ไทยเร่ง Net Zero ปี 2050 ทุ่ม 2 ล้านล้านบาท ตั้งภาษีคาร์บอน

RegulationMacro
โดย HoonSmart·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

รัฐบาลไทยร่วมกับภาคพลังงานและอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ อาทิ ปตท. เอสซีจี และการบินไทย เร่งยกระดับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2050 จากเดิมปี 2065 พร้อมเดินหน้าร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะจัดเก็บภาษีคาร์บอนจากผลิตภัณฑ์ต้นน้ำ และตั้งระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) คาดมีผลบังคับใช้ในไตรมาส 3 ปี 2570 โดยไทยต้องการเงินทุนอย่างน้อย 2 ล้านล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศ ขณะที่ธนาคารโลกเตือนว่าหากล่าช้าอาจทำให้จีดีพีไทยทรุดตัวลง 7-14% ภายในปี 2050 ด้าน ปตท. เตรียมลงทุนอย่างน้อย 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการ iSPARK และ CCS Hub ในพื้นที่มาบตาพุด เพื่อลดคาร์บอนได้อย่างน้อย 9 ล้านตันต่อปีภายในปี 2035 และสร้างงานใหม่กว่า 10,000 อัตรา

ผลกระทบต่อหุ้น 3

Energy Transition & Power Demand · 1 หุ้น
PTT Public Company Limited
PTT
▲ บวกกฎเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง

Thailand's accelerated Net Zero target and carbon tax/ETS plans create regulatory tailwinds for PTT's CCS and iSPARK investments.

Climate Adaptation & Water · 1 หุ้น
The Siam Cement Public Company Limited
SCC
± ผสมกฎเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง

SCG is mentioned as a major player in Thailand's Net Zero acceleration, but the article does not detail specific impacts on its operations.

Aerospace & Aviation · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 4

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Alphabet หนุนโครงการกำจัดคาร์บอนของ Terradot ขยายขนาดสิบเท่า

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันพุธว่า Alphabet ได้สนับสนุนโครงการกำจัดคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทจนถึงขณะนี้ผ่าน Terradot แม้ว่าราคาหุ้นของบริษัทจะปรับตัวลงประมาณ 0.9% สู่ระดับ 341.72 ดอลลาร์ก็ตาม Terradot วางแผนที่จะนำวัสดุสำหรับกระบวนการผุกร่อนแบบเร่งไปใช้ในพื้นที่นาข้าวกว่า 200,000 เฮกตาร์ในบราซิล โดยตั้งเป้าสร้างเครดิตจากการลดก๊าซมีเทนหนึ่งล้านเมตริกตันภายในปี 2030 และเครดิตจากการกำจัดคาร์บอนอีกหนึ่งล้านตันภายในปี 2040 ซึ่งเป็นเป้าหมายการกำจัดคาร์บอนที่มีขนาดใหญ่กว่าโครงการผุกร่อนของหินก่อนหน้านี้ราวสิบเท่า กูเกิลถือหุ้นใน Terradot อยู่แล้ว ทำให้บริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อเครดิตเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินของเทคโนโลยีนี้ด้วย ธุรกรรมของ Terradot ในปี 2024 บ่งชี้ว่าต้นทุนการกำจัดคาร์บอนอยู่ที่ประมาณ 300 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ผู้พัฒนามองว่าระดับประมาณ 100 ดอลลาร์จะเป็นระดับที่อาจปลดล็อกการนำไปใช้ในวงกว้างขึ้นได้ แม้ว่าราคาของข้อตกลงล่าสุดของกูเกิลจะยังไม่เปิดเผยก็ตาม ราคาหุ้นของ Alphabet ที่ 341.72 ดอลลาร์นั้นสูงกว่ามูลค่าประเมิน GF Value ที่ 253.99 ดอลลาร์อยู่ 34.54% ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้การใช้จ่ายมหาศาลของกูเกิลด้านปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานต้องแปลงออกมาเป็นการเติบโตที่ยั่งยืน

KBANK อัดฉีด 600 ลบ. หนุนบีคอน วีซี ลุย 3 โครงการ ESG สตาร์ทอัพ

บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล บริษัทเงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย เดินหน้าลงทุนผ่านกองทุน Beacon Impact Fund ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินให้สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย โดยกองทุนดังกล่าวได้ส่งมอบเงินลงทุนไปแล้วรวมทั้งสิ้น 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 600 ล้านบาท เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้ในมิติ ESG และขยายผลในวงกว้างทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่นทั่วโลก สำหรับปี 68 กองทุน Beacon Impact Fund ประกาศลงทุนเชิงกลยุทธ์เพิ่มเติมใน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ Quantified Energy สตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ผู้นำเทคโนโลยีตรวจสอบแผงโซลาร์สำหรับ Utility-Scale Solar Farm ด้วยโดรนอัตโนมัติแบบ Electroluminescence Mapping Solution ซึ่งทำสถิติโลกด้วยการตรวจสอบแผงโซลาร์กว่า 1 ล้านแผงภายในสามสัปดาห์, Arkadiah Technology สตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ที่ให้บริการพัฒนาโครงการปลูกป่าเพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบครบวงจรด้วยระบบ Digital Monitoring, Reporting, and Verification ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และ Raisewell Ventures กองทุนเพื่อสังคมจากซิลิคอนแวลลีย์ที่มุ่งลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเชิงลึกในสหรัฐอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์กับประเทศไทยในสามกลุ่มหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ การผลิตและซัพพลายเชน และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ
10

EA ส่งมอบคาร์บอนเครดิต 57,327 ITMOs ให้ KliK Foundation สวิตเซอร์แลนด์

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เปิดเผยว่า Bangkok E-Bus Programme ได้ส่งมอบคาร์บอนเครดิตภายใต้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวน 57,327 ITMOs ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้ยอดส่งมอบสะสมของโครงการอยู่ที่ 108,960 ITMOs โดย ITMOs เหล่านี้เป็นผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านการตรวจวัด ตรวจสอบ และรับรองตามมาตรฐาน และได้รับอนุมัติให้ถ่ายโอนระหว่างประเทศภายใต้ Article 6.2 แห่งความตกลงปารีส เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย NDC ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โครงการดังกล่าวนำรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันมาให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทดแทนรถโดยสารดีเซลและก๊าซธรรมชาติ นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA กล่าวว่า ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ และบริษัทพร้อมต่อยอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อขยาย Green Energy Ecosystem ไปสู่ภาคส่วนอื่นต่อไป