วราวุธแจงสภา คุมเข้มโซลาร์รูฟท็อป อุปกรณ์ต้องได้ มอก.

Regulation
โดย InfoQuest·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า รัฐบาลจะคุมเข้มมาตรฐานอุปกรณ์โซลาร์รูฟท็อป โดยย้ำว่าอุปกรณ์ทุกชนิดต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และการขอใบอนุญาตจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน พร้อมขอให้ผู้ประกอบการเร่งขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะผู้ผลิตสายไฟโซลาร์เซลล์ในประเทศ 5 โรงงาน ที่ปัจจุบันได้รับใบอนุญาตเพียง 2 ราย ขณะที่กำลังการผลิตในประเทศยังจำกัด เช่น แบตเตอรี่มีโรงงานผลิตเพียง 1 แห่ง แต่มีผู้นำเข้า 44 ราย และแผงโซลาร์มีโรงงาน 8 แห่ง แต่มีผู้นำเข้า 260 ราย ภายใต้โครงการวงเงิน 200,000 ล้านบาท ที่มีเป้าหมายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปประมาณ 1.5 ล้านครัวเรือน การนำเข้าอุปกรณ์เพิ่มเติมต้องอยู่บนเงื่อนไขมาตรฐานสากลและขึ้นทะเบียนกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) อย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Economy อย่างมั่นคง

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 4

เอกนัฏ เปิดแผนผ่าโครงสร้างพลังงาน กันโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ให้ประชาชน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลเตรียมกันกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ไว้สำหรับประชาชนโดยเฉพาะ กำหนดขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อราย เพื่อกระจายสิทธิ์ให้ครัวเรือนทั่วประเทศ แนวทางใหม่จะให้รัฐรับซื้อไฟส่วนที่เหลือคืนและนำมาหักเป็นส่วนลดค่าไฟในรอบเดียวกัน ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อาจผลิตไฟได้ราว 600-700 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 กว่าบาท และรัฐจะสนับสนุนส่วนลด 50,000 บาท โดยนำรายได้จากไฟฟ้าที่ผลิตได้มาผ่อนชำระ คาดผ่อนอุปกรณ์หมดในประมาณ 7-10 ปี ด้านการลดขั้นตอนอนุญาตจะเหลือการประสานผ่านการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย โดยกรณีติดตั้งเพื่อใช้เองตั้งเป้าตรวจรับประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนกรณีขายคืนไม่เกิน 1 เดือน สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ วาง 3 เป้าหมายคือ สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากปัจจุบัน 20 % กว่าๆ ให้เข้าใกล้ 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ในระยะยาว พร้อมลดการพึ่งพา LNG ตลาด Spot หันมาทำสัญญาระยะยาว และเปิดช่องเทคโนโลยีอนาคตทั้งไฮโดรเจน Geothermal, Solid Oxide Fuel Cell และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ขณะที่ต้นทุนไฟสาธารณะซึ่งรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟมานาน 30-40 ปี คิดเป็นภาระประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี รัฐบาลได้ดึงภาระส่วนนี้ออกจากโครงสร้าง และดำเนินมาตรการค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกในอัตรา 3 บาทต่อหน่วยแล้ว

INVX ชี้กฎดาต้าเซ็นเตอร์ชัด ดันหุ้นพลังงานสะอาด-นิคมฯ แนะนำ Selective Buy

นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX ระบุว่า ความพยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาคเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรกมีมติเร่งบูรณาการข้อมูลและข้อกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Single Dashboard เพื่อวางกรอบยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมให้ชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยกำหนดเกณฑ์ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 2 MW เป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม พร้อมกำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์ทรัพยากรให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงทั้งทางตรงและทางอ้อม และกำหนดเงื่อนไขพลังงานที่เข้มงวดเพื่อสนับสนุน Green Data Center ทั้งการแยกประเภทอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่ม การบังคับใช้สัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 60% เพื่อตอบโจทย์ Net Zero และการคุมเข้มมาตรฐานระบบสำรองไฟ พร้อมจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิค และเตรียมใช้มาตรการเด็ดขาดระงับการจัดสรรน้ำและไฟฟ้าสำหรับโครงการที่ยังไม่ก่อสร้างหากไม่ผ่านเกณฑ์ InnovestX ประเมินว่านโยบายที่ชัดเจนขึ้นนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ กลุ่มพลังงานสะอาด ซึ่งข้อบังคับการใช้พลังงานสะอาดขั้นต่ำ 60% จะเปลี่ยนภาพจากทางเลือกเป็นความจำเป็น กระตุ้นความต้องการจริงอย่างก้าวกระโดด และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งการจัดดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกิจการอุตสาหกรรมจะทำให้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ไหลเข้าสู่นิคมฯ ชั้นนำที่มีความพร้อมด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือ Smart Grid และการจัดการสิ่งแวดล้อม ทิ้งห่างนิคมฯ ที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิล ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้นสะสมหุ้นกลุ่มผู้นำใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นบริษัทมีโครงข่ายไฟฟ้าระดับ Smart Grid ที่เสถียรพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier 3-4 มีการร่วมทุนกับบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ และมีระบบบริหารจัดการน้ำหมุนเวียนของตนเอง คือ AMATA และ WHA ขณะที่กลุ่มพลังงานสะอาดเน้นบริษัทที่มีความคืบหน้าในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทางตรงหรือ Direct PPA กับกลุ่ม Hyperscaler ระดับโลก มีคะแนน ESG และ Green Certificate สูง และมีการลงทุนเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานหรือ BESS เพื่อรักษาความเสถียรของไฟฟ้าที่ส่งให้ดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM รวมทั้งผู้รับจ้างวางระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอย่าง GUNKUL
ทันหุ้น·8hอ่านต่อ →

Clearway Energy แต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และจัดตั้งสำนักงานการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล

Clearway Energy ได้ปรับโครงสร้างทีมผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยเขายังคงดำรงตำแหน่งเดิมที่ Clearway Group และย้ายซาราห์ รูเบนสไตน์ ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินในขณะนั้น ไปสู่สำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่ที่มุ่งเน้นโครงการดิจิทัลและข้อมูล ตลอดจนงานด้านการบูรณาการ ไรเดอร์ดูแลด้านการเงินองค์กร ความเสี่ยง การวางแผน และตลาดทุนทั่วทั้งองค์กรอยู่แล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงรวมความเป็นผู้นำด้านการเงินไว้ที่เดียว และอาจกระชับการประสานงานระหว่างบริษัทจดทะเบียนกับบริษัทในเครือที่ไม่ได้จดทะเบียน สำนักงานการเปลี่ยนแปลงของรูเบนสไตน์มีเป้าหมายเพื่อเร่งการใช้เทคโนโลยีทั่วทั้งการดำเนินงาน ซึ่งสำหรับธุรกิจที่ภาระดอกเบี้ยและการจ่ายเงินปันผลถูกระบุว่ายังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกำไรอย่างเพียงพอ อาจช่วยให้ฝ่ายบริหารติดตามกระแสเงินสด รายการพิเศษ และการจัดสรรทุนได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นทั่วสินทรัพย์พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ Clearway Energy ดำเนินงานสินทรัพย์ผลิตพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ และมีมูลค่าตลาดประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ จุดตรวจสอบแรกที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนคือผลประกอบการและแนวโน้มครั้งถัดไปของฝ่ายบริหารหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยจับตาดูความสามารถในการครอบคลุมภาระดอกเบี้ย ความยั่งยืนของการจ่ายเงินปันผล และสำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่จะส่งผลต่อการรายงานเกี่ยวกับคุณภาพกำไรและผลการดำเนินงานระดับโครงการอย่างไร
Simply Wall St·10hอ่านต่อ →