Tesla IncTransition to AI and physical infrastructure platform with new growth engines (Robotaxi, Optimus, energy storage) signals strategic shift.
บล.กรุงศรี ระบุ Tesla กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ จากผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าสู่การเป็น AI & Physical Infrastructure Platform อย่างเต็มรูปแบบ โดยใช้ธุรกิจยานยนต์เดิมเป็นรากฐานสำคัญทั้งด้านเงินทุน โรงงานผลิต ฐานลูกค้า และคลังข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อปูทางสู่การเติบโตในทศวรรษหน้า ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2026 รายได้จากกลุ่ม Automotive คิดเป็น 88.9% ของรายได้รวม ขณะที่ธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานคิดเป็น 11.1% ตลาดสหรัฐอเมริกายังคงเป็นรายได้หลักที่ 46.8% ตามมาด้วยจีนที่ 16.6% และภูมิภาคอื่นๆ อีก 36.7% เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ 3 ด้าน ได้แก่ Robotaxi ที่เปลี่ยนโมเดลธุรกิจสู่รายได้หมุนเวียนจากการให้บริการการเดินทางแบบไร้คนขับ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus ที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกับธุรกิจรถยนต์เดิม และระบบกักเก็บพลังงานอย่าง Megapack และ Powerwall ที่ได้รับประโยชน์จากพลังงานหมุนเวียนและการขยายตัวของ Data Center สำหรับ AI ผลประกอบการไตรมาส 2/2026 Tesla ทำรายได้ 28.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 25.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 2-7% ยอดส่งมอบรถยนต์ทำสถิติสูงสุดที่ 480,126 คัน เพิ่มขึ้น 25% ดันรายได้กลุ่มยานยนต์เป็น 20.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ธุรกิจ Energy Generation & Storage มีรายได้ 3.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% จากยอดติดตั้ง 13.5 GWh เพิ่มขึ้น 41% และกลุ่ม Services & Other เติบโต 50% แตะ 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 16.8% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 19.5% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานพุ่งขึ้น 47% เป็น 4.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเร่งลงทุนใน AI, Robotaxi และ Optimus ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดเหลือเพียง 1.4% และกำไรสุทธิ GAAP อยู่ที่ 1.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 5% ตลาดคาดการณ์ว่าในปี 2026 Tesla จะมีรายได้รวมราว 105.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 11.6% แต่กำไรระยะสั้นยังถูกกดดันจากการลงทุนครั้งมโหฬาร โดย Tesla คาดการณ์รายจ่ายฝ่ายทุนในปี 2026 ว่าจะสูงกว่า 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัวจากปี 2025 เพื่อรองรับระบบ AI Compute, Cybercab, Optimus และการขยายกำลังการผลิตใหม่ ทำให้คาดการณ์กำไรและ EPS (GAAP) ในปี 2026 อาจหดตัวเล็กน้อยที่ 0.2% อยู่ที่ 1.08 ดอลลาร์ต่อหุ้น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การแข่งขันในตลาด EV ที่รุนแรงขึ้นโดยเฉพาะจากผู้ผลิตจีนและค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่เดิม ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานของ Robotaxi และ FSD ทั้งด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย และกฎระเบียบ ความไม่แน่นอนของ Optimus ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แรงกดดันต่อกระแสเงินสดจากการลงทุนสูง และมูลค่าหุ้นที่สะท้อนความคาดหวังสูง โดยมีค่า PE Ratio สูงเกือบ 200 เท่า Bloomberg Consensus ประเมินราคาเป้าหมายของหุ้น Tesla ในปี 2026 กรณีพื้นฐานไว้ที่ 389 ดอลลาร์สหรัฐ มี Upside 19% และกรณีเชิงบวกไว้ที่ 600 ดอลลาร์สหรัฐ มี Upside 83% กลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง พิจารณาเข้าลงทุนตามกรอบแนวรับทางเทคนิค โดยมีปัจจัยกระตุ้นจากข่าวยอดส่งมอบรถยนต์ การอนุมัติให้ใช้ Robotaxi ในรัฐต่างๆ หรือการขยายกำลังการผลิตของ Energy Storage มุมมองทางเทคนิค หากราคาผ่านแนวต้านที่ 350 ดอลลาร์ขึ้นไป จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบจุดที่เคยเปิด Gap ลงมาที่ 365 ดอลลาร์ แนะนำเก็งกำไรระยะสั้น จุดทำกำไรที่ 365 ดอลลาร์ แนวรับที่ 330 และ 315 ดอลลาร์ จุดตัดขาดทุนหากราคาหลุด 310 ดอลลาร์ นักลงทุนไทยสามารถเข้าลงทุนผ่านตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศในชื่อ TSLA80 หรือลงทุนในหุ้นแม่ TSLA โดยตรงผ่านบริการ Krungsri iGlobal
Tesla IncTransition to AI and physical infrastructure platform with new growth engines (Robotaxi, Optimus, energy storage) signals strategic shift.