จีนกำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ในพื้นที่ห่างไกลจากมหานครขนาดใหญ่ โดยใช้ข้อได้เปรียบด้านที่ดินและพลังงานราคาถูก เพื่อเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลสำหรับเศรษฐกิจปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และเสริมศักยภาพในการแข่งขันกับสหรัฐ หนึ่งในพื้นที่สำคัญคือเมืองอูหลานฉาปในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 215 ไมล์ และมีประชากรไม่ถึง 2 ล้านคน การขยายนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ตงซู่ซีซ่วน หรือข้อมูลอยู่ตะวันออก ประมวลผลทางตะวันตก ซึ่งส่งงานประมวลผลบางส่วนจากเมืองใหญ่ตามแนวชายฝั่งไปยังพื้นที่ตะวันตกที่มีประชากรเบาบาง ที่ดินมาก และพลังงานหมุนเวียนอุดมสมบูรณ์ โดย BloombergNEF คาดว่าภายในราวปี 2571 อูหลานฉาปจะเป็นหนึ่งในเมืองทางตอนเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของจีนที่มีอุปกรณ์ประมวลผลใช้งานจริงมากกว่าพื้นที่รอบมหานครอย่างเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง และการขยายตัวในพื้นที่เหล่านี้จะช่วยให้จีนเพิ่มกำลัง Data Center ได้มากกว่า 2 เท่าภายใน 5 ปีข้างหน้า แนวทางนี้แตกต่างจากสหรัฐฯ ซึ่งกระแสต่อต้าน Data Center กลายเป็นประเด็นการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมปีนี้ และบางรัฐได้ระงับการพัฒนาโครงการใหม่ในทางปฏิบัติ โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนว่าสหรัฐอาจเผชิญผลกระทบร้ายแรงหากพ่ายแพ้ในการแข่งขัน AI ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยระบุว่ากระแสต่อต้าน Data Center ของประชาชนอาจเปิดโอกาสให้จีนได้เปรียบ ขณะที่ AI Index ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดระบุว่าชาวจีน 84% รู้สึกตื่นเต้นกับเทคโนโลยี AI สูงที่สุดในบรรดาประเทศที่สำรวจ เทียบกับเพียง 38% ในสหรัฐ ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนพลังงาน โดยในสหรัฐค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นสร้างความไม่พอใจต่อ Data Center ซึ่งใช้พลังงานมากและถูกมองว่าแย่งทรัพยากรที่มีจำกัด ขณะที่จีนเผชิญข้อจำกัดดังกล่าวน้อยกว่า เพราะในช่วงเพียง 4 ปีที่ผ่านมา จีนสร้างกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่มากกว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดที่สหรัฐมีอยู่ และอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนในจีนซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาลแทบไม่เปลี่ยนแปลงมาหลายปี การผลักดัน Data Center ไปยังพื้นที่ตะวันตกยังช่วยแก้ปัญหาพลังงานหมุนเวียนส่วนเกิน เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้มีพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมราคาถูกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์นี้มีความเสี่ยง หากหลายเมืองทางตะวันตกเร่งสร้าง Data Center พร้อมกันมากเกินไป อาจเกิดกำลังการผลิตส่วนเกินเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่นของจีน รัฐบาลปักกิ่งจึงกำหนดให้โครงการขนาดใหญ่ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกลางก่อนเริ่มก่อสร้าง ขณะที่การแข่งขัน AI ระหว่างจีนกับสหรัฐไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Data Center เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถด้านชิป บุคลากร และกฎระเบียบของรัฐบาลด้วย