← Back

Thai Eastern Group Holdings PCL

Thai Eastern Group Holdings Public Company Limited, together with its subsidiaries, engages in the rubber, crude palm oil, renewable energy and organic waste management, and logistics businesses in Thailand and internationally. It produces and trades in concentrated latex, block rubber, and palm seed oil products; and crude palm oil that is used in consumer products, and animal feed industries, as well as raw materials to produce biodiesel. The company is also involved in the treatment of wastewater; production of biogas; and operates transports raw materials. The company was founded in 1991 and is headquartered in Chonburi, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving TEGH.BK
TEGH.BK

TQR กำไร Q2/69 พุ่ง 48% พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล

บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 48.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคณะกรรมการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดหุ้นละ 0.203 บาท โดยขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินวันที่ 4 กันยายน 2569 ด้านบริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ได้รับคะแนนเต็ม 100 คะแนน ระดับดีเยี่ยม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ขณะที่บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI ได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน ระดับดีเยี่ยม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ส่วนบริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO มีรายได้ไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 2.48% แตะ 3,518.55 ล้านบาท และบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดหุ้นละ 0.05 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 20 สิงหาคม และจ่ายเงินวันที่ 4 กันยายนนี้
HoonVision·8dอ่านต่อ ▾
TEGH.BK6

TEGH กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 104% ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 22,000 ล้านบาท

บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH รายงานผลงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 4,405 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104% จากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจยางธรรมชาติยังเป็นรายได้หลักคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 85% ของรายได้ทั้งหมด มีรายได้ 3,746 ล้านบาท ลดลง 5% จากไตรมาสก่อน แต่ได้แรงหนุนจากราคายางแท่ง TSR20 ในตลาด SICOM เฉลี่ยที่ 217.8 เซนต์ต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 13.7% QoQ และ 29.7% YoY บริษัทตั้งเป้าปริมาณขายยางแท่งปีนี้ที่ 260,000 ตัน เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน และคาดสัดส่วนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR อยู่ที่ 30–40% ในช่วงครึ่งปีหลัง ธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบมีรายได้ 566 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% QoQ และคาดเพิ่มกำลังการผลิตได้ประมาณ 50% ภายในปีนี้ ส่วนธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์มีรายได้ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% QoQ โดยโครงการเฟส 2 คาดแล้วเสร็จใน Q2/70 จะเพิ่มกำลังผลิตก๊าซชีวภาพประมาณ 23.76 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 10% แตะ 22,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างพิจารณาจังหวะนำ TEBP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ผ่าน IPO หลัง ก.ล.ต. อนุมัติให้ขยายระยะเวลาดำเนินการ
HoonVision·10dอ่านต่อ ▾
TEGH.BK

TEGH เผยกำไรไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 165.10 ล้านบาท

บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 165,102,000 บาท ลดลงจาก 211,492,000 บาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 กำไรอยู่ที่ 245,973,000 บาท เทียบกับ 387,397,000 บาทในงวดเดียวกันของปี 2568 กำไรสุทธิต่อหุ้นในไตรมาสนี้เท่ากับ 0.153 บาท ลดลงจาก 0.196 บาท และงวด 6 เดือนอยู่ที่ 0.228 บาท เทียบกับ 0.359 บาท งบการเงินนี้ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีโดยไม่มีเงื่อนไข
Share2Trade·13dอ่านต่อ ▾
TEGH.BK

TEGH เผยผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติอยู่ใน Exempt List มาตรา 301 ไร้ผลกระทบภาษี 12.5%

บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติของบริษัทอยู่ในรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี หรือ Exempt List ตามมาตรการ Section 301 ของสหรัฐที่เรียกเก็บภาษีนำเข้า 12.5% จากไทย ส่งผลให้บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว และยังคงรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี สำหรับแนวโน้มธุรกิจยางพาราในไตรมาส 3/2569 คำสั่งซื้อฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะยางแท่งมาตรฐาน EUDR ที่มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าปัจจุบัน ลูกค้าที่กลับมาสั่งซื้อใหม่ และลูกค้าใหม่ ประกอบกับค่าเงินบาทอ่อนค่าช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ด้านธุรกิจปาล์มเดินหน้าตามแผน Turnaround โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันปาล์มดิบที่อยู่ในระดับดีและนโยบาย B7 ของภาครัฐ ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่าอัตราภาษีใหม่ 12.5% ยังต่ำกว่าอดีตที่เคยอยู่ที่ 19% อย่างมีนัยสำคัญ และการเพิ่มขึ้นเพียง 2.5% ไม่น่าจะกระทบต่อคำสั่งซื้อจากลูกค้าในสหรัฐมากนัก พร้อมทั้งคาดว่ากำไรครึ่งปีหลังของ TEGH จะฟื้นตัวเด่น และแนะนำ "ซื้อ" เป้าหมาย 4 บาท
Thunhoon·31dอ่านต่อ ▾
TEGH.BK

ส่งออกไทย มิ.ย. พุ่ง 20.8% โบรกชู 5 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานการส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 13.7-15.2% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 41,190.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 50.3% ส่งผลให้เดือนมิถุนายนขาดดุลการค้า 6,534.7 ล้านดอลลาร์ สำหรับครึ่งปีแรก การส่งออกมีมูลค่า 196,741.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.6% และการนำเข้ามีมูลค่า 228,485.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 38.0% ทำให้ขาดดุลการค้ารวม 31,744 ล้านดอลลาร์ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า ระบุว่าการส่งออกที่สูงกว่าคาดและการขาดดุลเป็นปัจจัยให้ค่าเงินอ่อนค่า พร้อมชู 5 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์ ได้แก่ ยางพาราที่กลับมาโต 12.5% ในรอบ 14 เดือน หนุน STA NER และ TEGH ไก่แปรรูป หนุน GFPT TFG และ CPF อาหารสัตว์เลี้ยงที่โตต่อเนื่อง 22.3% เป็นเดือนที่ 10 หนุน ITC และ AAI อาหารทะเลกระป๋องที่กลับมาขยายตัว 17.5% หนุน TU และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่โตในอัตราเร่ง หนุน SMT CCET KCE และ HANA
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
TEGH.BK

บล.ฟิลลิปฯ ชี้ภาษีสหรัฐ 12.5% กระทบหุ้นไทยจำกัด แนะจับตาอิเล็กทรอนิกส์

บล.ฟิลลิปฯ ระบุว่า สหรัฐประกาศขึ้นภาษีศุลกากรรอบใหม่ภายใต้มาตรา 301 โดยไทยเผชิญอัตรา 12.5% ซึ่งสูงกว่า Global tariff เดิมที่ 10% ภายใต้มาตรา 122 ที่จะหมดอายุลงวันนี้ มองเป็น Sentiment เชิงลบต่อ SET Index โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออก แต่คาดผลกระทบจำกัด เนื่องจากสินค้าส่งออกสำคัญหลายรายการของไทยมีแนวโน้มได้รับการยกเว้นตาม Annex II โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องมือสื่อสาร มูลค่าส่งออก 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หน่วยเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ 5.2 พันล้านดอลลาร์ และคอมพิวเตอร์พกพา 4.2 พันล้านดอลลาร์ จากมูลค่าส่งออกรวมของไทยไปสหรัฐฯ ทั้งหมด 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่กลุ่มยางพารา อาหารทะเลแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มได้รับผลกระทบ โดยประเมินว่ากรณีฐานจะกระทบกำไรสุทธิของ ITC เพียง 120 ล้านบาท ทำให้ราคาพื้นฐานปี 2026 ลดลงจาก 19.40 บาทต่อหุ้น เป็น 18.70 บาทต่อหุ้น ส่วน TU ได้รับผลกระทบใกล้เคียงกันเนื่องจากสัดส่วนส่งออกไปสหรัฐฯ น้อยกว่า ด้านกลุ่มยางพาราอย่าง NER STA TEGH และ TRUBB เผชิญ Sentiment เชิงลบจากอุปสงค์ยางในประเทศที่อาจลดลงหากล้อยางแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้ยากขึ้น
HoonVision·34dอ่านต่อ ▾