โบรกเกอร์บัวหลวงชี้ข่าว KCE ผลิต PCB ป้อนหุ่นยนต์ TESLA เปิดอัพไซด์ใหม่

AnalystProduct / TechIndustry
โดย thunhoon.com·THUS·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บล.บัวหลวง ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE โดยระบุว่ามีกระแสข่าวว่า KCE อยู่ระหว่างกระบวนการผลิตแผงวงจรพิมพ์ในปริมาณจำกัด เพื่อทดสอบระบบและสายการผลิตจริงก่อนเริ่มการผลิตจำนวนมาก หรือ pilot production PCB Optimus ซึ่งหากได้รับการยืนยันจะเปิดอัพไซด์ใหม่ให้ KCE ขณะที่ Tesla อยู่ระหว่างติดตั้งสายการผลิต Optimus รุ่นแรกที่ Fremont เพื่อเตรียมเริ่มผลิตในปี 2569 โดยสายการผลิตดังกล่าวออกแบบสำหรับกำลังการผลิตหุ่นยนต์ระยะยาว 1 ล้านตัวต่อปี ส่วน second-generation line ที่ Giga Texas ออกแบบสำหรับ long-term capacity สูงถึง 10 ล้านตัวต่อปี ฝ่ายวิจัยบัวหลวงใช้สมมติฐาน humanoid หนึ่งตัวมี PCB ราว 40–50 boards และพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 80cm²/board หรือ 0.09 sq.ft. เทียบกับ KCE ที่ปัจจุบันมี ASP เฉลี่ยราว US$14/sq.ft. และ HDI ราว US$18/sq.ft. โดยสมมติ humanoid PCB ASP ที่ US$22/sq.ft. หรือ premium ราว 20% จาก Auto HDI ปัจจุบัน ซึ่งยังต่ำกว่า selected AI/datacom PCB ที่ราว US$60–100+/sq.ft. จากสมมติฐานดังกล่าว humanoid หนึ่งตัวจะมี addressable PCB value ราว US$80–95 หรือประมาณ US$90/robot หากอิง Fremont designed capacity ที่ 1m robots/year จะเท่ากับ PCB opportunity ราว US$90m/year และหาก KCE สามารถ capture ได้ 10% ของ content ดังกล่าว จะสร้างรายได้เพิ่มราว US$9m/year หรือใช้กำลังการผลิตของ KCE แค่ราว 1% หรือประมาณ 2% ของรายได้ปัจจุบัน ที่ GM 25% ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรส่วนเพิ่มราว 5% และมองว่าจากศักยภาพของ Humanoid มีโอกาสโตอีกมาก ทำให้ PER จะถูก re-rate เพิ่มไปด้วย ซึ่งหากอิง PER ปี 2570 ที่ 40 เท่า จะคิดเป็นราคาราว 70 บาท ในช่วงบ่ายวันนี้ KCE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าตามที่มีสื่อสังคมออนไลน์บางส่วนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการซื้อขายสินค้ากับบริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา บริษัทขอชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการดำเนินงาน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปแตใด โดยขอให้ประชาชน นักลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาข้อมูลจากช่องทางทางการของบริษัทและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ราคาหุ้น KCE ช่วงบ่ายอยู่ที่ 66.25 บาท บวก 7.75 บาท หรือ 13.25% มีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 5,302.11 ล้านบาท

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Semiconductors · 1 หุ้น
KCE Electronics Public Company Limited
KCE
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

KCE is reportedly in pilot production of PCB Optimus for Tesla robots, opening a new addressable demand opportunity worth about US$90 million per year.

Robotics & Physical AI · 1 หุ้น
Tesla Inc
TSLA
± ผสมความเกี่ยวข้อง

Tesla is installing Optimus production lines at Fremont and Giga Texas, but the article is about KCE's PCB opportunity, not a Tesla-specific development.

ผลกระทบต่อธีม 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Citrini Research ชี้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังพัฒนาคืบหน้าโดยยังไม่มีช่วงเวลาพลิกวงการแบบ ChatGPT

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในด้านความเป็นอิสระ ความคล่องแคล่วในการหยิบจับ และงานซ้ำ ๆ ในโลกจริง แต่การนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลายยังคงเป็นงานที่ต้องพัฒนาต่อไป ตามรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพุธโดย Citrini Research หลังจากใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์พบปะกับห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ วิศวกร และนักลงทุนทั่วเขตอ่าวซานฟรานซิสโก บริษัทพบว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นการพัฒนา การฝึกฝน และการสาธิตที่ควบคุมจากระยะไกล โดยการนำไปใช้งานจริงในโลกยังใกล้เคียงกับการทดลองนำร่องมากกว่าโอกาสที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ชัดเจน รายงานฉบับนี้พิจารณาว่าวงการหุ่นยนต์กำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาพลิกวงการแบบ ChatGPT ของตัวเองหรือไม่ และเน้นความคืบหน้าจาก GeneralistAI และ Skild AI รวมถึงการสาธิตของ Figure AI ที่เกี่ยวข้องกับพัสดุ 250,000 ชิ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าสาขานี้อาจก้าวหน้าผ่านสัญญาณที่ประกอบกันเป็นภาพโมเสกมากกว่าการ breakthroughs เพียงหนึ่งเดียวที่นิยามวงการ การเคลื่อนที่พื้นฐานของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ถือเป็นปัญหาที่แก้ไขได้แล้ว ขณะที่ความคล่องแคล่วในการหยิบจับที่ซับซ้อนยังคงยากกว่า และงานซ้ำ ๆ ง่าย ๆ ก็สามารถฝึกให้ทำได้แล้ว การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหุ่นยนต์โดยรวมยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง Tesla Inc กำลังเตรียมสายการผลิตสำหรับ Optimus XPeng Inc ได้เปิดตัวสายการผลิตอัตโนมัติสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ IRON ของตน และ Figure AI กำลัง securing การเข้าถึงชิป GPU Vera Rubin จาก NVIDIA Corp ได้ถึง 100,000 ตัว เพื่อฝึกโมเดลที่ขับเคลื่อนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของตน รายงานสรุปว่าความเป็นอิสระของหุ่นยนต์กำลังพัฒนาตามเส้นโค้งมากกว่าจะมาถึงผ่านการ breakthroughs เพียงหนึ่งครั้งที่ชี้ขาด โดยเป้าหมายระยะยาวยังคงเป็นการทำให้สามารถใช้งานได้ทั่วไปอย่างกว้างขวาง
Yahoo Finance·9hอ่านต่อ →

สปิริต AI เตรียมเปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่รับคำสั่งด้วยเสียงภายในปีหน้า

เกา หยาง ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของสปิริต AI สตาร์ทอัพสัญชาติจีน เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่สามารถทำงานพื้นฐานได้เกือบทั้งหมดเพียงแค่สั่งด้วยวาจา อาจกลายเป็นจริงได้เร็วที่สุดภายในปีหน้า เขากล่าวว่า "ภายในกลางปี 2027 การพูดคุยกับหุ่นยนต์ด้วยภาษาธรรมชาติจะทำให้หุ่นยนต์ทำงานเป็นชุดได้" พร้อมแสดงความมั่นใจในพัฒนาการของซอฟต์แวร์ที่ผ่านมา บริษัททำอัตราความสำเร็จได้ราว 90% กับงานง่าย ๆ แต่ยังมีปัญหาหลงเหลืออยู่กับงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน เช่น การคลายฝาขวด และการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า คาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะนำเข้าสู่ครัวเรือนทั่วไปได้ บริษัทมีพนักงานสัญญาจ้างราว 1,000 คนที่สวมอุปกรณ์เก็บข้อมูลตามบ้านและในโรงงาน เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านการเคลื่อนไหวและฝึกฝนหุ่นยนต์ สปิริต AI ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 มีพนักงานประจำราว 300 คน ระดมทุนได้มากกว่า 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐจนถึงปัจจุบัน และได้ส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์หลายสิบตัวให้กับ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ และ JD.com ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ
ロイター·12hอ่านต่อ →

เทสลาขอคำวินิจฉัยระดับรัฐบาลกลางกรณีชื่อเทอราแฟบสำหรับโรงงานชิปมูลค่า 1.68 หมื่นล้านดอลลาร์

เทสลาและสเปซเอ็กซ์กำลังขอคำวินิจฉัยระดับรัฐบาลกลางว่าชื่อเทอราแฟบไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าที่ถือครองโดย TERA-print ซึ่งเป็นการเพิ่มข้อพิพาททางกฎหมายให้กับโครงการโรงงานชิปมูลค่า 1.68 หมื่นล้านดอลลาร์ที่บริษัทวางแผนไว้ เทสลายื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เกี่ยวข้องกับเทอราแฟบสามฉบับในเดือนพฤษภาคม และการดำเนินงานในรัฐเท็กซัสที่วางแผนไว้นี้จะผลิต บรรจุภัณฑ์ และทดสอบชิปตรรกะและหน่วยความจำขั้นสูงสำหรับหุ่นยนต์ออปติมัส ไซเบอร์แค็บ และศูนย์ข้อมูลของสเปซเอ็กซ์ หุ้นเทสลาปรับตัวลงราว 1% สู่ระดับ 362.84 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ หุ้นซื้อขายสูงกว่ามูลค่าตามหลักจีเอฟที่ 333.92 ดอลลาร์อยู่ 8.66% ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนยังคงจ่ายส่วนเกินสำหรับความทะเยอทะยานในการเติบโตระยะยาวของเทสลา คำถามที่ใหญ่กว่าคือเทสลาจะเปลี่ยนความมุ่งมั่นด้านเงินทุน 1.68 หมื่นล้านดอลลาร์ให้เป็นผลผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่เชื่อถือได้ได้หรือไม่ เนื่องจากการนำการผลิตชิปมาทำเองภายในเพิ่มความเสี่ยงด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับอัตราผลผลิต การใช้กำลังการผลิต บุคลากรด้านวิศวกรรม และวินัยในการผลิต