตไม่ต่ำกว่า 10-15% และเป้ากำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เป็นเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%
ทันหุ้น · 10d อ่านต่อ ▾
CPALL ตั้งเป้ามาร์จิ้นโต 10-20% ปี 2569
ซีพี ออลล์ ตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นปี 2569 ขยายตัวราว 10-20% จากการเน้นสินค้าใหม่ที่แตกต่างและจัดโปรโมชั่นทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเพิ่มลูกค้าเข้าร้านและยอดใช้จ่ายต่อบิล โดยไตรมาส 3/2569 ยอดขายสาขาเดิมยังเป็นบวก และไตรมาส 4 คาดรับอานิสงส์ไฮซีซั่นและเทศกาลท่องเที่ยว บริษัทตั้งเป้ายอดขายสาขาเดิมปีนี้เติบโตตาม GDP ไทยที่คาด 1.5-2% ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าร้านเฉลี่ย 959 คนต่อสาขาต่อวัน และยอดใช้จ่ายต่อบิลเฉลี่ย 90 บาท งบลงทุนปี 2569 วางไว้ 1.2-1.36 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการขยายสาขา 50% ตั้งเป้าเปิดใหม่ราว 700 สาขา จากสิ้นไตรมาส 2/2569 มี 16,284 สาขา และอีก 50% ใช้พัฒนาระบบไอที
HoonVision · 13d อ่านต่อ ▾
CPALL กำไรปกติ 2Q26 โต 6% โบรกกรุงศรีคงคำแนะนำซื้อ
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด(มหาชน) ระบุว่า CPALL รายงานกำไรปกติ 2Q26 ที่ 7.40 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน แต่ลดลง 17% จากไตรมาสก่อน ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ เมื่อรวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 113 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.51 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน แต่ลดลง 18% จากไตรมาสก่อนตามฤดูกาล การเติบโตจากปีก่อนมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจเกี่ยวเนื่องซึ่งคิดเป็น 85% ของกำไร โดยกำไรเติบโต 18% จากยอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น 0.8% การขยายสาขาเป็น 16,284 แห่ง เพิ่มขึ้น 689 สาขาจากปีก่อน และ 200 สาขาจากไตรมาสก่อน ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลง 20 จุดพื้นฐานจากปีก่อน และรายได้สนับสนุนการขายเติบโตดี ช่วยชดเชยกำไรของ CPAXT ซึ่งคิดเป็น 15% ของกำไรที่ลดลง 18% จากปีก่อน เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมอ่อนตัวทั้งค้าส่งลดลง 0.9% และค้าปลีกลดลง 3.9% อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 20 จุดพื้นฐานจากปีก่อน และค่าใช้จ่ายรองรับช่องทางออนไลน์ สาขาใหม่ และ Happitat ที่เพิ่มขึ้น สำหรับโมเมนตัมกำไรปกติ 3Q26F คาดยังเติบโตจากปีก่อน เพราะยอดขายสาขาเดิมของร้านสะดวกซื้อยังโต 1% และคาดแรงกดดันต้นทุนพลังงานลดลง อัตรากำไรขั้นต้นของร้านสะดวกซื้อจะขยายตัวจากปีก่อน ขณะที่กำไรปกติคาดอ่อนตัวจากไตรมาสก่อนตามฤดูกาลช่วงหน้าฝน บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2027F ที่ 66 บาท โดยมอง CPALL เป็นหุ้นเติบโตเชิงรับที่ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์สินค้าใหม่ๆ และอัตรากำไรที่ดีขึ้นของ 7-Eleven ทำให้กำไรเติบโตได้แม้กำลังซื้อยังฟื้นช้า คาดกำไรปกติปี 2026–27F ที่ 3.05 หมื่นล้านบาท และ 3.27 หมื่นล้านบาท เติบโต 8% และ 7% จากปีก่อนตามลำดับ ขณะที่หุ้นซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า 1 ปีเพียง 13.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีราว 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มีอัพไซด์ราว 35%
HoonVision · 13d อ่านต่อ ▾
CPALL กำไรไตรมาส 2 โต 11% แตะ 7.51 พันล้านบาท
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 7,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 265,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายสินค้าและบริการอยู่ที่ 257,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า และกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 16,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.85% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 14,353 ล้านบาท
Share2Trade · 13d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
ทีทีบี เวลธ์ คงน้ำหนักลงทุน Overweight กลุ่มค้าปลีก ชี้กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ Overweight กลุ่มค้าปลีก โดยประเมินว่ากำไรของกลุ่มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และการหดตัวของยอดขายสาขาเดิมกำลังสิ้นสุดลง พร้อมคาดว่า EPS รวมของบริษัทค้าปลีกที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์จะเติบโต 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2/2569 แม้จะลดลง 16% จากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล และคาดว่าการฟื้นตัวจะต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากยอดขายสาขาเดิมที่กลับมาเติบโต การขยายตัวของอัตรากำไรจากการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น และการประหยัดต้นทุน โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มค้าปลีกอุปกรณ์ปรับปรุงและตกแต่งบ้าน ได้แก่ GLOBAL, DOHOME และ HMPRO รวมถึง CRC จะฟื้นตัวโดดเด่นที่สุด ขณะที่ CPN, CPALL และ COM7 ยังเติบโตได้ดีจากกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สำหรับกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน บริษัทหลักทรัพย์ประเมินว่า EPS จะเติบโต 37% ในไตรมาส 2/2569 หลังจากกำไรหดตัวต่อเนื่องในช่วงปี 2566-2568 โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรที่ดีขึ้น การหดตัวของ SSSG ที่ลดลง และผลดีด้านราคาสินค้าจากภาวะเงินเฟ้อ GLOBAL ถูกมองว่าโดดเด่นที่สุด โดยคาดกำไรเติบโต 84% จากสัดส่วนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่สูงขึ้น การควบคุมต้นทุน และผลดีด้านราคา CRC ถูกคาดว่าจะมีกำไรเติบโต 36% ในไตรมาส 2/2569 จากการปรับกลยุทธ์ธุรกิจที่ช่วยหนุนทั้งยอดขายสาขาเดิมและอัตรากำไร รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ขณะที่ CPN คาดกำไรเติบโต 15%, CPALL เติบโต 7%, COM7 เติบโต 30% และ MOSHI เติบโต 19% โดยมองว่าบริษัทเหล่านี้ยังคงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและขยายอัตรากำไรได้ต่อเนื่อง ในทางกลับกัน CPAXT ถูกประเมินว่ากำไรจะลดลงต่ออีก 17% จากยอดขายสาขาเดิมที่อ่อนตัวและอัตรากำไรที่ลดลงจากการที่ผู้บริโภคหันไปใช้สินค้าราคาต่ำลง ส่วน BJC แม้คาดกำไรเพิ่มขึ้น 12% จากการเข้าซื้อกิจการค้าส่งในเวียดนาม แต่ธุรกิจหลัก BigC ยังอ่อนแอและ SSSG ติดลบ ขณะที่ MRDIY คาดกำไรเติบโตเพียง 13% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดหวัง แม้จะได้แรงหนุนจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ ระบุว่าแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 จะฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้นตามเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น โดยยังให้น้ำหนักเชิงบวกกับกลุ่มวัสดุก่อสร้างและ CRC มากที่สุด และเลือก CPN, GLOBAL และ CRC เป็น Top Picks ของกลุ่มค้าปลีก สำหรับคำแนะนำและราคาเป้าหมาย หุ้นที่ได้รับคำแนะนำ BUY ได้แก่ CPN ราคาเป้าหมาย 75 บาท, GLOBAL 9 บาท, CRC 31 บาท, CPALL 62 บาท, COM7 34 บาท, DOHOME 4.50 บาท, HMPRO 9.50 บาท, MOSHI 50 บาท และ MRDIYT 12.20 บาท ขณะที่ CPAXT ได้คำแนะนำ HOLD ราคาเป้าหมาย 14 บาท และ BJC ได้คำแนะนำ SELL ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท
thunhoon.com · 15d อ่านต่อ ▾
โบรกฯ คาด CPALL กำไร Q2/69 แตะ 7.5 พันล้านบาท โต 10.9% YoY
บล.กสิกรไทย คาดการณ์ว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 7.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 17.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนได้แรงหนุนจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่แข็งแกร่ง ขณะที่การลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนสะท้อนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้นจากต้นทุนพลังงานและค่าสาธารณูปโภค ด้านบล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ไว้ที่ 7.3 พันล้านบาท ลดลง 20% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน โดยกำไรที่ลดลงจากไตรมาสก่อนเป็นผลจากฤดูกาลและกำลังซื้อที่อ่อนแอลง ทั้งสองโบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำ ซื้อ และมองว่ากำไรทั้งปี 2569 จะเติบโตแตะ 3.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน โดยคาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวในไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ
HoonVision · 16d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
บัวหลวงชี้กำไร Q2/69 สดใส ค้าปลีก IT-อาหารสัตว์เลี้ยง-ท่องเที่ยวนำทัพฟื้น
บล.บัวหลวง เปิดเผยว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ของหุ้นใน coverage ออกมาสูงกว่าตลาดคาด 5.6% โดยสัดส่วนหุ้นที่กำไรสูงกว่าคาดอยู่ที่ 48% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% กลุ่มที่กำไรดีเด่นนำโดย SCC เพิ่มขึ้น 41% จากธุรกิจปิโตรเคมี SCGP เพิ่มขึ้น 20% จากบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิล KKP เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และ TU เพิ่มขึ้น 10.9% จากอุปสงค์อาหารทะเล ขณะที่ DELTA กำไรต่ำกว่าคาด 31% จากปัญหาซัพพลายเชน ฝ่ายวิเคราะห์ยังระบุสัญญาณบวกจากยอดขายค้าปลีกสินค้าไอทีที่ COM7 และ ADVICE เติบโต 10% และ 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนกรกฎาคม กลุ่มไลฟ์สไตล์อย่าง MOSHI มียอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 9% จากกระแสของเล่นสกุชชี่ การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องโดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.5 ล้านคน และรายได้ต่อห้องพักของ ERW คาดเติบโตทั้งเทียบปีก่อนและเดือนก่อน อุปสงค์ส่งออกอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงยังแข็งแกร่ง โดย TU คาดเติบโต 5-6% และ ITC คาดเติบโต 10% กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นหุ้น COM7, ADVICE, MOSHI, CPALL, ERW, TU และ ITC
InfoQuest · 17d อ่านต่อ ▾
บล.เอเซีย พลัส ชี้บาทแข็งดึงฟันด์โฟลว์ พร้อมสแกน 17 หุ้นรับอานิสงส์
บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเกินคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องด้วยยอดซื้อสะสมเดือนนี้สูงกว่า 9.2 พันล้านบาท ล่าสุดเงินบาทแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยได้เปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในไทยที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า กลุ่มแรกคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KBANK, SCB, BBL และ KTB กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยวอย่าง AOT, CPALL และ CRC กลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศสูง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานอย่าง GULF, BGRIM, GPSC และ PTTEP และกลุ่มสายการบินอย่าง AAV และกลุ่มที่สามคือกลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารอย่าง TFG และ TVO นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนท่ามกลางความผันผวน โดยชูหุ้นปลอดภัยผสานทองคำป้องภัย พร้อมกำหนดหุ้นเด่นประจำวันคือ SYNTEC, PTT และ GUNKUL สำหรับตลาดหุ้นไทย และ LITE01 กับ ZIJIN80 สำหรับการลงทุนต่างประเทศ
HoonVision · 17d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
คิงส์ฟอร์ดแนะทยอยซื้อ 10 หุ้น Value & Defensive Play รับ SET แนวต้าน 1,620-1,630 จุด
บล.คิงส์ฟอร์ดประเมินดัชนี SET วันนี้ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,600 จุดและแนวต้าน 1,620-1,630 จุด โดยรอผลเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซและได้แรงหนุนจากกำไรบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ออกมาดี พร้อมแนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่ม Value และ Defensive Play จำนวน 10 หลักทรัพย์ ได้แก่ KBANK, KTB, GULF, GPSC, ADVANC, TRUE, CPALL, BH, BDMS และ BEM สำหรับหุ้น ADVICE ให้คำแนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.80 บาท โดยคาดกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามราคาสินค้าไอทีที่ทยอยปรับขึ้น ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนและสินค้าอื่นยังแข็งแกร่งช่วยชดเชยสินค้า iPhone ที่ขาดแคลน ตลาดคาดกำไรปี 2569-2570 ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน และ 413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนหุ้น AP ให้คำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.74 บาท โดยได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และคาดยอดขายล่วงหน้าไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนจากโครงการแนวราบและฐานต่ำปีก่อนจากแผ่นดินไหว ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และปี 2570 ที่ 4,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน โดยมี Forward PE ที่ 5.6 เท่า PBV ที่ 0.5 เท่า และ Dividend Yield ที่ 6.5%
HoonSmart · 17d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
จับตา CPALL-FORTH หลังงบไตรมาส 4 ออกมาแข็งแกร่ง
นักวิเคราะห์แนะนำจับตาหุ้น CPALL และ FORTH หลังจากทั้งสองบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ที่แข็งแกร่งเกินคาด โดย CPALL มีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นจากยอดขายสาขาเดิมที่ฟื้นตัวและรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ FORTH ได้แรงหนุนจากงานโครงการภาครัฐและธุรกิจพลังงานทดแทนที่ขยายตัวต่อเนื่อง ด้านโบรกเกอร์หลายแห่งปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายสำหรับหุ้นทั้งสองตัว สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในปีหน้า
Thunhoon · 21d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
ASPS แนะนำ CPALL, DOHOME, THAI รับประโยชน์น้ำมันอ่อนตัว พร้อมกลยุทธ์เก็งกำไร DR ต่างประเทศ
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส แนะนำหุ้น CPALL, DOHOME และ THAI เป็นหุ้นเด่นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากมีความหวังในการบรรลุข้อตกลงชั่วคราวบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดลดคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 4.0% ลงเหลือ 53% จากเดิม 67% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเกินกว่า 1% หนุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ บวก 1.7 ถึง 2.6% และส่งแรงบวกต่อเนื่องมายังตลาดหุ้นเอเชีย โดยเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 3.7% และญี่ปุ่นบวก 3.1% ฝ่ายวิจัยยังแนะนำให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงทิศทางค่าเงินเยนที่อาจเกิดภาวะ Short Squeeze หากธนาคารกลางญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาด ในด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยี คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ เตรียมห้ามนำเข้าอุปกรณ์ Optical Transceivers รุ่นใหม่จากจีนภายในปีนี้ ซึ่งเป็นลบต่อผู้ผลิตจีนอย่าง DR: ZJINNO80 แต่เป็นบวกต่อผู้ผลิตสหรัฐฯ โดยแนะนำเก็งกำไรระยะสั้นใน DR: COHR23 และ DR: LITE80 ขณะเดียวกัน SanDisk และ SK Hynix ร่วมกันเปิดตัวชิปหน่วยความจำ HBF เพื่อแก้ปัญหาคอขวดในงาน AI Inference โดยตลาดคาดการณ์ว่าผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 ของ SanDisk จะมีรายได้เติบโต 354% และกำไรต่อหุ้นพุ่งสูงถึง 11,751% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงแนะนำเก็งกำไรผ่าน DR: SNDK03 สำหรับเศรษฐกิจในประเทศ ตลาดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2569 จะขยายตัว 2.55% ขณะที่ฝ่ายวิจัยประเมินว่าเงินเฟ้อครึ่งปีหลังจะเคลื่อนไหวในกรอบ 2.65 ถึง 2.85% ซึ่งสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้มีโอกาสสูงที่ ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ไปจนถึงสิ้นปี ด้านตลาดหุ้นไทย แม้ตลาดภูมิภาคจะปรับตัวบวก แต่ดัชนี SET อาจปรับขึ้นได้น้อยกว่าเนื่องจากมีน้ำหนักหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์สูงถึง 25.1% ของมูลค่าตลาดรวม และมีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรเมื่อดัชนีทดสอบแนวต้าน 1,350 จุด กระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวและสลับมาขายสุทธิ ทำให้เกิดการหมุนเวียนกลุ่มลงทุนไปยังหุ้นที่พึ่งพิงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ CPALL ที่ได้อานิสงส์จากกำลังซื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันขาลง DOHOME ที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 จะเติบโตแข็งแกร่งจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น และ THAI ที่ได้รับประโยชน์จากการลดต้นทุนน้ำมันเครื่องบินและราคาหุ้นยังล้าหลังกลุ่มท่องเที่ยว ฝ่ายวิจัยยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการจัดพอร์ตลงทุนต่างประเทศ โดยให้เก็งกำไรใน DR: ZIJIN80 และ DR: COHR23
Kaohoon · 21d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำซื้อ CPALL และ GLOBAL
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำซื้อหุ้น CPALL และ GLOBAL โดยให้แนวต้าน แนวรับ และจุดตัดขาดทุน พร้อมประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย สำหรับ CPALL แนวต้าน 50.25 บาท แนวรับ 47.50 บาท ตัดขาดทุน 46 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 7.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน แต่ลดลง 20% จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาลและต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของ CPAXT ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมของเซเว่น อีเลฟเว่น แม็คโคร และโลตัส ยังเติบโต แต่มีแรงกดดันจากต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 62 บาท ส่วน GLOBAL แนวต้าน 8.30 บาท แนวรับ 7.50 บาท ตัดขาดทุน 7.15 บาท กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสก่อน และ 84% จากปีก่อน สูงกว่าคาด 40% หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 31.6% จากการปรับส่วนผสมผลิตภัณฑ์ไปสู่สินค้าเฮ้าส์แบรนด์และกลุ่มตกแต่งซ่อมแซมบ้าน รวมถึงประสิทธิภาพด้านจัดซื้อและโลจิสติกส์ที่ดีขึ้น ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 8 บาท
thunhoon.com · 23d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
เอเชียพลัสชี้เศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัวปลายปี 2026 แนะจัดพอร์ตไม่ประมาท เลือก 3 หุ้นเด่น
บล.เอเชียพลัสคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกและไทยจะชะลอตัวลงในช่วงปลายปี 2026 โดย GDP สหรัฐฯ และจีนในไตรมาส 4 จะลดลงมาอยู่ที่ 2.0% และ 4.6% ตามลำดับ ขณะที่ GDP ไทยจะชะลอจาก 2.8% ในไตรมาสแรกเหลือเพียง 0.9% ในไตรมาสสุดท้าย จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่กดดันราคาน้ำมันและต้นทุนสูงขึ้น นักลงทุนจึงควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคมอย่างใกล้ชิด ได้แก่ เงินเฟ้อวันที่ 6 ส.ค. ที่ตลาดคาด +2.6%YOY, GDP ไตรมาส 2 วันที่ 17 ส.ค. และการประชุม กนง. วันที่ 26 ส.ค. ซึ่งคาดคงดอกเบี้ยที่ 1.00% เอเชียพลัสแนะนำให้จัดพอร์ตแบบไม่ประมาทและเลือกลงทุนแบบเจาะจงในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเสนอ DOHOME จากกำไรไตรมาส 2 ที่คาดเติบโตเด่นและอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น, CPALL ที่กำไรฟื้นตัวต่อเนื่องและได้ประโยชน์จากเม็ดเงินรัฐบาล, และ CENTEL ที่รับอานิสงส์ท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นและนักท่องเที่ยวเข้าประเทศฟื้นตัว
HoonVision · 24d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET สัปดาห์หน้าทดสอบ 1,700 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส คาดการณ์ว่าดัชนี SET ในสัปดาห์หน้าจะปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1,680 ถึง 1,700 จุด โดยกลุ่มธนาคารและวัสดุก่อสร้างจะเป็นผู้นำตลาด พร้อมแนะนำหุ้นเด่น CPALL และ HMPRO ล่าสุดดัชนี SET ปิดที่ 1,626.57 จุด เพิ่มขึ้น 28.46 จุด หรือร้อยละ 1.77 มูลค่าการซื้อขาย 61,294.06 ล้านบาท ปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นเอเชียจากการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีและชิป ส่งผลให้หุ้น DELTA ปรับตัวขึ้นและหนุนดัชนีโดยรวม
HoonSmart · 26d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
ซีพี ออลล์ ลาว เปิดเซเว่นฯ สาขาใหม่ในสถานีรถไฟลาว-จีน นครหลวงเวียงจันทน์
บริษัท ซีพี ออลล์ ลาว จำกัด เปิดร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาใหม่ภายในสถานีรถไฟลาว-จีน นครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสปป.ลาวช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 กว่า 2.1 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นร้อยละ 47 ของเป้าหมายทั้งปีที่ 4.46 ล้านคน การเปิดสาขาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในลาวที่ปัจจุบันมีทั้งหมด 33 สาขา กระจายอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น ย่านชุมชน สถานีบริการน้ำมัน และสถานีรถไฟลาว-จีน โดยนายชัยโรจน์ ทิวัตถ์มั่นเจริญ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ. ซีพี ออลล์ ระบุว่าธุรกิจยังเติบโตตามเป้าหมาย แม้มีความท้าทายจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ แต่ลาวกลับได้ประโยชน์จากการเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวภูมิภาค สอดรับกับนโยบายเปลี่ยนประเทศจาก Land-Locked สู่ Land-Linked
Money & Banking · 28d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
กรุงศรีชี้ CPALL หุ้น Defensive Growth เป้า 66 บาท กำไรปี 69-70 โตต่อเนื่อง
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีแนะนำซื้อหุ้น CPALL ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 66 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าเป็นหุ้น Defensive Growth ที่ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ยังคงขับเคลื่อนการเติบโตผ่านนวัตกรรมสินค้าและการขยายอัตรากำไร ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติปี 2569 และ 2570 อยู่ที่ 30,500 ล้านบาท และ 32,700 ล้านบาท เติบโต 8% และ 7% ตามลำดับ ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER ล่วงหน้า 1 ปีเพียง 13.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีประมาณ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือคิดเป็นส่วนลดราว 30% และยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายประมาณ 42% ปัจจัยหนุนหลักมาจากการขยายสาขาใหม่เฉลี่ย 700 สาขาต่อปี ทำให้จำนวนสาขาเพิ่มเป็น 16,645 สาขาในปี 2569 และ 17,345 สาขาในปี 2570 ประกอบกับการพัฒนาสินค้ากลุ่ม Ready-to-eat, Ready-to-drink, Beauty และ Wellness ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจาก 29.0% ในปี 2567 เป็น 29.6% ในไตรมาส 1/2569 และคาดว่าจะขยายตัวต่ออีกราว 20 Basis Points ในปี 2569-2570 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมของ CPALL เพิ่มจาก 22.7% ในปี 2568 เป็น 23.2% ในปี 2570 สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติอยู่ที่ 7,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน แต่ลดลง 19% จากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล โดยธุรกิจ 7-Eleven ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
HoonVision · 31d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
ASPS แนะกลยุทธ์รับมือตลาดผันผวน ชู PTTEP-BCP-RCL เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส หรือ ASPS ระบุว่าภาวะลงทุนทั่วโลกกำลังผันผวนสูงจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด จึงเสนอแนวทางรับมือด้วยการเพิ่มสภาพคล่อง ลดความเสี่ยงพอร์ต และเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์ โดยแนะนำหุ้นเด่นสามตัวคือ PTTEP, BCP และ RCL ASPS ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับขึ้นประมาณ 38% ตั้งแต่ต้นเดือนและทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้แนวโน้มราคาน้ำมันไตรมาส 3/69 สูงกว่าไตรมาส 2/69 อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สงครามการค้าเปลี่ยนไปใช้มาตรา 301 ของสหรัฐซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานและการส่งออก ส่วนภาวะดอกเบี้ยสูงยาวนานอาจกดดันมูลค่าหุ้นโดยเฉพาะบริษัทที่มีภาระหนี้สูง ASPS แนะนำกลยุทธ์หลักสี่ประการ ได้แก่ เพิ่มสัดส่วนเงินสด ใช้ทองคำป้องกันความเสี่ยง เลือกหุ้นกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น และเดินเรือ และหลบเข้าหุ้นเชิงรับอย่าง CPALL และ BDMS โดยมองว่า PTTEP จะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันทรงตัวสูงและมีปันผลโดดเด่น BCP มีปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นฟื้นตัวและความเสี่ยงขาดทุนสต๊อกน้ำมันลดลง ส่วน RCL ได้อานิสงส์จากค่าระวางเรือที่ปรับขึ้น
Kaohoon · 32d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเป้า SET กลางปี 70 แตะ 1,710 จุด พร้อมแนะ 11 หุ้นเด่น
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET เป็น 1,710 จุดภายในกลางปี 2570 โดยอิงประมาณการกำไรต่อหุ้นเฉลี่ย 100.5 บาท และค่า PER เป้าหมาย 17 เท่า ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2569 ขึ้น 3% เป็น 99 บาท และปี 2570 เป็น 102 บาท สะท้อนการเติบโต 13% และ 4% จากปีก่อน ตามลำดับ พร้อมมองว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องและกระแสเงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย เนื่องจากสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติยังต่ำกว่าระดับสูงสุดในอดีต สำหรับหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ BA, BBL, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, SAPPE, STA และ TIDLOR
Kaohoon · 33d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲ impact 4
ดาวโจนส์ร่วง 507 จุด น้ำมันพุ่ง 7% เหตุฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบหนักเมื่อคืน โดยดาวโจนส์ร่วง 507 จุด หรือ 0.97% และแนสแด็กลดลง 2% หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 7% จากการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียสองลำในทะเลแดง สร้างความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับลงแรง เช่น กูเกิล ลบ 7% และเมตา ลบ 3.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มปลอดภัยอย่างอีไล ลิลลี่ บวก 1.97% และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน บวก 1.4% ด้านสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก 60 ประเทศรวมไทยในอัตรา 10% ถึง 12.5% ภายใต้มาตรา 301 โดยอ้างความล้มเหลวในการปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหุ้นส่งออกไทยอย่างไอทีซีและไทยยูเนี่ยน แม้เงินบาทอ่อนค่าจะช่วยหนุนได้บ้าง บล.พาย ประเมินกรอบดัชนี SET วันนี้ที่ 1,620 ถึง 1,650 จุด และแนะนำหุ้นกลุ่มปลอดภัย เช่น แอดวานซ์ บางกอกเชน โรงพยาบาลกรุงเทพ ซีพีออลล์ และเซ็นทรัลพัฒนา รวมถึงหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีอย่าง ปตท. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม พีทีที โกลบอล เคมิคอล และไทยออยล์
HoonSmart · 34d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
ASPS แนะ 2 ธีมลงทุนรับมือ 3 สงครามโลก ชี้หุ้นพลังงาน-ประกัน-แพทย์เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส หรือ ASPS เปิดกลยุทธ์ลงทุนรับมือความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี โดยแนะนำ 2 ธีมหลัก ธีมแรกคือหุ้นที่คาดว่ากำไรจะเติบโตทั้งเทียบไตรมาสก่อนหน้าและเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ IVL, PTTGC, BCP, TRUE, SCGP, DOHOME, PTTEP, ADVICE, SC, ADVANC, PTT และ MASTER ธีมที่สองคือหุ้นที่กำไรยังเติบโตแต่ราคายังล้าหลัง ได้แก่ BCPG, AMATA, DELTA และ CRC พร้อมกันนี้ ASPS กำหนดให้ DELTA, BDMS และ CPALL เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากปลอดภัยจากภาวะสงครามและไม่มีผลกระทบเชิงลบ นอกจากนี้ยังแนะนำการลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศอย่าง MICRON01 เพื่อรับแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากความต้องการชิปหน่วยความจำ และ OIL03 เพื่อรับอานิสงส์จากปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่หนุนราคาน้ำมัน อีกประเด็นที่น่าสนใจคือตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 การประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทยถูกปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.8% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงดัชนี Dow Jones และสวนทางกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ถูกปรับลดลง
Kaohoon · 35d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
เอเซียพลัสชี้ 3 สงครามเขย่าตลาดโลก แนะหลบภัย DELTA-BDMS-CPALL
บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจาก 3 สงครามหลัก ได้แก่ สงครามตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมัน WTI ใกล้ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สงครามการค้าที่สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีนำเข้ากับกว่า 60 ประเทศรวมไทย และสงครามเทคโนโลยีที่จีนเปิดตัวโมเดล AI ขนาด 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของ ALPHABET รายได้ 1.19 แสนล้านดอลลาร์และกำไรต่อหุ้นพุ่ง 294% YoY ส่วน TESLA กำไรต่อหุ้นหด 18% YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 16.8% ด้านตลาดหุ้นไทยประมาณการกำไรต่อหุ้นถูกปรับเพิ่มขึ้น 3.8% สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในกลุ่มพลังงาน ประกันภัย การแพทย์ ปิโตรเคมี และค้าปลีก โดยให้ DELTA BDMS และ CPALL เป็นหุ้นเด่นประจำวัน
InfoQuest · 35d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
บล.เอเชีย พลัส ชี้ 20 กลุ่มอุตสาหกรรมไหนรอด 3 สงคราม พร้อมคัด 10 หุ้นเด่น
บล.เอเชีย พลัส ระบุว่าตลาดหุ้นกำลังเผชิญแรงกดดันจาก 3 สงครามหลัก ได้แก่ สงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยได้ให้คะแนน 20 กลุ่มอุตสาหกรรมว่ากลุ่มใดจะรอดหรือได้รับประโยชน์ โดยกลุ่มผู้ชนะที่มีคะแนนระหว่าง 0 ถึง +2 ได้แก่ พลังงาน ประกันภัย การแพทย์ ปิโตรเคมี และค้าปลีก หุ้นที่แนะนำในกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วย TOP BCP BLA TLI BDMS BH PTTGC IVL CPALL และ COM7 ส่วนหุ้นเด่นประจำวันที่เลือกจากกลุ่มที่มีคะแนนไม่ติดลบ ได้แก่ DELTA BDMS และ CPALL
HoonVision · 35d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
โบรกฯ ชี้ 7 หุ้น SET50 ราคาล้าหลัง ลุ้นต่างชาติเข้าถือเพิ่ม หลังหุ้นนำตลาดแวลูเอชั่นตึง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า ดัชนี SET ปรับขึ้นกว่า 31.2% จากต้นปีถึงปัจจุบัน โดยมีแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลเข้าสู่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตามธีม AI และปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่ดีกว่าคาด แต่ที่ระดับ 1,650 จุด เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านแวลูเอชั่นที่ตึงตัว โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่นำตลาด ซึ่งมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติทะลุค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี จึงคาดว่าจะเกิดการหมุนเงินทุนไปยังหุ้น Laggard ที่มีสัดส่วนถือครองของต่างชาติและแวลูเอชั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย พร้อมกำไรยังเติบโตดี กลยุทธ์ระยะสั้นแนะนำสลับเข้าลงทุนในหุ้น Laggard ผ่าน 2 ธีม ได้แก่ Earnings Play เน้นหุ้นที่คาดกำไรไตรมาส 2/69 เติบโตดีและครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง เช่น ADVANC, CPN, GULF, PR9, SCGP และ TIDLOR และ Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี และมีโมเมนตัมกำไรดี เช่น BEM, CPALL, HMPRO, MTC, OR, TRUE และ TU
Share2Trade · 35d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▲
บล.ฟิลลิปฯ ชี้หุ้นไทยไซด์เวย์ แนะโยกเงินออกจากแบงก์เข้าสู่ 4 ธีมหลัก
บล.ฟิลลิปฯ คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,640 ถึง 1,665 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจาก Forward P/E ปี 2569 ที่ 16.7 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ที่ 17.1 เท่า และหุ้นกลุ่มธนาคารอาจเผชิญแรงขาย Sell on Fact หลังประกาศงบการเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการโครงการ TISA จะช่วยประคองไม่ให้ดัชนีปรับลงลึก และคาดว่าจะเห็นการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากกลุ่มธนาคารเข้าสู่กลุ่ม Real Sector เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่คาดว่าจะออกมาดี กลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 4 ธีมหลัก ได้แก่ เก็งงบไตรมาส 2 ปี 2569 ในหุ้นอย่าง AMATA CPALL DELTA HANA ITC KCE MRDIY MTC OSP QH SAWAD SCC STECON และ TIDLOR กลุ่มพลังงานในหุ้น BCP PTT PTTEP SPRC และ TOP เก็งมาตรการหรือโครงการรัฐในหุ้น BJC CENTEL CK CPAXT CRC DOHOME ERW GLOBAL HMPRO LH MINT และ SCC และหวังเม็ดเงินลงทุนจากจีนในหุ้น ADVANC GUNKUL GULF ROJNA WHA และ WHAUP
HoonVision · 36d อ่านต่อ ▾
3 โบรกคาด SET บ่ายไซด์เวย์กรอบ 1,644-1,657 จุด จับตาภาษีสหรัฐ-ส่งออกไทย
โบรกเกอร์ 3 แห่งประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยภาคบ่ายเคลื่อนไหวไซด์เวย์ในกรอบ 1,644 ถึง 1,657 จุด โดยเอเซีย พลัสระบุว่าดัชนีมีดาวน์ไซด์จำกัดหลังตลาดรับรู้กรณีฐานภาษีสหรัฐฯ 15-20% ไปแล้ว พร้อมจับตาการประชุม ครม. วันนี้ที่อาจขยายเวลายื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 20 กันยายน 2569 และเตรียมช่วยเหลือผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสเดือนละ 1,000 บาทช่วงสิงหาคมถึงกันยายน 2569 ซึ่งเป็นบวกเล็กน้อยต่อหุ้นค้าปลีกฐานรากอย่าง CPALL, CPAXT, BJC และ CRC ด้านเอเอสแอลมองว่าดัชนีเช้าแกว่งตัวอิงทางบวกจากแรงซื้อหุ้นใหญ่และกลุ่มชิ้นส่วนหลังเกาหลีใต้รายงานยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 52.3% แต่มีแรงขายกลุ่มธนาคารกดดันหลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ส่วนโกลเบล็กระบุว่าดัชนีพักฐานเหนือเส้น EMA ทุกเส้น โดยมีแรงซื้อกลุ่มพลังงาน วัสดุก่อสร้าง และไอซีทีหนุน แต่ยังไม่ผ่านแนวต้าน 1,655 จุดเพราะขาดปัจจัยใหม่ ทั้งนี้ ดัชนีปิดเที่ยงที่ 1,651.45 จุด บวก 5.45 จุด หรือ 0.33% มูลค่าซื้อขาย 53,531 ล้านบาท
Thunhoon · 37d อ่านต่อ ▾
Climate Adaptation & Water▲
โบรกฯ แนะสะสมหุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์-เครื่องดื่ม ก่อนเอลนีโญทวีความรุนแรงปลายปี
โบรกเกอร์แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์และกลุ่มเครื่องดื่มก่อนที่ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญจะชัดเจนในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า หลังจากศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศของ NOAA ประกาศว่าโลกเข้าสู่ภาวะเอลนีโญอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 และประเมินว่ามีโอกาส 63% ที่จะทวีความรุนแรงเป็นซูเปอร์เอลนีโญในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 ถึงมกราคม 2027 ซึ่งอาจทำให้ไทยเผชิญอากาศร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ โดยในอดีตช่วงซูเปอร์เอลนีโญ ไทยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีลดลงเหลือประมาณ 1,446 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 40 ปีที่ 1,596 มิลลิเมตรราว 9.4% และอุณหภูมิสูงสุดแตะระดับประมาณ 41 องศาเซลเซียส สูงกว่าช่วงปกติราว 2 องศาเซลเซียส ด้านกลุ่มเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อหมู มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความเครียดจากความร้อนทำให้หมูโตช้าและเสี่ยงโรค ส่งผลให้ปริมาณหมูออกสู่ตลาดลดลง โดยข้อมูลในอดีตช่วงปี 2004 ถึง 2023 พบว่าราคาเนื้อหมูปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 17% ในช่วงเอลนีโญ เทียบกับราคาเนื้อไก่ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 12% ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มและร้านสะดวกซื้อมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการบริโภคเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้นในช่วงอากาศร้อน โบรกเกอร์จึงแนะนำหุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์ ได้แก่ BTG, TFG และ CPF และกลุ่มเครื่องดื่ม ได้แก่ ICHI, CBG และ OSP รวมถึงร้านสะดวกซื้อ CPALL
thunhoon.com · 37d อ่านต่อ ▾
CPALL ตั้งเป้าขยาย 7-Eleven 700 สาขาในไทยปี 2026
CPALL ยังคงเป้าหมายการเติบโตในปี 2026 โดยตั้งเป้ายอดขายสาขาเดิมเติบโตใกล้เคียง GDP ที่ 1.5% พร้อมเดินหน้าขยาย 7-Eleven อีก 700 สาขาในประเทศไทย ใช้งบลงทุน 12,000–13,600 ล้านบาทสำหรับการเปิดสาขาใหม่ รีโนเวทสาขา ศูนย์กระจายสินค้า และระบบ IT นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าขยายอัตรากำไรขั้นต้นอีก 10–20 bps ต่อปีจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง และมีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลสูงกว่านโยบาย จากปีล่าสุดที่จ่าย 59% ของกำไรสุทธิหรือ 1.65 บาทต่อหุ้น ด้านการบริหารการเงิน บริษัทออกหุ้นกู้ชุดใหม่ CPALL266A อายุ 5 ปี 10 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.53% เพื่อรีไฟแนนซ์หุ้นกู้เดิม คาดประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 87 ล้านบาทต่อปี โดย Net Debt to Equity อยู่เพียง 0.76 เท่า ต่ำกว่าข้อกำหนดทางการเงินที่ 2.0 เท่า และยังมีนโยบายลดหนี้ปีละ 3,000–5,000 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกของ CPALL ยังคงดำเนินงานตามเดิมและไม่มีผลกระทบจาก Virtual Bank หลังที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติไม่อนุมัติการโอนธุรกิจในเครือเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าว
HoonVision · 37d อ่านต่อ ▾
CPALL.BK▼
ตลาดหุ้นไทยอาจปรับตัวลงต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นไทยอาจปรับตัวลงต่อเนื่องในวันพุธ หลังจากดัชนี SET ปรับลดลง 5.30 จุด หรือร้อยละ 0.38 ปิดที่ 1,401.72 จุดในวันอังคาร การปรับตัวลงได้รับแรงกดดันจากการขาดทุนในหุ้นกลุ่มอาหาร การเงิน อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี โดยหุ้นซีพี ออลล์ ร่วงลงร้อยละ 1.83 และหุ้นบัตรกรุงไทย ลดลงร้อยละ 1.13 ตลาดโลกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความหวังที่ลดลงเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐในระยะใกล้นี้ ซึ่งส่งผลให้วอลล์สตรีทปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 231.86 จุด หรือร้อยละ 0.62 ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลงร้อยละ 0.37 เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่สูงขึ้นและผลประกอบการที่น่าผิดหวังจากโกลด์แมน แซคส์ และมอร์แกน สแตนลีย์ กดดันความเชื่อมั่น ราคาน้ำมันก็ปรับตัวลงเล็กน้อย โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต ปิดที่ 72.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
RTTNews · 49d อ่านต่อ ▾