← Back

SCG Decor PCL

SCG Decor Public Company Limited, through its subsidiaries, produces and distributes ceramic tiles, sanitary ware, and other related products and services in Thailand, Vietnam, and internationally. The company operates through two segments, Decor Surfaces Business and Bathroom Business. It offers faucets and fittings, porcelain tiles, floor and wall tiles, tile adhesive, and grout products. The company also provides stone vinyl and plastic composite products, and vinyl tile products. It provides its products under the Italia Espana, COTTO, CAMPANA, SOSUCO, LT by COTTO, Prema, Prime, Premier, MARIWASA, Luxuria PORCLELAIN TILES, KIA, and Impresso CERAMICS brands. The company was formerly known as SCG Building Materials Company Limited and changed its name to SCG Decor Company Limited in February 2023. The company was incorporated in 2023 and is headquartered in Bangkok, Thailand. SCG Decor Public Company Limited is a subsidiary of The Siam Cement Public Company Limited.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving SCGD.BK
SCGD.BK

บล.กสิกรไทยชี้กลุ่มวัสดุก่อสร้างกำไรฟื้น ชู EPG-TOA เด่น

บล.กสิกรไทย ระบุกลุ่มวัสดุก่อสร้างรายงานกำไรปกติรวมไตรมาส 2/2569 ที่ 2.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นแม้ยอดขายอ่อนแอ ขณะที่กำไรลดลง 11% จากไตรมาสก่อนจากอุปสงค์ตามฤดูกาลและวันหยุดที่มากขึ้น กำไรปกติรวมครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน คิดเป็น 61% ของประมาณการทั้งปีที่ 7.9 พันล้านบาท รายได้รวมไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อน โดย GPM ปรับเพิ่มเป็น 28.2% เพิ่มขึ้น 0.7 จุดจากปีก่อน และ 0.3 จุดจากไตรมาสก่อน เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้นชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่อิงราคาน้ำมันซึ่งปรับสูงขึ้นได้ทั้งหมด โดยวัตถุดิบดังกล่าวคิดเป็น 35-45% ของต้นทุนขาย อัตราส่วน SG&A ต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 17.9% เพิ่มขึ้น 0.2 จุดจากปีก่อน และ 1.8 จุดจากไตรมาสก่อน จากต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรปกติเพิ่มขึ้น 0.4 จุดจากปีก่อน เป็น 9.4% แต่ลดลง 1.3 จุดจากไตรมาสก่อน ยอดขายกระเบื้องเซรามิกของ DCC และ SCGD ลดลง 6% และ 7% จากปีก่อนตามลำดับ เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากภาคเอกชนที่มีอุปสงค์อ่อนแอในระดับสูง ขณะที่กำไรปกติลดลง 4% และ 5% ตามลำดับ TASCO มีรายได้เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน จากราคายางมะตอยที่สูงขึ้นภายหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้กำไรปกติเพิ่มขึ้น 22% ส่วนยอดขายของ TOA เพิ่มขึ้น 4% จากส่วนแบ่งตลาดที่สูงและการสะสมสต็อกสินค้า แต่กำไรปกติเพิ่มขึ้นเพียง 3% เนื่องจาก SG&A และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเมียนมาสูงขึ้น ขณะที่ EPG มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งที่สุด โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 9% และกำไรปกติเพิ่มขึ้นถึง 43% จากอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ฉนวนในสหรัฐฯ บล.กสิกรไทยคงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่ม โดยเน้นเลือกลงทุนเป็นรายหุ้น เลือก EPG เป็นหุ้นเด่นด้วยคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท และ TOA คำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 19.0 บาท เนื่องจากมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งกว่าบริษัทอื่น โดย EPG ได้ประโยชน์จากอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ฉนวนในสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ความเป็นผู้นำตลาดของ TOA ช่วยให้อุปสงค์สีมีความมั่นคง
HoonVision·7dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK7

SCGD ทุ่ม 200 ล้านบาทรุกสองธุรกิจใหม่ในอาเซียน

เอสซีจี เดคคอร์ หรือ SCGD ลงทุนรวมกว่า 200 ล้านบาทเพื่อขยายธุรกิจกระเบื้องเซรามิกในอาเซียนและเข้าสู่ธุรกิจออกแบบตกแต่งภายในแบบครบวงจร โดยเข้าถือหุ้น 40% ใน Jubin Bagus ผู้ค้าปลีกและค้าส่งกระเบื้องเซรามิกในมาเลเซียด้วยเงิน 157 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงตัวแทนจัดจำหน่ายในตลาดกระเบื้องมาเลเซียที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของอาเซียน พร้อมทั้งรับโอนธุรกิจ dooDeco ผู้ให้บริการออกแบบ ตกแต่งภายใน และติดตั้งแบบครบวงจรภายใต้กลุ่ม SCC ด้วยมูลค่า 41 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการปรับปรุงที่อยู่อาศัยและการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยในประเทศไทย การลงทุนทั้งสองส่วนนี้จะช่วยให้ SCGD เข้าถึงลูกค้าปลายทางและนำข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
HoonSmart·9dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK3

SCGD จับมือ AXENT ตั้งบริษัทร่วมทุนผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย

SCG Decor หรือ SCGD โดยบริษัท สยาม ซานิทารีแวร์ จำกัด ในเครือ ลงนามจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ AXENT Switzerland AG ผู้นำเทคโนโลยี Smart Toilet ระดับโลก ภายใต้ชื่อ บริษัท สยาม แอ็กเซนต์ สมาร์ท เทคโนโลยี จำกัด โดยสยาม ซานิทารีแวร์ถือหุ้น 51% และ AXENT ถือหุ้น 49% เพื่อผลิตและประกอบสุขภัณฑ์อัจฉริยะและสุขภัณฑ์ไร้ถังพักน้ำในประเทศไทย รองรับตลาดในประเทศและภูมิภาคอาเซียน ความร่วมมือนี้ต่อยอดพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 25 ปี โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและเครือข่ายตลาดของสยาม ซานิทารีแวร์ เข้ากับเทคโนโลยีและการออกแบบของ AXENT นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCGD ระบุว่าตลาด Smart Toilet เป็นกลุ่มสินค้าที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมห้องน้ำ และการร่วมทุนครั้งนี้จะช่วยสร้างระบบนิเวศธุรกิจ Smart Toilet ในภูมิภาค พร้อมเสริมศักยภาพการแข่งขันระยะยาว ด้านนาย Frank Li ประธานกลุ่ม AXENT กล่าวว่าการร่วมทุนครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญที่จะนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในไทยและอาเซียน SCGD มองว่าการลงทุนนี้เป็นการวางรากฐานสำหรับการเติบโตในตลาด Modern Toilet ซึ่งรวมถึงสุขภัณฑ์ชิ้นเดียวและ Smart Toilet ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
HoonVision·23dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK

SCGD พลิกขาดทุน 282 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 ลดลง 227%

บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 พลิกไปขาดทุนสุทธิ 282 ล้านบาท ลดลง 227% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 222 ล้านบาท ส่งผลให้งวดครึ่งแรกของปี 2569 มีตัวเลขขาดทุนอยู่ที่ 35 ล้านบาท ลดลง 108% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 439 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อลดต้นทุนระยะยาว ทำให้ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างรวม 690 ล้านบาท ด้านการสร้างการเติบโตในอนาคต บริษัทลูก สยาม ซานิทารีแวร์ จำกัด หรือ SSW ได้ลงนามสัญญาร่วมทุนกับ Axent Switzerland AG เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนผลิตและประกอบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ ด้วยทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท โดย SSW ถือหุ้น 51% และ Axent ถือหุ้น 49% คาดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนเมษายน 2570 กำลังการผลิตตั้งเป้าไว้ที่ 96,000 ชิ้นต่อปี ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 80 ล้านบาท โดย Axent เป็นบริษัทในเครือ Xiamen Axent Corporation ผู้ผลิตชิ้นส่วนสุขภัณฑ์ 5 อันดับแรกของจีน มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสุขภัณฑ์อัจฉริยะ ขณะที่ SSW เป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์ในไทยภายใต้แบรนด์ COTTO มีกำลังการผลิต 2.3 ล้านชิ้นต่อปี การร่วมมือครั้งนี้จึงผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยีของ Axent เข้ากับเครือข่ายผลิตและจัดจำหน่ายของ SSW ในไทย ลาว เมียนมา และกัมพูชา เพื่อรุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะและสุขภัณฑ์ไร้ถังพักน้ำ ซึ่งมีแนวโน้มสร้างมาร์จิ้นที่สูงขึ้นและอาจเป็นปัจจัยหนุนให้ SCGD กลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต
Kaohoon·23dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK

SCC ประกาศพ้นวิกฤต คาด EBITDA ปีนี้ทะลุ 5.5 หมื่นล้านบาท

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCC ประกาศว่ากลุ่มเอสซีจีผ่านพ้นวิกฤตแล้ว โดยคาดว่าปี 2569 จะมีกำไรสุทธิมากกว่าปีก่อนที่ 14,075 ล้านบาท และ Adjusted Cash EBITDA จะทำได้มากกว่าเป้าหมาย 55,000 ล้านบาท กรรมการผู้จัดการใหญ่ นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ระบุว่าผลประกอบการดีขึ้นทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจปิโตรเคมีภายใต้ SCGC พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ลดต้นทุน รักษาวินัยการเงิน และลดหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA จาก 5.0 เท่าในปีก่อนมาอยู่ที่ 3.7 เท่าในปัจจุบัน ด้าน SCGD ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ร่วมทุนกับ Axent Switzerland AG ในเครือผู้ผลิตชิ้นส่วนสุขภัณฑ์รายใหญ่ของจีน เพื่อผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะ โดยคาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนเมษายน 2570 สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก SCC มีรายได้จากการขาย 259,570 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 17,758 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 3.50 บาท
HoonSmart·34dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK7

SCGD คาดไตรมาส 3 พลิกมีกำไร เร่งลดต้นทุนและร่วมทุนผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะ

บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD คาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2569 จะพลิกกลับมาเป็นบวก หลังจากไตรมาส 2 ขาดทุนสุทธิ 281 ล้านบาท โดยไม่มีรายการพิเศษและค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างจากการรวมศูนย์การผลิตในประเทศไทยอีก ประกอบกับอุปสงค์ต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น บริษัทตั้งงบลงทุนปีนี้ไว้ 2.4-2.5 พันล้านบาทเพื่อลดต้นทุนผ่านระบบอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมเดินหน้าแผนควบรวมโรงงานในไทยจาก 4 แห่งเหลือ 2 แห่งภายในปลายปีหน้า ใช้เงินลงทุน 957 ล้านบาท คาดลดต้นทุนดำเนินงานได้ปีละ 380 ล้านบาท หรือประมาณ 16-20% นอกจากนี้ SCGD ยังใช้เวียดนามเป็นฐานผลิตเพื่อการส่งออก โดยส่งออกไปฟิลิปปินส์แล้วบางส่วน ทำให้ยอดขายในพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของฟิลิปปินส์เติบโต 162% หรือเกือบ 1 ล้านตารางเมตร ขณะที่ยอดขายโครงการในเวียดนามเติบโต 112% หรือประมาณ 1.9 ล้านตารางเมตร และเพิ่มตัวแทนจำหน่ายอีก 4 รายเพื่อรองรับกำลังผลิตใหม่ ล่าสุดบริษัทย่อย สยาม ซานิทารีแวร์ จำกัด ได้ลงนามร่วมทุนกับ Axent Switzerland AG ผู้ผลิตชิ้นส่วนสุขภัณฑ์รายใหญ่ของจีน จัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้วยทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท ในสัดส่วน 51% ต่อ 49% เพื่อผลิตและประกอบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนเมษายน 2570
Thunhoon·35dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK

รัฐบาลทบทวนเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ เร่งเชื่อม Missing Links ดันระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มอบนโยบายให้ทบทวนแนวทางโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมเร่งอุดช่องโหว่ระบบคมนาคมที่ยังเชื่อมไม่ครบ โดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศที่เชื่อมโครงข่ายให้ใช้งานได้ทันทีจะคว้าการค้าและการลงทุนท่ามกลางความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หัวใจของยุทธศาสตร์คือการเติมเต็มระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ เชื่อมจีน-ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ โดยเฉพาะโครงการรถไฟเชียงของ-นาเตย-โม่ฮัน ขณะที่ซีอีโอของ CIVIL ประเมินว่าครึ่งหลังปี 2569 จะสดใสกว่าครึ่งแรก โดยเตรียมส่งมอบ 9 โครงการ มูลค่ากว่า 4,100 ล้านบาท และมีงานในมือสูงถึง 14,600 ล้านบาท รองรับการรับรู้รายได้ยาวไปถึงปี 2572 พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่อีกประมาณ 4,000 ล้านบาท ด้าน KTB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโต 9% แตะ 12,125 ล้านบาท และกำไรครึ่งปีแรกเพิ่มเป็น 24,562 ล้านบาท แต่กรรมการผู้จัดการใหญ่ชี้ว่าเศรษฐกิจยังเป็นแบบ K-Shape โดยคนจำนวนมากยังติดอยู่ในฝั่งกำลังซื้ออ่อนแรงและค่าครองชีพสูง ส่วน SCGD เดินเกมยกระดับสินค้าจากสุขภัณฑ์ไปสู่สุขภัณฑ์อัจฉริยะผ่านบริษัทย่อย SSW โดยลงนามร่วมทุนกับ Axent Switzerland AG ในสัดส่วน 51 ต่อ 49 จัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้วยทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท ตั้งเป้าเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ภายในเดือนเมษายน 2570 ขณะที่ OR เลือกตัดแขนขาที่ไม่จำเป็น โดยคณะกรรมการบริษัทอนุมัติเลิกกิจการบริษัทย่อยทางอ้อม 2 แห่งในลาวและเวียดนาม ซึ่งถือหุ้นผ่าน PTTOR INTERNATIONAL HOLDINGS (SINGAPORE) PTE. LTD. และคาดว่าจะจดทะเบียนเลิกกิจการแล้วเสร็จภายในปี 2570
Kaohoon·35dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK2

SCGD มั่นใจไตรมาส 3 พลิกกลับมามีกำไร รับแรงหนุนจากเวียดนามและฟิลิปปินส์

บมจ.เอสซีจี เดคคอร์ หรือ SCGD คาดว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2569 จะกลับมาเป็นบวกและเติบโตจากไตรมาสก่อน หลังจากไตรมาส 2 ขาดทุน 281 ล้านบาท โดยไม่มีรายการพิเศษกดดัน และได้แรงหนุนจากตลาดเวียดนามที่ความต้องการยังดี รวมถึงตลาดฟิลิปปินส์ที่ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานที่ลดลง บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกระยะ 2 ปี 2569-2570 ด้วยงบลงทุนปีนี้ 2,400-2,500 ล้านบาท เน้นขยายกำลังการผลิตกระเบื้องเกรซพอร์ซเลนในเวียดนาม ซึ่งโรงงาน Dai Loc คืบหน้าแล้ว 70% และโรงงาน Pho Yen เฟส 3 คืบหน้า 10% โดยทั้งสองโรงงานจะเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนเป็นประมาณ 40% ของกำลังการผลิตรวม และจะเริ่มขับเคลื่อนผลการดำเนินงานตั้งแต่ปลายปีนี้ ส่วนในไทยมุ่งรวมศูนย์การผลิตเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย 16-20% หรือเฉลี่ย 380 ล้านบาทต่อปี คาดแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2570 และเริ่มเห็นค่าใช้จ่ายลดลงตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 พร้อมทั้งร่วมทุนกับพันธมิตรจีน Axent Switzerland AG ตั้งโรงงานผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะและสุขภัณฑ์ไร้ถังพักน้ำในไทย กำลังการผลิต 96,000 ชิ้นต่อปี รองรับตลาดที่เติบโต
InfoQuest·36dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK2

SCGD มั่นใจไตรมาส 3/69 พลิกกลับมามีกำไร รับแรงหนุนเวียดนาม-ฟิลิปปินส์

SCGD มั่นใจผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะพลิกกลับมามีกำไร หลังหมดผลกระทบจากรายการพิเศษในไตรมาสก่อน โดยมีแรงหนุนจากตลาดเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดไทยและอินโดนีเซียยังชะลอตัว บริษัทคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2569 จะทรงตัวหรือลดลงเพียงเล็กน้อยจากปีก่อน ด้านฐานะการเงินแข็งแกร่งด้วยเงินสดกว่า 9,000 ล้านบาท และมีแผนลงทุน 2,400-2,500 ล้านบาทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนระยะยาว รวมถึงโครงการปรับโครงสร้างฐานการผลิตในไทยจาก 4 โรงงานเหลือ 2 โรงงาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้เฉลี่ย 380 ล้านบาทต่อปี
Money & Banking·36dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK4

SCGD พลิกขาดทุน 281 ล้านบาทในไตรมาส 2/69 จากรายการพิเศษ เร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจ

บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ หรือ SCGD รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 พลิกขาดทุนสุทธิ 281.30 ล้านบาท ลดลง 227% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 222.56 ล้านบาท และรวมครึ่งปีแรกขาดทุนสุทธิ 35 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการด้อยค่าสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจจากโครงการรวมศูนย์การผลิตในประเทศไทย หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว กำไรจากการดำเนินงานปกติยังคงแข็งแกร่ง โดยไตรมาส 2 มี Adjusted EBITDA 805 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 268 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกมี Adjusted EBITDA 1,566 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 500 ล้านบาท รายได้จากต่างประเทศโดยเฉพาะเวียดนามเติบโตดี ประกอบกับการบริหารต้นทุนและวินัยการเงินที่รัดกุม คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.155 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 19 สิงหาคม 2569
HoonSmart·36dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK

SCGD กำไรครึ่งปีแรก 500 ล้านบาท จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.155 บาท

SCGD รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 ไม่รวมรายการพิเศษ โดยมีกำไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 500 ล้านบาท และ Adjusted EBITDA 1,566 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 2 กำไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 268 ล้านบาท และ Adjusted EBITDA 805 ล้านบาท เติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อน จากรายได้ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเวียดนาม การบริหารต้นทุน และวินัยการเงินที่รัดกุม คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.155 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 256 ล้านบาท กำหนดจ่ายวันที่ 19 สิงหาคม 2569
Share2Trade·36dอ่านต่อ ▾
SCGD.BK

บล.กสิกรไทยคาดกำไร SCC-SCGP ฟื้นตัว แต่ SCGD ขาดทุนจากค่าใช้จ่ายพิเศษ

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ประเมินผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของหุ้นในเครือปูนใหญ่ โดยคาดว่า SCC จะมีกำไรสุทธิประมาณ 7,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อน จากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ฟื้นตัว ขณะที่ SCGP คาดกำไรสุทธิประมาณ 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จากปีก่อน หลัง Fajar พลิกเป็นกำไร ส่วน SCGD คาดขาดทุนสุทธิ 279 ล้านบาท จากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษด้อยค่าประมาณ 500 ล้านบาท และอุปสงค์กระเบื้องที่อ่อนแอ โดยต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไรขั้นต้นลงเหลือ 25.7% บล.กสิกรไทยแนะนำ ถือ SCC ราคาเป้าหมาย 263 บาท ซื้อ SCGD ราคาเป้าหมาย 5.90 บาท และซื้อ SCGP ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 32.50 บาท
Kaohoon·37dอ่านต่อ ▾