สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ
หุ้นกลุ่มไฟฟ้าในตลาดหุ้น A นำตลาดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันนี้ ดัชนีกลุ่มพุ่งขึ้นกว่า 4% และปิดที่จุดสูงสุดของวัน หุ้นเจ้อเจียง ซินเนอร์จี้ แตะเพดานราคาในช่วง 5 นาทีสุดท้ายก่อนปิดตลาด ขณะที่หุ้นต้าถัง เพาเวอร์, จิงเนิ่ง เพาเวอร์, เสิ่นหนานเตี้ยน เอ และหูหนาน ดีเวลลอปเมนท์ ต่างก็ปิดล็อกเพดานราคาในช่วงใกล้ปิดตลาดเช่นกัน หุ้นจิ่วโจว กรุ๊ป และเจียเหว่ย ซินเนอร์จี้ และหุ้นอีกเกือบ 20 ตัว แตะเพดานราคาหรือปรับตัวขึ้นเกิน 10% สำนักงานพลังงานแห่งชาติคาดการณ์ว่าในปี 2026 ภาระไฟฟ้าสูงสุดของประเทศจะอยู่ในช่วง 1,575 ล้านถึง 1,600 ล้านกิโลวัตต์ เพิ่มขึ้น 70 ล้านถึง 90 ล้านกิโลวัตต์จากค่าสูงสุดของปีที่แล้ว และหากเกิดสภาพอากาศร้อนจัดเป็นวงกว้าง ภาระไฟฟ้าสูงสุดอาจเกิน 1,600 ล้านกิโลวัตต์ หุ้นกลุ่มน้ำมันก็ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน ดัชนีกลุ่มพุ่งขึ้นกว่า 7% หุ้น CNOOC แตะเพดานราคาในช่วงบ่าย หุ้นปิโตรไชน่าพุ่งขึ้น 7% และหุ้นไซโนเปคพุ่งขึ้น 4.17% ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคยปรับตัวขึ้นกว่า 3% กลับมายืนเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนสิงหาคมเคยปรับตัวขึ้นกว่า 3% ทะลุ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มที่ให้เงินปันผลสูง เช่น ถ่านหิน สุรา ประกันภัย และบริการโทรคมนาคม รวมถึงกลุ่มหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่าบัญชี อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่ำ และอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชีต่ำ ต่างก็ปรับตัวขึ้นอย่างมาก