SCB EIC ชี้ลงทุนไทย Q2 โต 27% จับตา Data Center รอรัฐตั้งกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่

MacroIndustry
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC เปิดเผยว่า การลงทุนภาคเอกชนของไทยยังมีแรงส่งจากการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไฮเทค ขณะที่ยอดลงทุนจริงในไตรมาส 2 เติบโตถึง 27% แม้ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลงบ้างจากฐานที่อยู่ในระดับสูง โดยธุรกิจ Data Center เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจมาก จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการสนับสนุนการลงทุนของภาครัฐ แต่การลงทุน Data Center ในไทยอยู่ในช่วงชะลอการอนุมัติและการลงทุนชั่วคราว เพื่อทบทวนแนวนโยบาย มาตรการส่งเสริม ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าและค่าน้ำ โดยภาครัฐอยู่ระหว่างจัดตั้งคณะกรรมการ Data Center เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การสร้างความเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการและเศรษฐกิจท้องถิ่น การสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร และการบริหารผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ด้านภาคการคลัง บทบาทของการใช้จ่ายภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลง หลังวงเงินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโครงการไทยช่วยไทยจากกรอบ 400,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือประมาณ 40,000 กว่าล้านบาท คาดว่าจะใช้ได้อีกราว 1 เดือนเศษ ขณะที่งบประมาณปีหน้าขยายตัวเพียง 0.2% ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ โดยงบประจำเพิ่มขึ้น 5% แต่งบลงทุนหดตัว 8% และหนี้สาธารณะมีแนวโน้มแตะระดับ 70% ของ GDP ในปีหน้า ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว ภาครัฐจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการใช้งบประมาณโดยตรงไปสู่การใช้กลไกเชิงนโยบายและกฎเกณฑ์เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนมากขึ้น เช่น แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ที่หากกำหนดทิศทางการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS อย่างชัดเจน ภาครัฐอาจใช้เงินลงทุนด้านโครงข่ายไฟฟ้าประมาณ 360,000 ล้านบาท แต่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชนได้สูงถึง 1.4 ล้านล้านบาทในช่วง 10 ปีข้างหน้า ขณะที่ภาระอุดหนุนราคาพลังงานเป็นอีกข้อจำกัดสำคัญ โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะติดลบใกล้ 90,000 ล้านบาท และมีภาระเงินไหลออกเพื่ออุดหนุนราคาเกือบ 400 ล้านบาทต่อวัน หากตรึงราคาที่ระดับปัจจุบันต่อเนื่องถึงสิ้นปี ภาระติดลบอาจเพิ่มเป็นประมาณ 128,000 ล้านบาท ส่วนการลดค่าไฟฟ้าที่ผ่านมาเป็นการพักภาระหนี้ไว้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ส่งผลให้ทางเลือกของภาครัฐในการอุดหนุนราคาพลังงานมีจำกัดมากขึ้น ดังนั้น การขับเคลื่อนการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะ Data Center จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างโอกาสทางเศรษฐกิจ การดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ และการสร้างประโยชน์ให้ผู้ประกอบการไทย ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Digital Finance & Tokenization · 1 หุ้น
SCB X Public Company Limited
SCB
± ผสมความเกี่ยวข้อง

SCB EIC research arm reports Thai investment grew 27% in Q2 and Data Center policy review; no direct company-specific development for SCB X.

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 5

ไฮเปอร์สเกลเลอร์สหรัฐฯ เตรียมใช้จ่ายสูงถึง 7.25 แสนล้านดอลลาร์กับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในปี 2026

ไฮเปอร์สเกลเลอร์รายใหญ่ห้ารายของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าเงินลงทุนรวม (capex) ในปี 2026 จะอยู่ที่ 6.6 แสนล้านถึง 7.25 แสนล้านดอลลาร์ หรือเกือบสองเท่าของการใช้จ่ายในปี 2025 เนื่องจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเปลี่ยนจากซอฟต์แวร์มาสู่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ไมโครซอฟต์คาดการณ์เงินลงทุนปรับปรุง (adjusted capital expenditure) ประมาณ 1.75 แสนล้านดอลลาร์ทั้งในปีงบประมาณ 2026 และ 2027 โดยสองในสามของการใช้จ่ายรายไตรมาสจะไปที่สินทรัพย์อายุสั้นอย่างซีพียูและจีพียู ส่วนที่เหลือไปที่โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลอายุยาว และบริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2026 ซึ่งทำให้ขนาดโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกเป็นสองเท่าภายในสองปี ด้านอเมซอน เว็บ เซอร์วิส (AWS) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินลงทุนปี 2026 ขึ้นเป็นประมาณ 2.2 แสนล้านดอลลาร์ โดยแอนดี แจสซี ซีอีโอ กล่าวว่ากำลังการผลิต AI คาดว่าจะยังคงตึงตัวไปจนถึงปี 2027 และอุปสงค์ที่มีสัญญารองรับจะขยายไปถึงปี 2028 ขณะที่เมตาเผชิญกำไรลดลง 14% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 แม้รายได้เพิ่มขึ้น 28% เนื่องจากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงศูนย์ข้อมูลขนาด 1 กิกะวัตต์ในรัฐโอไฮโอและสิ่งอำนวยความสะดวกในรัฐลุยเซียนาที่อาจขยายได้ถึง 5 กิกะวัตต์ กดดันอัตรากำไร ขณะที่อัลฟาเบตปรับเพิ่มคาดการณ์เงินลงทุนปี 2026 ขึ้นเป็นสูงสุด 2.05 แสนล้านดอลลาร์ และงานในมือ (backlog) ของกูเกิล คลาวด์เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปีเป็น 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนกิจการร่วมค้าสตาร์เกตซึ่งประกอบด้วยออราเคิล โอเพนเอไอ และอื่น ๆ ตั้งเป้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงสุด 5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 และเงินลงทุนของออราเคิลในปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ 5.57 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปีก่อนหน้า
Yahoo Finance·2hอ่านต่อ →
impact 4

ซิตี้: การต่อต้านศูนย์ข้อมูลยังไม่ทำให้แผนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI อ่อนแอลง

ซิตี้ระบุว่า การต่อต้านทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน ยังไม่ได้ทำให้แผนการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ การพัฒนาศูนย์ข้อมูลได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั้งสองพรรคการเมืองให้ความสนใจ โดยรัฐบาลท้องถิ่นได้ออกมาตรการระงับการก่อสร้างชั่วคราว และมีสภานิติบัญญัติของรัฐอย่างน้อย 15 แห่งเสนอมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น แต่การใช้จ่ายยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ยังคงสนับสนุนการพัฒนา ผลกระทบส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในโครงการเก็งกำไรและโครงการระยะเริ่มต้น ซึ่งล่าช้าหรือถูกยกเลิกมากขึ้นในกระบวนการอนุมัติของท้องถิ่น ขณะที่โครงการระยะท้ายซึ่งมีที่ดินและเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าแล้วยังคงเดินหน้าต่อไป บริษัทไฮเปอร์สเกลเลอร์กำลังหาทางเลี่ยงข้อจำกัดด้านพลังงานและกฎระเบียบท้องถิ่น โดยแอมะซอนมุ่งลงทุนโดยตรงในโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ร่วมกับโดมินเนียนเอเนอร์จี และเมต้าบรรลุข้อตกลงซื้อไฟฟ้านิวเคลียร์ฉบับใหญ่กับคอนสเตลเลชันเอเนอร์จี ซิตี้ไม่คาดว่าจะเกิดภาวะตลาดสั่นสะเทือนอีกครั้งเทียบเท่ากับการเกิดขึ้นของดีพซีค โดยให้เหตุผลว่านักลงทุนได้ปรับตัวต่อแนวโน้มโมเดลจีนที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว อย่างไรก็ตาม ซิตี้ชี้ว่าอาจมีความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าจากการที่รัฐบาลจำกัดโมเดลที่เห็นว่าอันตรายเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดกำลังการประมวลผลส่วนเกินขึ้นอย่างฉับพลัน
Investing.com·3hอ่านต่อ →

ศุภจี ถกทูตอินเดีย เดินหน้า Co-Creation ศึกษาใช้บาท-รูปี

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยผลการหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย นายปุนีต อัครวาล ว่าไทยและอินเดียจะเดินหน้าความร่วมมือรูปแบบ "ร่วมสร้าง – ร่วมลงทุน (Co-Creation Co-Investment)" ใน 6 สาขาศักยภาพ ได้แก่ สมุนไพรและเภสัชภัณฑ์ IT อาหารแปรรูป อุตสาหกรรมสีเขียว ยานยนต์ การก่อสร้าง และอุตสาหกรรมการต้อนรับ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ไม่ใช่เพียงการส่งออกสินค้าไปยังตลาดทั้งสองฝ่าย โดยทั้งสองฝ่ายได้มอบหมายให้เริ่มดำเนินการร่วมกันและให้มีความคืบหน้าภายใน 45 วัน เพื่อนำร่องให้เกิดต้นแบบ ซึ่งล่าสุดมีนักลงทุนไทย 5-6 รายแสดงความสนใจร่วมมือกับอินเดียภายใต้แนวคิดดังกล่าว และเอกอัครราชทูตอินเดียแจ้งว่าบริษัทอินเดียอยู่ระหว่างเตรียมลงทุน Data Center ในไทย โดยหลายบริษัทร่วมทุนกับบริษัทไทยแล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะใช้เวที JTC เป็นกลไกติดตามความร่วมมือ โดยอินเดียเสนอให้ที่ประชุม JTC จัดทำแผนปฏิบัติการ (Plan of Action) ด้านภาคบริการ ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างเชื่อมโยงระบบชำระเงิน UPI ของอินเดียกับระบบ Promptpay ของไทย และหารือถึงความเป็นไปได้ในการใช้สกุลเงินท้องถิ่น บาท-รูปี เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนทางการค้า อินเดียเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของไทยในโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 2569) การค้าระหว่างไทยกับอินเดียมีมูลค่า 13,974.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 8.07 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปอินเดีย มูลค่า 10,270.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากอินเดีย มูลค่า 3,704.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ