KS มองบวก NVIDIA กำไร Q2 พุ่ง 109% ชี้ AI หนุนรายได้ปี 2571 โต 70%

EarningsAnalyst Impact 5
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของ NVIDIA Corporation (NVDA) โดยประเมินว่าแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากประมาณการรายได้ปีงบประมาณ 2571 ที่จะเติบโตอย่างน้อย 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีโอกาสสูงขึ้นหากข้อจำกัดด้านที่ดิน พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานอาคารศูนย์ข้อมูล (Land, Power และ Shell: LPS) ผ่อนคลายลง ขณะที่ราคาหุ้น NVDA ในช่วงก่อนเปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 4% NVDA รายงานกำไรปรับปรุงแล้ว (Adjusted Profit) ในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2570 ที่ 53.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 109% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ประมาณ 6% ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 106% สูงกว่าคาดประมาณ 4% โดยมีแรงหนุนสำคัญจากรายได้ธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เติบโต 117% จากการส่งมอบแพลตฟอร์ม Blackwell Ultra อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 75% โดย NVDA เปิดเผยภาระผูกพัน (Commitment) รวมประมาณ 366 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นสัญญาจัดหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ประมาณ 279 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สัญญาเช่า Cloud กับผู้ให้บริการ Cloud Service Provider (CSP) ประมาณ 29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Commitment เพิ่มเติมอีกประมาณ 56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุน AI Labs และลูกค้าในการขยายโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ NVDA มีภาระค้ำประกัน (Guarantee) ประมาณ 109 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงการ Data Center ของ SB Energy ภายใต้โครงการ PORT-pike technology ซึ่งมีแผนให้ OpenAI เช่าเป็นระยะเวลา 20 ปี โดยระยะแรกมีกำลังไฟฟ้า 4.25GW และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2572 โครงการดังกล่าวจะใช้ GPU ของ NVDA ประมาณ 1.5 ล้านตัว และมีศักยภาพสร้างรายได้ประมาณ 150-200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงมีศักยภาพขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมได้อีก 3.8GW ในอนาคต ฝ่ายวิจัย KS ระบุว่า NVDA ตระหนักถึงข้อกังวลของตลาดเกี่ยวกับ Circular Finance แต่ประเมินว่าความเสี่ยงดังกล่าวมีจำกัด เนื่องจาก Compute Platform ของบริษัทมีคุณสมบัติสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย (Fungible) และมีอายุการใช้งานยาวนาน (Durable) ส่งผลให้ GPU สามารถนำไปจัดสรรให้กับลูกค้ารายอื่นได้ หากโครงการใดโครงการหนึ่งไม่ประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันคาดว่าในปีหน้า ลูกค้าประมาณหนึ่งในสี่อาจได้รับการสนับสนุนผ่านงบดุลของ NVDA สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2570 NVDA คาดการณ์รายได้ที่ 108 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 89% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดประมาณ 4% อย่างไรก็ตาม GPM มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 74% เนื่องจากการเริ่มส่งมอบแพลตฟอร์ม Vera Rubin ซึ่งในช่วงเริ่มต้นมีต้นทุนที่สูงขึ้น โดยคาดว่า GPM จะลดลงแตะระดับต่ำสุดประมาณ 71-72% ในไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2570 ก่อนฟื้นตัวมาอยู่ที่ 72-73% ในปีงบประมาณ 2571 จากการปรับเพิ่มราคาขาย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2571 ฝ่ายวิจัย KS มองว่า การให้ Guidance การเติบโตของรายได้ในปีงบประมาณ 2571 ที่อย่างน้อย 70% ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ NVDA ต่อแนวโน้มความต้องการใช้ AI และความสามารถในการมองเห็น Supply Chain ที่ชัดเจนมากขึ้น แม้การเติบโตอาจสูงกว่าระดับดังกล่าว หากข้อจำกัดด้าน Land, Power และ Shell ผ่อนคลายลง Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NVDA ย้ำว่า “Compute is revenue” โดยการใช้งาน Token ในปัจจุบันสามารถสร้างผลกำไรได้ และความต้องการใช้ Compute กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่มีเพียง AI Labs บางรายเร่งลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการประมวลผล ปัจจุบัน Frontier AI Labs หลายแห่งกำลังเร่งขยาย Compute Capacity เพื่อรองรับความต้องการใช้ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ได้แก่ Vera Rubin, Vera CPU และ Groq 3LPX ปัจจุบันอยู่ในช่วงการผลิตเต็มรูปแบบ (Full Production) และเริ่มส่งมอบตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 โดยได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าครบทุกราย และคาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 20% ของรายได้ Data Center ในไตรมาสถัดไป ทั้งนี้ NVDA เปิดเผยว่า รายได้ต่อกำลังไฟฟ้า (Revenue per GW) ของ Vera Rubin อยู่ที่ประมาณ 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อ GW เทียบกับ Grace Blackwell ที่ประมาณ 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อ GW และมีโอกาสเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 60-80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อ GW ในอนาคต นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัย KS มองว่า กลุ่มลูกค้า AI Clouds และ IE จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต นอกเหนือจากกลุ่ม Hyperscaler ซึ่งปัจจุบันมี Backlog ประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การพัฒนาไปสู่ Recursive Self-Improvement (RSI) มีแนวโน้มเร่งความต้องการใช้ AI Compute ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับยุค Agentic AI โดยสรุป ฝ่ายวิจัย KS ประเมินว่า NVDA กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตและจำหน่าย GPU ไปสู่การเป็นผู้สนับสนุนและผู้เล่นสำคัญในระบบนิเวศ AI แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้ง Compute, Networking, Data Center และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาวที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้ในระยะสั้นบริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่อ GPM จากต้นทุนของเทคโนโลยีใหม่ แต่มีแนวโน้มสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวผ่านการปรับเพิ่มราคาสินค้าได้

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Artificial Intelligence · 1 หุ้น
NVIDIA Corporation
NVDA
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Q2 profit and revenue surge driven by data center revenue growth from Blackwell Ultra deliveries, with strong AI demand outlook.

ผลกระทบต่อธีม 8

บริษัทนอก coverage 2

OpenAIเอกชน▲ บวก
อุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

NVIDIA's commitments include support for AI Labs and customers, and the SB Energy project is planned to be leased to OpenAI, indicating demand for OpenAI's infrastructure.

SB Energyเอกชน▲ บวก
เงินทุนความเกี่ยวข้อง

SB Energy data center project with NVIDIA guarantees and planned lease to OpenAI, expected to generate significant revenue.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Tigress Financial ปรับเป้าราคา Intel ขึ้นเป็น 145 ดอลลาร์ จากความร่วมมือ Terafab

Tigress Financial ยืนยันคำแนะนำซื้อหุ้น Intel และปรับเป้าราคาขึ้นเป็น 145 ดอลลาร์ จากเดิม 118 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 15 กันยายน โดยอ้างถึงความร่วมมือ Terafab กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอีลอน มัสก์ ซึ่งรวมถึง SpaceX, Tesla และ xAI ว่าเป็นแรงหนุนเชิงกลยุทธ์ต่อความทะเยอทะยานด้านโรงงานผลิตชิป AI ของบริษัท โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการผลิตเซมิคอนดักเตอร์อันทะเยอทะยานที่มุ่งผลิตชิปขั้นสูงสำหรับปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ ยานยนต์ไร้คนขับ และการใช้งานที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงอื่นๆ Intel ระบุในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองว่าบริษัทยังอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการแสวงหาการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการบรรจุขั้นสูงและเครือข่ายโรงงานผลิตเวเฟอร์ โดยชี้ให้เห็นถึงโมเมนตัมในด้าน Physical AI และหุ่นยนต์ โดยมีลูกค้ามากกว่า 130 รายที่กำลังทดสอบโปรเซสเซอร์ Core Ultra Series 3 และ Core Series 3 สำหรับการใช้งาน AI ที่ทำงานที่ขอบเครือข่ายและหุ่นยนต์ เงื่อนไขทางการค้าของความร่วมมือ ปริมาณการผลิต และการมีส่วนสนับสนุนรายได้ที่อาจเกิดขึ้นยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเต็มที่ และความเสี่ยงหลักคือความร่วมมือนี้อาจเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ของ Intel ในด้านการผลิตชิปโดยไม่สร้างผลตอบแทนทางการเงินที่มีนัยสำคัญเป็นเวลาหลายปี ตามฐานข้อมูลของ Insider Monkey มีกองทุนเฮดจ์ฟันด์ 138 แห่งที่ถือหุ้นใน Intel ณ สิ้นไตรมาสที่สอง เพิ่มขึ้นจาก 112 แห่งในไตรมาสแรก โดย SoftBank Group Corp. และ Coatue Management เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นสถาบันที่สำคัญ ด้วยมูลค่าประมาณ 1.214 หมื่นล้านดอลลาร์ และ 1.68 พันล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ขณะที่หุ้น Intel ประมาณ 152.25 ล้านหุ้นถูกขายชอร์ต ณ วันที่ 31 สิงหาคม คิดเป็นประมาณ 3.02% ของหุ้นที่หมุนเวียนในตลาด
Insider Monkey·1hอ่านต่อ →
impact 4

ยูบีเอสปรับเพิ่มคาดการณ์การใช้จ่ายด้านเอไอเป็นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้

ยูบีเอสคาดว่าการใช้จ่ายลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์จะแตะเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 ก่อนจะเพิ่มขึ้นสู่ราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027 โดยต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของการเพิ่มขึ้นนี้ ประมาณการล่าสุดของธนาคารระบุว่าการใช้จ่ายลงทุนด้านเอไอทั้งหมดจะอยู่ที่ 998 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ เกือบสองเท่าของ 506 พันล้านดอลลาร์ที่บันทึกไว้ในปี 2025 และคาดการณ์การใช้จ่ายที่ 1.447 ล้านล้านดอลลาร์ในปีหน้า หน่วยความจำกำลังกลายเป็นแหล่งที่มาหลักของการเติบโตดังกล่าว โดยยูบีเอสประเมินว่าการใช้จ่ายด้านหน่วยความจำจะเพิ่มจาก 71 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 367 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ และ 923 พันล้านดอลลาร์ในปี 2027 ขณะที่ต้นทุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอไอประเมินไว้ที่ 631 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 ก่อนจะลดลงเหลือ 525 พันล้านดอลลาร์ในปีหน้า นั่นหมายความว่าต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นจะคิดเป็นราว 60% ของการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายลงทุนด้านเอไอในปีนี้ และมากกว่าการเพิ่มขึ้นสุทธิทั้งหมดในปี 2027 และเมื่อรวมสองปีนี้ ยูบีเอสคำนวณว่าประมาณ 90% ของการเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ของการใช้จ่ายลงทุนด้านเอไอระหว่างปี 2025 ถึง 2027 จะมาจากการใช้จ่ายด้านหน่วยความจำที่สูงขึ้น หน่วยความจำคิดเป็นสัดส่วนราว 14% ของการใช้จ่ายลงทุนด้านเอไอทั้งหมดในปี 2025 ซึ่งธนาคารประเมินว่าสัดส่วนนี้จะเพิ่มเป็น 37% ในปีนี้ และแตะ 64% ในปี 2027 และยูบีเอสระบุว่าการเพิ่มขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วยราคาจะเพิ่มเม็ดเงินให้กับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริงของสหรัฐฯ ค่อนข้างน้อย แต่กลับเป็นการโอนรายได้และกำไรไปยังผู้ผลิตหน่วยความจำในเอเชียแทน
Investing.com·5hอ่านต่อ →

ควอลคอมม์เข้าร่วมระบบนิเวศ WEDA Edge AI ลงนามข้อตกลงในเวียดนาม

ควอลคอมม์ได้เข้าร่วมกับแอดแวนเทคและพันธมิตรรายอื่นในระบบนิเวศ WEDA Edge AI แห่งใหม่ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มุ่งสนับสนุนการติดตั้งใช้งานที่ขยาย規模ได้ในฮาร์ดแวร์ที่หลากหลาย โดยการสร้างมาตรฐานเครื่องมือและแบบอ้างอิงสำหรับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและองค์กร ควอลคอมม์ยังมีส่วนร่วมในข้อตกลงข้ามภาคส่วนระหว่างบริษัทสหรัฐฯ และเวียดนามมากถึง 29 ฉบับ ซึ่งประกาศระหว่างการเยือนระดับรัฐเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทพัฒนาและให้สิทธิ์เทคโนโลยีไร้สายที่เป็นรากฐานของอุปกรณ์มือถือและอุปกรณ์เชื่อมต่อ และการเคลื่อนไหวนี้ผูกทรัพย์สินทางปัญญาไร้สายหลักของบริษัทเข้ากับการใช้งานคอมพิวติ้งในภาคอุตสาหกรรมและองค์กรรูปแบบใหม่ ยังต้องจับตาดูว่าโครงการในระบบนิเวศ WEDA และความร่วมมือในเวียดนามจะกลายเป็นดีไซน์วินที่เปิดเผยหรือเป้าหมายรายได้ในกลุ่มต่าง ๆ เช่น IoT อุตสาหกรรมและอุปกรณ์ AI Edge ในรอบการรายงานถัดไป หรือจะยังคงอยู่ในขั้นบันทึกความเข้าใจเท่านั้น
Simply Wall St·5hอ่านต่อ →