← Back

Global Power Synergy PCL

Global Power Synergy Public Company Limited, together with its subsidiaries, engages in the production and distribution of electricity, steam, and water for industrial use to the government and industrial customers in Thailand. It operates through three segments: Independent Power Producer, Small Power Producer, and Others. The company generates electricity through solar, wind, hydropower, and thermal power plants. The company also engages in the maintenance, construction, and installation of electricity system services; and technical and consultancy services for power sector. It owns and operates 4,027 megawatts (MW) of power generation; 3,294 tons of steam; 7,689 cubic meters of industrial water; and 10,184 refrigerated tons of chilled water. The company was founded in 2013 and is headquartered in Bangkok, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving GPSC.BK
Energy Transition & Power Demand

โบรกชี้แผน PDP ใหม่ 8 ก.ย. หนุนหุ้นโรงไฟฟ้า Re-rating

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) ฉบับใหม่ใกล้เสร็จสมบูรณ์ โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 8 ก.ย. และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติภายในสิ้นปี 69 ขณะที่การประมูลรอบแรกคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 70 ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นการ re-rating หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค โดยแผนดังกล่าวเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็นอย่างน้อย 65% และปลดล็อกเพดาน Direct PPA จากเดิม 2,000MW สำหรับภาคอุตสาหกรรมและ data center โดย GULF มีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมราว 240,000-290,000 ล้านบาท ภายใต้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 1.0 เท่า ขณะที่ GPSC มีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมราว 95,000-114,000 ล้านบาท ภายใต้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 0.8 เท่า ส่วน GUNKUL มีความสามารถในการจัดหาเงินทุนที่ยืดหยุ่นที่ 39,000-44,000 ล้านบาท ขณะที่ BGRIM มีข้อจำกัดทางการเงินมากกว่า เนื่องจากมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนในระดับสูงที่ 2.1 เท่า ทำให้มีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมเพียง 23,000-28,000 ล้านบาท โดย GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม และ GUNKUL เป็นหุ้น wildcard pick ขณะที่ GPSC และ BGRIM เป็นหุ้นเด่นรองลงมา
InfoQuest·2hอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

ส่งออกไทย ก.ค. โต 21.6% สูงกว่าคาด โบรกฯ ชี้หุ้นเด่น

กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกไทยเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 3.48 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 21.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 17.8% ขณะที่การนำเข้าเดือนเดียวกันอยู่ที่ 3.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 3.61 พันล้านเหรียญสหรัฐ น้อยกว่าที่คาดไว้ สินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ ยางพารา ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มดังกล่าว เช่น STA, GFPT, ITC, TU, DELTA, HANA และ KCE ได้รับอานิสงส์ รวม 7 เดือนแรกของปี ส่งออกมูลค่า 2.32 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.2% ขณะที่นำเข้า 2.67 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ขาดดุลการค้า 3.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์มองปัจจัยหนุนจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก รวมถึงการเร่งนำเข้าเพื่อรองรับนโยบายการค้าสหรัฐฯ ขณะที่โบรกเกอร์อย่างบล.กรุงศรีและบล.ฟิลลิป มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและแนะนำหุ้นเด่น เช่น DELTA, HANA, KCE, AMATA, GULF, GPSC, KBANK และ KTB
HoonSmart·2hอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

เอเซีย พลัส แนะ 13 หุ้นมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อ

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ภาพรวมตลาดหุ้นยังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและ BOND YIELD ที่มีโอกาสยืนสูงต่อ โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยเดือน ส.ค. ยังอยู่ในระดับสูงกว่าเดือน ก.ค. แม้ช่วงล่าสุดราคาน้ำมันจะเริ่มปรับลงจากความหวังการเปิดช่องแคบ HORMUZ ก็ตาม ขณะเดียวกัน เอลนีโญกลับมาเป็นอีกความเสี่ยงด้าน SUPPLY โดยปริมาณฝนในพื้นที่คลองปานามาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้คลองปานามาเตรียมจำกัดจำนวนเรือผ่านจากเดือน ก.ย. เป็นต้นไป ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนการขนส่งและซ้ำเติมแรงกดดันต่อราคาอาหารและสินค้าโภคภัณฑ์โลกได้ ดังนั้นภาพเงินเฟ้อโลกจึงยังไม่ได้ผ่อนคลายเต็มที่ โดยล่าสุด PCE สหรัฐเดือน ก.ค. อยู่ที่ 3.7% YOY สูงกว่าคาดเล็กน้อย และทำให้ U.S. TREASURY YIELD ขยับขึ้น ตลาดจึงยังต้องเผชิญความเสี่ยงจาก HIGHER-FORLONGER YIELD, P/E ถูกกดลง, FUND FLOW เข้าสินทรัพย์เสี่ยงช้าลง โดยเฉพาะหุ้น GROWTH และหุ้นที่ VALUATION สูง อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีแรงพยุงเพิ่มขึ้นจากเงินบาทที่แข็งค่า ประกอบกับช่วง THAILAND FOCUS 2026 ระหว่าง 26–28 ส.ค. ซึ่งมีนักลงทุนสถาบันต่างชาติราว 220 รายจาก 74 สถาบันเข้าร่วม และมีบริษัทจดทะเบียน 78 แห่งพบกับนักลงทุน ถือเป็นโอกาสช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของหุ้นไทยต่อ GLOBAL FUND MANAGER แต่แรงหนุนดังกล่าวยังไม่มากพอให้เกิด FUND FLOW ไหลเข้าหุ้นทุกกลุ่ม ในช่วงนี้จึงแนะนำให้น้ำหนักกับ SELECTIVE BUY มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวมากกว่า กลยุทธ์จึงเน้นหุ้นที่มี CATALYST เฉพาะตัวซ้อนกันหลายชั้น ได้แก่ หุ้น BGRIM, GPSC, GULF ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน/พลังงานที่เริ่มอ่อนลง ลดต้นทุนเชื้อเพลิง ขณะที่เงินบาทแข็งช่วยลดภาระต้นทุนและหนี้สกุลต่างประเทศ หุ้น SCC, PTTGC ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้าน FEEDSTOCK/ต้นทุน หุ้น TTB, KKP มีจุดเด่นด้าน DIVIDEND YIELD ระหว่างกาลเด่น ช่วยรองรับความผันผวนของตลาด หุ้น CK, STECON เป็นตัวแทนธีม DOMESTIC INVESTMENT / INFRASTRUCTURE ซึ่งมีโอกาสถูกหยิบขึ้นมาเป็น STORY สำคัญในการนำเสนอประเทศไทยต่อนักลงทุนต่างชาติ หุ้น DELTA มี SENTIMENT บวกจากผลประกอบการ NVIDIA หลังตลาดปิด โดย NVIDIA รายงานรายได้ไตรมาส 2/70 ที่ $96.2BN +106% YOY และ DATA CENTER REVENUE $89BN +117% YOY ตอกย้ำว่า AI INFRASTRUCTURE CYCLE ยังแข็งแรง ซึ่งช่วยหนุน SENTIMENT ต่อหุ้นใน SUPPLY CHAIN อิเล็กทรอนิกส์และ AI หุ้น CENTEL มีแรงเก็งกำไรจากความหวังมาตรการกระตุ้น เที่ยวไทยเที่ยวไทย รวมถึงกระแสท่องเที่ยวภูเก็ตที่อาจได้รับ SENTIMENT เพิ่มจากกิจกรรมและกระแส ENTERTAINMENT/TOURISM ในช่วงนี้ และหุ้น PSL, RCL รับ SENTIMENT บวกจากเอลนีโญ่ หลังคลองปานามาเตรียมจำกัดจำนวนเรือผ่านจากภาวะฝนน้อย หนุนระยะเวลาเดินเรือ/การรอคิวสูงขึ้น ลด SUPPLY ของเรือและมีโอกาสดันค่าระวาง
thunhoon.com·4hอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

หยวนต้า ชี้ PDP ใหม่หนุนหุ้นโรงไฟฟ้า จับตา GULF-GPSC-GUNKUL-WHAUP

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยบทวิเคราะห์หลังงาน Thailand Focus ระบุว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยคาดว่าแผน PDP ฉบับใหม่จะมีความชัดเจนอย่างเร็วในเดือน ก.ย.69 และจะมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 60% รวมถึงมี Carbon Capture, Small Modular Reactor (SMR) และ Direct PPA อยู่ในแผนด้วย งานเสวนาครั้งนี้มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และนาย Yanis Ghitis Chief of Commercial and Investment Officer ของ Digital Edge ร่วมให้ข้อมูล โดยนายเอกนัฏระบุว่า Direct PPA จะช่วยให้ Data Center เข้าถึงไฟฟ้าในราคาที่ไม่สูงเกินไป และปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ที่ 2,000 เมกะวัตต์แล้ว รวมถึงเปิดให้ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเข้าร่วมได้ ส่วนเงินกู้วงเงิน 2 แสนล้านบาทจะใช้สนับสนุน Solar Rooftop ระบบ Net Billing และการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า ขณะที่ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่าปริมาณน้ำในประเทศไทยเพียงพอต่อการรองรับ Data Center จำนวนมาก โดยสามารถใช้น้ำทะเลได้ ฝ่ายวิจัยชื่นชอบหุ้น GULF, GPSC, GUNKUL และ WHAUP รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Data Center อย่าง WHA, AMATA และ STECON
Kaohoon·21hอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

KKPS ชี้ PDP 2026 หนุนหุ้นโรงไฟฟ้า ปรับเป้า GULF-GPSC-BGRIM

หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวขึ้น หลัง KKPS ปรับมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มสาธารณูปโภคไทย จากแผน PDP 2026 และ Direct PPA เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล โดย ณ เวลา 10:58 น. BGRIM อยู่ที่ 19.30 บาท บวก 3.76% GULF อยู่ที่ 63.75 บาท บวก 1.19% และ GPSC อยู่ที่ 52.75 บาท บวก 4.46% KKPS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570-2573 ของ GULF ขึ้น 12-26% GPSC เฉลี่ย 6% และ BGRIM เฉลี่ย 15% พร้อมปรับราคาเป้าหมาย GULF เป็น 75 บาท GPSC เป็น 60 บาท และ BGRIM เป็น 25 บาท คงคำแนะนำซื้อทุกตัว โดยมองว่าร่าง PDP 2026 ที่คาดเปิดเผยเดือนกันยายน 2569 อาจเปิดทางให้เกิดการลงทุนกำลังผลิตเพิ่มเติม และเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นทั้งกลุ่ม ขณะที่ บล.กรุงศรี ระบุว่าร่าง PDP 2026 อยู่ระหว่างเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณา คาดเปิดรับฟังความคิดเห็นเดือนกันยายน 2569 ก่อนเสนอ กพช. พิจารณาเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 โดย GPSC ตั้งเป้าคว้าส่วนแบ่งกำลังผลิตใหม่ราว 25% ของ PDP 2026 ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2.2 กิกะวัตต์ พลังงานลม 0.5 กิกะวัตต์ พลังน้ำ 0.5 กิกะวัตต์ และ IPP ขนาดรวม 2-5 กิกะวัตต์ ซึ่งในกรณีดีที่สุดจะใช้เงินลงทุนรวม 1.95-2.36 แสนล้านบาท และสร้างกำไรส่วนเพิ่ม 7.95 พันล้านบาท พร้อมเพิ่มมูลค่าเหมาะสมของหุ้นอีก 27.90 บาทต่อหุ้น
Kaohoon·2dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK3

บล.บัวหลวง คัด 8 หุ้นเด่น กำไรไตรมาส 3 โตแกร่ง

บล.บัวหลวง วิเคราะห์แนวโน้มกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ว่า ภาพรวมกำไรสุทธิและกำไรหลักมีแนวโน้มขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่คาดว่าจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากราคาน้ำมัน Brent ที่ปรับขึ้นเฉลี่ย 28% YoY ค่าการกลั่น Singapore GRM ที่พุ่งขึ้น 434% YoY และส่วนต่างราคาปิโตรเคมีทั้ง HDPE และ PET (West) ที่ขยายตัว ควบคู่ไปกับแรงส่งจากรายได้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ต ความต้องการในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตามรอบวัฏจักร AI และ Data Center ตลอดจนการรับรู้กำลังการผลิตใหม่และกำไรโรงไฟฟ้าต่างประเทศของ GULF ขณะที่ยังโดนกดดันจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นกดดันสายการบิน และส่วนต่างดอกเบี้ยหดตัวกดดันกลุ่มธนาคาร กลุ่มที่กำไรหลักออกมาเติบโต YoY นำโดยกลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ วัสดุก่อสร้าง กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มค้าปลีก ส่วนกลุ่มที่กำไรหลักออกมาลดลง YoY นำโดยกลุ่มขนส่งและกลุ่มธนาคาร บล.บัวหลวง แนะนำกลยุทธ์ลงทุนเน้น Selective ในหุ้นที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3 ยังคาดเติบโตแข็งแกร่ง ไม่เห็นการปรับกำไรลงแรง 3 เดือนที่ผ่านมาและมีปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวชัดเจน ได้แก่ KCE, CBG, ITC, BH, BDMS, AOT, CENTEL และ GPSC
HoonSmart·3dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand4

บล.บัวหลวงชี้หุ้นโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์จากแผน PDP2026 ปลาย ก.ย.

บล.บัวหลวงคงน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ามากกว่าตลาด โดยคาดว่าร่างแผน PDP2026 จะประกาศใช้ปลายเดือนกันยายนนี้ ยังคงเป้าพลังงานหมุนเวียน 60% และค่าไฟเฉลี่ยราว 4–4+ บาทต่อหน่วย ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center มีกรณีฐาน 8,811 เมกะวัตต์ถึงปี 2593 และ Direct PPA กลุ่มแรก 2,000 เมกะวัตต์ยังเป็นตัวเร่งระยะใกล้ ฝ่ายวิจัยมองว่า GULF, GUNKUL และ WHAUP เป็นผู้ได้ประโยชน์ชัดในระยะใกล้ ส่วน GPSC และ BGRIM จะเห็นแรงกดดันลดลงเมื่อการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงและการกลับมาเดินเครื่องดีขึ้นในปี 2570 ปัจจุบันแนะนำซื้อ GULF ราคาเป้าหมาย 82 บาท, GUNKUL 5.50 บาท และ BGRIM 20 บาท ส่วน GPSC และ WHAUP อยู่ระหว่างทบทวนราคาเป้าหมาย ผลดำเนินงานไตรมาส 2/69 ของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า 5 บริษัทใน Coverage อยู่ที่ 1.37 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อน บนรายได้รวม 8.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน และ 20% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรสุทธิรวมลดลง 76% จากปีก่อน เป็น 1.60 หมื่นล้านบาท เนื่องจากฐานไตรมาส 2/68 มีรายการพิเศษของ GULF จากการรวมกิจการ GULF–INTUCH จำนวน 5.61 หมื่นล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าว ภาพกำไรโดยพื้นฐานของกลุ่มยังแข็งแกร่ง โดย GULF มีกำไรหลัก 1.04 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากปีก่อน และ 11% จากไตรมาสก่อน จาก Renewable/IPP, GUNKUL อยู่ที่ 567 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน และ 31% จากไตรมาสก่อน จากการรับรู้ Backlog EPC และ WHAUP อยู่ที่ 502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116% จากปีก่อน และ 150% จากไตรมาสก่อน จาก Gheco-One กลับมาเดินเครื่องเต็มกำลัง ขณะที่ GPSC และ BGRIM ยังถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซและถ่านหินที่ส่งผ่าน Ft ได้ล่าช้า
Thunhoon·7dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

PDP2026 เคาะ 4 ฉากทัศน์ ไฟฟ้าสะอาดสูงสุด 80%

คณะอนุกรรมการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP2026 ได้พิจารณาสัดส่วนเชื้อเพลิงหลักการผลิตไฟฟ้าเป็น 4 ฉากทัศน์ โดยแต่ละฉากทัศน์มีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่าร้อยละ 60 สูงสุดร้อยละ 80 และสัดส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR อยู่ในกรอบประมาณ 2,400 ถึง 4,000 เมกะวัตต์ บางฉากทัศน์อาจมากกว่า 4,000 เมกะวัตต์ โดยช่วง 10 ปีแรกของแผนยังคงให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เป็นผู้นำร่องศึกษาและดำเนินโครงการระยะแรกก่อน จากนั้นคาดว่าจะเปิดให้ภาคเอกชนลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต ร่างแผนดังกล่าวจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ และคาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะได้ภายในต้นเดือนกันยายนนี้ ก่อนประกาศใช้ได้ทันภายในปีนี้ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า แผน PDP2026 จะเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าในระยะกลางถึงระยะยาว เนื่องจากเปิดโอกาสให้เกิดรอบการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ขยายการลงทุนในธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยี SMR ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และ AI จะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุนในระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและมาจากพลังงานสะอาด และการเปิดทางให้ Direct PPA จะช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่สามารถจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้โดยตรง ฝ่ายวิจัยเลือกหุ้น Top Picks ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ให้ราคาเหมาะสม 80 บาท และบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ให้ราคาเหมาะสม 6.40 บาท ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่าความคืบหน้าของมาตรการและแผนงานด้านพลังงานเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในธีมโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีไฟฟ้า โดยหุ้นที่โดดเด่น ได้แก่ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP และ GUNKUL ในการซื้อขายวันที่ 17 สิงหาคม 2569 หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวขึ้น นำโดย WHAUP ปิดที่ 8.20 บาท บวก 5.81 เปอร์เซ็นต์ GPSC ปิดที่ 49.50 บาท บวก 2.59 เปอร์เซ็นต์ BGRIM ปิดที่ 18.20 บาท บวก 2.82 เปอร์เซ็นต์ GULF ปิดที่ 65.25 บาท บวก 1.16 เปอร์เซ็นต์ และ GUNKUL ปิดที่ 5.15 บาท บวก 0.98 เปอร์เซ็นต์
Kaohoon·9dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

PTT รับปันผลระหว่างกาลจาก PTTEP และ GPSC รวม 1.21 หมื่นล้านบาท

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จะได้รับเงินปันผลระหว่างกาลรวมกว่า 1.21 หมื่นล้านบาทจากบริษัทลูกสองแห่งคือ PTTEP และ GPSC โดย PTTEP ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท และ GPSC ประกาศจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท PTT ถือหุ้น PTTEP จำนวน 2,532,340,489 หุ้น คิดเป็นเงินปันผล 11,395 ล้านบาท และถือหุ้น GPSC จำนวน 1,332,955,135 หุ้น คิดเป็นเงินปันผล 733 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 12,128 ล้านบาท
Share2Trade·9dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

เอเซีย พลัส ชี้กำไร Q2/69 บจ.ไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ากำไรไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียนไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดีกว่าคาดราว 13% แต่ยังแพ้หุ้นเทคฯ สหรัฐที่ NASDAQ ดีกว่าคาด 53% ทำให้เม็ดเงินบางส่วนหมุนไปหุ้นเทคฯ กดดันหุ้นไทยติดๆ ขยับยาก แนะนำหุ้นมีปัจจัยหนุน ได้แก่ PTT, GULF, GPSC, BGRIM และหุ้นคาดกำไรไตรมาส 3 เด่น ได้แก่ CPF, BDMS, BH, PR9, KCE ข้อมูลจาก 594 บริษัท คิดเป็น 98% ของมูลค่า Market Cap ชี้กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 พุ่งสูงถึง 3.86 แสนล้านบาท เติบโต +10.8% QOQ และ +12.5% YOY โดยกลุ่มพลังงานทำกำไรถึง 1 ใน 3 และหุ้นอิง Commodity อย่าง ENERG, PETRO, FOOD, AGRI มีสัดส่วนรวมถึง 44% จากปกติประมาณ 30% ของกำไรทั้งตลาด สัดส่วนกำไรครึ่งปีแรกสูงถึงกว่า 60% ของประมาณการทั้งปี ทำให้เป้ากำไรไตรมาส 3 และ 4 ที่ต้องการเพียงไตรมาสละประมาณ 19% หรือราว 2.28 แสนล้านบาท เป็นเป้าที่ทำได้ไม่ยาก และมีโอกาสกลับประมาณการ EPS ปลายปีขึ้น เพิ่ม Upside ให้แก่ SET Index
thunhoon.com·10dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

กลุ่มปตท. กำไร Q2 พุ่ง 157% แตะ 1.03 แสนล้านบาท

กลุ่มปตท. รายงานกำไรรวมไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1.03 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีกำไรรวม 1.75 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 52,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากส่วนต่างราคาที่สูงขึ้นและการซื้อคืนหุ้นกู้ ขณะที่ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ 27,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101% จากปริมาณขายเฉลี่ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 572,882 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ด้าน พีทีที โกลบอล เคมิคอล พลิกเป็นกำไร 12,208 ล้านบาท จากขาดทุน 3,616 ล้านบาทในปีก่อน ไทยออยล์ มีกำไรสุทธิ 8,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% ส่วน ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ขาดทุนสุทธิ 1,774 ล้านบาท จากกำไร 2,232 ล้านบาทในปีก่อน ไออาร์พีซี พลิกเป็นกำไร 2,921 ล้านบาท จากขาดทุน 2,132 ล้านบาท และ โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ มีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท ลดลง 10%
Share2Trade·10dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

PTT คาดกำไรไตรมาส 2/2569 ทุบสถิติ 4.9 หมื่นล้าน ลูกกลุ่มผลงานเด่นเกินคาด

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า PTT จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4.9 หมื่นล้านบาทในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจก๊าซและ E&P ที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความกังวลอุปทานจากตะวันออกกลาง รวมถึงกำไรจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันที่พลิกฟื้นจากขาดทุนในไตรมาสก่อน ขณะที่บริษัทลูกภายใต้กลุ่ม ปตท. ทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาแล้ว 4 แห่งจากทั้งหมด 7 แห่ง โดย PTTGC โดดเด่นที่สุดด้วยกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนปีก่อนและเพิ่มขึ้น 278% จากไตรมาสก่อน PTTEP มีกำไรสุทธิ 27,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101% จากปีก่อน GPSC มีกำไรสุทธิ 1,819.10 ล้านบาท ลดลง 9.91% จากปีก่อนแต่เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน ส่วน OR เป็นบริษัทที่ผลประกอบการอ่อนแอที่สุด โดยพลิกขาดทุนสุทธิ 1,774.95 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2,231.80 ล้านบาท และไตรมาส 1/2569 เคยมีกำไร 2,414.752 ล้านบาท นักวิเคราะห์จากบล.ทรีนีตี้ระบุว่าภาพรวมผลงานกลุ่ม ปตท. ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก โดยเฉพาะ PTTGC และ PTTEP ซึ่งจะเป็นส่วนแบ่งกำไรสำคัญผลักดันงบ PTT ให้ออกมาดีเช่นกัน สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 กลุ่มโรงกลั่นยังมีปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่สูงกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และค่าการกลั่นที่คาดว่ายังแข็งแกร่ง โดยหุ้นเด่นในกลุ่มคือ TOP ราคาเป้าหมาย 61 บาท และ PTTGC ราคาเป้าหมาย 46.50 บาท
Thunhoon·16dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

GPSC คาดผลงาน Q3/69 ลดลง เล็งลงทุน Data Center ในไทยปีนี้

GPSC คาดผลประกอบการไตรมาส 3/69 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากตัดขายหุ้น AEPL สัดส่วน 3.03% ทำให้ไม่มีการรับรู้ในไตรมาสนี้ และจะบันทึกกำไรจากการขายหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวันราว 200 ล้านบาท ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากกลุ่มอุตสาหกรรมยังแข็งแกร่งและโรงไฟฟ้าไซยะบุรีปรับตัวดีขึ้น หนุนกำไรปกติขยายตัว บริษัทตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าแตะ 13,666 เมกะวัตต์ภายในปี 73 จากปัจจุบัน 7,421 เมกะวัตต์ โดยรับรู้โครงการ AEPL ในอินเดียเต็มกำลังผลิตในปี 73 และโครงการ Direct PPA ขนาด 300 เมกะวัตต์ในปี 71 พร้อมเดินหน้าธุรกิจ Data Center ในไทย โดยอยู่ระหว่างศึกษาพื้นที่กับพันธมิตรรวมกว่า 1,000 เมกะวัตต์ คาดโครงการแรกไม่ต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์จะชัดเจนภายในปีนี้ และในอินเดียตั้งเป้าเริ่มต้น 30-50 เมกะวัตต์ ขยายเป็น 300 เมกะวัตต์ใน 3-5 ปี
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·17dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

GPSC จ่อรับรู้กำไรพิเศษ 200 ล้านบาทจากขายหุ้น SYE ในไต้หวัน

GPSC คาดผลงานไตรมาส 3/2569 เติบโตต่อเนื่อง โดยจะรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Sheng Yang Energy Company Limited หรือ SYE ในไต้หวันราว 200 ล้านบาท หลังปิดดีลช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 แนวโน้มกำไรปกติยังขยายตัวจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว เข้าสู่ช่วง High Season และดีมานด์ลูกค้าอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ด้านต้นทุนก๊าซธรรมชาติในไตรมาส 3 คาดอยู่ที่ 380-390 บาทต่อล้านบีทียูจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บริษัทตั้งเป้ากำลังผลิตแตะ 13,666 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 พร้อมรุกธุรกิจ Data Center และพลังงานสะอาดเพื่อการเติบโตระยะยาว
HoonVision·17dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK2

บล.เอเซีย พลัส ชี้บาทแข็งดึงฟันด์โฟลว์ พร้อมสแกน 17 หุ้นรับอานิสงส์

บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเกินคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องด้วยยอดซื้อสะสมเดือนนี้สูงกว่า 9.2 พันล้านบาท ล่าสุดเงินบาทแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยได้เปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในไทยที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า กลุ่มแรกคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KBANK, SCB, BBL และ KTB กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยวอย่าง AOT, CPALL และ CRC กลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศสูง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานอย่าง GULF, BGRIM, GPSC และ PTTEP และกลุ่มสายการบินอย่าง AAV และกลุ่มที่สามคือกลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารอย่าง TFG และ TVO นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนท่ามกลางความผันผวน โดยชูหุ้นปลอดภัยผสานทองคำป้องภัย พร้อมกำหนดหุ้นเด่นประจำวันคือ SYNTEC, PTT และ GUNKUL สำหรับตลาดหุ้นไทย และ LITE01 กับ ZIJIN80 สำหรับการลงทุนต่างประเทศ
HoonVision·17dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand5

GPSC กำไรครึ่งปี 3,538 ล้านบาท โต 12% จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.55 บาท

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ หรือ GPSC รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 3,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กที่ปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่ต่ำลงและผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง สำหรับไตรมาส 2 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.55 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ สิ้นไตรมาส 2 บริษัทมีกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์ทั้งสิ้น 7,256 เมกะวัตต์ และยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานสะอาดเพื่อรองรับโอกาสจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่
HoonSmart·17dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

GPSC ฟื้นตัวต่อเนื่อง ดาโอคงเป้า 60 บาท

บล.ดาโอมีมุมมองบวกต่อ GPSC หลังประชุมนักวิเคราะห์ โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 3 ปี 2568 ฟื้นตัวต่อเนื่องจาก GHECO-1 ที่เดินเครื่องเต็มไตรมาสและมีประสิทธิภาพดีขึ้น รวมถึง IU demand ที่แข็งแกร่งและต้นทุนทางการเงินลดลง ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2568 และ 2569 ที่ 6.9 และ 7.1 พันล้านบาท ตามลำดับ พร้อมคงคำแนะนำซื้อและราคาเป้าหมาย 60 บาท อิง DCF โดยมองว่า PDP2026 และโอกาสจาก Data Center ในไทยและอินเดียจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว
HoonVision·17dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

คิงส์ฟอร์ดแนะทยอยซื้อ 10 หุ้น Value & Defensive Play รับ SET แนวต้าน 1,620-1,630 จุด

บล.คิงส์ฟอร์ดประเมินดัชนี SET วันนี้ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,600 จุดและแนวต้าน 1,620-1,630 จุด โดยรอผลเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซและได้แรงหนุนจากกำไรบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ออกมาดี พร้อมแนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่ม Value และ Defensive Play จำนวน 10 หลักทรัพย์ ได้แก่ KBANK, KTB, GULF, GPSC, ADVANC, TRUE, CPALL, BH, BDMS และ BEM สำหรับหุ้น ADVICE ให้คำแนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.80 บาท โดยคาดกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามราคาสินค้าไอทีที่ทยอยปรับขึ้น ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนและสินค้าอื่นยังแข็งแกร่งช่วยชดเชยสินค้า iPhone ที่ขาดแคลน ตลาดคาดกำไรปี 2569-2570 ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน และ 413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนหุ้น AP ให้คำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.74 บาท โดยได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และคาดยอดขายล่วงหน้าไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนจากโครงการแนวราบและฐานต่ำปีก่อนจากแผ่นดินไหว ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และปี 2570 ที่ 4,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน โดยมี Forward PE ที่ 5.6 เท่า PBV ที่ 0.5 เท่า และ Dividend Yield ที่ 6.5%
HoonSmart·17dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK6

โบรกเชียร์ “ซื้อ” GPSC หลัง Q2 กำไรแตะ 1.8 พันล้าน อัพเป้าสูงสุด 61 บาท

นักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกต่อ GPSC หลังรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 1,819 ล้านบาท ลดลง 10% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากการกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้า Gheco-One เต็มไตรมาสและผลประกอบการของบริษัทร่วมที่ปรับตัวดีขึ้น บล.กรุงศรี ระบุว่ากำไรปกติอยู่ที่ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% จากปีก่อนและ 43% จากไตรมาสก่อน ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาด 6% และ 4% ตามลำดับ พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 61 บาท และยกให้เป็นหุ้น Top Pick กลุ่มโรงไฟฟ้า ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ ระบุว่ากำไรหลักจากการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% จากปีก่อนและ 21% จากไตรมาสก่อน โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 50 บาท
Kaohoon·20dอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence

กรุงศรีชี้หุ้นไทยสัญญาณบวก ตั้งเป้าดัชนี 1,600-1,680 จุด พร้อมคัด 8 หุ้นเด่น

บล.กรุงศรี มองหุ้นไทยมีสัญญาณบวกจากไทยเป็นศูนย์กลางลงทุน AI และเฟดมีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ย พร้อมตั้งเป้าดัชนีที่ 1,600-1,680 จุด และคัดเลือก 8 หุ้นเด่นในกลุ่มแบงก์ โรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว และอื่นๆ นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังถูกมองเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ในภูมิภาค โดยมีความได้เปรียบจากกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองที่เพียงพอ ต้นทุนที่ดินแข่งขันได้ และสาธารณูปโภคพร้อมรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่เฟดอาจเลือกอดทนตรึงอัตราดอกเบี้ยมากกว่าเร่งขึ้น ท่ามกลางสัญญาณเปราะบางในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียและกลุ่มแวลูมาร์เก็ต ฝ่ายวิจัยยังคงเป้าหมายดัชนีที่ 1,600-1,680 จุด โดยคาดตลาดจะค่อยๆ ฟื้นตัวและมีโอกาสปรับประมาณการกำไรขึ้นหลังผ่านพ้นงบไตรมาส 2 หุ้นเด่นที่แนะนำได้แก่ KBANK และ KTB ในกลุ่มธนาคารที่ราคายังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี GULF และ GPSC ในกลุ่มโรงไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ PTT และ SCC ที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนระลอกใหม่ และ AOT กับ BH ในกลุ่มท่องเที่ยวและสุขภาพจากแรงกดดันต้นทุนน้ำมันที่ลดลงและการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
HoonVision·21dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

เงินเฟ้อ ก.ค. โต 1.95% ต่ำคาด หนุนหุ้น MTC-GULF-GPSC

กระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.95 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.52 ถึง 2.60 และชะลอลงจากเดือนมิถุนายน หลังราคาน้ำมันลดลงและรัฐควบคุมราคาหน้าโรงกลั่น ขณะที่ราคาอาหารสำเร็จรูปยังคงปรับตัวสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 1.34 และเฉลี่ยเจ็ดเดือนแรกของปีอยู่ที่ร้อยละ 0.87 กระทรวงพาณิชย์ยังคงกรอบเงินเฟ้อทั้งปีไว้ที่ร้อยละ 1.5 ถึง 2.5 โดยคาดว่าเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดนี้เพิ่มน้ำหนักให้ธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.0 ไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มการเงินและโรงไฟฟ้า โดยแนะนำหุ้น MTC, GULF และ GPSC
HoonSmart·22dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

กรุงศรีชู 3 ธีมลงทุน หุ้นเด่น GULF GPSC MTC

บล.กรุงศรีคาด SET วันนี้แกว่งตัวขึ้นในกรอบแนวรับ 1,610/1,607 จุด และแนวต้าน 1,631/1,645 จุด โดยบรรยากาศลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเป็นบวก หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คาดว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้ใน 2-3 วันนี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลง 7 bps มาอยู่ที่ 4.61% และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลงมาอยู่ที่ 78-80 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ด้านในประเทศวันนี้ติดตามเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2566 ซึ่งคาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย หนุนการใช้ดอกเบี้ยต่ำขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความชัดเจนมากขึ้นและไม่กระทบโครงการเดิม กรุงศรีชู 3 ธีมลงทุน ได้แก่ หุ้นต่อต้านสินค้าโภคภัณฑ์ หุ้นคลี่คลายความขัดแย้ง และหุ้นธีมลงทุน โดยมีหุ้นเด่นคือ GULF GPSC และ MTC
HoonSmart·22dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

บล.กรุงศรีคาด SET วันนี้ไซด์เวย์อัพ รับสงครามผ่อนคลาย น้ำมันร่วง

บล.กรุงศรี (KSS) คาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบไซด์เวย์อัพ โดยมีแนวต้านที่ 1,635 และ 1,645 จุด แนวรับที่ 1,613 และ 1,608 จุด หลังสถานการณ์สงครามผ่อนคลายลง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนโจมตีใหญ่ ขณะที่โอเปกพลัสเพิ่มกำลังผลิตอีก 1.8 แสนบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เช้านี้ร่วงลงมาอยู่ที่ 83 ถึง 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลดลง 5 จุดพื้นฐาน ด้านปัจจัยในประเทศ รัฐบาลเดินหน้าแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจเต็มกำลัง ตั้งคณะกรรมการ 5 ชุดเพื่อผลักดันจีดีพีโตปีละ 3% โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 30% ของจีดีพีภายใน 4 ปี พร้อมชู 3 ธีมการลงทุน ได้แก่ หุ้นธีมลงทุน หุ้นต่อต้านสินค้าโภคภัณฑ์ และหุ้นรับความตึงเครียดคลี่คลาย โดยมีหุ้นเด่นแนะนำคือ GULF, GPSC และ MTC
HoonSmart·24dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK2

ทิสโก้ชี้หุ้นโรงไฟฟ้าไตรมาส 2 ฟื้นตัวเด่น GULF นำทีมกำไรโต

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ คาดการณ์ว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่ง โดยกำไรสุทธิรวมของบริษัทในกลุ่มที่ศึกษา ซึ่งไม่รวม RATCH จะอยู่ที่ประมาณ 15,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากฐานกำไรปีก่อนมีรายการพิเศษจากการควบรวมกิจการของ GULF GULF คาดว่าจะมีกำไรเติบโตโดดเด่นที่สุดจากไตรมาสก่อน โดยกำไรปกติคาดเติบโต 74% จากปีก่อน จากเงินปันผลของ KBANK และผลดำเนินงานโรงไฟฟ้า IPP ที่ดีขึ้นตามฤดูกาล รวมถึงการกลับมาเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ขณะที่ EGCO คาดกำไรสุทธิ 841 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนและปีก่อน จากผลดำเนินงานอ่อนตัวของโรงไฟฟ้า Paju ในเกาหลีใต้ โรงไฟฟ้าพลังงานลม Yunlin ในไต้หวัน และโครงการในสหรัฐฯ รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า Quezon ในฟิลิปปินส์ GPSC คาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 11% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากโรงไฟฟ้า GHECO-One ที่กลับมาเดินเครื่อง แต่ธุรกิจ SPP ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่เพิ่มขึ้น ส่วน BGRIM คาดกำไรสุทธิ 656 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน เนื่องจากไม่มีผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากเหมือนปีก่อน แม้ยังมีแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นและผลขาดทุนด้านเครดิตในเวียดนาม ทิสโก้ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยแนะนำ ซื้อ GULF เป้าหมาย 82 บาท, EGCO เป้าหมาย 144 บาท, GPSC เป้าหมาย 51 บาท และแนะนำ ถือ BGRIM เป้าหมาย 14.80 บาท พร้อมเลือก GULF เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม
Kaohoon·25dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

บล.กรุงศรีคาด SET ฟื้นตัว รับ Dollar Index อ่อนค่าหนุนจิตวิทยาตลาดหุ้นเกิดใหม่

บล.กรุงศรีคาดแนวโน้ม SET วันนี้ฟื้นตัว โดยให้แนวต้านที่ 1,616 ถึง 1,620 จุด และแนวรับที่ 1,587 ถึง 1,584 จุด โดยมีแรงหนุนจาก Dollar Index ที่อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือน ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อ PCE พื้นฐานและ GDP ไตรมาสสองปี 2569 ครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยหนุนจิตวิทยาตลาดหุ้นเกิดใหม่ ขณะที่แรงส่งลงทุนยังชัดเจนทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ โดยหุ้นเด่นที่แนะนำได้แก่ GULF, GPSC และ ADVANC
HoonSmart·27dอ่านต่อ ▾
Cloud & Digital Infrastructure

GULF นำกลุ่มโรงไฟฟ้าเด่นรับอานิสงส์แผน Big Data ภาครัฐ

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และบริการดิจิทัล มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของธุรกิจ Data Center อย่างมีนัยสำคัญ โดย GULF เป็นหุ้นอันดับหนึ่งในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่น่าจับตา จากศักยภาพรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามการลงทุนด้าน Data Center ขณะที่ GPSC และ BGRIM ก็เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่น่าสนใจเช่นกัน ด้านกลุ่มบริการดิจิทัลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ หุ้นที่น่าจับตาได้แก่ BBIK, BE8 และ SECURE ส่วน INSET เป็นผู้เล่นหลักในธุรกิจวางระบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Data Center ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data ฉบับแรกของไทย ระหว่างปี 2568 ถึง 2570 โดยมีเป้าหมายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของประเทศ ส่งเสริมการใช้ AI และตั้งเป้าฝึกอบรมบุคลากรไม่น้อยกว่า 160,000 คน ภายในปี 2570 พร้อมผลักดันให้มูลค่าเศรษฐกิจจาก Big Data เติบโตไม่น้อยกว่า 35% ภายในปี 2570
HoonVision·28dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

พบชัย มอง SET แกว่งไซด์เวย์ดาวน์ รับแรงกดดัน DELTA และน้ำมันร่วง

นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวไซด์เวย์ดาวน์ในกรอบ 1,630–1,650 จุด แม้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากผลประกอบการของ DELTA และราคาน้ำมันที่ลดลง โดยผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของ DELTA ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดประมาณ 35% จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนชิปเฉพาะทางและอุปกรณ์กำลังไฟฟ้าระดับสูง ซึ่งต้องติดตามการประชุมนักวิเคราะห์และมุมมองของผู้บริหารที่อาจนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตกว่า 30% ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ร่วงลงราว 5–6% มีแนวโน้มกดดันหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP รวมถึงกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี อาทิ BCP, TOP, SPRC, PTTGC และ IVL อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน โรงไฟฟ้า และไฟแนนซ์ มีโอกาสได้รับแรงซื้อจากต้นทุนพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวลง สำหรับกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น แนะนำบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 2/69 จะเติบโตราว 21% จากปีก่อน ซึ่งโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งได้ประโยชน์จากต้นทุนก๊าซและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง พร้อมปัจจัยบวกจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 ที่คาดว่าจะประกาศในเดือนหน้า
Kaohoon·31dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

GPSC กำไรโตดี ขายไอน้ำหนุน เป้าราคาหุ้น 60 บาท

บล.ดาโอมีมุมมองเป็นบวกต่อ GPSC หลังเข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า GHECO1 และ GLOW IPP โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 2 ปี 2026E อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน และ 45% จากไตรมาสก่อน หนุนจากปริมาณจำหน่ายไอน้ำที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนการเงินลดลง และ GHECO-One กลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาสหลังปิดซ่อมบำรุง คงประมาณการกำไรปกติปี 2026E และ 2027E ที่ 6.9 และ 7.1 พันล้านบาท ตามลำดับ พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2026E ขึ้นเป็น 60.00 บาท จากเดิม 47.00 บาท อิงวิธี DCF เพื่อสะท้อนศักยภาพการเติบโตระยะยาวจากธุรกิจ Data Center และโครงการใหม่ภายใต้ PDP2026 คงคำแนะนำซื้อ
HoonVision·31dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK2

บล.บัวหลวง คาด SET ปลายปีแตะ 1,700 จุด ฟันด์โฟลว์ซื้อสุทธิ 1.6 แสนล้านบาท

บล.บัวหลวง คาดการณ์ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงปลายปี 2569 จะปรับตัวขึ้นไปแตะ 1,700 จุด โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่คาดว่าจะซื้อสุทธิทั้งปี 1.6 แสนล้านบาท หลังจากซื้อสุทธิไปแล้วประมาณ 7 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตเด่น โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานปิโตรเคมี และหุ้นไทยมีความโดดเด่นด้านเงินปันผลสูง กลยุทธ์การลงทุนครึ่งปีหลังเน้นเลือกซื้อเป็นรายตัวในกลุ่มที่มีปัจจัยบวก ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์จากความต้องการไฟฟ้าสีเขียว โดยแนะนำ GULF, GPSC, GUNKUL และ WHAUP กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟื้นตัวตามวัฏจักรโลกและการลงทุนด้าน AI แนะนำ KCE กลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จ่ายเงินปันผลสูง แนะนำ KBANK และ KTB กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมที่กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แนะนำ ERW และ AWC และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารที่ได้ประโยชน์จากสภาพอากาศร้อนขึ้น แนะนำ CBG และ CPF ด้านการจัดพอร์ตลงทุน บล.บัวหลวง แนะนำผู้รับความเสี่ยงได้ลงทุนหุ้น 60-70% ของพอร์ต โดยแบ่งเป็นหุ้นไทย 30% และหุ้นต่างประเทศ 70% ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้และพันธบัตร โดยเน้นตราสารหนี้ไทยเป็นหลัก
Share2Trade·31dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

GULF และ GPSC ยังเป็นหุ้นเด่นรับแผน PDP หนุนการเติบโตระยะยาว

บล.กรุงศรี ระบุว่า กกพ. ประกาศคงค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย โดยอิงค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย และคงค่า Ft ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย พร้อมใช้เงินส่วนเกิน 1.6 หมื่นล้านบาทช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยลบระยะสั้นกดดันหุ้นโรงไฟฟ้า SPP อย่าง BGRIM, GPSC, GULF และ WHAUP เนื่องจากต้นทุนก๊าซที่ปรับขึ้นจะกระทบมาร์จิ้นและกำไร อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยได้รวมผลกระทบนี้ไว้ในประมาณการแล้ว และมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลงเป็นโอกาสเข้าสะสม โดยยังคงมุมมองเชิงบวกระยะยาวจากความต้องการไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก AI และ Data Center ประกอบกับแผน PDP 2026 ที่จะเป็นตัวหนุนการเติบโตของกำลังการผลิตและสร้างประเด็นเก็งกำไรให้กลุ่มโรงไฟฟ้าในระยะกลางถึงยาว โดยเลือก GULF และ GPSC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม
HoonVision·34dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

เอเซีย พลัส ชี้หุ้นโรงไฟฟ้า SPP รับแรงกดดัน หลัง กกพ. ตรึงค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. 69 ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย

ฝ่ายวิจัย บล. เอเซีย พลัส ประเมินว่าการที่ กกพ. ตรึงค่าไฟฟ้าผันแปรงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 ไว้ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟรวมอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย จะเป็นปัจจัยลบต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP เนื่องจากสมมติฐานราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้คำนวณปรับสูงขึ้นประมาณ 4.6% มาอยู่ที่ 363.5 บาทต่อล้านบีทียู ขณะที่กลไกส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงยังถูกจำกัดด้วยการตรึงค่าไฟผ่านเงินอุดหนุน Clawback โดยคาดว่า BGRIM จะได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือ GPSC ส่วนกลุ่ม IPP อย่าง GULF, EGCO และ RATCH ได้รับผลกระทบจำกัดเพราะสัญญาขายไฟฟ้าส่งผ่านต้นทุนไปยังภาครัฐได้ ฝ่ายวิจัยมองว่าประเด็นนี้อาจกดดันราคาหุ้นกลุ่ม SPP ในระยะสั้น แต่ระยะกลางถึงยาวกำไรจะฟื้นตัวตามทิศทางราคาก๊าซที่คาดลดลงและความชัดเจนของแผน PDP2026 ในครึ่งหลังปีนี้ โดยเลือก GULF เป็นหุ้นเด่นจากผลกระทบที่จำกัดและปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ส่วน BGRIM และ GPSC แนะนำให้ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับฐาน
Thunhoon·34dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

กกพ. ตรึงค่า Ft งวดสุดท้ายปี 69 ไว้ที่ 16.23 สตางค์ กระทบหุ้นโรงไฟฟ้า SPP

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประกาศตรึงค่าไฟฟ้าผันแปรงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 ไว้ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย เท่ากับงวดปัจจุบัน ส่งผลให้ค่าไฟรวมอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย โดยค่า Ft ดังกล่าวเป็นทางเลือกต่ำสุดจากทั้งหมด 3 ทางเลือกที่เคยนำเสนอ ประกอบด้วยค่า Ft สะท้อนต้นทุน 41.27 สตางค์ต่อหน่วย และเงินส่วนลด 25.04 สตางค์ต่อหน่วยจากการใช้เงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินก้อนใหม่ราว 1.6 หมื่นล้านบาทมาอุดหนุน ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยยังคงรับภาระต้นทุนคงค้างสะสมราว 3.1 หมื่นล้านบาทไว้แทนประชาชน ฝ่ายวิจัยประเมินว่าเป็นมุมมองเชิงลบต่อผู้ประกอบการกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้คำนวณปรับตัวสูงขึ้นราว 4.6% มาอยู่ที่ 363.5 บาทต่อล้านบีทียู แต่กลไกส่งผ่านต้นทุนยังถูกจำกัดด้วยการตรึงค่าไฟผ่านเงินอุดหนุน โดยคาดว่า BGRIM ได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือ GPSC ส่วนกลุ่ม IPP อย่าง GULF, EGCO และ RATCH ได้รับผลกระทบจำกัดจากโครงสร้างสัญญาที่ส่งผ่านต้นทุนไปยังภาครัฐได้
HoonVision·34dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK4

GPSC คาดกำไรปกติไตรมาส 2/2569 พุ่ง 50% รับโรงไฟฟ้า GHECO-One ฟื้น

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี คาดการณ์ว่า GPSC จะมีกำไรปกติในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 35% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 15.1% หลังโรงไฟฟ้า GHECO-One กลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาส ประกอบกับปริมาณการจำหน่ายไอน้ำเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน ช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีและโครงการพลังงานหมุนเวียน AEPL ที่ฟื้นตัว ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 59 บาท อิงวิธีประเมินมูลค่าแบบรวมส่วนธุรกิจ และเลือกเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นกลุ่มโรงไฟฟ้าจากฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยคาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2569 อยู่ที่ 0.9 เท่า และมีวงเงินรองรับการลงทุนเพิ่มเติมอีกราว 200,000 ล้านบาท เพื่อรองรับโอกาสลงทุนจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศหรือ PDP26
Kaohoon·35dอ่านต่อ ▾
GPSC.BK

บล.กรุงศรีชี้ 12 หุ้นได้ประโยชน์จากโครงการ TISA และแผนบริหารประมงแห่งชาติ

บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ TISA อยู่ระหว่างสรุปผลศึกษาและปรับปรุงเงื่อนไข โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่ข้อเสนอการเพิ่มเพดานวงเงินลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษียังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม ฝ่ายวิจัยประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทยจากเม็ดเงินลงทุนระยะยาวที่ไหลเข้า โดยทุกๆ เม็ดเงินใหม่ 1 หมื่นล้านบาทจะหนุนดัชนีได้ 25 ถึง 30 จุด และส่งผลดีต่อหุ้นขนาดใหญ่ในธีมลงทุน เช่น GULF, GPSC, KBANK, KTB, ADVANC, AMATA, WHA รวมถึงหุ้นภาคบริการอย่าง BDMS, BH และ AOT นอกจากนี้ มติเห็นชอบแผนบริหารจัดการการประมงแห่งชาติระยะ 5 ปี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการกีดกันทางการค้าและเพิ่มความน่าเชื่อถือด้าน ESG ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มอาหารทะเลและอาหารส่งออก อาทิ TU และ ITC
HoonVision·36dอ่านต่อ ▾
Cloud & Digital Infrastructure

DBS ชี้วิกฤตไฟฟ้าสหรัฐเร่งลงทุน Data Center มาไทย หนุนหุ้น GULF-GPSC-ADVANC-WHA

ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐที่พุ่งสูงจากธุรกิจ Data Center จนบางรัฐเสี่ยงกำลังผลิตไม่พอ อาจเร่งการลงทุนมายังประเทศไทย โดยผู้ดำเนินการระบบโครงข่ายไฟฟ้าใน 14 รัฐทางตอนกลางของสหรัฐได้ประกาศเตือนว่าอาจต้องใช้มาตรการตัดกระแสไฟฟ้าเป็นบางพื้นที่ ด้าน DBS มองว่าธุรกิจ Data Center ใช้ไฟฟ้าสูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปประมาณ 10 เท่า และปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐหลายแห่งได้เข้ามาลงทุนในไทยแล้ว เช่น Microsoft ลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ Google Cloud ลงทุนราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ AWS มีแผนลงทุนระยะยาวราว 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ DBS ประเมินว่าหากมีการลงทุนเพิ่มเติมจากผู้ให้บริการ Data Center และ Cloud จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ได้แก่ GULF, GPSC และ BGRIM กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง ADVANC และ TRUE ตลอดจนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA และ WHA
efinanceThai·36dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

บล.ดาโอชี้หุ้นไทยผันผวน แนะ Selective Buy รับ Fund Flow และความร่วมมือจีน-ไทย

บล.ดาโอประเมินดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบแคบใกล้เป้าหมายระยะสั้นที่ 1630-1650 จุด ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนทั่วโลกต่อหุ้นเทคโนโลยีและสถานการณ์สงครามที่ยังอ่อนไหว โดยตลาดไทยได้แรงหนุนจาก Fund Flow และราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไรเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน ด้านปัจจัยในประเทศ การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นำไปสู่การเร่งรัดโครงการรถไฟไทย-จีนและขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและ AI ซึ่งคาดว่าจะหนุนหุ้นกลุ่มนิคมฯ และเทคโนโลยี ขณะที่กระทรวงคมนาคมเดินหน้านโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท และศึกษาการเก็บค่าธรรมเนียมรถติดเพื่ออุดหนุนระบบขนส่งมวลชน ในต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวจากหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ แต่ยังจับตาผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ สถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียดแม้อิหร่านส่งสัญญาณเปิดช่องเจรจาทางการทูต ส่วนตลาดหุ้นจีนดีดตัวหลังกองทุนแห่งชาติเข้าซื้อพยุงตลาดและทางการเตรียมหารือสถาบันการเงินเพื่อเรียกความเชื่อมั่น กลยุทธ์การลงทุนเน้น Selective Buy โดยได้ประโยชน์จาก Fund Flow และความร่วมมือจีน-ไทย โดยหุ้นกลุ่มน้ำมันอย่าง PTTEP, TOP และ SPRC ยังได้อานิสงส์จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการประชุม World AI Conference ได้แก่ ADVANC, TRUE, INSET, AMATA, WHA, GULF, GPSC, DELTA, HANA และ KCE พอร์ตหุ้นแนะนำนำ MTC และ OR เข้ามาใหม่ ประกอบด้วย MTC, OR, WHA, GULF, TOP, HMPRO, TRUE, CRC, PTTEP และ PTT ในสัดส่วนหุ้นละ 10%
HoonVision·37dอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence

Huawei เล็งขยายลงทุน AI และคลาวด์ในไทย หนุนหุ้นกลุ่มนิคมและโรงไฟฟ้า

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล หารือกับผู้บริหาร Huawei โดยบริษัทเล็งขยายการลงทุนด้าน AI และคลาวด์ในประเทศไทย ต่อยอดความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาบุคลากร รัฐบาลพร้อมสนับสนุน Huawei ในฐานะพันธมิตรเทคโนโลยีเพื่อยกระดับไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก่อนหน้านี้กลุ่มบิ๊กเทคจีนยืนยันแผนลงทุนในไทยกว่า 7 หมื่นล้านบาทภายในปีนี้ ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุปกรณ์ Optical Transceiver สำหรับ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ และการขยายกำลังผลิต EV ผ่านนโยบาย Thailand FastPass ของ BOI ฝ่ายวิจัยมองว่าธีม Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังดึงทุนจีนได้ต่อเนื่อง เป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง WHA, AMATA, PIN และ S รวมถึงกลุ่มโรงไฟฟ้าอย่าง GULF, GPSC และ GUNKUL
HoonVision·37dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand6

โกลเบล็กชี้เป้า 4 หุ้นโรงไฟฟ้าเด่นรับแผน PDP ใหม่

บล. โกลเบล็ก ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,610-1,650 จุด โดยเผชิญแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มชิปสหรัฐและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง พร้อมแนะนำกลยุทธ์ลงทุนรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ ชู 4 หุ้นโรงไฟฟ้าเด่น ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC และ GUNKUL ที่ได้อานิสงส์จากนโยบายพลังงานของภาครัฐในการส่งเสริมให้ไทยเป็นฮับรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 ด้านปัจจัยบวกในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานการจัดตั้งธุรกิจใหม่ครึ่งปีแรกขยายตัว 2.13% โดยกลุ่มค้าปลีกออนไลน์เติบโต 56.9% ขณะที่กระทรวงการคลังเตรียมเปิดขายพันธบัตรออมพลัสวงเงิน 4,000 ล้านบาท ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องจับตา ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 28-29 กรกฎาคม และการประชุม กนง. ครั้งที่ 4/69 ในวันที่ 26 สิงหาคม
ทันหุ้น·38dอ่านต่อ ▾
Electrification & Mobility

ดาโอชี้ 10 หุ้นไทยรับอานิสงส์นโยบาย AI จีน หลังนายกฯ หารือสี จิ้นผิง

บล.ดาโอประเมินว่าหุ้นไทย 10 ตัวจะได้รับอานิสงส์จากนโยบายปัญญาประดิษฐ์ของจีน ภายหลังการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งจีนพร้อมสนับสนุนไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และศูนย์ข้อมูลในภูมิภาค หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ประกอบด้วย ADVANC, TRUE, INSET, AMATA, WHA, GULF, GPSC, DELTA, HANA และ KCE โดยดาโอได้นำ WHA, GULF และ TOP กลับเข้าสู่พอร์ตแนะนำอีกครั้ง ท่ามกลางภาพรวมตลาดที่ผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและแรงขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก แต่หุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP และโรงกลั่นน้ำมันยังคงได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น
HoonVision·38dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

ดาโอประเมิน SET สัปดาห์นี้กรอบ 1,620-1,650 จุด รับแรงหนุนน้ำมันพุ่ง

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินกรอบดัชนี SET สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1,620-1,650 จุด โดยคาดว่าดัชนีจะผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้น หลังกองทัพอิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หนุนราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นเหนือ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 11 มิถุนายน 2026 ด้านกลยุทธ์ลงทุนแนะนำเลือกซื้อหุ้นที่ได้อานิสงส์จากสงครามและกระแสเงินทุนไหลเข้า โดยหุ้นเด่นในกลุ่มน้ำมัน ได้แก่ PTTEP, TOP และ SPRC ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยเพื่อหารือความร่วมมือด้าน AI และ EV ประกอบด้วย ADVANC, TRUE, INSET, AMATA, WHA, GULF, GPSC, DELTA, HANA และ KCE ทั้งนี้ บล.ดาโอ ได้ปรับพอร์ตหุ้นแนะนำ โดยนำ WHA, GULF และ TOP กลับเข้ามาในพอร์ตอีกครั้ง
HoonSmart·38dอ่านต่อ ▾