← Back

Sunsweet Public Company Limited

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยบริษัทย่อย ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจผ่านกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปและอื่น ๆ บริษัทเสนอผลไม้และผักสดและแปรรูป ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง ซอง แช่แข็ง และย่าง และผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน เช่น มันหวานญี่ปุ่นย่าง ถั่วลิสงต้ม ธัญพืชเต็มเมล็ด ข้าวเหนียวนึ่งกับกล้วย ฟักทองญี่ปุ่นย่าง กล้วยตากแท่ง ถั่วผสมต้มน้ำตาล ข้าวโพดเหนียวกับมะพร้าว กล้วยนึ่ง ชีสข้าวโพด ถั่วผสมและถั่วลิสง และลำไยในน้ำเชื่อม นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์แช่แข็ง เช่น ผักโขม เห็ดชิตาเกะ เห็ดชิตาเกะหั่นแว่น ต้นหอม หอมแดง กระเจี๊ยบ ขนุน มังคุด ทุเรียน เบอร์รี่รวม พริกหวาน ถั่วผสม เอ็ดดาเมะ ถั่วลันเตาผสมและข้าวโพดเมล็ดในถ้วย แครอท บรอกโคลี ขนมสาหร่าย มะพร้าว กล้วย หัวหอม น้ำมะพร้าว สับปะรด ข้าว น้ำตาลทราย ช็อกโกแลต มัทฉะ โคลเวอร์ และน้ำมันดอกทานตะวัน บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งในปี 1997 และมีสำนักงานใหญ่ที่เชียงใหม่ ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving SUN.BK
SUN.BK

SUN เปิดโครงการ Sun Pack บรรจุข้าวโพดหวานกล่องกระดาษ เริ่มผลิตพฤศจิกายนนี้

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เตรียมเริ่มทดสอบระบบและเครื่องจักรของโครงการ Sun Pack ซึ่งเป็นโครงการติดตั้งเครื่องจักรสำหรับบรรจุข้าวโพดหวานในบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษ ในเดือนตุลาคม 2569 โดยเครื่องจักรได้ขนย้ายเข้าสู่พื้นที่โรงงานแล้วและอยู่ระหว่างการติดตั้ง คาดว่าจะเริ่มผลิตสินค้าได้ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการขอรับรองมาตรฐานต่างๆ ตามที่นายวีระ นพวัฒนากร ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน เปิดเผยกับ ทันหุ้น ว่าบริษัทคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์และส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าได้เร็วที่สุดในช่วงปลายปี 2569 หรืออย่างช้าในช่วงต้นปี 2570 และจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวตั้งแต่ช่วงต้นปีหน้าเป็นต้นไป ปัจจุบันเริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามาบางส่วนแล้ว และบริษัทได้เริ่มสั่งผลิตกล่องตามรูปแบบที่กำหนด โดยหากตลาดตอบรับดีอาจพิจารณาลงทุนเครื่องจักรชุดที่สองเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ การติดตั้งเครื่องจักรใหม่ไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการใช้กำลังการผลิตโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบัน SUN มีกำลังการผลิตสินค้ารวมประมาณ 300,000 ตันต่อปี และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 50% ขณะที่ช่วงกลางเดือนตุลาคมซึ่งตรงกับเทศกาลกินเจ บริษัทคาดว่าความต้องการผลิตภัณฑ์จะเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ เนื่องจากสินค้าหลักเป็นผลิตภัณฑ์จากพืชที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคอาหารเจ พร้อมกันนี้บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 10-15% โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก
ทันหุ้น·2dอ่านต่อ →
SUN.BK

SUN ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 4-4.5 พันล้านบาท เร่งฟื้นมาร์จิ้นและออกสินค้าใหม่

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เปิดเผยภาพรวมธุรกิจผ่านงาน Opportunity Day ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการขาย 848.7 ล้านบาท ลดลง 11.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 5.1 ล้านบาท ลดลง 94.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงกดดันจากเงินบาทแข็งค่า การแข่งขันด้านราคาในตลาดส่งออก และต้นทุนพลังงาน โลจิสติกส์ และบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อการขนส่งสินค้าไปยังตลาดที่มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 8-10% และทำให้บางคำสั่งซื้อยังไม่สามารถส่งมอบได้ตามแผน อย่างไรก็ตาม ความต้องการสินค้าของลูกค้ายังคงอยู่ โดยยอดส่งออกในเชิงมูลค่าลดลงประมาณ 19.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปริมาณขายลดลงเพียงประมาณ 1.9% สะท้อนว่ารายได้ที่ลดลงมีสาเหตุหลักจากอัตราแลกเปลี่ยนและข้อจำกัดด้านการส่งมอบ มากกว่าการลดลงของความต้องการสินค้า สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 SUN มีรายได้จากการขายรวม 1,747.16 ล้านบาท โดยบริษัทเริ่มเห็นทิศทางการบริหารต้นทุนภายในดีขึ้นในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก จากการเดินเครื่องผลิตอย่างต่อเนื่องและการควบคุมต้นทุนในโรงงาน แม้ยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนโลจิสติกส์และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ ซึ่งครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 36 ล้านบาท ปัจจุบัน SUN แบ่งรายได้ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจข้าวโพดหวาน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 70-80% ของรายได้รวม และกลุ่มสินค้าพร้อมรับประทาน หรือ RTE ซึ่งมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนคิดเป็นกว่า 20% ของรายได้รวม โดยเน้นตลาดในประเทศและช่องทางร้านสะดวกซื้อ ปัจจุบันมีสินค้าทำตลาดรวม 17 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มธัญพืชพร้อมรับประทาน กลุ่มขนมไทย และกลุ่มสินค้าพร้อมปรุง หรือ RTC ซึ่งได้รับการตอบรับดีและบริษัทมีแผนเพิ่มรายการสินค้าในอนาคต ด้านสถานะในตลาดโลก ตลาดซื้อขายข้าวโพดหวานทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 61,824 ล้านบาท โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก มีส่วนแบ่งประมาณ 16% รองจากฮังการีที่ 18% และสูงกว่าจีนที่ 14% ขณะที่ SUN มีส่วนแบ่งตลาดโลกประมาณ 4.8% คิดเป็นมูลค่าราว 2,994 ล้านบาท ปัจจุบัน SUN ส่งออกสินค้าไป 54 ประเทศทั่วโลก มีฐานลูกค้ามากกว่า 200 ราย โดยเอเชียเป็นตลาดหลัก คิดเป็นมากกว่า 50% ของยอดส่งออกทั้งหมด ญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงสุดมากกว่า 30% ตามด้วยไต้หวันและเกาหลีใต้ ส่วนตลาดยุโรปมีสัดส่วนประมาณ 10% และยังมีตลาดตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมถึงกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกา สำหรับไตรมาส 3/2569 บริษัทให้ความสำคัญกับการฟื้นอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิกลับเข้าสู่ระดับปกติ ผ่านการลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น เพิ่มผลิตภาพในสายการผลิต พร้อมนำระบบอัตโนมัติ เอไอ และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพสินค้า ขณะเดียวกัน SUN เริ่มทยอยเจรจาปรับราคาคำสั่งซื้อใหม่ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 หลังที่ผ่านมาเลือกยึดราคาตามสัญญาเดิมเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและคู่ค้าในช่วงที่ต้นทุนได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการเร่งขยายธุรกิจ RTE, RTC, Chilled และสินค้าอาหารสด ซึ่งเป็นกลุ่มมูลค่าเพิ่มและมีโอกาสสร้างมาร์จิ้นสูงกว่าสินค้าพื้นฐาน โดยในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทเตรียมเปิดตัวและพัฒนาสินค้าใหม่มากกว่า 10 รายการ หรือประมาณ 3-4 รายการต่อไตรมาส ทั้งสินค้าใหม่ในตลาดเดิม สินค้าใหม่สำหรับตลาดใหม่ และการต่อยอดสินค้าเดิม SUN ยังอยู่ระหว่างพัฒนา RTE สำหรับตลาดต่างประเทศ โดยมุ่งเพิ่มอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อรองรับการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์บางรายการเริ่มเข้าสู่การผลิตและส่งมอบให้ลูกค้าแล้ว ด้านตลาดต่างประเทศ บริษัทเดินหน้ากระจายฐานลูกค้าเพื่อลดผลกระทบจากตะวันออกกลาง โดยในช่วงที่ผ่านมาได้เข้าทำตลาดที่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และเริ่มได้รับความสนใจจากลูกค้าใหม่ทั้งผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานและสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน สำหรับแผนช่วงถัดไป SUN เตรียมเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในออสเตรเลียช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน เพื่อขยายยอดขายสินค้าแช่แข็งไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ก่อนเดินหน้าทำตลาดที่ฮ่องกงช่วงปลายเดือนกันยายน จากนั้นในช่วงเดือนตุลาคม บริษัทเตรียมเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเวทีสำคัญสำหรับพบผู้ซื้อจากยุโรป เอเชีย แอฟริกา และอเมริกา รวมถึงติดตามเทรนด์การบริโภค เทคโนโลยีการผลิต และนวัตกรรมใหม่ ก่อนปิดท้ายแผนขยายตลาดปีนี้ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดยเน้นผลักดันกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานเข้าสู่ตลาดที่มีฐานประชากรและกำลังซื้อขยายตัว ด้านความคืบหน้าโครงการลงทุน Tetra Recart Sweet Corn ซึ่งเป็นการยกระดับการผลิตข้าวโพดหวานสู่บรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารและติดตั้งเครื่องจักรรวมถึงระบบอัตโนมัติ โดยบริษัทตั้งเป้าเริ่มทดสอบระบบและนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดในไตรมาส 4/2569 นอกจากนี้ SUN ยังลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตสินค้าแช่แข็งผ่าน Freezer ขนาด 300 กิโลกรัมต่อชั่วโมง พร้อมระบบ Thermoforming และ Cooling เพื่อรองรับการขยายกำลังผลิต RTE และสินค้ามูลค่าเพิ่ม ด้านโครงการพลังงานทดแทน บริษัทคาดว่า Solar Rooftop จะทยอยติดตั้งและนำมาใช้งานได้ในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน นายองอาจ ระบุอีกว่า ช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ของปีถัดไป ตามปกติเป็นฤดูกาลที่คำสั่งซื้อและการบริโภคอยู่ในระดับสูง ทำให้บริษัทคาดหวังว่าจะเห็นยอดขายและความสามารถในการทำกำไรทยอยฟื้นตัวในช่วงปลายปี จากทั้งการปรับราคาคำสั่งซื้อใหม่ มาตรการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง ขณะเดียวกัน หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายและระบบโลจิสติกส์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ บริษัทคาดว่าคำสั่งซื้อจากตลาดดังกล่าวมีโอกาสกลับมาเร่งตัว เนื่องจากความต้องการของลูกค้ายังคงอยู่ โดยตะวันออกกลางเป็นตลาดที่เคยสร้างรายได้ให้ SUN เกือบ 10% สำหรับเป้าหมายทั้งปี 2569 SUN ยังคงตั้งเป้ารายได้ที่ 4,000-4,500 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการรักษาฐานธุรกิจข้าวโพดหวาน การขยายตลาดส่งออก การเปิดตัวสินค้าใหม่ การเดินเครื่องโครงการ Tetra Recart และการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจ RTE-RTC รวมถึงสินค้ามูลค่าเพิ่ม ส่วนเป้าหมายระยะกลาง บริษัทตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นสู่ 5,000-6,000 ล้านบาทในปี 2571 จากการเพิ่มกำลังผลิต ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพภายในโรงงาน โดยจะพิจารณาการลงทุนในโครงการที่สามารถเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ SUN ยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามกฎหมาย โดยขึ้นอยู่กับผลประกอบการในแต่ละงวด พร้อมเดินหน้ารักษาฐานธุรกิจเดิม ควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่จากอาหารพร้อมรับประทานและสินค้ามูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
SUN.BK

SUN มั่นใจรายได้ปี 69 โต 10-15% รับบาทอ่อน-ออกสินค้าใหม่มาร์จิ้นสูง

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN คาดผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2569 เติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก จากเงินบาทอ่อนค่าที่ระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐและราคาน้ำมันที่ลดลง หนุนการส่งออกซึ่งมีสัดส่วน 70-80% ของรายได้ทั้งหมดไปยัง 40-50 ประเทศ โดยมีตลาดหลักในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน ทำให้มั่นใจว่ารายได้ทั้งปี 2569 จะเติบโตตามเป้าหมาย 10-15% ในไตรมาส 4/2569 บริษัทจะเริ่มติดตั้งเครื่องจักรและทดสอบการผลิตข้าวโพดหวานบรรจุกล่องกระดาษซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ พร้อมขยายการลงทุนในกลุ่มสินค้าแช่แข็งที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 30-40% เทียบกับสินค้าปกติที่มีมาร์จิ้นประมาณ 20% แม้ปริมาณขายในระยะแรกจะไม่มากเนื่องจากข้อจำกัดด้านเครื่องมือและลักษณะสินค้า ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตข้าวโพดหวานประมาณ 300,000 ตันต่อปี ใช้กำลังการผลิตจริงเพียง 50% จึงยังไม่จำเป็นต้องขยายอาคารโรงงานเพิ่ม แต่จะเน้นติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในอาคารเดิมที่เพิ่งสร้างเสร็จด้วยเงินลงทุน 150 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในปีหน้า นอกจากนี้บริษัทได้เจรจาปรับราคาสินค้าบางรายโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าพร้อมทานเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางแบบค่อยเป็นค่อยไป