บล.กรุงศรีชี้ PDP26 หนุน BGRIM คงคำแนะนำซื้อเป้า 23 บาท

Analyst
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM พร้อมราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 23 บาทต่อหุ้น ภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์สะท้อนความคืบหน้าของร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP26 ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณา ก่อนคาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นในเดือนกันยายน และเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 ฝ่ายวิจัยมองว่าความคืบหน้าของร่าง PDP26 ถือเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า และอาจช่วยเพิ่มความชัดเจนของนโยบายพลังงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ หรือ Direct PPA การเปิดใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแก่บุคคลที่สาม หรือ TPA โครงสร้างค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับ Data Center และโครงการโซลาร์ชุมชนขนาดรวม 1,500 เมกะวัตต์ หากนโยบายดังกล่าวมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 4/2569 จะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าต่อยอดโครงการใหม่ในอนาคต สำหรับความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol1 ในประเทศเกาหลีใต้ ขนาดกำลังการผลิต 365 เมกะวัตต์ ปัจจุบันเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 33 ต้น เพิ่มขึ้นจาก 20 ต้นในไตรมาส 2/2569 จากจำนวนกังหันลมทั้งหมด 64 ต้น โดยคาดว่าจะทยอยเปิดดำเนินการเพิ่มเดือนละ 10 ต้น และครบทั้งโครงการภายในปลายปี 2569 ด้านโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Huong Hoa 1 ในประเทศเวียดนาม ขนาด 48 เมกะวัตต์ ยังคงเป้าหมายเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นปี 2569 ส่วนโครงการ Data Center เฟส 1 และเฟส 2 ขนาดกำลังผลิตรวม 96 เมกะวัตต์ เลื่อนกำหนดเปิดดำเนินการเล็กน้อยเป็นไตรมาส 1/2570 และไตรมาส 3/2570 ตามลำดับ จากเดิมที่กำหนดไว้ในไตรมาส 4/2569 และไตรมาส 2/2570 ขณะเดียวกัน BGRIM ยังอยู่ระหว่างศึกษาโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol2 ขนาด 350 เมกะวัตต์ โครงการ Data Center ส่วนเพิ่มเติมอีก 200 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้า IPP ในประเทศมาเลเซียขนาด 618 เมกะวัตต์ การลงทุนดังกล่าวคาดว่าจะดำเนินการผ่านกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมในช่วงปี 2571-2572 ภายใต้ข้อจำกัดด้านฐานทุนในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะเห็นความคืบหน้าของแผนสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์ หรือ Asset Monetization ภายในไตรมาส 4/2569 เพื่อเพิ่มความสามารถในการก่อหนี้และรองรับการลงทุนในอนาคต สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการจะอ่อนตัวลงจากต้นทุนก๊าซ Pool Gas ที่เพิ่มขึ้นมาเฉลี่ยราว 380 บาทต่อล้านบีทียู อย่างไรก็ตาม ผลกระทบบางส่วนจะได้รับการชดเชยจากการทยอยรับรู้ผลการดำเนินงานของโครงการ Nakwol1 และสัญญาซื้อก๊าซในรูปแบบ Gas-linked ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมราว 50% ของสัญญาทั้งหมด ช่วยรักษาระดับอัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP ทั้งนี้ บล.กรุงศรีคาดว่ากำไรปกติของ BGRIM ในปี 2570 และ 2571 จะเพิ่มขึ้น 22% และ 17% จากปีก่อนตามลำดับ จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มลดลงตามภาวะอุปทาน LNG ส่วนเกิน รวมถึงการเปิดดำเนินการของโครงการใหม่ทั้ง Nakwol1 ในประเทศเกาหลีใต้และ Data Center ในประเทศไทย

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Energy Transition & Power Demand · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 1

Krungsri Securities Public Company Limitedเอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

INVX ชี้กฎดาต้าเซ็นเตอร์ชัด ดันหุ้นพลังงานสะอาด-นิคมฯ แนะนำ Selective Buy

นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX ระบุว่า ความพยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาคเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรกมีมติเร่งบูรณาการข้อมูลและข้อกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Single Dashboard เพื่อวางกรอบยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมให้ชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยกำหนดเกณฑ์ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 2 MW เป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม พร้อมกำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์ทรัพยากรให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงทั้งทางตรงและทางอ้อม และกำหนดเงื่อนไขพลังงานที่เข้มงวดเพื่อสนับสนุน Green Data Center ทั้งการแยกประเภทอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่ม การบังคับใช้สัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 60% เพื่อตอบโจทย์ Net Zero และการคุมเข้มมาตรฐานระบบสำรองไฟ พร้อมจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิค และเตรียมใช้มาตรการเด็ดขาดระงับการจัดสรรน้ำและไฟฟ้าสำหรับโครงการที่ยังไม่ก่อสร้างหากไม่ผ่านเกณฑ์ InnovestX ประเมินว่านโยบายที่ชัดเจนขึ้นนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ กลุ่มพลังงานสะอาด ซึ่งข้อบังคับการใช้พลังงานสะอาดขั้นต่ำ 60% จะเปลี่ยนภาพจากทางเลือกเป็นความจำเป็น กระตุ้นความต้องการจริงอย่างก้าวกระโดด และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งการจัดดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกิจการอุตสาหกรรมจะทำให้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ไหลเข้าสู่นิคมฯ ชั้นนำที่มีความพร้อมด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือ Smart Grid และการจัดการสิ่งแวดล้อม ทิ้งห่างนิคมฯ ที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิล ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้นสะสมหุ้นกลุ่มผู้นำใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นบริษัทมีโครงข่ายไฟฟ้าระดับ Smart Grid ที่เสถียรพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier 3-4 มีการร่วมทุนกับบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ และมีระบบบริหารจัดการน้ำหมุนเวียนของตนเอง คือ AMATA และ WHA ขณะที่กลุ่มพลังงานสะอาดเน้นบริษัทที่มีความคืบหน้าในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทางตรงหรือ Direct PPA กับกลุ่ม Hyperscaler ระดับโลก มีคะแนน ESG และ Green Certificate สูง และมีการลงทุนเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานหรือ BESS เพื่อรักษาความเสถียรของไฟฟ้าที่ส่งให้ดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM รวมทั้งผู้รับจ้างวางระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอย่าง GUNKUL
ทันหุ้น·11hอ่านต่อ →

Clearway Energy แต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และจัดตั้งสำนักงานการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล

Clearway Energy ได้ปรับโครงสร้างทีมผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยเขายังคงดำรงตำแหน่งเดิมที่ Clearway Group และย้ายซาราห์ รูเบนสไตน์ ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินในขณะนั้น ไปสู่สำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่ที่มุ่งเน้นโครงการดิจิทัลและข้อมูล ตลอดจนงานด้านการบูรณาการ ไรเดอร์ดูแลด้านการเงินองค์กร ความเสี่ยง การวางแผน และตลาดทุนทั่วทั้งองค์กรอยู่แล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงรวมความเป็นผู้นำด้านการเงินไว้ที่เดียว และอาจกระชับการประสานงานระหว่างบริษัทจดทะเบียนกับบริษัทในเครือที่ไม่ได้จดทะเบียน สำนักงานการเปลี่ยนแปลงของรูเบนสไตน์มีเป้าหมายเพื่อเร่งการใช้เทคโนโลยีทั่วทั้งการดำเนินงาน ซึ่งสำหรับธุรกิจที่ภาระดอกเบี้ยและการจ่ายเงินปันผลถูกระบุว่ายังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกำไรอย่างเพียงพอ อาจช่วยให้ฝ่ายบริหารติดตามกระแสเงินสด รายการพิเศษ และการจัดสรรทุนได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นทั่วสินทรัพย์พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ Clearway Energy ดำเนินงานสินทรัพย์ผลิตพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ และมีมูลค่าตลาดประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ จุดตรวจสอบแรกที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนคือผลประกอบการและแนวโน้มครั้งถัดไปของฝ่ายบริหารหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยจับตาดูความสามารถในการครอบคลุมภาระดอกเบี้ย ความยั่งยืนของการจ่ายเงินปันผล และสำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่จะส่งผลต่อการรายงานเกี่ยวกับคุณภาพกำไรและผลการดำเนินงานระดับโครงการอย่างไร
Simply Wall St·14hอ่านต่อ →

EnBW และพันธมิตรเปิดฟาร์มกังหันลม offshore He Dreiht ขนาด 960 เมกะวัตต์

EnBW Energie Baden-Württemberg และพันธมิตรอย่าง Allianz, AIP Management และ Norges Bank Investment Management ได้เปิดฟาร์มกังหันลม offshore He Dreiht ขนาด 960 เมกะวัตต์ในทะเลเหนือของเยอรมนี โครงการนี้ประกอบด้วยกังหัน 64 ตัวที่ติดตั้งเมื่อเดือนที่แล้ว กำลังทยอยเดินเครื่องเป็นระยะ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และกังหันชุดแรกเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว He Dreiht ก่อสร้างโดยไม่ใช้เงินสนับสนุนจากรัฐ และระดมทุนผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว โดยมีเงินลงทุนรวมประมาณ 2.75 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.4 พันล้านยูโร EnBW ถือหุ้นร้อยละ 50.1 ผ่านบริษัทโครงการ ขณะที่อีกร้อยละ 49.9 ถือโดยกลุ่มพันธมิตรซึ่งประกอบด้วย Allianz Global Investors ในนามของนิติบุคคลในเครือ Allianz, AIP Management และ Norges Bank Investment Management ฟาร์มกังหันลมแห่งนี้คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าต่อปีของครัวเรือนราว 1.1 ล้านครัวเรือน และพันธมิตรด้านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ได้แก่ Evonik, Google, PASM ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Telekom, Fraport, Bosch, Salzgitter, SHS Stahl-Holding Saar, Deutsche Bahn และ DHL Group Georg Stamatelopoulos ประธานคณะกรรมการบริหารของ EnBW กล่าวว่า He Dreiht เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดเพียงโครงการเดียวของ EnBW ในด้านพลังงานหมุนเวียน และบริษัทกำลังพัฒนาโครงการ offshore เพิ่มเติม รวมถึง Dreekant ขนาด 1 กิกะวัตต์ในทะเลเหนือของเยอรมนี และ Morven ขนาด 2.9 กิกะวัตต์ในสกอตแลนด์
Power Technology·1dอ่านต่อ →