BEM รับอานิสงส์ขึ้นค่าทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก เพิ่มรายได้ 330-350 ล้านบาทต่อปี

RegulationAnalyst
โดย HoonVision·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคมปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา หรือทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2569 ตามเงื่อนไขการปรับค่าผ่านทางทุก 5 ปีในสัญญาสัมปทาน ซึ่งโครงการมีอายุสัมปทานถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2585 สำหรับอัตราใหม่ รถไม่เกิน 4 ล้อ ปรับจาก 65 บาทเป็น 80 บาทต่อเที่ยว รถเกิน 4 ล้อแต่ไม่เกิน 10 ล้อ ปรับจาก 105 บาทเป็น 130 บาท และรถเกิน 10 ล้อ ปรับจาก 150 บาทเป็น 185 บาท นับเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สองภายใต้กรอบสัมปทานใหม่ที่กำหนดให้ปรับเพิ่มครั้งละ 15 บาททุก 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2564 การปรับค่าผ่านทางครั้งนี้เป็นปัจจัยบวกต่อ BEM เนื่องจากทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกเป็นเส้นทางที่ BEM รับรู้รายได้ค่าผ่านทางเต็ม 100% แตกต่างจากทางด่วนในเมืองที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้เพียง 40% แม้เส้นทางดังกล่าวมีสัดส่วนปริมาณจราจรเพียงประมาณ 5-6% ของผู้ใช้ทางด่วนทั้งหมด แต่สร้างรายได้คิดเป็นราว 14-15% ของรายได้ธุรกิจทางด่วน ประเมินว่าจะเพิ่มรายได้ให้บริษัทได้ราว 330-350 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่า BEM กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตระลอกใหม่ จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีorange ในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มผู้โดยสารเข้าสู่โครงข่ายสายสีน้ำเงินโดยตรง ขณะที่โอกาสจากโครงการทางด่วน Double Deck และสัญญาเดินรถรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ยังเป็นปัจจัยเพิ่มมูลค่าที่สำคัญในระยะถัดไป จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมวิธี DCF ที่ 8.20 บาท

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Industrials · 1 หุ้น
Bangkok Expressway and Metro Public Company Limited
BEM
▲ บวกการตั้งราคาเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Toll hike on the Srirat-Wong Waen Outer Ring Expressway, where BEM recognizes 100% of toll revenue, adds an estimated 330-350 million baht per year.

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3

เวย์โมเตรียมให้บริการรถยนต์ไร้คนขับในสิงคโปร์ภายในปี 2028 ถือเป็นการเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรก

เวย์โม บริษัทเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับในเครืออัลฟาเบท ประกาศเมื่อวันที่ 18 ว่าจะเริ่มให้บริการรถยนต์ไร้คนขับที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในสิงคโปร์ภายในปี 2028 ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรกของบริษัท โดยกลุ่มรถยนต์ชุดแรกซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดรุ่นจากัวร์ ไอ-เพซ จะเดินทางถึงสิงคโปร์ภายในไม่กี่เดือน และในปี 2027 เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไร้คนขับที่ผ่านการฝึกอบรมจะขับเคลื่อนด้วยระบบmanualในระยะเริ่มต้น เพื่อปรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของเวย์โมที่ชื่อเวย์โม ไดรเวอร์ ให้เข้ากับลักษณะเส้นทางและรูปแบบสภาพอากาศมรสุมในท้องถิ่น โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการแก่สาธารณชนได้ในปี 2028 บริษัทกำลังร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานขนส่งทางบกของสิงคโปร์ในการนำบริการเข้าสู่ประเทศนี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสิงคโปร์กล่าวว่า สิงคโปร์ยินดีต้อนรับการเข้าสู่ตลาดของเวย์โมในฐานะผู้ให้บริการรถยนต์ไร้คนขับรายล่าสุด นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 เวย์โมยังได้ประกาศแผนที่จะเริ่มให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียวภายในปี 2027 อีกด้วย

KTB ได้เป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เป้าราคา 46 บาท

บล.ฟิลลิปฯ ระบุว่า KTB จะได้ทำหน้าที่เป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ในโครงการตั๋วร่วมรถไฟฟ้า หลังกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 70 เป็นต้นไป ผู้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะใช้มาตรการค่าโดยสารแบบตั๋วร่วมกับรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีทุกเส้นทางในราคา 17-45 บาท โดยภาครัฐจะเป็นผู้รับภาระชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารในเส้นทางที่เดินทางจริงเกินกว่า 45 บาทให้แก่ผู้โดยสารโดยไม่ชดเชยคืนให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง และ KTB จะเป็นผู้เตรียมความพร้อมระบบหลังบ้านเพื่อบริหารจัดการเงินและเคลียร์คืนเงินส่วนต่างให้กับประชาชน มองว่าเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ KTB แต่รายได้หลักที่คาดว่าจะได้คือค่าธรรมเนียมในการเป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ซึ่งไม่น่าจะสูงอย่างมีนัยสำคัญต่อประมาณการเดิม ขณะที่ประโยชน์เพิ่มเติมคือสภาพคล่องราคาถูกจากเงินที่ผ่านธนาคารและข้อมูลผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่สามารถ Cross sell ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ได้ ทั้งนี้ยังคงประมาณการกำไรปี 69 ไว้ที่ 48.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% y-y และคงราคาพื้นฐาน 46 บาท โดยคาดว่าปี 69 จะจ่ายปันผล 2.10 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 4.7% และปี 70 จะจ่าย 2.21 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 4.9% แนะนำ ทยอยซื้อ
2

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นประกาศเป้าหมายนำระบบขับขี่อัตโนมัติมาใช้จริงในสังคมปี 2028

นายซาโต้ โคจิ ประธานสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น แถลงข่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 17 ว่า สมาคมตั้งเป้านำระบบพื้นฐานสำหรับการขับขี่อัตโนมัติมาใช้งานจริงในสังคมบางพื้นที่ภายในปี 2028 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ และระบุแนวนโยบายเร่งสร้างแพลตฟอร์มควบคุมข้อมูลที่บูรณาการทั้งระบบเฝ้าติดตามรถขับขี่อัตโนมัติจากระยะไกล และกลไกที่รถยนต์รับข้อมูลคนเดินถนนจากเซนเซอร์และกล้องบนถนน นายซาโต้ยังยืนยันว่าควรทำให้การไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นควบคู่กันได้ พร้อมกล่าวว่าจะเร่งความเร็วในการพัฒนา นอกจากนี้ยังพิจารณาสร้างกลไกที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกัน ทั้งการช่วยเหลือผู้เสียหายและการสอบสวนอุบัติเหตุเมื่อเกิดเหตุขึ้น