PTTGC เผย allnex จีนยอดขายโต 144,000 ตัน ดันกลยุทธ์ Specialty Chemicals

IndustryCorporate Action
โดย ทันหุ้น·THCN·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC เดินหน้าปรับสมดุลพอร์ตธุรกิจสู่เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษผ่าน allnex ผู้นำระดับโลกด้านสารเคลือบผิวและสารเติมแต่ง โดยเปิดเผยศักยภาพของ allnex China Hub ในเมืองเจียซิง ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากที่สุดในเครือข่าย allnex ทั่วโลก ท่ามกลางตลาดจีนที่เป็นตลาดสารเคลือบผิวสำหรับอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นตลาดที่ allnex ดำเนินธุรกิจมาเกือบ 30 ปี ปัจจุบัน allnex มีฐานการผลิต 6 แห่งในประเทศจีน โดยปริมาณการขายเติบโตจากประมาณ 98,000 ตันในปี 2562 เป็น 144,000 ตันในปี 2567 หรือเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี และมากกว่า 90% เป็นการจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในประเทศจีน รองรับความต้องการตั้งแต่ยานยนต์ โลหะอุตสาหกรรม บรรจุภัณฑ์ และอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และพลังงานลม นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PTTGC กล่าวว่าจีนในวันนี้ไม่ใช่เพียงตลาดขนาดใหญ่ แต่กำลังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กำหนดทิศทางของเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมในอนาคต โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 allnex มีผลการดำเนินงานดีกว่าแผนจากการยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุน ขณะที่ allnex ในประเทศไทยได้ตัดสินใจลงทุนขยายกำลังการผลิต Sagging Control Agent หรือ SCA ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งจะเป็นฐานการผลิต SCA แห่งแรกของ allnex นอกทวีปยุโรป เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในจีนและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และความร่วมมือนี้ยังเตรียมพร้อมสำหรับกลยุทธ์ MTP Transformation ของ PTTGC ที่มุ่งยกระดับมาบตาพุดสู่ศูนย์กลางธุรกิจเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Materials · 1 หุ้น
PTT Global Chemical Public Company Limited
PTTGC
▲ บวกอุปสงค์เงินทุนความเกี่ยวข้อง

allnex China sales volume grew to 144,000 tonnes in 2024, supporting PTTGC's specialty chemicals portfolio rebalancing.

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 1

Allnexเอกชน▲ บวก
อุปสงค์เงินทุนความเกี่ยวข้อง

allnex China sales volume rose from ~98,000 tonnes in 2019 to 144,000 tonnes in 2024, with over 90% sold to domestic customers.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2

คาบอตขยายแพลตฟอร์มวัสดุแบตเตอรี่ด้วยเงินสนับสนุน 50 ล้านดอลลาร์จากกระทรวงพลังงานสหรัฐ

บริษัท คาบอต คอร์ปอเรชัน กำลังขยายการผลิตสารเติมแต่งนำไฟฟ้าขั้นสูงภายในประเทศที่โรงงานในเมืองแฟรงคลิน รัฐลุยเซียนา และเมืองแพมปา รัฐเท็กซัส ผ่านเงินสนับสนุนมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์จากสำนักงานแร่ธาตุสำคัญและนวัตกรรมพลังงานของกระทรวงพลังงานสหรัฐ ซึ่งได้รับการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข เงินทุนดังกล่าวเมื่อรวมกับการลงทุนของคาบอตอีกประมาณ 75 ล้านดอลลาร์ มีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับระบบกักเก็บพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์ข้อมูล การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าในวงกว้าง ภายใต้ข้อตกลงฉบับแก้ไข คาบอตจะเปลี่ยนทิศทางเงินทุนจากโครงการในรัฐมิชิแกนที่วางแผนไว้เดิม ไปสู่การขยายพื้นที่โรงงานเดิมสองแห่งแทน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเร่งการพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเสริมขีดความสามารถด้านอุปทาน การลงทุนนี้จะสนับสนุนการผลิตคาร์บอนนำไฟฟ้าขั้นสูงสำหรับแบตเตอรี่ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ LITX ที่โรงงานแฟรงคลิน ขณะที่โรงงานแพมปาจะจัดตั้งการผลิตโครงสร้างนาโนคาร์บอนในระดับพาณิชย์แห่งแรกของคาบอต และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ ENERMAX โดยทั้งสองโครงการคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2571 หุ้นของคาบอตปรับขึ้นร้อยละ 17 นับตั้งแต่ต้นปี เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 ของกลุ่มอุตสาหกรรมในช่วงเดียวกัน
Zacks Investment Research·19hอ่านต่อ →
5

SCC เด้ง 3% หลัง ROC กลับมาเดินเครื่อง KSS คงเป้า 315 บาท

หุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ปรับขึ้น 2.70% มาอยู่ที่ 266.00 บาท หลังบริษัทประกาศกลับมาเดินเครื่องผลิตโรง ROC ซึ่งมีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ประมาณ 1.35 ล้านตันต่อปี ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2569 หลังจากจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งนอกตะวันออกกลาง อาทิ มาเลเซีย แอฟริกา และแหล่งอื่น ๆ ได้เพียงพอสำหรับการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ SCC ตั้งเป้าอัตราการใช้กำลังการผลิตรวมกับโรง MOC ซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ 2.05 ล้านตันต่อปี ไว้ที่มากกว่า 80% ใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดสงคราม บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่าการกลับมาเดินเครื่อง ROC ได้ภายในช่วงปลายไตรมาส 3/2569 เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SCC ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 315 บาท พร้อมยกให้เป็นหนึ่งในหุ้นเด่น โดยคาดว่ากำไรปกติของ SCC ในช่วงปี 2569-2571 จะเติบโตเฉลี่ย 110% ต่อปี
9

SCGC ประกาศเดินโรงงานระยองโอเลฟินส์กลับมาผลิตหลังหยุดชั่วคราวจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ประกาศว่า บริษัทระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) ในกลุ่มธุรกิจ SCGC กลับมาเดินโรงงานโอเลฟินส์ได้สำเร็จแล้ว หลังจากประกาศหยุดโรงงานเป็นการชั่วคราวเมื่อเดือนมีนาคม 2569 เพราะสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยบริษัทได้ประเมินความพร้อมด้านการดำเนินงาน รวมทั้งมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่นำมาพิจารณาในการกลับมาเดินโรงงาน ROC ครั้งนี้ ได้แก่ ความต่อเนื่องในการจัดหาวัตถุดิบ (Feedstock Security) และความพร้อมของโรงงาน รวมทั้งความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ นายศักดิ์ชัยย้ำว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงมีความผันผวนและไม่แน่นอน SCGC จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมืออย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบ การบริหารจัดการวัตถุดิบและการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลกที่มีความท้าทายมากขึ้น