← Back

Siam Wellness Group Public Company Limited

บริษัท สยาม เวลเนส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจบริการสปาในประเทศไทย โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนงาน ได้แก่ บริการสปา; การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ; และโรงแรมและร้านอาหาร บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ต่างๆ เช่น รารินจินดา เวลเนส สปา, Let's Relax, ศูนย์นวดบ้านสวน, Stretch me Clinic, Wellnessme clinic, รารินวิลล่า, ร้านอาหารภายใต้ชื่อ Deck One, OHB cafe and meal, Let's Relax Lifestyle และ Dr.Spiller นอกจากนี้ยังผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปา ลงทุนในธุรกิจสปา และให้บริการให้คำปรึกษาและบริหารจัดการด้านสุขภาพและความงาม บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งในปี 2544 และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving SPA.BK
SPA.BK2

ท่องเที่ยวและกีฬาเลื่อน 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' วงเงิน 4,000 ล้านบาท ไปเม.ย. 2570 กดดันหุ้นท่องเที่ยวร่วง

กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเลื่อนการบังคับใช้โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส วงเงิน 4,000 ล้านบาท จากกำหนดเดิมวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ไปเริ่มในช่วงเดือนเมษายน 2570 โดยจะยังไม่นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในเดือนกันยายนนี้ ตามที่นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นควรให้รวบยอดไปจัดทำในช่วงโลว์ซีซั่นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจ และยืนยันว่ามีกรอบงบประมาณดำเนินโครงการแล้ว ทั้งนี้ การเลื่อนดังกล่าวกดดันให้หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวพลิกจากบวกกลับมาลดลง โดย ERW ลบ 4.15% ลดลง 0.16 บาท ซื้อขายที่ 3.70 บาท CENTEL ติดลบ 2.84% ลดลง 1.25 บาท ซื้อขายที่ 42.75 บาท MINT ลบ 1.84% ลดลง 0.40 บาท ซื้อขายที่ 21.30 บาท และ SPA ลบ 1.33% ลดลง 0.04 บาท ซื้อขายที่ 2.96 บาท ด้านบล.ทีทีบีเวลธ์ มองระยะสั้นเป็น sentiment ลบต่อกลุ่มโรงแรมจากแรงเก็งกำไรก่อนหน้า แต่คาดกำไรครึ่งปีหลังยังเติบโตได้ และเห็นว่าการเลื่อนมาตรการกระตุ้นออกไปเป็นช่วงโลว์ซีซั่นจะเป็นผลดีต่อกลุ่มโรงแรมมากกว่า โดยยังชอบทั้ง ERW CENTEL และ MINT
SPA.BK

ไทยเที่ยวไทยพลัส ปี 2569 เปิดลงทะเบียน 1-25 ต.ค. ผ่านเป๋าตัง 1 ล้านสิทธิ์

โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ปี 2569 ได้รับการเคาะเงื่อนไขล่าสุดจากกระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1-25 ตุลาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง รวมทั้งหมด 1,000,000 สิทธิ์ และจะเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติเร็วๆ นี้ สำหรับวงเงินสนับสนุนค่าที่พัก รัฐบาลช่วยจ่ายค่าที่พักตามจริงสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน จำกัดสูงสุด 5 คืนต่อคน คิดเป็นมูลค่าส่วนลดค่าที่พักสูงสุด 7,500 บาท ส่วนคูปองท่องเที่ยวอิเล็กทรอนิกส์เป็นรูปแบบร่วมจ่าย รัฐช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่ายเอง 50% โดยเที่ยวเมืองหลักรัฐสนับสนุนคูปองมูลค่า 1,500 บาทต่อสิทธิ์ และเที่ยวเมืองรองรัฐสนับสนุนคูปองมูลค่า 2,000 บาทต่อสิทธิ์ หากมีการใช้จ่ายในพื้นที่เมืองรองอย่างน้อย 1 ครั้ง ระบบจะปรับวงเงินเพิ่มเป็น 2,000 บาทให้ทันที ช่วงเวลาใช้สิทธิ์เดินทางเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 แบ่งเป็นเฟส 1 วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม 2569 และเฟส 2 วันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 โดยงดให้ใช้สิทธิ์ช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2569 ถึง 15 มกราคม 2570 ผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน และมีบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ ทั้งนี้ หุ้นที่ได้รับประโยชน์เรียงตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT และ SHR ขณะที่หุ้นกลุ่มร้านอาหารที่ได้ประโยชน์จากคูปองที่ปรับเพิ่มขึ้น เรียงตามจำนวนสาขาจากมากไปน้อย ได้แก่ M, ZEN, CENTEL และ MAGURO ส่วนกลุ่มธุรกิจสปา ได้แก่ SPA
SPA.BK

ไฟเขียวไทยเที่ยวไทยพลัส 1 ล้านสิทธิ วงเงิน 3.5 พันล้านบาท

กระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวได้ข้อสรุปมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว "ไทยเที่ยวไทยพลัส" จำนวน 1 ล้านสิทธิ วงเงินรวม 3.5 พันล้านบาท โดยเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1-25 ตุลาคมนี้ และเริ่มใช้สิทธิผ่านแอป "เป๋าตัง" ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป มาตรการนี้ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง โดยใช้สิทธิได้ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายนถึง 15 ธันวาคม 2569 และงดใช้สิทธิในช่วงเทศกาลปีใหม่ ก่อนกลับมาใช้ได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2570 โดยสนับสนุนค่าที่พักอัตราคงที่ จ่ายตามจริงสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน พร้อมคูปองท่องเที่ยวสำหรับร้านอาหาร สปา นวด รถรับจ้าง และกิจกรรมอื่น ๆ ในรูปแบบร่วมจ่าย 50% สูงสุดไม่เกิน 1,500 บาทต่อสิทธิสำหรับเมืองหลัก และสูงสุด 2,000 บาทต่อสิทธิสำหรับเมืองรอง นักวิเคราะห์จากบล.ทีทีบี เวลธ์ มองมาตรการนี้เป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว โดยเฉพาะ ERW ที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ตามด้วย CENTEL, MINT, AOT, BA และ SPA
SPA.BK

ลุ้นไทยเที่ยวไทย พลัส หนุนหุ้นโรงแรมและสปา

บล.กสิกรไทย ระบุว่า กระทรวงท่องเที่ยวฯ จะหารือกับกระทรวงการคลังในวันที่ 8 กันยายนนี้ เพื่อสรุปโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” วงเงิน 4,000 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ โดยแบ่งเป็นส่วนลดที่พักสูงสุด 3,000 บาท และ Voucher 1,000 บาทต่อสิทธิ์ ซึ่งสนับสนุนแนวทาง Co-payment เพื่อเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ หากได้ข้อสรุป คาดว่าจะเสนอ ครม. ในสัปดาห์หน้า และเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยมองเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นท่องเที่ยว โรงแรม สปา และบริการในประเทศ เช่น ERW, CENTEL, AWC และ SPA จากโอกาสฟื้นตัวของอุปสงค์และรายได้ในช่วง 4Q69
SPA.BK2

A5 Design คว้างานรวมกว่า 100 ล้านบาทหลังเปิดตัวต้นปี

A5 Design เปิดเผยว่ามีงานออกแบบและก่อสร้างรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทแล้ว แม้เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี โดยครอบคลุมงานออกแบบให้ลูกค้าในโครงการของกลุ่ม A5 และงานก่อสร้างหลักในส่วนรีสอร์ทและร้านอาหารของบริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA ซึ่งปัจจุบันคืบหน้ากว่า 50% และเริ่มทยอยรับรู้รายได้แล้ว นอกจากนี้ยังมี New Business Pipeline ที่อยู่ระหว่างเสนอราคาอีกกว่า 50 ล้านบาท สะท้อนความต้องการตลาดต่อบริการออกแบบและก่อสร้างแบบครบวงจรภายใต้แนวคิด Human-Centric Design ที่เน้นธรรมชาติ ความเป็นอยู่ที่ดี และความยั่งยืน