PTTGC ตั้งเป้าดัน EBITDA จาก Allnex แตะ 30% ใน 4-5 ปี

Corporate ActionIndustry
โดย ทันหุ้น·THCN·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC วางแผนขยายธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษโดยใช้ Allnex เป็นกำลังสำคัญ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA จากธุรกิจ Allnex ขึ้นไปแตะระดับ 30% ของ EBITDA รวมทั้งหมดของ PTTGC ภายใน 4-5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่อยู่ระดับประมาณ 15% นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTGC ระบุว่าบริษัทจะตั้งฐานการผลิตและการลงทุนในลักษณะ Hub ที่ประเทศจีน และอินเดีย โดยโรงงานในอินเดียจะผลิตได้ปลายปีนี้ ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สารเคลือบผิวอุตสาหกรรมของ Allnex จะมุ่งเน้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี High-End และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้มาร์จิ้นสูง ด้านนายอนิช เค. ทาเนจา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Allnex กล่าวว่าการเติบโตจะขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพภายใน การต่อยอดฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ในตลาดทั่วโลก และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ นางไอริส ถัง กรรมการผู้จัดการ Allnex ประเทศจีน เผยว่าตลาดสารเคลือบผิวอุตสาหกรรมในจีนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45% ของตลาดทั่วโลก โดยมีลูกค้าอย่าง BYD, Xiaomi, COSCO, SANY และ CRR C อยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์เดียวกัน ขณะที่บริษัทยังคงเดินหน้าจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ SCGC ในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์เพื่อยกระดับอัตรากำไร

ผลกระทบต่อหุ้น 7

Materials · 1 หุ้น
PTT Global Chemical Public Company Limited
PTTGC
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

PTTGC plans to expand specialty chemicals via Allnex, targeting Allnex's share of total EBITDA to rise to 30% from 15% within 4-5 years.

Electrification & Mobility · 1 หุ้น
อื่นๆ · 5 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 2

Allnexเอกชน▲ บวก
อุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Allnex is the key growth driver, expanding into new customers and high-margin segments like electronics, data centers and EVs, with a new India plant starting production by year-end.

SCG Chemicals Public Company Limited (SCGC)เอกชน± ผสม
เงินทุนความเกี่ยวข้อง

PTTGC continues moving forward with a joint venture with SCGC in olefins and polyolefins to improve profit margins, but no terms or impact details given.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2

คาบอตขยายแพลตฟอร์มวัสดุแบตเตอรี่ด้วยเงินสนับสนุน 50 ล้านดอลลาร์จากกระทรวงพลังงานสหรัฐ

บริษัท คาบอต คอร์ปอเรชัน กำลังขยายการผลิตสารเติมแต่งนำไฟฟ้าขั้นสูงภายในประเทศที่โรงงานในเมืองแฟรงคลิน รัฐลุยเซียนา และเมืองแพมปา รัฐเท็กซัส ผ่านเงินสนับสนุนมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์จากสำนักงานแร่ธาตุสำคัญและนวัตกรรมพลังงานของกระทรวงพลังงานสหรัฐ ซึ่งได้รับการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข เงินทุนดังกล่าวเมื่อรวมกับการลงทุนของคาบอตอีกประมาณ 75 ล้านดอลลาร์ มีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับระบบกักเก็บพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์ข้อมูล การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าในวงกว้าง ภายใต้ข้อตกลงฉบับแก้ไข คาบอตจะเปลี่ยนทิศทางเงินทุนจากโครงการในรัฐมิชิแกนที่วางแผนไว้เดิม ไปสู่การขยายพื้นที่โรงงานเดิมสองแห่งแทน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเร่งการพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเสริมขีดความสามารถด้านอุปทาน การลงทุนนี้จะสนับสนุนการผลิตคาร์บอนนำไฟฟ้าขั้นสูงสำหรับแบตเตอรี่ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ LITX ที่โรงงานแฟรงคลิน ขณะที่โรงงานแพมปาจะจัดตั้งการผลิตโครงสร้างนาโนคาร์บอนในระดับพาณิชย์แห่งแรกของคาบอต และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ ENERMAX โดยทั้งสองโครงการคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2571 หุ้นของคาบอตปรับขึ้นร้อยละ 17 นับตั้งแต่ต้นปี เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 ของกลุ่มอุตสาหกรรมในช่วงเดียวกัน
Zacks Investment Research·19hอ่านต่อ →
5

SCC เด้ง 3% หลัง ROC กลับมาเดินเครื่อง KSS คงเป้า 315 บาท

หุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ปรับขึ้น 2.70% มาอยู่ที่ 266.00 บาท หลังบริษัทประกาศกลับมาเดินเครื่องผลิตโรง ROC ซึ่งมีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ประมาณ 1.35 ล้านตันต่อปี ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2569 หลังจากจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งนอกตะวันออกกลาง อาทิ มาเลเซีย แอฟริกา และแหล่งอื่น ๆ ได้เพียงพอสำหรับการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ SCC ตั้งเป้าอัตราการใช้กำลังการผลิตรวมกับโรง MOC ซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ 2.05 ล้านตันต่อปี ไว้ที่มากกว่า 80% ใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดสงคราม บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่าการกลับมาเดินเครื่อง ROC ได้ภายในช่วงปลายไตรมาส 3/2569 เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SCC ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 315 บาท พร้อมยกให้เป็นหนึ่งในหุ้นเด่น โดยคาดว่ากำไรปกติของ SCC ในช่วงปี 2569-2571 จะเติบโตเฉลี่ย 110% ต่อปี
9

SCGC ประกาศเดินโรงงานระยองโอเลฟินส์กลับมาผลิตหลังหยุดชั่วคราวจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ประกาศว่า บริษัทระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) ในกลุ่มธุรกิจ SCGC กลับมาเดินโรงงานโอเลฟินส์ได้สำเร็จแล้ว หลังจากประกาศหยุดโรงงานเป็นการชั่วคราวเมื่อเดือนมีนาคม 2569 เพราะสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยบริษัทได้ประเมินความพร้อมด้านการดำเนินงาน รวมทั้งมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่นำมาพิจารณาในการกลับมาเดินโรงงาน ROC ครั้งนี้ ได้แก่ ความต่อเนื่องในการจัดหาวัตถุดิบ (Feedstock Security) และความพร้อมของโรงงาน รวมทั้งความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ นายศักดิ์ชัยย้ำว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงมีความผันผวนและไม่แน่นอน SCGC จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมืออย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบ การบริหารจัดการวัตถุดิบและการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลกที่มีความท้าทายมากขึ้น