Akeso IncPhase II trial shows ligufalimab combination improves survival and response rates in AML.

อาเคโซประกาศว่าแอนติบอดีต้าน CD47 ลิกูฟาลิแมบร่วมกับอะซาซิติดีนและเวเนโทแคล็กซ์แสดงแนวโน้มที่มีนัยสำคัญต่อประโยชน์ด้านการรอดชีวิตและการตอบสนองเชิงลึกในการทดลองแบบสุ่มระยะที่สองสำหรับผู้ป่วย AML ที่ยังไม่เคยรักษาและไม่เหมาะกับการให้เคมีบำบัดเข้มข้น ที่ระยะติดตามผลมัธยฐาน 10 เดือนในกลุ่มลิกูฟาลิแมบและ 8.8 เดือนในกลุ่มควบคุม อัตราการรอดชีวิตโดยปราศจากเหตุการณ์มัธยฐานอยู่ที่ 9.1 เดือนเทียบกับ 6.9 เดือน และอัตราการรอดชีวิตโดยรวมมัธยฐานยังไม่ถึงเทียบกับ 8.3 เดือน โดยทั้งคู่มีอัตราส่วนความเสี่ยง 0.46 อัตราการตอบสนองตามวัตถุประสงค์อยู่ที่ร้อยละ 80.0 เทียบกับร้อยละ 66.7 และอัตราการตอบสนองสมบูรณ์แบบรวมอยู่ที่ร้อยละ 56.7 เทียบกับร้อยละ 53.3 โดยมีอัตราการตรวจไม่พบโรคตกค้างระดับโมเลกุลที่สูงกว่าในกลุ่มลิกูฟาลิแมบ ข้อมูลความปลอดภัยเทียบเคียงกันระหว่างกลุ่ม โดยภาวะโลหิตจางเกิดขึ้นในร้อยละ 46.7 ของกลุ่มลิกูฟาลิแมบเทียบกับร้อยละ 50.0 ในกลุ่มควบคุม ลิกูฟาลิแมบได้รับการกำหนดให้เป็นยาสำหรับโรคหายากจากองค์การอาหารและยาสหรัฐสำหรับ AML และเป็นแอนติบอดีโมโนโคลนัลต้าน CD47 ตัวแรกของโลกที่เข้าสู่การทดลองระยะที่สามแบบลงทะเบียนในเนื้องอกชนิดก้อน
Akeso IncPhase II trial shows ligufalimab combination improves survival and response rates in AML.