GULF ร่วมงาน Gastech 2026 ในฐานะ National Consortium Partner ชูแนวคิด Integrated Infrastructure, Powering Tomorrow

IndustryM&A · Partnership
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เข้าร่วมงาน Gastech 2026 ในฐานะ National Consortium Partner อย่างเป็นทางการในวันแรกของการจัดงาน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 54 และเป็นการหวนกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 18 ปี ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก งานนี้ได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ร่วมเยี่ยมชมบูธ GULF โดยมีนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF และนายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกัลฟ์รีซอร์สเซส ร่วมต้อนรับ ภายใต้แนวคิดหลัก Integrated Infrastructure, Powering Tomorrow GULF จัดแสดงศักยภาพผ่าน GULF Pavilion บูธหมายเลข C80 บนพื้นที่กว่า 420 ตารางเมตร ประกอบด้วย The Ecosystem Showcase ที่ถ่ายทอดความเชื่อมโยงของธุรกิจหลักทั้งสี่กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจทรัพยากรและก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจท่าเรือและโลจิสติกส์ และธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคม พร้อมด้วย Immersive Zone ประสบการณ์ภาพรอบทิศทาง 360 องศา นายสารัชถ์กล่าวว่าการที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech ในวันนี้คือบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศ โดยเฉพาะในด้านพลังงาน และระบุว่าล่าสุด GULF ได้ร่วมลงทุนกับ Singtel ในโครงการสายเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการประมวลผลข้อมูล AI และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีภูมิภาค ภายใต้ 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ GULF มุ่งวางระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติและ LNG ครบวงจรเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานฐาน เร่งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI เพื่อรองรับการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Energy Transition & Power Demand · 1 หุ้น
Gulf Energy Development Public Company Limited
GULF
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

GULF joins Gastech 2026 as National Consortium Partner, showcasing its four core business groups and positioning itself for energy, LNG, and digital infrastructure opportunities.

อื่นๆ · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 5

ไฮเปอร์สเกลเลอร์สหรัฐฯ เตรียมใช้จ่ายสูงถึง 7.25 แสนล้านดอลลาร์กับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในปี 2026

ไฮเปอร์สเกลเลอร์รายใหญ่ห้ารายของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าเงินลงทุนรวม (capex) ในปี 2026 จะอยู่ที่ 6.6 แสนล้านถึง 7.25 แสนล้านดอลลาร์ หรือเกือบสองเท่าของการใช้จ่ายในปี 2025 เนื่องจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเปลี่ยนจากซอฟต์แวร์มาสู่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ไมโครซอฟต์คาดการณ์เงินลงทุนปรับปรุง (adjusted capital expenditure) ประมาณ 1.75 แสนล้านดอลลาร์ทั้งในปีงบประมาณ 2026 และ 2027 โดยสองในสามของการใช้จ่ายรายไตรมาสจะไปที่สินทรัพย์อายุสั้นอย่างซีพียูและจีพียู ส่วนที่เหลือไปที่โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลอายุยาว และบริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2026 ซึ่งทำให้ขนาดโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกเป็นสองเท่าภายในสองปี ด้านอเมซอน เว็บ เซอร์วิส (AWS) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินลงทุนปี 2026 ขึ้นเป็นประมาณ 2.2 แสนล้านดอลลาร์ โดยแอนดี แจสซี ซีอีโอ กล่าวว่ากำลังการผลิต AI คาดว่าจะยังคงตึงตัวไปจนถึงปี 2027 และอุปสงค์ที่มีสัญญารองรับจะขยายไปถึงปี 2028 ขณะที่เมตาเผชิญกำไรลดลง 14% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 แม้รายได้เพิ่มขึ้น 28% เนื่องจากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงศูนย์ข้อมูลขนาด 1 กิกะวัตต์ในรัฐโอไฮโอและสิ่งอำนวยความสะดวกในรัฐลุยเซียนาที่อาจขยายได้ถึง 5 กิกะวัตต์ กดดันอัตรากำไร ขณะที่อัลฟาเบตปรับเพิ่มคาดการณ์เงินลงทุนปี 2026 ขึ้นเป็นสูงสุด 2.05 แสนล้านดอลลาร์ และงานในมือ (backlog) ของกูเกิล คลาวด์เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปีเป็น 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนกิจการร่วมค้าสตาร์เกตซึ่งประกอบด้วยออราเคิล โอเพนเอไอ และอื่น ๆ ตั้งเป้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงสุด 5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 และเงินลงทุนของออราเคิลในปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ 5.57 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปีก่อนหน้า
Yahoo Finance·1hอ่านต่อ →
impact 4

ซาอุฯ แจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในริยาด หลังฮูตีโจมตีระลอกใหม่

กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเผชิญการแจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในช่วงเช้ามืดวันนี้ (19 ก.ย.) ถือเป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงของประเทศมีการแจ้งเตือนลักษณะนี้ นับตั้งแต่ช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงในเดือนมี.ค.และเม.ย. ระบบเตือนภัยล่วงหน้าของซาอุดีอาระเบียแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินในกรุงริยาดเมื่อเวลา 04.00 น. และอีกครั้งในเวลา 06.00 น. โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุว่า สถานการณ์อันตรายสิ้นสุดลงไม่นานหลังการแจ้งเตือนทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศก็ได้รับการแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันตลอดคืนที่ผ่านมา รวมถึงเมืองเจดดาห์และยันบูริมทะเลแดง ตลอดจนเกาะฟาราซานในทะเลแดง การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการโจมตีระลอกใหม่ที่ซาอุดีอาระเบียเผชิญในเดือนก.ย. โดยกลุ่มฮูตีซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุนและมีฐานอยู่ในเยเมน ได้โจมตีเมืองต่าง ๆ ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนจากอิรักซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกต้องหยุดดำเนินงาน นอกจากนี้ การโจมตีท่อส่งน้ำมันและการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงอย่างมาก และสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้แก่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและผู้นำของซาอุดีอาระเบีย ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งยังเสี่ยงกระทบความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ในเดือนต.ค. กรุงริยาดมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการลงทุนสำคัญของซาอุดีอาระเบีย หรือ Future Investment Initiative โดยการประชุมประจำปี 2569 มีกำหนดต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากวอลล์สตรีทหลายราย รวมถึงเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co และเดวิด โซโลมอน จาก Goldman Sachs Group
2impact 4

NextEra ยืนยันเป้าหมายกำไรต่อหุ้นปี 2026 ขณะเดินหน้าดีลซื้อ Dominion มูลค่า 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์

NextEra Energy ยืนยันเป้าหมายกำไรต่อหุ้นปรับปรุงปี 2026 ที่ 3.92 ถึง 4.02 ดอลลาร์ และระบุว่ามุ่งสู่ระดับสูงสุดของช่วงดังกล่าว ขณะเดินหน้าดีลซื้อกิจการ Dominion Energy แบบแลกหุ้นทั้งหมดมูลค่า 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะปิดดีลได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 NextEra คาดว่ากำไรต่อหุ้นปรับปรุงจะเติบโตในอัตราทบต้นอย่างน้อย 8% ต่อปีจนถึงปี 2032 และมุ่งสู่การเติบโตในอัตราเดียวกันจนถึงปี 2035 โดยคิดจากฐานปี 2025 ขณะที่บริษัทรวมคาดว่าจะสร้างการเติบโตของกำไรต่อหุ้นปรับปรุงที่ 9% ขึ้นไปจนถึงปี 2032 และมุ่งสู่การเติบโตในอัตราเดียวกันจนถึงปี 2035 โดยคิดจากฐานปี 2025 ของ NextEra บริษัทคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้นจะเติบโตในอัตราราว 10% ต่อปีจนถึงปี 2026 โดยคิดจากฐานปี 2024 จากนั้นจะเติบโต 6% ต่อปีจนถึงปี 2028 โดยคิดจากฐานปี 2026 เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติดีล ทั้งสองบริษัทได้ยื่นแพ็กเกจผลประโยชน์ที่ขยายเพิ่มต่อหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งจะเพิ่มเครดิตค่าบิลสำหรับลูกค้าที่อยู่อาศัยเป็นสองเท่าเป็นเวลาสี่ปี ปกป้องลูกค้ารายย่อยจากต้นทุนโครงข่ายไฟฟ้าที่เชื่อมโยงกับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ในตอนเหนือของเวอร์จิเนีย และเพิ่มเงินอีก 100 ล้านดอลลาร์ให้กับโครงการช่วยเหลือค่าบิลสำหรับผู้มีรายได้น้อยของ Dominion จนถึงปี 2038 พร้อมอีก 100 ล้านดอลลาร์สำหรับการพัฒนาบุคลากร หากดีลนี้สำเร็จ จะสร้างผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ โดยดำเนินการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสอง
Insider Monkey·4hอ่านต่อ →