Computer & Electronics Retail▲
กสิกรไทยเชียร์ซื้อ PLANB และ COM7 หลังผู้ถือหุ้นไฟเขียว PLANB นั่งบอร์ด COM7 2 ที่นั่ง
บล.กสิกรไทยมองบวกหุ้น PLANB และ COM7 หลังที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ COM7 มีมติอนุมัติแต่งตั้งกรรมการใหม่ 2 รายที่ PLANB เสนอชื่อ ได้แก่คุณปรินทร์ และดร. พินิจสรณ์ เข้านั่งบอร์ด COM7 ส่งผลให้ PLANB มีแนวโน้มสูงที่จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก COM7 ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในไตรมาส 4/69 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำซื้อทั้งสองหุ้น โดยให้ราคาเป้าหมาย PLANB ที่ 6.68 บาท จากปัจจัยหนุนทั้งธุรกิจสื่อ OOH ที่ทำผลงานได้ดี การเติบโตของธุรกิจ non-OOH ที่มีอัตรากำไรสูง และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก COM7 เต็มปีในปี 2570 ขณะที่หุ้นยังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและเทียบบริษัทคู่แข่งทั่วโลก ส่วน COM7 ฝ่ายวิจัยระบุว่ากระแสตอบรับการพรีออเดอร์ iPhone 18 Series อยู่ในระดับค่อนข้างดี จึงคาดว่ายอดขายไตรมาส 3/69 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบปีต่อปีและไตรมาสต่อไตรมาส พร้อมคงคำแนะนำซื้อด้วยราคาเป้าหมาย 34.12 บาท และมองว่าราคาซื้อเฉลี่ยของ PLANB ที่ 27.44 บาท อาจเป็นระดับที่เหมาะสำหรับการกลับเข้าลงทุนอีกครั้ง
Computer & Electronics Retail▲
COM7 เผยยอดจอง iPhone 18 Series ทะลุรุ่นก่อน เตรียมเปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค.นี้
COM7 เปิดเผยว่ายอดจอง iPhone 18 Series โดยรวมเติบโตสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะ iPhone 18 Pro Max สี Burgundy ที่มียอดจองสูงสุด ตามด้วยสี Glacier นางสาวแก้วเจียระไน เขมาสิทธิ์ ผู้อำนวยการอาสุโสกลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 กล่าวว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาพร้อมชิป A20 Pro, Vapor Chamber เจเนอเรชั่นใหม่ และ Neural Engine 16-core แบบคู่ ขณะที่แคมเปญ Trade IN+ มีผู้ลงทะเบียนสนใจนำเครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ด้านนายถกล นิยมไทย นักลงทุนสัมพันธ์ COM7 กล่าวว่า บริษัทมีโปรแกรมผ่อนชำระ 0% ผ่านบัตรเครดิตสูงสุด 36 เดือน และสินเชื่อ UFUND ผ่อนชำระสูงสุด 48 เดือน พร้อมข้อเสนอและสิทธิพิเศษสูงสุด 10,000 บาท และจะส่งมอบ iPhone 18 Series ผ่านเครือข่ายกว่า 1,300 สาขาทั่วประเทศ iPhone 18 Pro ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท และ iPhone 18 Pro Max ราคาเริ่มต้น 52,900 บาท โดย COM7 เตรียมเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า iPhone Duo อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 19.00 น. และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ราคาเริ่มต้น 79,900 บาท พร้อมกันนี้ Apple ยังเตรียมเปิดตัว Apple Watch Series 12 ราคาเริ่มต้น 14,900 บาท, Apple Watch Ultra 4 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท, Apple Watch SE 3 ราคาเริ่มต้น 8,500 บาท และ AirPods 5 ราคาเริ่มต้น 4,790 บาท
Computer & Electronics Retail▲
ฟินันเซียฯ คงแนะนำซื้อ COM7 เป้า 35 บาท หลัง PLANB นั่งกรรมการ ยอดจอง iPhone 18 พุ่ง
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำซื้อหุ้น บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ที่ราคาเป้าหมาย 35 บาท หลังผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติแต่งตั้งกรรมการเพิ่ม 2 ราย ตามคาด ได้แก่ นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB และนายพินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์ กรรมการ PLANB ส่งผลให้ COM7 มีจำนวนกรรมการเพิ่มเป็น 9 ราย จากเดิม 7 ราย โดยฝ่ายวิเคราะห์มองว่า COM7 มีโอกาสได้ประโยชน์จากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ PLANB ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านรายใหญ่ของไทย และยังต้องติดตามการต่อยอดความร่วมมือด้านสื่อ เช่น การทำโฆษณาภายในร้าน Banana และบนรถ EV7 ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสร้าง Upside ต่อกำไรปี 2570 ราว 1-2% ประเด็นที่น่าสนใจในระยะสั้นคือยอดจอง iPhone รุ่นใหม่ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับ COM7 พบว่า ยอดจอง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ในแง่จำนวนเครื่อง สูงกว่ายอดจอง iPhone 17 Series รวมทุกรุ่น ซึ่งมองเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อ sentiment ของหุ้น COM7 และสอดคล้องกับ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ที่พบว่ายอดจอง iPhone รุ่นดังกล่าวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากจำนวนเครื่องที่ได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ iPhone 17 Series อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามยอดขายจริงตั้งแต่วันวางจำหน่ายวันแรกในวันที่ 18 ก.ย. 2569 จนถึงไตรมาส 4/2569 รวมถึงความเพียงพอของสินค้า iPhone รุ่นใหม่ในระยะถัดไป ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Apple และมีทิศทางดีกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์และตลาดคาดไว้เดิม พร้อมคงคำแนะนำซื้อ COM7 ราคาเป้าหมาย 35 บาท และ SYNEX ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท
Computer & Electronics Retail▲
COM7 ตั้งกรรมการใหม่ 2 ท่านจาก PLANB รับอานิสงส์ยอดจอง iPhone 18 ล้น
บล.เอเชีย พลัส ประเมินหุ้น COM7 หลังที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวานนี้มีมติอนุมัติแต่งตั้งกรรมการเพิ่ม 2 ท่าน จากเดิม 7 ท่าน เป็น 9 ท่าน โดยทั้งสองเป็นผู้บริหารจากบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ได้แก่ นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายพินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ PLANB ได้เข้าลงทุนในหุ้นของ COM7 และปัจจุบันถือหุ้นอยู่ 11.01% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท วันนี้ COM7 จะเริ่มจำหน่าย iPhone 18 เป็นวันแรก หลังกระแสตอบรับและยอดจองดี โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นรุ่น iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max สูงกว่าราคาเปิดตัว iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ราว 8%-11% ซึ่งบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือน ก.ย. ส่วนรุ่น iPhone Duo จอพับ ซึ่งเป็นรุ่นแพงสุด มีราคาเริ่มต้นที่ 79,900 บาท จะเริ่มจำหน่ายในเดือน ต.ค. นี้ ฝ่ายวิจัยมองการเพิ่มกรรมการ 2 ท่านจาก PLANB เป็นบวกต่อทั้ง COM7 และ PLANB โดยคาดหวัง synergy ในช่วง 4Q69 ผ่านการบริหารพื้นที่โฆษณาหน้าสาขาของ COM7 ที่มีอยู่เกือบ 1,400 แห่ง รวมทั้งสื่อโฆษณาในรถแท็กซี่ EV7 อีกราว 5,000 คันในปีนี้ แต่ยังไม่รวม upside นี้ไว้ในประมาณการ สำหรับแนวโน้มกำไรงวด 3Q69 ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะเป็นลบเล็กน้อย QoQ เพราะอยู่ในช่วง low season และ iPhone 18 ยังไม่เปิดตัวครบทุกรุ่น โดยรุ่น Standard น่าจะเปิดตัวปลาย 1Q70 แต่คาดว่ากำไรจะเติบโต YoY ในระดับแข็งแกร่ง จากธุรกิจ UFUND สินเชื่อ และ iCare ประกันภัยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้อานิสงส์ตามยอดขาย iPhone ฝ่ายวิจัยคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 แบบอนุรักษ์นิยมที่ 4.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY พร้อมคงคำแนะนำ Trading ที่ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 33.00 บาท อิง PER ที่ 14.9 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาว และยังคาดหวังกำไรเติบโตสูง YoY ใน 3Q69 และเร่งตัวขึ้นใน 4Q69 ซึ่งเป็นช่วง high season
Computer & Electronics Retail▲
กรุงศรีชี้ COM7 กำไร 3Q26F มี Upside แตะ 1.3–1.4 พันลบ. จากยอดขาย iPhone เกินคาด
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า COM7 เป็น Conviction Call ในกลุ่มค้าปลีกสินค้าไอที โดยมองบวกมากขึ้นต่อโมเมนตัมกำไรปกติใน 2H26F ต่อเนื่องถึงปี 2027F หลังยอดขาย 3QTD เติบโตมากกว่า 20% y-y สูงกว่าสมมติฐานของบริษัทที่ 16% y-y ประกอบกับยอดจอง iPhone 18 Pro/Pro Max ยังแข็งแกร่ง แม้ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8–11% y-y ทำให้กำไรปกติ 3Q26F มีโอกาสเกิด Upside จากประมาณการปัจจุบันที่ 1.1 พันลบ. สู่ 1.3–1.4 พันลบ. ด้านธุรกิจสินเชื่อ Ufund Capital มีแผนเพิ่มทุนแบบ PP ให้กับกลุ่มพันธมิตรบางส่วน โดยเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 600 ลบ. เป็น 2,040 ลบ. แล้ว คาดช่วยผ่อนคลายข้อจำกัดด้าน D/E ที่ปัจจุบันอยู่ใกล้เงื่อนไขเงินกู้ที่ 2.5 เท่า และเพิ่มความสามารถรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ UFUND ระยะถัดไป ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026–27F จากปัจจุบันที่คาดโต 13% และ 9% y-y โดยทุกยอดขายที่สูงกว่าสมมติฐาน 1% จะเพิ่มกำไรปกติราว 2% และราคาเป้าหมายประมาณ 0.75 บาท/หุ้น พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเป้าหมายปี 2027F ที่ 35.0 บาท.
Computer & Electronics Retail▲
กำไรสุทธิไตรมาส 2 ของ GameStop เพิ่มขึ้นเป็น 298.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ของสะสมคิดเป็น 45.1% ของยอดขาย
GameStop Corp. รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 อยู่ที่ 298.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 168.6 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน แม้ว่ารายได้จะลดลงเหลือ 790.2 ล้านดอลลาร์ จาก 972.2 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ Wall Street Journal เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 ผู้ค้าปลีกวิดีโอเกมรายนี้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายทั้งปีเป็นมากกว่า 650 ล้านดอลลาร์ จากเป้าหมายเดิมที่มากกว่า 600 ล้านดอลลาร์ รายได้จากของสะสมพุ่งขึ้น 57% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็นประมาณ 356.3 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันคิดเป็น 45.1% ของยอดขายรวม และช่วยดันอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 43.7% จาก 29.1% ในปีก่อน กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายปรับขึ้นเป็นประมาณ 174 ล้านดอลลาร์ จาก 75.7 ล้านดอลลาร์ และกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 160.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงที่สุดสำหรับไตรมาส 2 ในประวัติศาสตร์ของบริษัท กำไรสุทธิของไตรมาสนี้ได้แรงหนุนจากกำไรสุทธิประมาณ 238 ล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับส่วนได้เสียใน eBay ของ GameStop ขณะที่ขาดทุนประมาณ 75 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์ดิจิทัลและลูกหนี้ที่เกี่ยวข้องสะท้อนการแกว่งตัวของพอร์ตการลงทุน รายได้จากวิดีโอเกมลดลงเหลือประมาณ 263.2 ล้านดอลลาร์ จาก 494.6 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน และบริษัทได้ไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ลดหนี้ระยะยาวเหลือประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์
Computer & Electronics Retail▲
COM7 ปรับเป้ารายได้ปี 69 โต 10-15% กำไรพุ่งกว่า 20%
บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ว่ามีกำไรสุทธิในส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ 1,303.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.9% ขณะที่กำไรช่วงครึ่งปี 69 อยู่ที่ 2,529.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.49% โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 2/69 เท่ากับ 24,111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,398 ล้านบาท หรือ 16.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน จากความต้องการสมาร์ทโฟนที่เติบโตทั้งระบบ iOS และ Android นายถกล นิยมไทย หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เปิดเผยในงาน Earnings Call ว่าบริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้เป็น 10-15% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 10% ส่วนกำไรสุทธิหลังหักภาษีคาดเป้าหมายมากกว่า 20% จากเป้าหมายเดิมที่คาดโต 10-15% เทียบกับปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากราคาหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 200-300% แบบไตรมาสต่อไตรมาส ด้านภาพรวมสาขาในปีนี้ทั้งแบรนด์ BaNANA และ Studio7 คาดเปิดได้รวม 1,400 แห่ง จากสิ้นไตรมาส 2/69 ทำได้แล้ว 1,323 สาขา ขณะที่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าคาดปีนี้ขายได้ 4,400 คัน จากครึ่งปีแรกที่ขายรถรุ่น AION i60 ทำได้แล้ว 2,029 คัน และยอดปล่อยเช่ารถแท็กซี่ EV คาดทั้งปีทำได้ 5,000 คัน จากครึ่งปีแรกปล่อยเช่าแล้ว 3,829 คัน
Computer & Electronics Retail▲
GameStop รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ธุรกิจของสะสมคิดเป็น 45.1% ของยอดขายสุทธิ
GameStop รายงานยอดขายไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ 790.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 298.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2 ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์และกำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ธุรกิจของสะสมของบริษัทพุ่งขึ้น 57% และเติบโตจนคิดเป็น 45.1% ของยอดขายสุทธิ ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายปรับปรุงเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า แม้ว่ารายได้โดยรวมจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ไรอัน โคเฮน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเพิ่งซื้อหุ้น 1,000,000 หุ้นในตลาดเปิดด้วยเงินส่วนตัว และบริษัทได้หยุดโครงการซื้อหุ้นคืนภายใต้โครงการใหม่ มุมมองมูลค่ายุติธรรมห้ามุมมองจากชุมชน Simply Wall St ต่อหุ้นนี้อยู่ในช่วงประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐ ถึงกว่า 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันอย่างกว้างขวางว่าการเติบโตของธุรกิจของสะสมและกำไรจากการลงทุนจะยั่งยืนเพียงใด
Computer & Electronics Retail▲
เดเบนแฮมส์ กรุ๊ป ขายแบรนด์แนสตี้ กัล ให้ WSG แบรนด์ส ในราคา 16 ล้านดอลลาร์
เดเบนแฮมส์ กรุ๊ป ได้ขายแบรนด์แนสตี้ กัล รวมถึงสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลก ให้กับไวท์ สเปซ กรุ๊ป นิว ยอร์ก ในราคา 16 ล้านดอลลาร์เป็นเงินสด ผู้ค้าปลีกสัญชาติอังกฤษรายนี้ ซึ่งเดิมรู้จักในชื่อ บูฮู กรุ๊ป ได้ซื้อแนสตี้ กัลออกจากการล้มละลายในปี 2017 ด้วยเงินสดราว 20 ล้านดอลลาร์ และช่วยให้แบรนด์แฟชั่นเร็วสัญชาติอเมริกัน ซึ่งเริ่มต้นจากร้านขายเสื้อผ้าวินเทจบนอีเบย์ กลับมามีกำไร เดเบนแฮมส์ระบุว่าแนสตี้ กัลมียอดขายสินค้ารวม 12 ล้านปอนด์ และกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายปรับปรุงแล้ว 400,000 ปอนด์ในปี 2026 โดยอธิบายว่าแบรนด์นี้ไม่ใช่ธุรกิจหลักและไม่มีนัยสำคัญต่อกลุ่ม การขายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มขายระบบอัตโนมัติที่ศูนย์กระจายสินค้าในเมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ในราคา 90 ล้านปอนด์ โดยโอนสัญญาเช่าให้พริมาร์ก และเดเบนแฮมส์กล่าวว่าสอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบที่ขับเคลื่อนด้วยมาร์เก็ตเพลส ซึ่งใช้ทุนน้อย สต็อกน้อย ต้นทุนน้อย และสร้างกระแสเงินสด โดยตั้งเป้าให้มาร์เก็ตเพลสคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสินค้ารวม แดน ฟินลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกล่าวว่าการพลิกฟื้นยังคงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และบริษัทเสริมว่ากลับมามีการเติบโตของมูลค่าสินค้ารวมในไตรมาสแรก โดยการเติบโตเร่งขึ้นในไตรมาสที่สอง ก่อนการประกาศผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกในปลายสัปดาห์นี้ WSG ซึ่งเป็นบริษัทบริหารแบรนด์ เป็นเจ้าของวอน ดัตช์ และแบรนด์แฟชั่นสตรีอย่างวินเทจ ฮาวานา และเซิร์ฟ ยิปซี และถือสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของออลเบิร์ดสร่วมกับอเมริกัน เอ็กซ์เชนจ์ กรุ๊ป
Computer & Electronics Retail▲
GameStop รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 160.2 ล้านดอลลาร์
GameStop รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2 ที่ 160.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขไตรมาส 2 ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท โดยกำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงอยู่ที่ 158.7 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 64.7 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ยอดขายสุทธิของสินค้าสะสมเพิ่มขึ้น 57% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 356.3 ล้านดอลลาร์ และคิดเป็น 45.1% ของยอดขายสุทธิรวม เพิ่มขึ้นจาก 23.4% ในปี 2025 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเหลือ 187.1 ล้านดอลลาร์ จาก 218.8 ล้านดอลลาร์ กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายปรับปรุงรายไตรมาสเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 174 ล้านดอลลาร์ จาก 75.7 ล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิปรับปรุงเพิ่มขึ้นเป็น 161.1 ล้านดอลลาร์ จาก 138.3 ล้านดอลลาร์ ยอดขายสุทธิลดลง 18.7% เหลือ 790.2 ล้านดอลลาร์ จาก 972.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทอธิบายว่าเป็นผลจากการเปิดตัว Nintendo Switch 2 ในปีก่อน การขายกิจการในฝรั่งเศส และการปิดสาขา หลังสิ้นสุดไตรมาส GameStop ลดหนี้ระยะยาวลงเหลือประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์ ผ่านการแลกเปลี่ยนที่เจรจาแบบส่วนตัวซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน โดยไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพอาวุโสอัตราดอกเบี้ย 0.00% ครบกำหนดปี 2030 และ 2032 มูลค่าประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ และฝ่ายบริหารปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายปรับปรุงสำหรับปีงบประมาณ 2026 ทั้งปีเป็นมากกว่า 650 ล้านดอลลาร์ จากเดิมมากกว่า 600 ล้านดอลลาร์
Computer & Electronics Retail▲
ซีอีโอ GameStop ไรอัน โคเฮน และซีอีโอ Uber ดารา โคสโรว์ชาฮี ซื้อหุ้นบริษัทตัวเองหลายล้านหุ้น
ไรอัน โคเฮน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GameStop และดารา โคสโรว์ชาฮี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Uber ต่างซื้อหุ้นของบริษัทตัวเองในตลาดเปิดตามดุลยพินิจเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 โดยใช้เงินประมาณ 20 ล้านดอลลาร์และ 10 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ โคเฮน ซึ่งรายงานในฐานะกรรมการ ประธานบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานคณะกรรมการของ GameStop ได้ซื้อหุ้นสามัญคลาส A จำนวน 1,000,000 หุ้นในราคา 20.3759 ดอลลาร์ ขณะที่ Alain Attal กรรมการ ได้ซื้อหุ้น 5,000 หุ้นในราคา 20.00 ดอลลาร์ในวันเดียวกัน โคสโรว์ชาฮี ในฐานะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Uber ได้ซื้อหุ้นสามัญจำนวน 141,000 หุ้นในราคา 70.9642 ดอลลาร์ ในการยื่นแบบฟอร์ม 4 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐทั้งสองฉบับ ช่องที่ระบุว่าการซื้อขายดำเนินการภายใต้แผนการซื้อขาย Rule 10b5-1 ที่จัดไว้ล่วงหน้านั้นไม่ได้ถูกทำเครื่องหมายไว้ ซึ่งหมายความว่าการซื้อครั้งนี้เป็นไปตามดุลยพินิจ รหัสธุรกรรม P ซึ่งเป็นการซื้อในตลาดเปิด เป็นการดำเนินการของคนวงในที่พบได้ยากที่สุด และไม่มีคำอธิบายตามปกติ เช่น การหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือการกระจายความเสี่ยง โคเฮนเข้าซื้อในจังหวะที่ GameStop กำลังฟื้นตัว โดยรายได้จากสินค้าสะสมในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2026 พุ่งขึ้น 57% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 356.3 ล้านดอลลาร์ และฝ่ายบริหารได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายสำหรับปีงบประมาณ 2026 เป็นมากกว่า 650 ล้านดอลลาร์ ส่วนโคสโรว์ชาฮีเข้าซื้อในจังหวะที่หุ้น Uber ปรับตัวลง โดยหุ้นลดลง 24.3% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แม้ว่าการจองขั้นต้นในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2026 จะเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 58.02 พันล้านดอลลาร์ และราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์อยู่ที่ 101.21 ดอลลาร์
Computer & Electronics Retail▲
ไรอัน โคเฮน ประธาน GameStop ซื้อหุ้น 1 ล้านหุ้น มูลค่า 20.4 ล้านดอลลาร์
ไรอัน โคเฮน มหาเศรษฐีผู้ดำรงตำแหน่งประธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการของ GameStop Corp ได้ซื้อหุ้นของบริษัทจำนวน 1.0 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 20.4 ล้านดอลลาร์ ตามเอกสารการยื่นแบบฟอร์ม 4 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ การซื้อหุ้นครั้งนี้กระทำผ่านหลายรายการในช่วงราคาตั้งแต่ 20.0199 ถึง 20.4699 ดอลลาร์ต่อหุ้น คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ 20.38 ดอลลาร์ การซื้อครั้งนี้ทำให้จำนวนหุ้นที่โคเฮนถือครองโดยตรงเพิ่มขึ้นเป็น 39,347,842 หุ้น จากเดิม 38,347,842 หุ้น คิดเป็นมูลค่าถือครอง 802.3 ล้านดอลลาร์ อ้างอิงจากราคาปิดตลาดวันที่ 10 กันยายน 2026 ที่ 20.39 ดอลลาร์ ปัจจุบันสัดส่วนการถือหุ้นของบุคคลวงในของ GameStop อยู่ที่ร้อยละ 9 โดยโคเฮนยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของหุ้นที่จำหน่ายแล้ว บริษัทเพิ่งรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่สองพุ่งขึ้นร้อยละ 77 พร้อมกับรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
Computer & Electronics Retail▲
เบสต์บายปรับเพิ่มคาดการณ์ปีงบประมาณ 2570 หลังโฆษณาและมาร์เก็ตเพลสหนุนความสามารถทำกำไร
บริษัท เบสต์บาย จำกัด ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการปีงบประมาณ 2570 หลังจากผลประกอบการไตรมาสสองดีกว่าที่คาด โดยปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้เป็น 4.23-4.28 หมื่นล้านดอลลาร์ จากเดิม 4.12-4.21 หมื่นล้านดอลลาร์ และปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปรับปรุงเป็น 6.70-6.90 ดอลลาร์ จากเดิม 6.30-6.60 ดอลลาร์ บริษัทยังปรับเพิ่มคาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงเป็นร้อยละ 4.4-4.5 จากเดิมร้อยละ 4.3-4.4 และคาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9-3 เทียบกับกรอบเดิมที่คาดว่าจะลดลงร้อยละ 1 ถึงเติบโตร้อยละ 1 อัตรากำไรขั้นต้นในประเทศขยายตัว 60 เบซิสพอยต์เป็นร้อยละ 24 ในไตรมาสสอง โดยได้แรงหนุนจากมาร์เก็ตเพลส โฆษณาของเบสต์บาย และเงินคืนภาษีนำเข้าประมาณ 34 ล้านดอลลาร์ และฝ่ายบริหารคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นปีงบประมาณ 2570 จะปรับดีขึ้นประมาณ 30-40 เบซิสพอยต์ มูลค่าสินค้ารวมของมาร์เก็ตเพลสในประเทศแตะประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสสอง และเบสต์บายปรับเพิ่มคาดการณ์มาร์เก็ตเพลสทั้งปีเป็น 1.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่โฆษณาของเบสต์บายคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 10 ในปีงบประมาณ 2570 หลังจากมียอดเรียกเก็บประมาณ 900 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว กลุ่มคอมพิวติ้งบันทึกการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเป็นบวกติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 10 และยอดขายโทรทัศน์ในประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 10 แม้ว่าต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมจะผลักดันราคาสินค้ากลุ่มคอมพิวติ้งให้สูงขึ้น โดยราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในระดับกลางของเลขหลักสิบ และปริมาณการขายลดลงในระดับสูงของเลขหลักเดียว
Computer & Electronics Retail
เบสต์บายปรับเพิ่มคาดการณ์ปีงบประมาณ 2027 ขณะมูลค่าหุ้นสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปี
บริษัท เบสต์บาย จำกัด (มหาชน) ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปีงบประมาณ 2027 เป็น 4.23-4.28 หมื่นล้านดอลลาร์ และปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปรับปรุงเป็น 6.70-6.90 ดอลลาร์ โดยคาดว่ายอดขายสาขาเทียบเคียงจะเพิ่มขึ้น 1.9-3% เทียบกับคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะลดลง 1% ถึงเพิ่มขึ้น 1% ประมาณการฉันทามติของแซ็กส์สำหรับกำไรปีงบประมาณ 2027 อยู่ที่ 6.79 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่า 6.43 ดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2026 และประมาณการดังกล่าวปรับขึ้น 3.8% ในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากผลกำไรไตรมาสล่าสุดสูงกว่าคาด 7.3% ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ 12.5 เท่าของกำไรล่วงหน้า 12 เดือน สูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีที่ 11.5 เท่า แต่ยังอยู่ในช่วง 5 ปีที่ 7.0-15.5 เท่า โดยมีอัตราส่วน PEG อยู่ที่ 2.10 เบสต์บายสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1.30 พันล้านดอลลาร์ในครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้นจาก 783 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน และถือเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 2.26 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส เทียบกับ 1.46 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 4.4% และคาดว่าจะซื้อหุ้นคืนประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2027 ความเสี่ยง include ต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งดันราคาขายเฉลี่ยของสินค้ากลุ่มคอมพิวติ้งขึ้นในระดับกลางๆ ของเลขหลักสิบในไตรมาสที่สอง ขณะที่ปริมาณขายเป็นหน่วยลดลงในระดับสูงของเลขหลักเดียว การเพิ่มขึ้นราว 20 เบซิสพอยต์ที่วางแผนไว้ของอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับปรุงรายปี และบรรยากาศการส่งเสริมการขายที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากยอดขายสาขาเทียบเคียงไตรมาสสองของบริษัท ทาร์เก็ต ที่เติบโต 3.8% และการลดราคาสินค้าที่ซื้อบ่อยกว่า 10,000 รายการ รวมถึงการเติบโตของอีคอมเมิร์ซทั่วโลกของบริษัท วอลมาร์ท ที่ 23% หุ้นดังกล่าวมีอันดับแซ็กส์ที่ 3 (ถือ) พร้อมคะแนนด้านมูลค่า การเติบโต โมเมนตัม และ VGM อยู่ที่ระดับ A
Computer & Electronics Retail▲
เบสต์บายปรับเพิ่มคาดการณ์ปีงบประมาณ 2027 หลังกำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคาด
เบสต์บายรายงานกำไรปรับปรุงไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.47 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 15% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.37 ดอลลาร์ ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 3.6% แตะ 9.78 พันล้านดอลลาร์ และยอดขายสาขาเดิมของบริษัทเพิ่มขึ้น 4.1% ค้าปลีกรายนี้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปีงบประมาณ 2027 เป็น 4.23 หมื่นล้านถึง 4.28 หมื่นล้านดอลลาร์ และคาดการณ์กำไรปรับปรุงเป็น 6.70 ถึง 6.90 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยคาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะเพิ่มขึ้น 1.9% ถึง 3% จากเดิมที่คาดว่าจะลดลง 1% ถึงเพิ่มขึ้น 1% ยอดขายสาขาเดิมในประเทศเพิ่มขึ้น 4.5% และยอดขายออนไลน์สาขาเดิมในประเทศเพิ่มขึ้น 5.1% โดยอัตรากำไรขั้นต้นในประเทศขยายตัว 60 เบซิสพอยต์เป็น 24% ได้แรงหนุนจากมาร์เก็ตเพลส เบสต์บายแอดส์ และเงินคืนภาษีนำเข้าประมาณ 34 ล้านดอลลาร์ กลุ่มคอมพิวติ้งมียอดขายสาขาเดิมเติบโตเป็นไตรมาสที่ 10 ติดต่อกัน และโทรศัพท์มือถือเติบโตเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน ขณะที่ยอดขายรวมของแว่นตาเอไอ การ์ดสะสม และแหวนสุขภาพมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปี และช่วยหนุนการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมประมาณ 1 จุดเปอร์เซ็นต์ ฝ่ายบริหารคาดว่าการเติบโตของกลุ่มคอมพิวติ้งจะชะลอลงในครึ่งปีหลัง เนื่องจากฐานเปรียบเทียบเริ่มสูงขึ้นและต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นเริ่มส่งผลต่อสินค้าในร้าน ส่วนหุ้นซื้อขายที่ระดับ 12.5 เท่าของประมาณการกำไรต่อหุ้นล่วงหน้า 12 เดือน ซึ่งสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีที่ 11.5 เท่า และได้รับการจัดอันดับจากแซ็กส์ที่ระดับ 3 (ถือ)
Computer & Electronics Retail▲
กรรมการเกมสต็อปซื้อหุ้นสามัญ 1 ล้านหุ้น มูลค่า 20.3759 ล้านดอลลาร์
Cohen Ryan กรรมการของเกมสต็อปได้ซื้อหุ้นสามัญจำนวน 1 ล้านหุ้น ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 20.3759 ดอลลาร์ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 20.3759 ล้านดอลลาร์ ข้อมูลดังกล่าวปรากฏในเอกสารที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 กันยายน โดยวันที่เข้าซื้อก็คือวันที่ 10 กันยายนเช่นกัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ กำหนดให้บุคคลภายในของบริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลการซื้อขายและการถือครองหุ้น หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานะการถือครองของกรรมการ ผู้บริหารระดับสูง หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป จะต้องยื่นแบบรายงานการถือครองที่เรียกว่า Form 3, 4 และ 5 ภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังการซื้อขายสิ้นสุดลง
Computer & Electronics Retail▲
เดเบนแฮมส์ขายสินทรัพย์คลังเชฟฟิลด์ให้พริมาร์ก 90 ล้านปอนด์
กลุ่มเดเบนแฮมส์ตกลงขายสินทรัพย์ระบบอัตโนมัติที่ศูนย์กระจายสินค้าเชฟฟิลด์ และโอนสัญญาเช่าที่เกี่ยวข้องให้พริมาร์กสโตร์ส เป็นเงินสด 90 ล้านปอนด์ การซื้อขายครั้งนี้ควรทำให้บริษัทมีหนี้สินสุทธิเหลือเพียงเล็กน้อยภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 หุ้นของกลุ่มเดเบนแฮมส์ ซึ่งเดิมชื่อกลุ่มบูฮู พุ่งขึ้นราวร้อยละ 8 จากข่าวนี้ บริษัทได้รับเงิน 76.5 ล้านปอนด์เมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้น โดยอีก 13.5 ล้านปอนด์จะได้รับเมื่อส่งมอบพื้นที่ว่างในช่วงต้นปีหน้า ทั้งหมดนี้จะเสริมความแข็งแกร่งให้งบดุลที่ยังมีหนี้สินสุทธิ 93.2 ล้านปอนด์ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ฝ่ายบริหารคาดว่าหนี้สินสุทธิจะเหลือเพียงเล็กน้อยภายในสิ้นปีงบการเงินปัจจุบันในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งดีขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่จะลดอัตราหนี้ต่อกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายให้ต่ำกว่าหนึ่งเท่า และคาดว่าค่าเสื่อมราคารายปีจะลดลงราว 12 ล้านปอนด์ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะลดลงอย่างน้อย 10 ล้านปอนด์ และต้นทุนค่าเช่าเป็นเงินสดจะลดลงราว 4 ล้านปอนด์ ขณะเดียวกันกลุ่มบริษัทกำลังย้ายการจัดส่งสินค้าคงคลังที่ยังถืออยู่ไปยังผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่สามระดับโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการเป็นธุรกิจมาร์เก็ตเพลสที่ใช้ทุนน้อย สต็อกน้อย และต้นทุนน้อย โดยตั้งเป้าให้กิจกรรมมาร์เก็ตเพลสคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าสินค้ารวมในที่สุด มูลค่าสินค้ารวมของกลุ่มกลับมาเติบโตในไตรมาสแรก เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 ก่อนเร่งตัวในไตรมาสที่สอง โดยเดือนพฤษภาคมเพียงเดือนเดียวเติบโตประมาณร้อยละ 8
Computer & Electronics Retail▲
เกมสต็อปพุ่ง 4% หลังผลประกอบการดีเกินคาดและกรรมการซื้อหุ้น 1 ล้านดอลลาร์
หุ้นเกมสต็อปปรับตัวขึ้น 4% มาอยู่ที่ 19.59 ดอลลาร์ในการซื้อขายวันพุธ หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสสองของปีการเงินที่สูงกว่าคาด ยอดขายของสะสมพุ่งขึ้น 57% และกรรมการลอว์เรนซ์ เชงเข้าซื้อหุ้นภายในวันเดียวกัน กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 0.27 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 0.19 ดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายสุทธิของของสะสมพุ่งขึ้นเป็น 356.3 ล้านดอลลาร์ ช่วยผลักดันให้กำไรจากการดำเนินงานไตรมาสสองทำสถิติสูงสุด และปรับเพิ่มแนวโน้มกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายทั้งปี การปรับขึ้นครั้งนี้เป็นไปตามปัจจัยเฉพาะของหุ้น เนื่องจากกองทุน VanEck Video Gaming and eSports ETF ร่วงลง 1% และหุ้นกลุ่มเดียวกันอย่าง Take-Two และ Roblox ไม่ได้ช่วยหนุน เชงซื้อหุ้นมูลค่าประมาณ 1.03 ล้านดอลลาร์ผ่าน Cheng Capital LLC ในวันที่เผยแพร่ผลประกอบการ ซึ่งช่วยเสริมบรรยากาศเชิงบวก แม้จะปรับตัวขึ้น แต่หุ้นเกมสต็อปยังคงลดลง 2% นับตั้งแต่ต้นปี และบริษัทไม่ได้จัดการประชุมทางโทรศัพท์เพื่อแถลงผลประกอบการ ทำให้การเปลี่ยนแปลงไปสู่ของสะสมที่มีอัตรากำไรสูงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา
Computer & Electronics Retail▲
COM7 เตรียมรับ iPhone18 ชู AI หนุนยอดขาย ตั้งเป้ารายได้โต 15%
COM7 เตรียมพร้อมรับการเปิดตัว iPhone18 มั่นใจกระแสตอบรับดี โดยชูฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กระตุ้นการตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องของผู้บริโภค พร้อมใช้จุดแข็ง Ecosystem และ U-Fund หนุนยอดขาย โดยบริษัทฯ คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จาก iPhone รุ่นใหม่ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนเป็นต้นไป นายถกล นิยมไทย Head of Investor Relations เปิดเผยว่า ความต้องการ iPhone รุ่นใหม่ยังมีต่อเนื่อง แม้ราคาจำหน่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้งานรุ่นล่าสุดยังคงมีอยู่ ขณะที่ฟีเจอร์ AI ที่เพิ่มเข้ามามีโอกาสเป็นแรงจูงใจสำคัญต่อการเปลี่ยนเครื่องตามรอบการใช้งาน สำหรับ U-Fund บริษัทบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อได้ดี โดยอัตราหนี้เสีย (NPL) ณ ช่วงกลางปีอยู่ที่ 0.84% ต่ำกว่าเป้าหมายไม่เกิน 3% แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไม่ได้มาจาก iPhone เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟน Android โน้ตบุ๊ก MacBook และ Gadget ต่าง ๆ เข้ามาช่วยสนับสนุน COM7 ยังเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยธุรกิจ Solar Rooftop มีคำสั่งซื้อค้างส่งมอบ (Backlog) ประมาณ 2-4 เดือน ส่วนธุรกิจ EV Taxi มียอดส่งมอบเฉลี่ยประมาณ 300 คันต่อเดือน และร่วมมือกับ Grab เพื่อส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เฟสแรกจำนวน 1,000 คัน บริษัทยังคงเป้าหมายปี 2569 โดยคาดว่ารายได้รวมจะเติบโตประมาณ 15% จากปีก่อน ขณะที่ตั้งเป้ากำไรสุทธิเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%
Computer & Electronics Retail▲
GrabAGun แต่งตั้ง John Swanagon เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี
GrabAGun Digital Holdings Inc. ผู้ค้าปลีกออนไลน์ด้านอาวุธปืนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แต่งตั้ง John Swanagon เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 Swanagon ซึ่งจะรายงานตรงต่อ Marc Nemati ซีอีโอ มีประสบการณ์ด้านความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีมากว่า 30 ปี โดยล่าสุดดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ Optum Financial ซึ่งเขาดูแลงบประมาณประจำปี 200 ล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้เขานำทีมวิศวกรรมของธุรกิจ Connected Vehicles ของ SiriusXM ดูแลทีมงาน 278 คน และพัฒนาระบบแพลตฟอร์มพาณิชย์ในรถยนต์รุ่นแรกๆ ซึ่งต่อมาถูกซื้อกิจการโดย Toyota การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของ GrabAGun ในการใช้ AI และเทคโนโลยีเพื่อขยายการดำเนินงานด้านอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์
Computer & Electronics Retail▲
ST易购 ขายหุ้น 100% ในเจียงซูหยุนเฉิงด้วยราคา 2 หยวน คาดเพิ่มกำไรประมาณ 270 ล้านหยวน
บริษัท ซูหนิงอี้โกว กรุ๊ป จำกัด หรือ ST易购 ประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 ว่า บริษัทย่อย หนานจิงซูหนิง ออโตโมบิล เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส และหนานจิงฟาดีโอ สมาร์ท เทคโนโลยี ได้นำหุ้น 100% ในบริษัท เจียงซูหยุนเฉิง อีคอมเมิร์ซ จำกัด ออกประมูลผ่านศูนย์ซื้อขายทรัพย์สินมณฑลอานฮุย โดยบริษัท อู๋ซีซื่อจิ่งเกาฮุ่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ แมเนจเมนท์ จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลที่ราคา 2 หยวน ทั้งสามฝ่ายได้ลงนามในสัญญาโอนหุ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน ผู้ซื้อได้ชำระค่าหุ้นครบถ้วนแล้ว และการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน ขอบเขตของสินทรัพย์ที่โอนไม่รวมถึงลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ และเครื่องหมายการค้า เช่น ซูหนิง และ suning โดยผู้รับโอนให้คำมั่นว่าบริษัทเป้าหมายจะไม่ใช้คำหรือเครื่องหมายการค้าที่เกี่ยวข้องกับซูหนิง และจะจัดการหนี้สินทั้งหมดของบริษัทเป้าหมายอย่างเหมาะสม บริษัทระบุว่าธุรกรรมนี้ช่วยปรับปรุงผลการดำเนินงานและควบคุมความเสี่ยง คาดว่าจะเพิ่มกำไรรวมของบริษัทประมาณ 270 ล้านหยวน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลในรายงานประจำงวดที่ผ่านการตรวจสอบบัญชีแล้ว
Computer & Electronics Retail
เกมสต็อป พรีวิวผลประกอบการไตรมาส 2: คาดการณ์กำไรต่อหุ้นที่ 0.27 ดอลลาร์ รายได้ลดลง 22%
เกมสต็อปมีกำหนดประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สองในวันอังคารที่ 8 กันยายน หลังตลาดปิด โดย consensus ประมาณการกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.27 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ consensus ประมาณการรายได้อยู่ที่ 756.85 ล้านดอลลาร์ ลดลง 22.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เกมสต็อปทำผลงานได้ดีกว่าประมาณการกำไรต่อหุ้น 100% ของเวลา และดีกว่าประมาณการรายได้ 38% ของเวลา ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ประมาณการกำไรต่อหุ้นมีการปรับเพิ่มขึ้นหนึ่งครั้ง และไม่มีการปรับลดลงเลย
Computer & Electronics Retail
ผลประกอบการของ GameStop ทดสอบการพลิกฟื้นกำไร
GameStop Corp. เตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองในวันที่ 8 กันยายน โดยคาดการณ์ว่ายอดขายจะลดลงแต่กำไรจะสูงขึ้น บริษัทคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 780 ถึง 800 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 972.2 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 290 ถึง 310 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 168.6 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำไรดังกล่าวรวมถึงประมาณ 238 ล้านดอลลาร์จากการลงทุนใน eBay หักลบด้วยขาดทุนประมาณ 75 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์ออนไลน์ นักลงทุนจะให้ความสนใจว่าธุรกิจหลักมีการปรับปรุงหรือไม่ ขณะที่ GameStop ปิดร้านค้า ลดต้นทุน และขยายเข้าสู่ธุรกิจของสะสม หลังจากมีกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรกของปีนี้
Computer & Electronics Retail▲
GameStop ปรับเปลี่ยนข้อตกลงหนี้ เกษียณหุ้นกู้มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์
GameStop ประกาศว่าได้ปรับเปลี่ยนข้อตกลงกับผู้ถือหุ้นกู้บางรายเพื่อแลกเปลี่ยนและยกเลิกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่าประมาณ 1.40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะครบกำหนดในปี 2030 และ 2032 การดำเนินการนี้ช่วยลดหนี้จำนวนมากแต่เพิ่มการเจือจางหุ้น ภายใต้เงื่อนไขที่แก้ไขใหม่ ผู้ถือหุ้นกู้จะได้รับหุ้น GameStop ประมาณ 55.5 ล้านหุ้น และเงินสด 358.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมาจากเงินสดสำรองที่มีอยู่ แทนการชำระด้วยหุ้นทั้งหมดตามเดิม บริษัทซึ่งมีมูลค่าตลาด 8.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รายงานรายได้เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 835.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 2 พฤษภาคม โดยได้แรงหนุนจากรายได้ของกลุ่มของสะสมที่เพิ่มขึ้น 65% เป็น 348.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด กำไรสุทธิพุ่งขึ้น 769.6% เป็น 389.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้แรงหนุนจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 268.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสินทรัพย์อนุพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับ eBay สำหรับไตรมาสที่สองสิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคม GameStop คาดว่ายอดขายสุทธิจะอยู่ระหว่าง 780 ล้านถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 972.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน แต่คาดการณ์กำไรจากการดำเนินงาน 150 ล้านถึง 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 290 ล้านถึง 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงกำไรประมาณ 238 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการลงทุนใน eBay นอกจากนี้ บริษัทยังแปลงสถานะอนุพันธ์ eBay เป็นการถือหุ้นโดยตรงประมาณ 43.4 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 4.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 1 สิงหาคม
Computer & Electronics Retail
GameStop ปรับข้อตกลงแลกเปลี่ยนหุ้นกู้ ใช้เงินสด 358 ล้านดอลลาร์ ลดการเจือจางหุ้น
GameStop Corp. ได้แก้ไขข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนหุ้นกู้แปลงสภาพอาวุโสมูลค่าประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ครบกำหนดในปี 2030 และ 2032 โดยเปลี่ยนส่วนหนึ่งของสิ่งตอบแทนจากหุ้นเป็นเงินสด ภายใต้เงื่อนไขที่แก้ไขใหม่ ผู้ถือหุ้นกู้จะได้รับหุ้นประมาณ 55.5 ล้านหุ้น และเงินสด 358.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แทนที่สิ่งตอบแทนที่เป็นหุ้นส่วนที่เหลือ และยกเลิกการออกหุ้นเพิ่มเติมแบบมีเงื่อนไข บริษัทคาดว่าจะยกเลิกเงินต้นประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คงเหลือหุ้นกู้แปลงสภาพประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การจ่ายเงินสดครั้งนี้ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับยอดเงินสดเบื้องต้นที่ 5.05 พันล้านถึง 5.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่บริษัทใช้เงินสดเพื่อไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ไม่มีดอกเบี้ย ขณะที่ออกหุ้นจำนวนหลายล้านหุ้น ยอดขายสุทธิเบื้องต้นคาดว่าจะลดลงเหลือ 780 ล้านถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 972.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานคาดว่าจะอยู่ที่ 150 ล้านถึง 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 66.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน รายได้สุทธิ 290 ล้านถึง 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงกำไรสุทธิประมาณ 238 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากอนุพันธ์และเงินลงทุนในอีเบย์ ซึ่งถูกหักล้างบางส่วนด้วยขาดทุน 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากสินทรัพย์ดิจิทัล
Computer & Electronics Retail▲
การเดิมพันใน eBay ของ GameStop ปกปิดยอดขายปลีกที่หดตัว
GameStop เข้าสู่รายงานผลประกอบการวันที่ 8 กันยายนด้วยกำไรที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งมาจากพอร์ตการลงทุนมากกว่าร้านขายเกมของบริษัท ผลเบื้องต้นแสดงกำไรสุทธิไตรมาสที่สองของปีการเงินอยู่ที่ 290 ล้านถึง 310 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 168.6 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน แต่กำไรสุทธิประมาณ 238 ล้านดอลลาร์มาจากการถือหุ้นและสถานะอนุพันธ์ใน eBay ของ GameStop ซึ่งถูกหักล้างบางส่วนด้วยขาดทุน 75 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์ดิจิทัล ณ วันที่ 1 สิงหาคม GameStop ถือหุ้น eBay จำนวน 43.4 ล้านหุ้น มูลค่า 4.95 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ผลการดำเนินงานของหุ้น eBay เป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรหลัก ในขณะเดียวกัน ยอดขายรายไตรมาสคาดว่าจะลดลงเหลือระหว่าง 780 ล้านถึง 800 ล้านดอลลาร์ จาก 972.2 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน หรือลดลงประมาณ 18% ถึง 20% เนื่องจากการปิดร้านค้า การขายกิจการในฝรั่งเศส และการเปรียบเทียบที่ยากกับการเปิดตัว Nintendo Switch 2 ในปีที่แล้ว รายได้จากการดำเนินงานคาดว่าจะอยู่ที่ 150 ล้านถึง 170 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 66.4 ล้านดอลลาร์ แต่นักลงทุนต้องแยกแยะการปรับปรุงการดำเนินงานที่ยั่งยืนจากกำไรจากตลาดที่อาจกลับตัวได้หากหุ้น eBay อ่อนตัวลง GameStop สิ้นสุดไตรมาสแรกด้วยเงินสดและหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด 8.4 พันล้านดอลลาร์ อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์จนถึงเดือนมิถุนายน 2572 และใช้เงินสดและหุ้นมูลค่า 358.4 ล้านดอลลาร์เพื่อแลกเปลี่ยนตั๋วเงินแปลงสภาพ
Computer & Electronics Retail▲
COM7 รับอานิสงส์ iPhone 18 เปิดตัวต้น ก.ย. นี้
Apple Inc. กำหนดจัดงาน "Surprise and Shine" ในวันที่ 9 กันยายน 2569 หรือช่วงเที่ยงวันที่ 10 กันยายน ตามเวลาไทย โดยคาดว่าจะเปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และนวัตกรรมจอพับรุ่นแรกที่อาจใช้ชื่อว่า iPhone Ultra นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ ระบุว่าหุ้นกลุ่ม ICT จะได้รับ Sentiment เชิงบวกระยะสั้น และให้ COM7 เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากมีร้าน Studio7 มากกว่า 100 สาขา และครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนในไทยราว 25% ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมโตเป็นเลขสองหลักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง
Computer & Electronics Retail▲
COM7 หุ้นพุ่ง 5% รับเปิดตัว iPhone 18 คาดกำไรปี 69 โต 19%
หุ้น COM7 ปรับขึ้น 5.26% มาอยู่ที่ 30.00 บาท หลัง KGI ระบุว่า Apple Inc. มีกำหนดจัดงาน “Surprise and Shine” ในวันที่ 9 กันยายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone Fold โดย KGI อ้างอิงบทวิเคราะห์ของ KGI Taiwan คาดว่า Apple อาจปรับขึ้นราคา iPhone 18 Pro และ Pro Max ราว 200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 9-17% จาก iPhone 17 Series ขณะที่ iPhone Fold คาดว่าจะมีราคา 2,000-2,500 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นเป็น 30-40% ของต้นทุนสมาร์ทโฟนในครึ่งแรกของปี 2569 จาก 10% ในปี 2568 KGI มองว่า COM7 จะได้รับผลกระทบจำกัดจากการขึ้นราคา เนื่องจากใกล้เคียงกับคู่แข่ง และคาดว่ากำไรปี 2569F จะเติบโต 19% โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจ Non-IT อย่าง U-Fund และ EV
Computer & Electronics Retail▼
GameStop คาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ลดลง แต่กำไรเพิ่มขึ้น
GameStop คาดการณ์ยอดขายสุทธิระหว่าง 780 ล้านดอลลาร์ถึง 800 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่สองซึ่งสิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคม 2026 ลดลงจาก 972.2 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า โดยอ้างถึงการเปิดตัว Nintendo Switch 2 การปิดร้านค้าตามแผน และการขายกิจการในฝรั่งเศส แม้รายได้จะลดลง แต่ผู้ค้าปลีกรายนี้คาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงาน 150 ล้านดอลลาร์ถึง 170 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 66.4 ล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิ 290 ล้านดอลลาร์ถึง 310 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 168.6 ล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ การคาดการณ์กำไรสุทธิรวมถึงกำไรสุทธิประมาณ 238 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์อนุพันธ์และการลงทุนในหุ้น eBay ซึ่งหักล้างบางส่วนด้วยการขาดทุนประมาณ 75 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์ดิจิทัล เงินสดและหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดคาดว่าจะรวมเป็น 5.05 พันล้านดอลลาร์ถึง 5.07 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 8.69 พันล้านดอลลาร์ โดยมีหุ้น eBay ประมาณ 43.4 ล้านหุ้นมูลค่า 4.94 พันล้านดอลลาร์ถือครอง ณ วันที่ 1 สิงหาคม GameStop วางแผนที่จะเผยแพร่ผลประกอบการเต็มรูปแบบในวันที่ 8 กันยายน 2026 หลังจากมีรายงานว่ากำลังพิจารณาละทิ้งการเสนอซื้อ eBay มูลค่า 55.5 พันล้านดอลลาร์เพื่อหันไปเป็นพันธมิตรทางธุรกิจแทน
Computer & Electronics Retail▲
เกมสต็อปกำไรไตรมาสสองสูงกว่าคาดจากหุ้นอีเบย์
หุ้นเกมสต็อปปรับตัวขึ้นหลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาสสองที่กำไรสูงกว่าที่คาดไว้มาก โดยได้แรงหนุนจากการแปลงสถานะตราสารอนุพันธ์ในอีเบย์เป็นหุ้น ผู้ค้าปลีกเกมคาดว่ากำไรจะอยู่ระหว่าง 290 ล้านดอลลาร์ถึง 310 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 168 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน โดยการแปลงหุ้นอีเบย์เพียงอย่างเดียวมีกำไร 238 ล้านดอลลาร์ ขณะนี้เกมสต็อปถือหุ้นอีเบย์มากกว่า 43 ล้านหุ้น มูลค่าเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ยอดขายสุทธิคาดว่าจะลดลงเหลือ 780 ล้านดอลลาร์ถึง 800 ล้านดอลลาร์ จาก 972 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว และบริษัทยังคาดว่าจะขาดทุนจากการถือครองคริปโทเคอร์เรนซี ผลประกอบการเบื้องต้นถูกประกาศพร้อมกับการแก้ไขข้อตกลงแลกหุ้นกับหนี้มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งกำหนดจำนวนหุ้นที่แน่นอน ผลประกอบการสุดท้ายจะประกาศในวันที่ 8 กันยายน
Computer & Electronics Retail▲
การฟื้นตัวของ Best Buy คึกคักขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนผู้นำ
Best Buy รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองของปีการเงินเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ โดยยอดขายเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 4.1% เทียบกับที่ฝ่ายบริหารคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 1% และได้ปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี บริษัทยังประกาศการเปลี่ยนผ่านผู้นำ โดยซีอีโอ Corie Barry จะส่งมอบตำแหน่งให้กับ Jason Bonfig ในวันที่ 1 พฤศจิกายน การเติบโตเป็นไปอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมคอมพิวเตอร์ โฮมเธียเตอร์ และผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น แว่นตา AI และแหวนสุขภาพ โดยโฮมเธียเตอร์มีการเติบโตดีที่สุดนับตั้งแต่ปีการเงิน 2022 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารคาดว่าการเติบโตของคอมพิวเตอร์จะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง และต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นกำลังผลักดันราคาให้สูงขึ้น รายได้ระหว่างประเทศลดลง 4.2% และบริษัทระบุว่าจะมีค่าตอบแทนจูงใจเพิ่มขึ้นประมาณ 130 ล้านดอลลาร์สำหรับปีนี้ ซึ่งหักล้างบางส่วนด้วยการคืนภาษีนำเข้า 34 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 สิงหาคม หุ้นซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้าที่ 12.76 โดยมีสถานะ Short Interest คิดเป็น 7.52% ของจำนวนหุ้นที่ซื้อขายได้
Computer & Electronics Retail▼
PG&E และ Edison ร่วงหนักหลังการลงคะแนนเสียงเรื่องความรับผิดจากไฟป่าในแคลิฟอร์เนีย
หุ้น PG&E และ Edison International ร่วงลง 19% และ 24% ตามลำดับ หลังจากสมาชิกสภานิติบัญญัติของแคลิฟอร์เนียระงับข้อเสนอที่จำกัดการจ่ายเงินชดเชยจากบริษัทสาธารณูปโภคที่มีอุปกรณ์เป็นต้นเหตุของไฟป่า ส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ขณะที่ Apple ลดลงเกือบ 2% หลังมีรายงานว่า Phil Schiller หัวหน้า App Store กำลังจะลงจากตำแหน่ง ส่วน Howmet Aerospace ร่วงกว่า 8% หลังจาก SpaceX ประกาศว่าจะผลิตชิ้นส่วนกังหันเองในบริษัท Herbalife ลดลง 13% หลังซีอีโอของบริษัทลาออก และ Aon ลดลงกว่า 7% หลังตกลงซื้อ USI Insurance Services ด้วยมูลค่า 17 พันล้านดอลลาร์ Eli Lilly ลดลงกว่า 1% หลังประกาศเข้าซื้อ Merida Biosciences ด้วยมูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ GameStop เพิ่มขึ้น 3% หลังผลประกอบการเบื้องต้นแสดงกำไรที่สูงขึ้น ส่วน Deere และ AGCO เพิ่มขึ้นกว่า 3% หลังได้รับการปรับเพิ่มอันดับจาก Baird
Computer & Electronics Retail
เกมสต็อปกำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเป็น 290-310 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายลดลง
เกมสต็อปเปิดเผยผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาสที่ 2 เมื่อวันจันทร์ โดยมีกำไรสุทธิระหว่าง 290 ล้านดอลลาร์ถึง 310 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 168.6 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า แม้ว่ายอดขายสุทธิจะลดลงเหลือ 780 ล้านดอลลาร์ถึง 800 ล้านดอลลาร์ จาก 972.2 ล้านดอลลาร์ก็ตาม บริษัทค้าปลีกรายนี้ระบุว่ากำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากกำไรสุทธิประมาณ 238 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์อนุพันธ์อีเบย์และการลงทุนในตราสารทุน ซึ่งถูกหักล้างบางส่วนด้วยขาดทุนประมาณ 75 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์ดิจิทัล คาดว่ารายได้จากการดำเนินงานจะอยู่ระหว่าง 150 ล้านดอลลาร์ถึง 170 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 66.4 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ยอดขายที่ลดลงเป็นผลมาจากการเปิดตัวนินเทนโด สวิตช์ 2 ในปีก่อน การปิดร้านตามแผน และการขายกิจการในฝรั่งเศส เกมสต็อปยังได้แก้ไขแผนการแลกเปลี่ยนหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่าประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ โดยขณะนี้เสนอหุ้นประมาณ 55.5 ล้านหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ คิดเป็น 73% ของสิ่งตอบแทน และเงินสดประมาณ 358.4 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นประมาณ 27% ซึ่งช่วยลดการเจือจางหุ้น การแลกเปลี่ยนคาดว่าจะเสร็จสิ้นในหรือประมาณวันที่ 3 กันยายน และหุ้นเกมสต็อปเพิ่มขึ้น 5% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด ผลประกอบการเต็มรูปแบบจะประกาศในวันที่ 8 กันยายน
Computer & Electronics Retail▲
เบสต์บายทำผลงานดีเกินคาดในไตรมาสสอง พร้อมปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี
เบสต์บายรายงานผลประกอบการไตรมาสสองของปีการเงินดีเกินคาด โดยยอดขายเปรียบเทียบเพิ่มขึ้น 4.1% และกำไรต่อหุ้นปรับปรุงอยู่ที่ 1.47 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี ซีอีโอ คอรี แบร์รี ซึ่งกล่าวว่านี่เป็นการประชุมผลประกอบการครั้งสุดท้ายของเธอในฐานะซีอีโอ ระบุว่ารายได้อยู่ที่ 9.8 พันล้านดอลลาร์ โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงที่ 4.3% บริษัทคาดว่ายอดขายเปรียบเทียบทั้งปีจะเติบโต 1.9% ถึง 3% และกำไรต่อหุ้นปรับปรุงอยู่ที่ 6.70 ถึง 6.90 ดอลลาร์ ซีอีโอคนใหม่ เจสัน บอนฟิก เน้นย้ำถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในหมวดหมู่ใหม่ เช่น แว่นตา AI และการ์ดสะสม ซึ่งเติบโตมากกว่าสองเท่าในไตรมาสนี้ และประกาศเปิดตัว Ask Blue ผู้ช่วยช้อปปิ้ง AI แบบสนทนา เบสต์บายยังปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายรวมของตลาดในสหรัฐฯ เป็น 1.3 พันล้านดอลลาร์สำหรับปีนี้ เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ และคาดว่าจะเพิ่มผู้ขายต่างประเทศในช่วงปลายไตรมาสนี้
Computer & Electronics Retail▲
หุ้น GameStop พุ่งขึ้นหลังถือหุ้น eBay หนุนกำไรไตรมาส 2
หุ้น GameStop พุ่งขึ้นประมาณ 5% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ หลังจากบริษัทผู้ค้าปลีกวิดีโอเกมประกาศผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาส 2 โดยคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งจากการถือหุ้นใน eBay บริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 290 ถึง 310 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคม เทียบกับ 168.6 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน GameStop เปลี่ยนสถานะอนุพันธ์ eBay เป็นหุ้นสามัญ eBay ทำให้มีกำไรประมาณ 238 ล้านดอลลาร์ และปัจจุบันถือหุ้นสามัญ eBay จำนวน 43.4 ล้านหุ้น มูลค่ามากกว่า 4.9 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม รายได้คาดว่าจะลดลงเหลือระหว่าง 780 ถึง 800 ล้านดอลลาร์ จาก 972.2 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ตัวเลขเบื้องต้นเหล่านี้เปิดเผยพร้อมกับการแก้ไขการแลกเปลี่ยนหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ หุ้น GameStop ลดลง 11% นับตั้งแต่ต้นปี และก่อนหน้านี้ในปีนี้ ข้อเสนอซื้อ eBay มูลค่า 56 พันล้านดอลลาร์โดยไม่ได้รับการร้องขอถูกปฏิเสธ
Computer & Electronics Retail▲
GameStop ปรับขึ้น 4% หลังจ่ายเงินสด 358 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติการเจือจางหุ้น
หุ้น GameStop ปรับขึ้น 4% มาอยู่ที่ 18.52 ดอลลาร์ หลังจากบริษัทแก้ไขข้อตกลงการแลกเปลี่ยนหุ้นกู้แปลงสภาพเพื่อกำหนดจำนวนหุ้นทั้งหมดและจ่ายส่วนหนึ่งเป็นเงินสด ซึ่งช่วยขจัดความกังวลเรื่องการเจือจางหุ้น เงื่อนไขที่แก้ไขใหม่นี้ให้ผู้ถือหุ้นกู้ได้รับหุ้นประมาณ 55.5 ล้านหุ้น คิดเป็น 73% ของสิ่งตอบแทน และเงินสดประมาณ 358.4 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 27% โดยไม่มีการออกหุ้นเพิ่มเติมอีก การแลกเปลี่ยนนี้ครอบคลุมหุ้นกู้แปลงสภาพอัตราดอกเบี้ย 0% มูลค่ารวมประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ที่ครบกำหนดในปี 2030 และ 2032 และหลังจากปิดการแลกเปลี่ยน จะมียอดหุ้นกู้คงเหลือประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์ GameStop ยังเปิดเผยผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาส 2 โดยมีกำไรสุทธิระหว่าง 290 ล้านถึง 310 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้แรงหนุนจากกำไรประมาณ 238 ล้านดอลลาร์จากหุ้น eBay แม้ยอดขายสุทธิจะลดลง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 780-800 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน หุ้น Roblox ลดลง 1% มาอยู่ที่ 38.12 ดอลลาร์ และ Take-Two Interactive ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.1% มาอยู่ที่ 235.63 ดอลลาร์ ก่อนการเปิดตัว Grand Theft Auto VI
Computer & Electronics Retail▲
GameStop คาดกำไรสูงขึ้นจากกำไรการลงทุนใน eBay
GameStop ประกาศผลประกอบการเบื้องต้นสำหรับไตรมาสที่สอง โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นแม้ยอดขายจะลดลง ผู้ค้าปลีกวิดีโอเกมคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ระหว่าง 290 ล้านดอลลาร์ถึง 310 ล้านดอลลาร์สำหรับช่วง 13 สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคม เพิ่มขึ้นจาก 168.6 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรจากการลงทุนในหุ้น eBay การคาดการณ์นี้รวมกำไรสุทธิประมาณ 238 ล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์อนุพันธ์และเงินลงทุนในหุ้นของ eBay ซึ่งถูกหักล้างบางส่วนด้วยขาดทุนประมาณ 75 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์ดิจิทัลและลูกหนี้ที่เกี่ยวข้อง ยอดขายสุทธิคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 780 ล้านดอลลาร์ถึง 800 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 972.2 ล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงการเปิดตัว Nintendo Switch 2 ในปีก่อน การปิดร้านตามแผน และการขายกิจการในฝรั่งเศส GameStop ยังได้แก้ไขข้อตกลงเพื่อไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพแบบไม่มีคูปองมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ โดยจ่ายเป็นเงินสด 358.4 ล้านดอลลาร์แทนการออกหุ้นเพิ่มเติม
Computer & Electronics Retail▲
เชฟรอน พีจีแอนด์อี และเกมสต็อป นำการเคลื่อนไหวก่อนตลาดเปิด
ในการซื้อขายก่อนตลาดเปิด หุ้นเชฟรอนและหุ้นพลังงานอื่นๆ ปรับตัวขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งขึ้นมากกว่า 3% หลังการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในตะวันออกกลาง โดยฮาลลิเบอร์ตันปรับขึ้นกว่า 2.5% และเชฟรอนปรับขึ้น 2% พีจีแอนด์อีร่วงลง 16% หลังจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียปิดกั้นข้อเสนอที่จะจำกัดความรับผิดจากไฟป่า ส่งผลให้นักวิเคราะห์รวมถึงมิซูโฮปรับลดเรตติ้ง เกมสต็อปพุ่งขึ้น 4% หลังรายงานผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาสที่สอง โดยคาดว่ารายได้จากการดำเนินงานและกำไรสุทธิจะสูงขึ้นแม้ยอดขายสุทธิจะลดลง ออนปรับตัวลง 1.8% หลังประกาศข้อตกลงมูลค่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อซื้อ USI Insurance Services จาก KKR พินเทอเรสต์ร่วงลงกว่า 3% เนื่องจากซีเอฟโอ จูเลีย เบรา ดอนเนลลี ลาออก โดยมีวิกรม ไนดู เป็นรักษาการแทน ดีร์ปรับขึ้น 1% หลังแบร์ดปรับเพิ่มเรตติ้ง
Computer & Electronics Retail▲
GameStop ประกาศผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาส 2 รายได้สุทธิลดลง
GameStop Corp. ประกาศผลประกอบการทางการเงินเบื้องต้นที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบสำหรับไตรมาสที่สองซึ่งสิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคม 2026 โดยคาดว่ารายได้สุทธิจะอยู่ระหว่าง 780 ล้านดอลลาร์ถึง 800 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 972.2 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเปิดตัว Nintendo Switch 2 ในปีก่อน การปิดร้านค้าตามแผน และการขายกิจการในฝรั่งเศส รายได้จากการดำเนินงานคาดว่าจะอยู่ที่ 150 ล้านดอลลาร์ถึง 170 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 66.4 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ขณะที่รายได้สุทธิคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 290 ล้านดอลลาร์ถึง 310 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 168.6 ล้านดอลลาร์ เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดของบริษัทคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 5.05 พันล้านดอลลาร์ถึง 5.07 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 8.694 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนการแปลงสถานะอนุพันธ์ของ eBay Inc. เป็นการลงทุนในตราสารทุนโดยตรง รายได้สุทธิรวมกำไรสุทธิประมาณ 238 ล้านดอลลาร์จากการลงทุนใน eBay หักด้วยขาดทุน 75 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์ดิจิทัล ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2026 GameStop ถือหุ้นสามัญของ eBay ประมาณ 43.4 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 4.947 พันล้านดอลลาร์ ผลประกอบการไตรมาสที่สองเต็มรูปแบบมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 8 กันยายน 2026
Computer & Electronics Retail▲
ยามาดะ โฮลดิ้งส์ ไตรมาส 1 ปีงบ 2569 รายได้และกำไรเพิ่มขึ้น กำไรปกติโต 14.5%
ยามาดะ โฮลดิ้งส์ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2569 (สิ้นสุดมีนาคม 2570) มีรายได้ 420,218 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 11.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรปกติ 16,774 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 14.5% ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ามีสัดส่วนมากกว่า 80% ของรายได้ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่ก่อนกำหนดจากปัญหา 'แอร์ 2027' และอากาศร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศพุ่งสูง รวมถึงทีวี ตู้เย็น และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อื่นๆ รวมถึงสินค้าที่ไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัยมีกำไรจากการดำเนินงานลดลงอย่างมากถึง 87.8% แต่ยังคงประมาณการทั้งปีไว้เท่าเดิม นอกจากนี้ สำหรับสิทธิพิเศษผู้ถือหุ้น ณ สิ้นเดือนกันยายน ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นตั้งแต่ 100 หุ้นขึ้นไปจะได้รับบัตรกำนัลช้อปปิ้ง โดยผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นน้อยกว่า 1,000 หุ้นจะได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าช่วงสิ้นเดือนมีนาคม