← Independent Power and Renewable Electricity Producers

Renewable Electricity

บริษัทที่ผลิตไฟฟ้าสะอาดจากพลังงานหมุนเวียน เช่น ลม แสงอาทิตย์ และน้ำ คือคนที่สร้างฟาร์มกังหันลมและทุ่งโซลาร์ที่เราเห็นกัน

News moving Renewable Electricity
Renewable Electricity

DSI รับสอบสวน BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้านบาท โบรกฯ แนะเลี่ยงหุ้นโรงไฟฟ้าอื่น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า DSI แถลงรับสืบสวนคดีพิเศษกรณีที่ BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชบุรีเมื่อปี 2023 ในราคา 9 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาที่ BCP เคยสนใจเสนอซื้อเดิมที่ 3 พันล้านบาท โดยจะมีการตรวจสอบและขอเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมในระยะถัดไป ทั้งนี้มองเป็น Negative Sentiment ต่อ BCPG แม้ระยะสั้นคาดว่าการสืบสวนรวมถึงคดีความจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1-3 ปี ทว่ามองเป็นหนึ่งใน Overhang กดดันราคาหุ้นต่อจากกรณีการถูกบังคับขายโครงการ Hamilton ในสหรัฐและอยู่ระหว่างหาโครงการใหม่ทดแทน รวมถึงกรณีผู้ถือหุ้นกองทุน CAI ซึ่งถูกปปง. อายัติและคดีอยู่ในชั้นศาล ทางโบรกฯ คงคำแนะนำ Neutral ที่ประเมินราคาเป้าหมายปี 70 ที่ 7.5 บาทต่อหุ้น และแนะสลับไปลงทุนโรงไฟฟ้าอื่นๆ ในกลุ่มที่มีความปลอดภัยและมีแนวโน้มได้ประโยชน์จาก PDP มากกว่า
Renewable Electricity

KCG กำไรครึ่งปีแรก 276.8 ล้านบาท เพิ่ม 25.2%

บมจ. เคซีจี คอร์ปอเรชั่น หรือ KCG ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 มีกำไรสุทธิ 276.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% จากการบริหารต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ แม้เผชิญความท้าทายของปัจจัยมหภาค โดยดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มั่นใจว่ากำไรครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ บมจ. เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP รายงานกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 325.1 ล้านบาท และรายได้จากการขายไฟฟ้า 1,572.1 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โซลาร์ฟาร์ม Leo 2 และ SPN ผลิตไฟฟ้าเพิ่มจาก repowering โดยวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ระบุแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังเติบโตโดดเด่น เตรียมขายไฟโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 แห่งสิ้นปี และมั่นใจว่าปี 71 ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจะเติบโตกว่าเท่าตัว ด้าน บมจ. เด็มโก้ หรือ DEMCO รายงานกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 69 ที่ 30.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 519.4% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน โดยณัฐพงศ์ กอร่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุยอด Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ 2,699 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 71 พร้อมลุยหาโอกาสลงทุนธุรกิจใหม่ ส่วน บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์ หรือ NER ได้รับการประเมิน AGM Checklist ประจำปี 2569 ในระดับดีเยี่ยม 100 คะแนนเต็ม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และ บมจ. สตาร์เฟล็กซ์ หรือ SFLEX ได้รับคะแนนประเมิน AGM Checklist ปี 2569 ในช่วง 90–99 คะแนน หรือระดับ 4 เหรียญทอง
ทันหุ้น·1dอ่านต่อ →
Renewable Electricity

XPLR Infrastructure ได้รับการปรับอันดับเป็น Zacks Rank #1 Strong Buy

XPLR Infrastructure ได้รับการปรับอันดับขึ้นเป็น Zacks Rank #1 หรือ Strong Buy ทำให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้านพลังงานสะอาดแห่งนี้อยู่ในกลุ่ม 5% แรกของหุ้นกว่า 4,000 ตัวที่อยู่ในระบบจัดอันดับของ Zacks การปรับอันดับครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจนของประมาณการกำไร โดยประมาณการฉันทามติของ Zacks สำหรับบริษัทเพิ่มขึ้น 108.2% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2569 คาดว่า XPLR Infrastructure จะมีกำไร 0.11 ดอลลาร์ต่อหุ้น ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขที่รายงานในปีก่อนหน้า ระบบจัดอันดับของ Zacks กำหนดอันดับ Strong Buy ให้กับหุ้นเพียง 5% แรกของหุ้นที่อยู่ในความดูแล และอันดับ Buy ให้กับอีก 15% ถัดไป โดยพิจารณาจากปัจจัยสี่ประการที่เกี่ยวข้องกับประมาณการกำไร Zacks ระบุว่าหุ้นที่ได้อันดับ 1 ของบริษัทให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 25% นับตั้งแต่ปี 2531
Zacks Investment Research·2dอ่านต่อ →
Renewable Electricity

หยวนต้าคงซื้อ SSP ปรับเป้าเป็น 14.10 บาท รับอานิสงส์ PDP2026

บล.หยวนต้า ออกบทวิเคราะห์คงคำแนะนำซื้อหุ้นบริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP พร้อมปรับราคาเหมาะสมสิ้นปี 2570 ขึ้นเป็น 14.10 บาท จากเดิม 4.80 บาท อิงอัตราส่วนราคาต่อกำไร 16 เท่า และวิธีคิดลดกระแสเงินสดด้วยต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 9.9% โดยมองว่า SSP ได้อานิสงส์จากร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 ซึ่งในช่วง 12 ปีแรกระหว่างปี 2569-2580 มีแผนเพิ่มกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโครงการโซลาร์ควบคู่ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Solar+BESS รวมประมาณ 38,800 เมกะวัตต์ ขณะที่ SSP ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่าภายในปี 2573 และมีโอกาสเข้าร่วมโครงการโซลาร์ชุมชนขนาด 1,500 เมกะวัตต์ ตลอดจนประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนในฟิลิปปินส์เพิ่มเติม ด้านฐานะการเงิน ณ ไตรมาส 2/69 SSP มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ IBD/E อยู่ที่ 2.1 เท่า และคาดว่าจะรับรู้กำไรพิเศษประมาณ 300-500 ล้านบาทจากการขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Yamaga ขนาด 30 เมกะวัตต์ในไตรมาส 3/69 ซึ่งจะช่วยลด IBD/E ลงมาต่ำกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับเพดาน IBD/E ที่ 3 เท่า บล.หยวนต้าประเมินว่า SSP รองรับการลงทุนเพิ่มเติมได้สูงถึงประมาณ 8 พันล้านบาท หรือเทียบเท่ากำลังผลิตใหม่ไม่น้อยกว่า 266 เมกะวัตต์ ภายใต้สมมติฐานเงินลงทุนเฉลี่ย 30 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ และยังมีแผนจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นอีก 3 แห่ง กำลังผลิตรวม 56 เมกะวัตต์ คาดได้รับเงินสดประมาณ 2 พันล้านบาท เพิ่มความสามารถในการลงทุนได้อีกประมาณ 7-8 พันล้านบาท หรือรองรับกำลังผลิตใหม่ราว 200-300 เมกะวัตต์ บล.หยวนต้าคาดกำไรปกติของ SSP จะเข้าสู่วงจรเติบโตตั้งแต่ปี 2569 โดยประเมินกำไรปกติปี 2569 ที่ 691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน ปี 2570 เพิ่มเป็น 818 ล้านบาท เติบโต 18% และปี 2571 เพิ่มเป็น 1.21 พันล้านบาท เติบโต 48% คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 25% ระหว่างปี 2568-2571 แม้ราคาหุ้น SSP ปรับขึ้นแล้ว 127% นับตั้งแต่ต้นปี แต่บล.หยวนต้ามองว่าเป็นการปรับขึ้นจากฐานราคาที่เคยซื้อขายด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2570 เพียง 4-5 เท่า และยังไม่รวมโอกาสจากแผน PDP และโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นของภาครัฐ
Renewable Electricity

TPCH รับประกาศนียบัตร Carbon Neutral โรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์

บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เข้ารับประกาศนียบัตรเครื่องหมาย Carbon Neutral Of Organization สำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยนางสาวจันทกานต์ จันทร์พลังศรี ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เป็นผู้แทนเข้ารับมอบจาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการ อบก. ในงานพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้อง Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ TPCH ระบุว่าบริษัทบรรลุเป้าหมายการเป็น Carbon Neutral Organization ได้แล้ว ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2570 และยังคงเดินหน้าผลักดันให้โรงไฟฟ้าในเครือก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง
Renewable Electricity

เคจีไอฯ ชู BBGI หุ้นเด่นพลังงาน หลังรัฐต่ออายุดีเซล B7 เป้า 7.50 บาท

กรมธุรกิจพลังงานออกประกาศกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซล ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2569 คงสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลไว้ที่ระดับ B7 ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน ถึง 13 ธันวาคม ตามราชกิจจานุเบกษา การต่ออายุมาตรการใช้น้ำมันดีเซลพื้นฐาน B7 จากเดิมก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางที่ใช้น้ำมันดีเซล B5 ออกไปอีก 3 เดือน มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และรองรับความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของบล.เคจีไอฯ ก่อนหน้านี้ว่ารัฐบาลมีแนวโน้มขยายมาตรการปรับสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 ออกไป บล.เคจีไอฯ มองบวกกับ BBGI Pcl. จากนโยบายภาครัฐที่ยังคงสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะไบโอดีเซล ยังคงคำแนะนำซื้อ BBGI ที่ราคาเป้าหมายปี 1H70F ที่ 7.50 บาท และยังคงเลือก BBGI เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของเราในกลุ่มพลังงาน
Renewable Electricity

CKP ชี้ปริมาณน้ำโขงหนุน XPCL ครึ่งปีหลัง 2569 หลังโซลาร์เฟส 2 กับ BEM เริ่ม COD

บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยว่าปริมาณน้ำในลุ่มแม่น้ำโขงที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี หรือ XPCL ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 โดยคาดว่าการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำในจีนจะอยู่ในระดับสูงช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 และอาจเพิ่มขึ้นบางช่วงในเดือนธันวาคม ขณะที่โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 หรือ NN2 บริหารจัดการผลิตไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง โดยระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ 368 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในเดือนสิงหาคม 2569 ใกล้เคียงระดับปกติ ด้านโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น หรือ BIC กลับมาเดินเครื่องตามปกติตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 หลังหยุดซ่อมบำรุงในไตรมาส 1 โดยค่าไฟฟ้าผันแปรหรือ Ft ช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมอยู่ที่ประมาณ 0.16 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนเล็กน้อย สำหรับการขยายธุรกิจพลังงานสะอาด โครงการโซลาร์ฟาร์มร่วมกับ BEM ในเฟสที่ 2 มีทั้งหมด 2 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้งรวมราว 6.71 เมกะวัตต์ และเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์หรือ COD แล้วในช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 ส่วนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่หรือ PDP 2026 CKP สนใจเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหลัก โดยอยู่ระหว่างศึกษาและหาพื้นที่พัฒนาโครงการในลาวหรือเวียดนามเพื่อส่งไฟฟ้ากลับมาจำหน่ายในประเทศไทย ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง หรือ LPCL มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 77% ณ เดือนมิถุนายน 2569 และยังคงกำหนดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์หรือ SCOD ในช่วงต้นปี 2573 ปัจจุบัน CKP ลงทุนในส่วนทุนแล้ว 13,344 ล้านบาท จากภาระลงทุนทั้งหมด 20,934 ล้านบาท เหลือเงินลงทุนอีก 7,590 ล้านบาท ในช่วงปี 2569 ถึง 2572
Renewable Electricity

TGE เดินหน้าธุรกิจสีเขียว ตั้งเป้าพลังงานหมุนเวียน 100%

บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวโดยตั้งเป้ายกระดับสู่การใช้พลังงานธุรกิจหมุนเวียน 100% นางสาวละอองทิพย์ วนสุวรรณกุล กรรมการบริหาร เปิดเผยในงาน Krungsri ESG Minute of Changes 2026 ว่า บริษัทเริ่มจัดทำรายงานความยั่งยืน กำหนดกลยุทธ์และประเด็นสำคัญด้าน ESG พร้อมวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจโดยใช้กรอบมาตรฐานสากล ด้านสิ่งแวดล้อม TGE ประเมินและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ควบคู่กับการใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการของเสีย ขณะที่บริษัทได้รับการรับรองและเข้าร่วม RE100 ตั้งแต่ปี 2565 ด้านห่วงโซ่อุปทาน บริษัทเริ่มโครงการ Supplier ESG Site Visit เป็นปีแรก โดยเข้าตรวจเยี่ยมซัพพลายเออร์กลุ่มคู่ค้าชีวมวลและคู่ค้าสำคัญแล้วกว่า 80% หลังเข้าร่วมโครงการ Krungsri ESG Academy TGE กำหนดแนวทางขับเคลื่อน ESG ภายใต้ 4 แกนสำคัญ ได้แก่ Build, Action, People และ Expand
Renewable Electricity

TGE ชู 4 แกน ESG มุ่งสู่พลังงานหมุนเวียน 100%

บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE เปิดเผยแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวโดยมุ่งสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ผ่านกลยุทธ์ 4 แกน ได้แก่ Build Action People และ Expand ภายหลังเข้าร่วมโครงการ Krungsri ESG Academy โดยนางสาวละอองทิพย์ วนสุวรรณกุล กรรมการบริหาร ระบุในงาน Krungsri ESG Minute of Changes 2026 ว่าบริษัทเริ่มจัดทำรายงานความยั่งยืนและกำหนดประเด็นสำคัญด้าน ESG ตามกรอบมาตรฐานสากล ด้านสิ่งแวดล้อม TGE ประเมินและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และได้รับการรับรองและเข้าร่วม RE100 ตั้งแต่ปี 2565 ด้านบุคลากร บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานร่วมพัฒนาแนวคิดผ่านโครงการ TGE Innovation Day พร้อมยกระดับการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนหรือ HRDD ให้ครอบคลุมพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขณะที่การบริหารคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน บริษัทเริ่มโครงการ Supplier ESG Site Visit เป็นปีแรก โดยเข้าตรวจเยี่ยมซัพพลายเออร์ทั้งกลุ่มคู่ค้าชีวมวลและคู่ค้าสำคัญแล้วมากกว่า 80%
Renewable Electricity

TGE ชู 4 แกน ESG เดินหน้าสู่พลังงานหมุนเวียน 100%

บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ 4 แกนหลัก ได้แก่ Build, Action, People และ Expand เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายองค์กรด้านพลังงานหมุนเวียน 100% นางสาวละอองทิพย์ วนสุวรรณกุล กรรมการบริหาร เปิดเผยในงาน Krungsri ESG Minute of Changes 2026 ว่าบริษัทเริ่มจัดทำรายงานความยั่งยืน กำหนดกลยุทธ์และประเด็นสำคัญด้าน ESG พร้อมวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจโดยใช้กรอบมาตรฐานสากล ด้านสิ่งแวดล้อม TGE ประเมินและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ควบคู่กับการใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการของเสีย หลังได้รับการรับรองและเข้าร่วม RE100 ตั้งแต่ปี 2565 ด้านบุคลากร บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมผ่านโครงการ TGE Innovation Day และยกระดับการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน หรือ HRDD ให้ครอบคลุมพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนด้านการบริหารจัดการคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน บริษัทเริ่มโครงการ Supplier ESG Site Visit เป็นปีแรก โดยเข้าตรวจเยี่ยมซัพพลายเออร์กลุ่มคู่ค้าชีวมวลและคู่ค้าสำคัญแล้วกว่า 80%
ทันหุ้น·4dอ่านต่อ →
Renewable Electricity

TGE เดินหน้าธุรกิจสีเขียว ชู 4 แกนสู่พลังงานหมุนเวียน 100%

บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ หรือ TGE ประกาศเดินหน้าธุรกิจสีเขียวโดยชูกลยุทธ์ 4 แกน ได้แก่ Build Action People และ Expand เพื่อผลักดันธุรกิจสู่เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 100% นางสาวละอองทิพย์ วนสุวรรณกุล กรรมการบริหาร บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ เปิดเผยแนวทางดังกล่าวในงาน Krungsri ESG Minute of Changes 2026 โดยระบุว่าบริษัทเริ่มจัดทำรายงานความยั่งยืน กำหนดกลยุทธ์และประเด็นสำคัญด้าน ESG พร้อมวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจโดยนำกรอบมาตรฐานสากลมาใช้ ด้านสิ่งแวดล้อม TGE เดินหน้าประเมินและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ควบคู่กับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการของเสีย หลังได้รับการรับรองและเข้าร่วม RE100 ตั้งแต่ปี 2565 ด้านบุคลากร บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมผ่านโครงการ TGE Innovation Day พร้อมยกระดับการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน หรือ HRDD ให้ครอบคลุมทั้งพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนด้านห่วงโซ่อุปทาน บริษัทเริ่มโครงการ Supplier ESG Site Visit เป็นปีแรก โดยเข้าตรวจเยี่ยมซัพพลายเออร์กลุ่มคู่ค้าชีวมวลและคู่ค้าสำคัญแล้วกว่า 80%
Renewable Electricity

SUPER เล็งประมูลโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าคว้า 200 เมกะวัตต์

บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER เตรียมขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยจับโอกาสลงทุนภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย PDP2026 ซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2569-2593 และกำหนดกรอบกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ราว 50,900 เมกะวัตต์ โดยให้น้ำหนักกับพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUPER ระบุว่า บริษัทสนใจเข้าร่วมโครงการโซลาร์ชุมชนซึ่งมีกำลังผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายคว้ากำลังผลิตประมาณ 200 เมกะวัตต์จากโครงการดังกล่าว หากทำได้ตามเป้าจะช่วยเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่พอร์ตของบริษัทและสนับสนุนโอกาสการเติบโตในระยะต่อไป นอกจากนี้ SUPER ยังติดตามโอกาสลงทุนจากโครงการพลังงานสะอาดอื่นภายใต้ PDP2026 โดยเฉพาะโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบ BESS ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นในโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของประเทศ
Renewable Electricity

SSP พร้อมชิงโควตา PDP 2026 ตั้งเป้ากำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ในปี 2575

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP ประกาศความพร้อมเต็มกำลังทั้งด้านการเงินและศักยภาพในการเข้าร่วมประมูลโครงการโซลาร์และวินด์ฟาร์มภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ซึ่งกำหนดกำลังผลิตใหม่รวม 50,900 เมกะวัตต์ในช่วง 12 ปีแรก คือระหว่างปี 2569 ถึง 2580 โดยแผนดังกล่าวประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ 14,500 เมกะวัตต์ ก่อนแยกเป็นทางเลือกสู่เป้าหมายพลังงานสะอาดหลังปี 2580 ทั้งแนวทาง CCS พลังงานหมุนเวียนควบคู่ระบบกักเก็บพลังงาน และการผสมผสานทั้งสองแนวทาง โดยทุกทางเลือกกำหนดสัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 65% ในปี 2593 นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า บริษัทฯ มุ่งขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมา SSP เป็นหนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จในการประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565 ถึง 2573 รวม 170.5 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 154.5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการระยะแรกที่เปิดรับซื้อรวม 5,203 เมกะวัตต์ ปัจจุบันบริษัทฯ เตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ คาดเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงไตรมาส 4/2569 และยังมีโครงการในมือประมาณ 420 เมกะวัตต์ เป็นโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย 3 โครงการรวม 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์มบาโก ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ที่จะทยอย COD ในปี 2570 นอกจากนี้ยังมีแผน COD โครงการอื่นต่อเนื่องจนถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์ ซึ่งยังไม่รวมโอกาสในการคว้างานประมูลในแผน PDP 2026 ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทุกรูปแบบแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2575 และคาดว่าจะได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
ทันหุ้น·5dอ่านต่อ →
Renewable Electricity

TSE โชว์กำไรไตรมาส 2/2569 เพิ่ม 84% เร่งขยายกำลังผลิตรับ PDP 2026

บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2/2569 ผ่านกิจกรรม Earnings Call (OPPDAY) ว่ามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทสำหรับงวดสามเดือน 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสำหรับงวดหกเดือนรวม 80 ล้านบาท และมีรายได้รวมกว่า 646 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าชีวมวล รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุน ปัจจุบันบริษัทฯ ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวม 53 โครงการ ครอบคลุมพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน และได้รุกเข้าสู่ธุรกิจกลุ่มสุขภาพ เช่น คลินิกเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (IVF) เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าบริษัทฯ มีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ Solar Big Lot และเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานสะอาดภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของภาครัฐ (PDP 2026) เพื่อสร้างกำไรและผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่บริษัทฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้
Renewable Electricity

SSP พร้อมประมูล PDP 2026 ตั้งเป้ากำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ในปี 2575

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP ประกาศความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ซึ่งกำหนดกำลังผลิตใหม่รวม 50,900 เมกะวัตต์ ในช่วง 12 ปีแรก ระหว่างปี 2569 ถึง 2580 โดยแผนดังกล่าวประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ 14,500 เมกะวัตต์ นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าบริษัทมีความพร้อมทั้งด้านการเงินและศักยภาพในการพัฒนาโครงการโซลาร์และวินด์ฟาร์ม โดย SSP เคยชนะประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565 ถึง 2573 รวม 170.5 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 154.5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ จากโครงการระยะแรกที่เปิดรับซื้อรวม 5,203 เมกะวัตต์ ปัจจุบันบริษัทเตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ คาดเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 4/2569 และมีโครงการในมือประมาณ 420 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย 3 โครงการรวม 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์มบาโกในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอย COD ในปี 2570 พร้อมแผน COD โครงการอื่นต่อเนื่องถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์ โดยบริษัทตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2575 และคาดว่าจะทำได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
Renewable Electricity

SSP พร้อมชิงงาน PDP 2026 ตั้งเป้ากำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ เร็วกว่าคาด

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP ประกาศความพร้อมเต็มกำลังทั้งด้านการเงินและศักยภาพในการเข้าร่วมพัฒนาโครงการโซลาร์และวินด์ฟาร์มภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ PDP 2026 ซึ่งกำหนดกำลังผลิตใหม่รวม 50,900 เมกะวัตต์ ในช่วง 12 ปีแรก คือปี 2569 ถึง 2580 โดยแผนดังกล่าวประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ 14,500 เมกะวัตต์ นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SSP ระบุว่าบริษัทมุ่งขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและเพิ่มการลงทุนในประเทศ พร้อมเดินหน้าประมูลงานตามแผน PDP 2026 ทั้งนี้ SSP เคยประสบความสำเร็จในการประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565 ถึง 2573 รวม 170.5 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 154.5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ จากโครงการระยะแรกที่เปิดรับซื้อรวม 5,203 เมกะวัตต์ ปัจจุบันบริษัทเตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ คาดเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงไตรมาส 4/69 และยังมีโครงการในมือประมาณ 420 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย 3 โครงการรวม 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์มบาโกในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอย COD ในปี 2570 รวมถึงแผน COD โครงการอื่นต่อเนื่องถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์ โดยยังไม่รวมโอกาสคว้างานประมูลในแผน PDP 2026 บริษัทคาดว่าเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2575 จะทำได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
Renewable Electricity

SUPER เข้าชิงโซลาร์ชุมชน 1,500 MW ตั้งเป้าคว้า 200 MW

บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น หรือ SUPER เข้าร่วมประมูลโครงการโซลาร์ชุมชนภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2026 ซึ่งครอบคลุมปี 2569 ถึง 2593 โดยมีกรอบกำลังผลิตใหม่ราว 50,900 เมกะวัตต์ เน้นพลังงานสะอาดทั้งโซลาร์ ลม และระบบกักเก็บพลังงาน หรือ BESS ทั้งนี้ โครงการโซลาร์ชุมชนที่ SUPER เข้าชิงเป็นส่วนหนึ่งของกรอบกำลังผลิตใหม่ดังกล่าว มีขนาดรวม 1,500 เมกะวัตต์ และซีอีโอ จอมทรัพย์ โลจายะ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าตั้งเป้าคว้าให้ได้ราว 200 เมกะวัตต์ โดยมองว่าเป็นการเติมพอร์ตครั้งใหญ่จากประสบการณ์ด้านการพัฒนาและบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่
Renewable Electricity

หยวนต้าคงคำแนะนำซื้อ SSP เป้าใหม่ 14.10 บาท รับแผน PDP 2026

บล.หยวนต้าประเมินว่า SSP มีโอกาสเติบโตมากจากร่างแผน PDP 2026 ซึ่งในช่วง 12 ปีแรก ปี 2026-2037 จะเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง Solar และ Solar+BESS รวม 38,800MW ขณะที่ SSP ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 100% และยังมีโครงการโซลาร์ชุมชนอีก 1,500MW รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในฟิลิปปินส์เพิ่มเติม จากเดิมที่ลงทุนโครงการลม Bago 150MW ซึ่งจะ COD ในไตรมาส 4 ปี 2027 ปัจจุบัน SSP มี IBD/E อยู่ที่ 2.1 เท่า ณ ไตรมาส 2 ปี 2026 แต่หากรวมการขาย Yamaga ที่จะรับรู้กำไรพิเศษ 300-500 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2026 จะทำให้ IBD/E ต่ำกว่า 2 เท่า และภายใต้ Covenant ที่ IBD/E ระดับ 3.0 เท่า จะสามารถลงทุนได้สูงถึง 8,000 ล้านบาท หรือเทียบเท่าโอกาสการลงทุนอีกไม่น้อยกว่า 266MWe อิงเงินลงทุน 30 ล้านบาทต่อ MW นอกจากนี้ยังมีแผนขายเงินลงทุนในญี่ปุ่นอีก 3 โครงการ ขนาดรวม 56MW คาดได้เงินสดอีกราว 2.0 พันล้านบาท บวกลบ เทียบเท่าเงินลงทุนที่นำไปลงทุนเพิ่มเติมได้อีก 7.0-8.0 พันล้านบาท หรือ 200-300MWe ด้านกำไร หยวนต้าคงประมาณการปี 2026 ที่ 691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY หนุนจากการปรับปรุงประสิทธิภาพแผงโซลาร์ของโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ SPN และการรับรู้รายได้เต็มปีของโครงการ Leo 2 ในญี่ปุ่น พร้อมปรับประมาณการปี 2027 ขึ้น 9% เป็น 818 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY แม้ขายโครงการ Yamaga ขนาด 30MW ออกไป แต่ชดเชยได้จากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนขนาดรวม 9MWe โดยโครงการ WTE 9MW เทียบเท่าโครงการ Solar ขนาดราว 90MW และคาดกำไรปกติปี 2028 ที่ 1,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% YoY จากการรวมโครงการลม Bago ในฟิลิปปินส์ขนาด 150MW ซึ่งมีค่าไฟฟ้าสูงกว่าไทยราว 50% โครงการ RE big lot ขนาดรวม 92MW และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Xuejia 1 ในไต้หวันขนาด 17MW เข้ามาในประมาณการ โดยทุกโครงการจะ COD ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2027 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25.0% ต่อปี หรือ CAGR 3 ปี ระหว่างปี 2025-2028F หยวนต้าปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 14.10 บาทต่อหุ้น จากวิธีการประเมินมูลค่าหุ้นเป็น PER ที่ 16.0 เท่า โดยคำนวณจากราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2028 ที่ 15.50 บาทต่อหุ้น และ Discount กลับมาที่ปี 2027 อิง WACC ที่ระดับ 9.9% พร้อมคงคำแนะนำซื้อ โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER27 เพียง 11.1 เท่า และ PBV27 เพียง 1.0 เท่า ขณะที่ Market Cap ต่อ MW ที่มีในมือของ SSP อยู่เพียง 13 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงไฟฟ้าใน Coverage ไม่รวม GULF ที่ 14 เท่า และเทียบกับ GUNKUL ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 100% เหมือนกันที่ 21 เท่า
Renewable Electricity

SSP ลั่นพร้อมชิง PDP 2026 กำลังผลิตรวม 50,900 MW ตั้งเป้าพอร์ต 1,000 MW ปี 2575

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่าบริษัทพร้อมเข้าประมูลงานภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ซึ่งกำหนดกำลังผลิตใหม่รวม 50,900 เมกะวัตต์ ในช่วง 12 ปีแรก ระหว่างปี 2569 ถึง 2580 โดยในจำนวนนี้เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ 14,500 เมกะวัตต์ ก่อนแยกเป็นทางเลือกสู่เป้าหมายพลังงานสะอาดหลังปี 2580 ซึ่งทุกทางเลือกกำหนดสัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 65% ในปี 2593 ที่ผ่านมา SSP เป็นหนึ่งในผู้ชนะประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565 ถึง 2573 รวม 170.5 เมกะวัตต์ จากโครงการระยะแรกที่เปิดรับซื้อรวม 5,203 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 154.5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ ปัจจุบันบริษัทเตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ คาดเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 และมีโครงการในมือประมาณ 420 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย 3 โครงการรวม 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์มบาโกในประเทศฟิลิปปินส์ขนาด 150 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอย COD ในปี 2570 พร้อมแผน COD โครงการอื่นต่อเนื่องถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์ โดยยังไม่รวมโอกาสคว้างานประมูลในแผน PDP 2026 บริษัทมีฐานทุนที่แข็งแกร่งและพร้อมเต็มที่สำหรับการประมูลรอบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญผลักดันให้ SSP บรรลุเป้าหมายขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทุกรูปแบบแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2575 และอาจเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
Renewable Electricity

SSP ประกาศพร้อมประมูล PDP 2026 ตั้งเป้ากำลังผลิตแตะ 1,000 MW ในปี 2575

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP เปิดเผยว่าบริษัทพร้อมเข้าประมูลงานภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ซึ่งกำหนดกำลังผลิตใหม่รวม 50,900 เมกะวัตต์ ในช่วง 12 ปีแรก ระหว่างปี 2569 ถึง 2580 โดยแผนดังกล่าวประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ 14,500 เมกะวัตต์ ก่อนแยกเป็นทางเลือกสู่เป้าหมายพลังงานสะอาดหลังปี 2580 ทั้งแนวทาง CCS พลังงานหมุนเวียนควบคู่ระบบกักเก็บพลังงาน และการผสมผสานทั้งสองแนวทาง โดยทุกทางเลือกกำหนดสัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 65% ในปี 2593 ทั้งนี้ SSP เป็นหนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จในการประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565 ถึง 2573 รวม 170.5 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 154.5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการระยะแรกที่เปิดรับซื้อรวม 5,203 เมกะวัตต์ ปัจจุบันบริษัทเตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงไตรมาส 4/2569 และยังมีโครงการในมือประมาณ 420 เมกะวัตต์ เป็นโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย 3 โครงการรวม 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์มบาโก ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ที่จะทยอย COD ในปี 2570 นอกจากนี้ยังมีแผน COD โครงการอื่น ๆ ต่อเนื่องจนถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์ ซึ่งยังไม่รวมโอกาสในการคว้างานประมูลในแผน PDP 2026 บริษัทมีฐานทุนที่แข็งแกร่งและพร้อมเต็มที่สำหรับการเข้าประมูลงานภายใต้แผน PDP 2026 รอบใหม่ โดยคาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกสำคัญในการผลักดันแผนงานของ SSP ให้บรรลุเป้าหมายการขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทุกรูปแบบแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2575 และคาดว่าจะได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
Renewable Electricity

SUPER เล็งประมูลโซลาร์ชุมชน 1,500 MW หวังคว้า 200 MW

บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น หรือ SUPER เตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2026 ซึ่งครอบคลุมปี 2569 ถึง 2593 โดยมีกรอบกำลังผลิตใหม่ราว 50,900 เมกะวัตต์ เน้นพลังงานสะอาดทั้งโซลาร์ ลม และระบบกักเก็บพลังงาน หรือ BESS ทั้งนี้ SUPER ตั้งเป้าคว้าโครงการโซลาร์ชุมชนให้ได้ราว 200 เมกะวัตต์ จากกำลังผลิตทั้งหมด 1,500 เมกะวัตต์ของโครงการดังกล่าว ด้านซีอีโอ จอมทรัพย์ โลจายะ ส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าเต็มที่ โดยบริษัทถูกมองเป็นตัวเต็งในสนามประมูลครั้งนี้จากประสบการณ์ด้านการพัฒนาและบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
Renewable Electricity

TSE โชว์กำไรไตรมาส 2/2569 เพิ่ม 84% เร่งขยายกำลังผลิตรับ PDP 2026

บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสำหรับงวดสามเดือน 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสำหรับงวดหกเดือนรวม 80 ล้านบาท จากรายได้รวมกว่า 646 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าชีวมวล รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุน ปัจจุบันบริษัทฯ ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวม 53 โครงการ ครอบคลุมพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน พร้อมกันนี้ได้รุกเข้าสู่ธุรกิจกลุ่มสุขภาพ เช่น คลินิกเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือ IVF เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า บริษัทฯ มีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ Solar Big Lot และเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานสะอาดภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของภาครัฐ หรือ PDP 2026 เพื่อสร้างกำไรและผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่บริษัทฯ เมื่อเร็วๆ นี้
Renewable Electricity

TGE ชู 4 แกน Build-Action-People-Expand มุ่งสู่พลังงานหมุนเวียน 100%

บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG ภายใต้ 4 แกนหลัก Build Action People และ Expand เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายองค์กรด้านพลังงานหมุนเวียน 100% โดยนางสาวละอองทิพย์ วนสุวรรณกุล กรรมการบริหาร ได้ถ่ายทอดแนวทางดังกล่าวในงาน Krungsri ESG Minute of Changes 2026 ว่า บริษัทเริ่มจัดทำรายงานความยั่งยืน กำหนดกลยุทธ์และประเด็นสำคัญด้าน ESG พร้อมวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจโดยนำกรอบมาตรฐานสากลมาใช้ ด้านสิ่งแวดล้อม TGE ประเมินและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ควบคู่กับการใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการของเสีย หลังได้รับการรับรองและเข้าร่วม RE100 ตั้งแต่ปี 2565 ด้านบุคลากร บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมผ่านโครงการ TGE Innovation Day และยกระดับการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน หรือ HRDD ให้ครอบคลุมทั้งพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขณะที่ด้านห่วงโซ่อุปทาน บริษัทเริ่มโครงการ Supplier ESG Site Visit เป็นปีแรก โดยเข้าตรวจเยี่ยมซัพพลายเออร์กลุ่มคู่ค้าชีวมวลและคู่ค้าสำคัญแล้วกว่า 80%
Renewable Electricity

TSE กำไรครึ่งปี 80 ล้านบาท เดินหน้าธุรกิจสุขภาพและประมูลพลังงานสะอาด

บริษัท TSE รายงานผลประกอบการงวดหกเดือนมีกำไร 80 ล้านบาท และมีรายได้รวมกว่า 646 ล้านบาท โดยบริษัทเตรียมแผนรุกเข้าสู่ธุรกิจกลุ่มสุขภาพ เช่น คลินิกเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือ IVF เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ใหม่ พร้อมทั้งมีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ Solar Big Lot และเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานสะอาดภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของภาครัฐ หรือ PDP 2026 ขณะที่ WP ได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ประจำปี 2569 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก สะท้อนการให้ความสำคัญต่อการจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ด้านบล. โกลเบล็ก ประเมินว่า SET Index สัปดาห์นี้จะแกว่งตัวผันหววน โดยมีกรอบเคลื่อนไหว 1,570-1,630 จุด รับแรงกดดันจากน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์ และรับปัจจัยบวกจากการปรับเพิ่ม GDP ไทยสู่ 2.5% แนะกลยุทธ์ปรับพอร์ตตาม FTSE Rebalance โดย Large Cap เข้าและออก CPN ส่วน Mid Cap เข้า CPN และ Small Cap เข้า BTS, FTREIT, LH, SCCC, THAI และ TU
Renewable Electricity

SSP พร้อมชิงประมูล PDP 2026 ตั้งเป้ากำลังผลิตแตะ 1,000 เมกะวัตต์ในปี 2575

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP ประกาศความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ซึ่งกำหนดกำลังผลิตใหม่รวม 50,900 เมกะวัตต์ ในช่วง 12 ปีแรก ระหว่างปี 2569 ถึง 2580 โดยนายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าบริษัทฯ มีความพร้อมทั้งด้านฐานะการเงินและศักยภาพในการพัฒนาโครงการโซลาร์และวินด์ฟาร์ม สอดรับนโยบายขยายพอร์ตพลังงานสะอาดในประเทศ ร่าง PDP 2026 ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ 14,500 เมกะวัตต์ ก่อนแยกเป็นทางเลือกสู่เป้าหมายพลังงานสะอาดหลังปี 2580 ซึ่งกำหนดสัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 65% ในปี 2593 ที่ผ่านมา SSP เป็นหนึ่งในผู้ชนะประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565 ถึง 2573 รวม 170.5 เมกะวัตต์ จากโครงการระยะแรกที่เปิดรับซื้อรวม 5,203 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 154.5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ ปัจจุบันบริษัทฯ เตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ คาดเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 4/2569 และมีโครงการในมือประมาณ 420 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย 3 โครงการรวม 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์มบาโกในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอย COD ในปี 2570 นอกจากนี้ยังมีแผน COD โครงการอื่นต่อเนื่องถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์ โดยยังไม่รวมโอกาสคว้างานประมูลในแผน PDP 2026 ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทุกรูปแบบแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2575 และคาดว่าจะทำได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
Renewable Electricity

กูเกิลลงนามสัญญาซื้อไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ 396 เมกะวัตต์กับเฟอร์โว เอเนอร์จี

เฟอร์โว เอเนอร์จี ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 396 เมกะวัตต์กับกูเกิลเมื่อวันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพแบบเสริมประสิทธิภาพที่ใหญ่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน โดยไฟฟ้าจะจ่ายจากโครงการเคปสเตชันของเฟอร์โวในรัฐยูทาห์และส่งมอบภายในปี 2571 กูเกิลยังมีข้อตกลงในการขยายปริมาณรับซื้อเพิ่มอีก 600 เมกะวัตต์ ทำให้กำลังการผลิตตามศักยภาพรวมของดีลนี้อยู่ที่ประมาณ 1 กิกะวัตต์ภายในเดือนมิถุนายน 2573 สัญญานี้ต่อยอดจากความร่วมมือก่อนหน้านี้ของทั้งสองบริษัท ซึ่งเริ่มจากโครงการนำร่อง Project Red ในปี 2564 และต่อเนื่องด้วยสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 115 เมกะวัตต์กับกูเกิลและ NV Energy ในเดือนมิถุนายน 2567 หลังจากนั้นเฟอร์โวได้มุ่งมั่นพัฒนโครงการพลังงานความร้อนใต้พิภพ 3 กิกะวัตต์ ข้อตกลงนี้ทำให้ยอดขายไฟฟ้าตามสัญญารวมของเฟอร์โวอยู่ที่ประมาณ 1.1 กิกะวัตต์ และตอกย้ำความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีระบบพลังงานความร้อนใต้พิภพแบบเสริมประสิทธิภาพของบริษัทสำหรับความต้องการใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ เฟอร์โว ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม และระดมทุนได้ประมาณ 2.2 พันล้านดอลลาร์ คาดการณ์รายจ่ายลงทุน 850 ล้านถึง 900 ล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และคาดว่าจะขาดทุนสุทธิต่อเนื่องหลายปี โดยระยะที่หนึ่งตั้งเป้าดำเนินงานเชิงพาณิชย์ราว 100 เมกะวัตต์ภายในปลายปีนี้หรือต้นปี 2570 และระยะที่สองจะเพิ่มอีก 400 เมกะวัตต์ในปี 2571
The Motley Fool·6dอ่านต่อ →
Renewable Electricity

TPCH เผยโซลาร์ลาว 100 เมกะวัตต์ คืบหน้า 80% เล็ง COD ปีนี้

บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยผ่านกิจกรรม Earnings Call (Opportunity Day) ว่าเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์หรือ COD โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขนาดกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ ภายในปี 2569 โดยปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าประมาณ 80% และเริ่มทดลองจ่ายไฟฟ้าก่อนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์หรือ Pre-COD บางส่วนแล้ว คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้เต็มกำลังการผลิตภายในปีนี้ สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทย TPCH ยังคงมุ่งพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลจำนวน 6 โครงการ ได้แก่ CRB, MWE, TSG, PGP, SGP และ PTG ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 71.2 เมกะวัตต์ เพื่อให้เดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตและสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน
Renewable Electricity

ออร์สเต็ดได้รับความเห็นด้านภาษีที่เป็นผลดีต่อโครงการวอลนีย์เอ็กซ์เทนชันและฮอร์นซี 1

ออร์สเต็ดได้รับความเห็นฉบับสุดท้ายที่สนับสนุนแนวทางของบริษัทในการจัดเก็บภาษีสำหรับฟาร์มกังหันลม offshore ขนาดใหญ่สองแห่งในสหราชอาณาจักร ได้แก่ โครงการวอลนีย์เอ็กซ์เทนชันและโครงการฮอร์นซี 1 คณะกรรมการที่ปรึกษาซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้อนุสัญญาอนุญาโตตุลาการของสหภาพยุโรปได้สรุปว่าโครงการทั้งสองมีวัตถุประสงค์ทางกฎหมายและทางเศรษฐกิจที่แท้จริง จึงควรถูกจัดเก็บภาษีเป็นหลักในประเทศที่โครงการตั้งอยู่ ซึ่งหมายความว่าภาษีส่วนใหญ่จะตกเป็นของสหราชอาณาจักรตลอดอายุการดำเนินงานของโครงการ เนื่องจากโครงการเหล่านี้ผลิตไฟฟ้าและสร้างรายได้ ข้อพิพาทนี้ย้อนหลังไปกว่าทศวรรษ โดยออร์สเต็ดได้ติดต่อหน่วยงานจัดเก็บภาษีของเดนมาร์กและหน่วยงานสรรพากรและศุลกากรของอังกฤษในปี 2015 เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับการแบ่งสิทธิในการจัดเก็บภาษีระหว่างสองประเทศ และหลังจากที่หน่วยงานทั้งสองไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เรื่องดังกล่าวจึงถูกส่งต่อให้คณะกรรมการที่ปรึกษาในปี 2023 ออร์สเต็ดระบุว่าผลลัพธ์นี้จะนำไปสู่การปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในสถานะภาษีของบริษัทในเดนมาร์ก รวมถึงดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นจำนวนที่ได้กันสำรองไว้แล้วสำหรับสถานะภาษีที่ไม่แน่นอน และคาดว่าจะได้รับการชดเชยเกือบทั้งหมดในที่สุดจากภาษีที่ต่ำลงในสหราชอาณาจักร บริษัทระบุว่าขณะนี้จะหารือกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีของเดนมาร์กเกี่ยวกับโครงการฟาร์มกังหันลม offshore อื่น ๆ ของออร์สเต็ดที่เผชิญการประเมินภาษีเดนมาร์กในลักษณะเดียวกัน และคาดว่าข้อสรุปใด ๆ จะเป็นไปตามหลักการเดียวกันกับที่กำหนดไว้ในกรณีของโครงการวอลนีย์เอ็กซ์เทนชันและฮอร์นซี 1 อีกทั้งจะหารือกับหน่วยงานสรรพากรและศุลกากรของอังกฤษเกี่ยวกับการนำความเห็นนี้ไปปฏิบัติด้วย ออร์สเต็ดมีกำลังการผลิตฟาร์มกังหันลม offshore ที่ติดตั้งแล้วทั่วโลก 11 กิกะวัตต์ และมีอีก 7.2 กิกะวัตต์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และรายงานกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมการร่วมทุนใหม่และค่าธรรมเนียมการยกเลิกที่ 25.1 พันล้านโครนเดนมาร์กในปี 2025
Renewable Electricity

SUPER เผย EVN จ่อเคลียร์เงินค้างจ่าย ต.ค.-พ.ย.นี้ ลดหนี้ 1 หมื่นล้านบาท

บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น หรือ SUPER เผยการไฟฟ้าเวียดนาม หรือ EVN เตรียมลงนามแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและชำระเงินค้างจ่ายทั้งหมดให้บริษัทในช่วงประมาณเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนนี้ หลังสภาแห่งชาติเวียดนามอนุมัติให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และมอบอำนาจให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ EVN ดำเนินการชำระเงินและเดินหน้าโครงการต่างๆ หลังจากผลการตรวจสอบโครงการพลังงานทดแทนกว่า 400 โครงการโดย Government Inspector สรุปว่าเกือบทุกโครงการดำเนินการจ่ายไฟฟ้าได้ถูกต้องครบถ้วน ขณะที่โครงการ Loc Ninh 3 ได้รับอนุมัติเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินจากระดับจังหวัดแล้ว และอยู่ระหว่างรอใบอนุญาต CCA ในอีก 2-3 เดือน ด้านการปรับโครงสร้างทางการเงิน บริษัทได้ดึงพาร์ทเนอร์ร่วมทุนและขายโครงการบางส่วน ทำให้ลดหนี้ลงได้กว่า 10,000 ล้านบาท และลดอัตราส่วน D/E เหลือ 1.6 เท่า พร้อมตั้งสำรองความเสี่ยงไว้ 550 ล้านบาท ซึ่งหากได้รับชำระเงินคืนเต็มจำนวนจะกลับมาบันทึกเป็นรายได้และกำไรทันที สำหรับกลยุทธ์การเติบโต บริษัทมุ่งเน้นการลงทุนในประเทศไทยเกือบ 100% โดยมีโครงการ Big Lot พลังงานหมุนเวียนรวม 355 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน 315 เมกะวัตต์ และพลังงานลม 40 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการ Private PPA ที่ดำเนินการอยู่ 150 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ารายใหม่อีก 2-3 ราย ขนาดประมาณ 50-60 เมกะวัตต์ต่อราย โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเติบโตเท่าตัวหรือ 100% จากฐานกำลังการผลิตโซลาร์ในไทยประมาณ 400 กว่าเมกะวัตต์ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และพร้อมรองรับแผน PDP 2026 ที่คาดว่าจะเปิดรับซื้อพลังงานทดแทนเพิ่ม 10,000-20,000 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการโซลาร์ชุมชนเป้าหมายรวมประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ ขนาดโครงการละ 5-8 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความคุ้มค่าและเตรียมเข้าร่วมประมูล
Renewable Electricity

TPCH ตั้งเป้า COD โซลาร์ฟาร์ม 100 MW ในลาวภายในปี 2569

บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ประกาศแผนเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์หรือ COD โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขนาดกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ ภายในปี 2569 โดยปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าประมาณ 80% และเริ่มดำเนินการ Pre-COD บางส่วนแล้ว ด้านตลาดในประเทศ บริษัทมุ่งพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ประกอบด้วย CRB, MWE, TSG, PGP, SGP และ PTG รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 71.2 เมกะวัตต์ เพื่อให้เดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายพล คงเสือ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างและดำเนินงาน พร้อมทีมผู้บริหาร ได้ร่วมนำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2/2569 และแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 ผ่านกิจกรรม Earnings Call (OPPDAY) ที่จัดขึ้นที่บริษัทฯ เมื่อเร็วๆ นี้
Renewable Electricity

ศาลล้มละลายกลางยกคำร้อง TPCH ขอฟื้นฟูกิจการ TPOLY

บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 บริษัทได้รับแจ้งจากศาลล้มละลายกลางว่า ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท ที่ยื่นโดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ซึ่งเป็นทั้งบริษัทย่อยและเจ้าหนี้ทางการเงินของ TPOLY ก่อนหน้านี้ TPCH ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของ TPOLY ต่อศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟฟ 13/2569 อย่างไรก็ตาม ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ปรากฏเหตุอันสมควรที่ TPOLY จะต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ตามมาตรา 90/6 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว ทั้งนี้ TPOLY ระบุว่า หากมีความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป
Renewable Electricity

TPCH เตรียมใช้สิทธิทางกฎหมายหลังศาลยกคำร้องฟื้นฟู TPOLY

บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยว่า ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY ซึ่ง TPCH เป็นผู้ยื่นคำร้อง โดยศาลเห็นว่ายังไม่มีเหตุอันสมควรและช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 90/6 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 อย่างไรก็ตาม TPCH ยังคงเห็นว่าการฟื้นฟูกิจการเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการปรับโครงสร้างหนี้และแก้ไขปัญหาทางการเงินของ TPOLY อย่างเป็นระบบ เนื่องจากจะช่วยให้ลูกหนี้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ รักษาความสามารถในการสร้างรายได้และมูลค่ากิจการ และเพิ่มโอกาสในการชำระหนี้แก่ TPCH และเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันอย่างเป็นธรรม ขณะนี้ TPCH อยู่ระหว่างพิจารณาหาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม รวมถึงเตรียมใช้สิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยนายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ระบุว่าจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทฯ เจ้าหนี้ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเป็นสำคัญ และจะแจ้งความคืบหน้าต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์
Renewable Electricity

CKP ลุ้นกำไรครึ่งปีหลังฟื้น รับไซยะบุรีเดินเครื่องเต็มกำลัง โบรกชูเป้า 3 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท ซีเค พาวเวอร์ หรือ CKP มีแนวโน้มได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี หรือ XPCL ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หลังปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ในระดับสูง ไม่มีแผนหยุดเดินเครื่อง และต้นทุนทางการเงินลดลง ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 หรือ NN2 ยังมีแนวโน้มอ่อนแอตามปริมาณน้ำไหลเข้า โดย CKP รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/2569 จำนวน 210 ล้านบาท ลดลง 41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 81% จากไตรมาสก่อน ต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 17% เนื่องจากรายได้รวมต่ำกว่าคาดและต้นทุนทางการเงินสูงกว่าประมาณการ กำไรที่ลดลงมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวของ NN2 ซึ่ง CKP ถือหุ้น 46% และโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น หรือ BIC ซึ่ง CKP ถือหุ้น 65% ขณะที่กำไรที่ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนเป็นผลจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า SPP เพิ่มขึ้นและส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL ปรับตัวดีขึ้น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางต่อข้อมูลที่ได้รับ โดยผู้บริหารคาดว่า XPCL จะยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกำไรช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ขณะที่ NN2 มีแนวโน้มทยอยกลับสู่ภาวะปกติจากฐานที่สูงเป็นพิเศษในปีก่อน สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง หรือ LPCL การก่อสร้างมีความคืบหน้า 77% ณ เดือนมิถุนายน 2569 และยังคงกำหนดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นปี 2573 โดย CKP ใส่เงินลงทุนแล้ว 13,344 ล้านบาท จากภาระเงินลงทุนในส่วนทุนทั้งหมด 20,934 ล้านบาท บล.กสิกรไทยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 3.00 บาท อิงวิธีประเมินมูลค่าแบบรวมส่วนธุรกิจ หรือ SOTP ภายใต้ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ 6.7% โดยความเสี่ยงสำคัญคือการเกิดปรากฏการณ์ซุปเปอร์เอลนีโญที่รุนแรงหรือยาวนานกว่าคาด
Renewable Electricity

CKP เตรียม COD โซลาร์ 5 เมกะวัตต์ รับน้ำหนุน XPCL-NN2

ซีเค พาวเวอร์ หรือ CKP เปิดเผยว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทมีปัจจัยสนับสนุนจากกำลังการผลิตใหม่ของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ สถานการณ์น้ำที่เอื้อต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และการกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โดยบริษัทได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM เพิ่มเติมในเดือนกันยายน กำลังการผลิตรวม 5 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนในพอร์ต ขณะเดียวกัน CKP ยังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.7% ส่งผลให้ปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.2% สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทประเมินว่าสถานการณ์น้ำยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าของไซยะบุรี พาวเวอร์ หรือ XPCL จากปริมาณฝนในลุ่มน้ำโขงและแนวโน้มการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ โดยคาดว่าการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำในประเทศจีนจะยังอยู่ในระดับสูงระหว่างเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และอาจมีการระบายน้ำเพิ่มเติมในบางช่วงของเดือนธันวาคม ซึ่งจะสนับสนุนปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงช่วงไตรมาส 4/2569 โดย CKP ประเมินว่าปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีในช่วงปลายปีมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดีและสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ด้านไฟฟ้าน้ำงึม 2 หรือ NN2 มีปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 32.53% ของความจุน้ำใช้การได้ และยังมีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน ส่วนบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น หรือ BIC ภายหลังดำเนินการซ่อมบำรุงในไตรมาส 1/2569 ปัจจุบันโรงไฟฟ้ากลับมาเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตแล้ว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนปริมาณการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง
Renewable Electricity

CKP มั่นใจครึ่งปีหลังปี 69 โตต่อเนื่อง รับอานิสงส์น้ำโขง-จีนระบายน้ำหนุนไซยะบุรี

บมจ.ซีเค พาวเวอร์ (CKP) มั่นใจผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2569 จะเติบโตต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากการขยายพอร์ตพลังงานสะอาดร่วมกับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ซึ่งได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิตรวม 5 เมกะวัตต์ในเดือนกันยายน ขณะเดียวกันปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีในช่วง 6 เดือนแรกสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 17.7 ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 และคาดว่าการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำในประเทศจีนจะยังอยู่ในระดับสูงในช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน รวมถึงอาจมีการระบายน้ำเพิ่มเติมในบางช่วงของเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงในช่วงไตรมาส 4/69 ส่วนโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ร้อยละ 32.53 ของความจุ และคาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน ขณะที่โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น (BIC) กลับมาดำเนินงานได้เต็มกำลังการผลิตหลังการซ่อมบำรุงในไตรมาส 1/69 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง
Renewable Electricity

CKP เปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์เพิ่ม 5 เมกะวัตต์ครึ่งปีหลัง

บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยว่า ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เพิ่มเติมขนาดกำลังการผลิตรวม 5 เมกะวัตต์ในเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตของบริษัท โดยนายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่าปัจจัยสนับสนุนในช่วงครึ่งปีหลังยังรวมถึงสถานการณ์น้ำที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี โดยในช่วง 6 เดือนแรกปริมาณน้ำไหลผ่านสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 17.7 ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 ขณะที่บริษัทไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) มีปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำร้อยละ 32.53 ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน ส่วนโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น (BIC) กลับมาดำเนินงานเต็มกำลังการผลิตหลังการซ่อมบำรุงในไตรมาสแรก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง
thunhoon.com·11dอ่านต่อ →
Renewable Electricity

SUPER คาดครึ่งปีหลังโตต่อ หลังวินด์ฟาร์มเวียดนาม COD เพิ่ม

บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER คาดว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามที่เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มอีก 102 เมกะวัตต์ ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ของโครงการพลังงานลมทั้ง 2 โครงการอยู่ที่ 129 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันบริษัทได้รับเงินค้างชำระค่าไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) จำนวน 3.5 พันล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 859.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทยังคงมองหาโอกาสขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น
Renewable Electricity

SUPER กำไรครึ่งปีแรกพุ่ง 246% คาดครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง

บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 859.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.64% โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จอมทรัพย์ โลจายะ และผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กุลชลี นันทสุขเกษม ร่วมนำเสนอข้อมูลผ่านกิจกรรม Earnings Call (OPPDAY) โดยระบุว่าแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง จากการมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามที่เริ่มผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มอีก 102 เมกะวัตต์ ส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้ง 2 โครงการมีกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวม 129 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ การรับเงินค้างชำระค่าไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) จำนวน 3.5 พันล้านบาท จะสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจและความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ขณะที่บริษัทยังมองหาโอกาสขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น
Renewable Electricity

CKP เดินหน้าโตครึ่งปีหลัง เปิด COD โซลาร์ 5 เมกะวัตต์ร่วมกับ BEM

ซีเค พาวเวอร์ (CKP) คาดการณ์การเติบโตในครึ่งปีหลัง โดยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ขนาด 5 เมกะวัตต์ในเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนในพอร์ต ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีในช่วงครึ่งปีแรกสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.7% ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.2% และคาดว่าสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงจะยังเอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าของไซยะบุรี พาวเวอร์ (XPCL) ในไตรมาส 4 โดยเฉพาะการระบายน้ำจากต้นน้ำในจีนที่คาดว่าจะสูงในช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน สำหรับไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) ปริมาณน้ำใช้การได้ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 32.53% ของความจุ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน ขณะที่บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น (BIC) กลับมาดำเนินงานเต็มกำลังการผลิตหลังการซ่อมบำรุงในไตรมาสแรก ซึ่งทั้งหมดนี้จะสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตพลังงานโดยรวม
Renewable Electricity

CKP เปิดเดินเครื่องโซลาร์ร่วม BEM 5 เมกะวัตต์ หนุนครึ่งปีหลัง

ซีเค พาวเวอร์ หรือ CKP เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM ขนาดกำลังการผลิตรวม 5 เมกะวัตต์ในเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตของบริษัท โดยในช่วงครึ่งปีแรก ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 17.7 ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 ขณะที่ครึ่งปีหลังบริษัทประเมินว่าสถานการณ์น้ำยังเอื้อต่อการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่ปริมาณน้ำมีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ส่วนโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำใช้การได้ร้อยละ 32.53 ของความจุ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม และโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่นกลับมาดำเนินงานเต็มกำลังการผลิตหลังการซ่อมบำรุงในไตรมาส 1 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง