← Back

Thai Union Group PCL

Thai Union Group Public Company Limited, together with its subsidiaries, manufactures and sells frozen, chilled, and canned seafood in Thailand and internationally. The company operates through four segments: Ambient Seafood; Frozen and Chilled Seafood and Related Businesses; Pet food; and Value-Added and Other Businesses. It provides ambient seafood products, including tuna, sardines, mackerel, herring, and salmon for retail and wholesale customers; frozen and chilled seafood products, such as shrimp, lobster, and crab that are sold directly to restaurants, hotels, caterers, and retail customers; ready-to-cook or ready-to-serve products, and bakery treats; marine ingredients for use in consumer goods, such as infant formula, cosmetics, dietary supplements, and clinical nutrition; and pet care products comprising wet-based food and treats. The company offers its products under the Chicken of the Sea, Genova, John West, Petit Navire, Parmentier, King Oscar, Mareblu, Rügen Fisch, Sealect, Fisho, QFresh, MONORI, Bellotta, Marvo, ChangeTer, Calico Bay, Paramount, and Zeavita brand names. It also manufactures and distributes animal feeds, frozen food, aquatic animals, ingredient products, canned tuna, seafood, and smoked salmon products, as well as distributes shrimp feeds. In addition, the company offers packaging, printing, training and management, e-commerce, consultancy, and property rental services. Further, it is involved in the tuna oil refinery, shrimp farming, and shrimp breeding and hatchery businesses; import and distribution of pet food and pet related products; import of seafood; and operation of seafood restaurant outlets. The company was formerly known as Thai Union Frozen Products Public Company Limited and changed its name to Thai Union Group Public Company Limited in September 2015. The company was founded in 1977 and is headquartered in Mueang Samut Sakhon, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving TU.BK
TU.BK

ส่งออกไทย ก.ค. โต 21.6% สูงกว่าคาด โบรกฯ ชี้หุ้นเด่น

กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกไทยเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 3.48 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 21.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 17.8% ขณะที่การนำเข้าเดือนเดียวกันอยู่ที่ 3.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 3.61 พันล้านเหรียญสหรัฐ น้อยกว่าที่คาดไว้ สินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ ยางพารา ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มดังกล่าว เช่น STA, GFPT, ITC, TU, DELTA, HANA และ KCE ได้รับอานิสงส์ รวม 7 เดือนแรกของปี ส่งออกมูลค่า 2.32 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.2% ขณะที่นำเข้า 2.67 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ขาดดุลการค้า 3.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์มองปัจจัยหนุนจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก รวมถึงการเร่งนำเข้าเพื่อรองรับนโยบายการค้าสหรัฐฯ ขณะที่โบรกเกอร์อย่างบล.กรุงศรีและบล.ฟิลลิป มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและแนะนำหุ้นเด่น เช่น DELTA, HANA, KCE, AMATA, GULF, GPSC, KBANK และ KTB
HoonSmart·3hอ่านต่อ ▾
TU.BK8

ITC ผถห.ไฟเขียวปล่อยกู้ไทยยูเนี่ยน 6 พันล้านบาท

ผู้ถือหุ้นบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC อนุมัติการให้กู้ยืมเงินแก่บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในวงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการเงินสดส่วนเกินให้เกิดผลตอบแทนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 มีผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียง 93.7% ลงคะแนนเห็นชอบรายการดังกล่าว สูงกว่าเกณฑ์การอนุมัติที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่าสามในสี่ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไทยยูเนี่ยนในฐานะผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระดังกล่าว นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ITC กล่าวว่า ผลการลงคะแนนสะท้อนแรงสนับสนุนท่วมท้นของผู้ถือหุ้นต่อธุรกรรมและความเชื่อมั่นต่อแนวทางการบริหารเงินสดส่วนเกินของบริษัท โดยธุรกรรมนี้จะช่วยให้ ITC สร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากเงินสดส่วนเกิน ขณะที่ยังคงรักษาสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจและการขยายธุรกิจในอนาคต เงื่อนไขของธุรกรรมยังมีมาตรการดูแลผลประโยชน์ของ ITC และผู้ถือหุ้น เช่น การกำหนดวงเงินสูงสุดในการให้กู้ยืม การที่ ITC สามารถเรียกคืนเงินกู้ได้เมื่อมีความจำเป็น และการทบทวนการใช้สิทธิเรียกคืนเงินกู้โดยกรรมการที่ไม่มีส่วนได้เสียอย่างสม่ำเสมอ
HoonVision·2dอ่านต่อ ▾
TU.BK

TU รับอานิสงส์อังกฤษยกเว้นภาษีนำเข้าทูน่ากระป๋อง

ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลอังกฤษยกเว้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ทูน่ากระป๋องเป็นการชั่วคราว จากเดิม 24% จนถึงเดือนธันวาคม 2571 เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจ เพราะช่วยเพิ่มโอกาสทำตลาดและสนับสนุนยอดขายในโซนยุโรปให้สูงขึ้น จากเดิมที่คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของยอดขายรวมทั้งหมดของบริษัท สำหรับมาตรการภาษีตามมาตรา 301 ของสหรัฐกับสินค้านำเข้าจากไทยในอัตรา 12.5% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 บริษัทได้วางแผนรับมือล่วงหน้า โดยปรับกลยุทธ์บริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เช่น พิจารณาโยกรายการสินค้าบางตัวมาผลิตที่ประเทศไทยเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ในระยะยาวบริษัทยังเดินหน้าขยายฐานรายได้จากธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยงและกลุ่มสินค้ามูลค่าเพิ่ม ให้ปรับเป็นประมาณ 25-30% ของยอดขายรวมภายในปี 2573 จากเดิม 20.7% ควบคู่กับโครงการ Internal Transformation เพื่อนำระบบ Automation มาใช้ลดต้นทุนค่าแรงและลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต ส่วนค่าเงินบาทที่ยังเคลื่อนไหวในโซนอ่อนค่าขึ้น และอยู่ในระดับที่ดีกว่าที่บริษัทเคยประเมินไว้เฉลี่ยทั้งปี 2569 ราว 32.5 ดอลลาร์ ถือเป็นปัจจัยบวกและช่วยสนับสนุนรายได้ปี 2569 ให้ดียิ่งขึ้น นอกเหนือจากฐานลูกค้าที่ขยายตัวและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง บริษัทจึงยังคงเป้าหมายรายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น 4-6% จากปีก่อน ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ให้คำแนะนำซื้อ TU ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท โดยมองว่าการลดภาษีนำเข้าทูน่าของอังกฤษจากสูงสุด 24% เหลือ 0% จนถึงธันวาคม 2571 ประกอบกับ FTA ของรัฐบาลไทยกับยุโรปที่อาจมีเพิ่มเติมในอนาคต จะเป็นโอกาสเติบโตเพิ่มเติมแก่ TU ในฐานะผู้ส่งออกทูน่าและกุ้งรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และคาดว่า TU จะให้อัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึง 6%
Thunhoon·14dอ่านต่อ ▾
TU.BK

บัวหลวงชี้กำไร Q2/69 สดใส ค้าปลีก IT-อาหารสัตว์เลี้ยง-ท่องเที่ยวนำทัพฟื้น

บล.บัวหลวง เปิดเผยว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ของหุ้นใน coverage ออกมาสูงกว่าตลาดคาด 5.6% โดยสัดส่วนหุ้นที่กำไรสูงกว่าคาดอยู่ที่ 48% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% กลุ่มที่กำไรดีเด่นนำโดย SCC เพิ่มขึ้น 41% จากธุรกิจปิโตรเคมี SCGP เพิ่มขึ้น 20% จากบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิล KKP เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และ TU เพิ่มขึ้น 10.9% จากอุปสงค์อาหารทะเล ขณะที่ DELTA กำไรต่ำกว่าคาด 31% จากปัญหาซัพพลายเชน ฝ่ายวิเคราะห์ยังระบุสัญญาณบวกจากยอดขายค้าปลีกสินค้าไอทีที่ COM7 และ ADVICE เติบโต 10% และ 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนกรกฎาคม กลุ่มไลฟ์สไตล์อย่าง MOSHI มียอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 9% จากกระแสของเล่นสกุชชี่ การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องโดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.5 ล้านคน และรายได้ต่อห้องพักของ ERW คาดเติบโตทั้งเทียบปีก่อนและเดือนก่อน อุปสงค์ส่งออกอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงยังแข็งแกร่ง โดย TU คาดเติบโต 5-6% และ ITC คาดเติบโต 10% กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นหุ้น COM7, ADVICE, MOSHI, CPALL, ERW, TU และ ITC
InfoQuest·17dอ่านต่อ ▾
TU.BK

งบ 2Q69 สดใสกว่าคาด 5.6% กลุ่มวัฏจักร-ส่งออกอาหารเด่น

บล.บัวหลวงเปิดเผยว่ากำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนที่รายงานแล้ว 32% ของหุ้นใน Coverage ออกมาสูงกว่าตลาดคาด 5.6% และสูงกว่าประมาณการของบล.บัวหลวง 7.2% โดย 48% ของหุ้นที่รายงานมีกำไรดีกว่าคาด สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% หุ้นเด่นที่ทำผลงานเหนือคาดได้แก่ SCC กำไรสูงกว่าคาด 41% SCGP สูงกว่าคาด 20% KKP สูงกว่าคาด 18% และ TU สูงกว่าคาด 10.9% ขณะที่ DELTA รายงานกำไรต่ำกว่าคาด 31% จากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ด้านสัญญาณสำคัญจากฤดูงบ กลุ่มวัฏจักรกำไรยังแข็งแกร่งแต่โมเมนตัมอาจชะลอ การบริโภคฟื้นตัวแบบเลือกสรรโดยกลุ่ม IT และสินค้าไลฟ์สไตล์ราคาประหยัดเติบโตดี การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง คุณภาพสินทรัพย์กลุ่มเช่าซื้อทรงตัว และอุปสงค์ส่งออกอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงยังแข็งแกร่ง
HoonSmart·17dอ่านต่อ ▾
TU.BK

TU รับเงินปันผลจาก ITC และ TFM รวมกว่า 1,400 ล้านบาท

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จะได้รับเงินปันผลระหว่างกาลจากบริษัทลูกสองแห่งรวมมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท โดย ITC จ่ายปันผลหุ้นละ 0.55 บาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 สิงหาคม และจ่ายเงินวันที่ 26 สิงหาคม ส่วน TFM จ่ายปันผลหุ้นละ 0.18 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 13 สิงหาคม และจ่ายเงินวันที่ 26 สิงหาคมเช่นกัน เมื่อคำนวณตามสัดส่วนการถือหุ้นของ TU ซึ่งถือ ITC ร้อยละ 79.30 และ TFM ร้อยละ 51.00 จะได้รับเงินปันผลจาก ITC ประมาณ 1,308 ล้านบาท และจาก TFM ประมาณ 91 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่า 1,400 ล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้น TU ในเดือนกรกฎาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.27 และราคาหุ้น ITC เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.70
Share2Trade·19dอ่านต่อ ▾
TU.BK

ญี่ปุ่นลดภาษีบริโภคอาหารเหลือ 1% หนุนส่งออกไทย GFPT-TU-ITC

คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอนุมัติปรับลดภาษีการบริโภคสำหรับสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มจาก 8% เหลือ 1% เป็นเวลา 2 ปี เริ่มเมษายน 2570 นับเป็นการลดภาษีดังกล่าวครั้งแรกตั้งแต่เริ่มใช้ระบบภาษีการบริโภคเมื่อปี 2532 มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนบรรเทาผลกระทบเงินเฟ้อภายใต้นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ โดยมีเป้าหมายลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ รัฐบาลยังเตรียมแจกเงินสดให้ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางภายใต้วงเงินราว 6 แสนล้านเยนต่อปี ทำให้ภาระภาษีที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมายอยู่ในระดับ 0% ในทางปฏิบัติ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่ามาตรการนี้เป็นแรงหนุนสำคัญต่อการบริโภคในญี่ปุ่นและส่งผลบวกต่อผู้ส่งออกอาหารไทย โดยเฉพาะ GFPT ผ่านบริษัทย่อย GFN และ McKey ที่จำหน่ายชิ้นส่วนไก่ให้ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในญี่ปุ่น รวมถึง TU ซึ่งมีรายได้จากผลิตภัณฑ์ทูน่าในตลาดญี่ปุ่น และ ITC ผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไปยังตลาดดังกล่าว
Kaohoon·21dอ่านต่อ ▾
TU.BK

บัวหลวงชู TU เด่นระยะสั้น ITC โตแกร่งระยะยาว

บล.บัวหลวง มองหุ้น TU กลับมาเป็นหุ้นเด่นในระยะสั้น หลังปัจจัยกดดันจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เริ่มคลี่คลาย และปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจหลักเริ่มฟื้นตัว โดยธุรกิจ Ambient Seafood และ Frozen Seafood ซึ่งคิดเป็น 77% ของรายได้ 1H69 กลับมาเติบโต 2% และ 5% YoY ตามลำดับ จากปริมาณขายที่ฟื้นตัว ขณะที่สัดส่วนสินค้าแบรนด์ของตัวเองเพิ่มเป็น 59% ของยอดขาย ส่งผลให้ GM 1H69 เพิ่มเป็น 19.8% จาก 19.3% ในปีก่อน สำหรับแนวโน้ม 2H69 คาด TU ได้แรงหนุนจากความต้องการปลาทูน่าในสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง การยกเว้นภาษีนำเข้าปลาทูน่าในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2569 และเงินบาทอ่อนค่า ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไร TU ปี 2569 ขึ้น 6% คาดกำไรเติบโต 17% พร้อม Dividend Yield ราว 6% ซื้อขายเพียง PER ปี 2570 ที่ 10.2 เท่า จึงแนะนำ Rotate-in เข้าลงทุน และปรับราคาเป้าหมายเป็น 15.60 บาท จาก 13.60 บาท ส่วน ITC ยังคงเป็นหุ้นเติบโตระยะยาว โดยคาดกำไรเติบโต 13% ในปี 2569 และ 12% ในปี 2570 พร้อม Dividend Yield ราว 6% แม้ซื้อขายที่ PER ปี 2027 ที่ 14.2 เท่า ซึ่งถือว่า Premium กว่าจากการเติบโตเชิงโครงสร้างธุรกิจที่ดีกว่า จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อ และปรับราคาเป้าหมายเป็น 22.00 บาท จาก 19.00 บาท
ทันหุ้น·22dอ่านต่อ ▾
TU.BK6

TU คาดมาร์จิ้นทั้งปีพุ่งแตะ 19.5-20.5% รับอานิสงส์บาทอ่อน-ออเดอร์ทะลัก

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปี 2569 เป็น 19.5-20.5% จากเดิม 19-20% โดยได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่ากว่าประมาณการเดิมที่ 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับธุรกิจอาหารแช่แข็งเข้าสู่ฤดูกาลขายในไตรมาส 3/2569 ทำให้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น นางสาวภิญญดา แสงศักดาหาญ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 4-6% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1.33 แสนล้านบาท หลังครึ่งปีแรกทำรายได้แล้ว 6.63 หมื่นล้านบาท และมีกระแสเงินสดอิสระกว่า 3 พันล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 1.15 เท่า และตั้งเป้าลดเหลือ 1.1 เท่าภายในสิ้นปี พร้อมคงนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 14.20 บาท โดย TU ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 14 สิงหาคม 2569
Thunhoon·22dอ่านต่อ ▾
TU.BK14

TU ปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 2569 เป็นโต 4-6% รับดีมานด์อาหารทะเลและอาหารสัตว์เลี้ยงพุ่ง

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 2569 จากเดิม 3-4% เป็น 4-6% เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มียอดขายรวม 133,600 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 4,609 ล้านบาท หลังจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกแข็งแกร่งกว่าคาด โดยมียอดขายรวม 66,329 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 2,377 ล้านบาท บริษัทยังปรับเพิ่มเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 19.5-20.5% จากเดิม 19-20% จากแรงหนุนของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่แข็ง รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเหนือระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่เดือนมิถุนายนยังส่งผลดีต่อรายได้และผลประกอบการ ขณะที่งบลงทุนทั้งปีถูกปรับลดลงเนื่องจากบางโครงการล่าช้า แต่ยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลมากกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
HoonVision·22dอ่านต่อ ▾
TU.BK

ดาโอคาด SET ฟื้นตัวตามกลุ่มเทคสหรัฐฯ พร้อมอัพเป้า TU เป็น 14.80 บาท

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่าดัชนี SET จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย พร้อมเตือนให้ระวังแนวต้านที่ 1,650 จุดซึ่งอาจเกิดแรงเทขายทำกำไร สำหรับหุ้นเด่น บริษัทแนะนำ GLOBAL ซึ่งมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 955 ล้านบาท สูงกว่าคาด 40% และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 9.00 บาท ส่วน TU มีกำไรสุทธิ 1.3 พันล้านบาท สูงกว่าคาด 16% และปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 14.80 บาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งแรกปี 2569 ที่ 0.4 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3%
HoonSmart·23dอ่านต่อ ▾
TU.BK

บ้านปูโฉมใหม่เปิดเทรดวันแรก หลังควบบริษัทสำเร็จ

บ้านปูโฉมใหม่เปิดฉากซื้อขายวันแรก หลังการควบบริษัทระหว่าง BANPU เดิมและ BPP เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้เกิดบริษัทมหาชนจำกัดแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) พร้อมรับโอนทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบทั้งหมดตามกฎหมาย โดยไม่กระทบต่อความต่อเนื่องของธุรกิจและความสัมพันธ์กับคู่ค้า ด้านไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป หรือ TU เผยผลดำเนินงานไตรมาส 2/2569 สะท้อนกลยุทธ์เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปริมาณขายเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 และเงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 14% พร้อมบอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14.3% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.4% ขณะที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายตรวจสอบกระบวนการทูลเกล้าฯ ชื่อประธาน กสทช. โดยย้ำว่าทุกอย่างต้องเดินตามกฎหมาย ไม่มีอำนาจใช้ดุลยพินิจเหนือกฎหมาย ฝั่งหุ้นโลจิสติกส์ TPL ปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทครั้งใหญ่ มีผล 1 สิงหาคม 2569 แยกบทบาทบริษัทแม่กับบริษัทปฏิบัติการชัดเจน พร้อมแต่งตั้งผู้บริหารใหม่นำทัพ ส่วน EASTW ได้รับคำแนะนำซื้อจากบล.กสิกรไทย ให้ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท โดยมองว่าตลาดยังไม่ได้สะท้อนศักยภาพการเติบโตจากธีม Data Center อย่างเต็มที่ จากโครงข่ายท่อส่งน้ำที่ครอบคลุมและกำลังการผลิตสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทำให้มีโอกาสรับส่วนแบ่งจากดีมานด์น้ำก้อนใหม่ที่ไหลเข้าสู่ Data Center
Kaohoon·23dอ่านต่อ ▾
TU.BK

TU รับเงินปันผล 1.3 พันล้านบาท จาก ITC จ่ายหุ้นละ 0.55 บาท

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จะได้รับเงินปันผลรวมประมาณ 1,308.51 ล้านบาท หลังจากบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TU ถือหุ้นในสัดส่วน 79.30% ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 96.2% จากผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2569 โดย ITC รายงานยอดขาย 10,043 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิปรับปรุง 1,955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.5% กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เงินปันผลดังกล่าวจะช่วยเสริมกระแสเงินสดและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับฐานะทางการเงินของ TU
Kaohoon·28dอ่านต่อ ▾
TU.BK2

IFA เห็นชอบ ITC ปล่อยกู้ TU 6 พันล้านบาท เพิ่มผลตอบแทนเงินสดส่วนเกิน

ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ หรือ IFA เห็นชอบให้บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ปล่อยกู้แก่บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนประมาณ 79.30% วงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาท อายุสัญญาไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเงินสดส่วนเกินและเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนของ ITC ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม เงินกู้ดังกล่าวไม่มีหลักประกันและมีสิทธิเรียกคืนก่อนกำหนดโดยแจ้งล่วงหน้า 30 วัน ซึ่ง IFA เห็นว่าสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์ต่อ ITC โดยจะนำเสนอให้ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติในวันที่ 24 สิงหาคม 2569
Kaohoon·30dอ่านต่อ ▾
TU.BK3

ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป แต่งตั้ง รติพร ราษฎร์เจริญ เป็น CFO มีผล 17 ส.ค. นี้

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU แต่งตั้ง นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน หรือ CFO โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้การบริหารงานด้านการเงินดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ก่อนหน้านี้ นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จะปฏิบัติหน้าที่รักษาการ CFO ไปจนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 บริษัทได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง CFO ครั้งนี้ เพื่อรองรับการส่งมอบงานและสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงานด้านการเงิน
Kaohoon·31dอ่านต่อ ▾
TU.BK

เอเซีย พลัส ชี้มาตรการภาษีใหม่สหรัฐกดดันส่งออกไทยครึ่งปีหลัง

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ามาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐภายใต้ SECTION 301 ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงต่อการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง จะทำให้การส่งออกชะลอตัวลง เนื่องจากไทยถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% สูงกว่าบางประเทศในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย อาจทำให้ศักยภาพในการแข่งขันลดลง อีกทั้งไทยได้ดุลกับสหรัฐมากขึ้นต่อเนื่อง และยังต้องจับตาภาษีจากการผลิตส่วนเกินที่สหรัฐยังไม่ประกาศ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในภาคการส่งออก กลุ่มสินค้าที่โดนภาษี 12.5% ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ครอบคลุมหุ้น AAI ITC PLUS TU และ COCOCO รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ HANA DELTA KCE และ CCET ขณะที่สินค้าไทยกลุ่มหลักที่ได้รับการยกเว้นภาษี 12.5% คือกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย ที่สหรัฐนำเข้ามาก ส่งผลผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและน้ำมัน เช่น PTT PTTEP TOP IRPC และ BCP และสินค้าที่อยู่ภายใต้ SECTION 232 อยู่แล้ว เช่น รถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง ซึ่งผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มเหล็กแปรรูปและท่อเหล็ก เช่น PAP TMT SAM และหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น AH และ SAT กระทรวงพาณิชย์เผยว่าส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 โต 20.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 15.2% และนำเข้าโต 50.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 35.8% ทำให้ขาดดุลการค้า 6,565 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าที่ขยายตัวเด่น ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยงโต 22.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน ยางพาราโต 12.5% กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 14 เดือน และไก่แปรรูปโต 6.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน
Thunhoon·31dอ่านต่อ ▾
TU.BK

ส่งออกไทย มิ.ย. พุ่ง 20.8% โบรกชู 5 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานการส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 13.7-15.2% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 41,190.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 50.3% ส่งผลให้เดือนมิถุนายนขาดดุลการค้า 6,534.7 ล้านดอลลาร์ สำหรับครึ่งปีแรก การส่งออกมีมูลค่า 196,741.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.6% และการนำเข้ามีมูลค่า 228,485.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 38.0% ทำให้ขาดดุลการค้ารวม 31,744 ล้านดอลลาร์ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า ระบุว่าการส่งออกที่สูงกว่าคาดและการขาดดุลเป็นปัจจัยให้ค่าเงินอ่อนค่า พร้อมชู 5 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์ ได้แก่ ยางพาราที่กลับมาโต 12.5% ในรอบ 14 เดือน หนุน STA NER และ TEGH ไก่แปรรูป หนุน GFPT TFG และ CPF อาหารสัตว์เลี้ยงที่โตต่อเนื่อง 22.3% เป็นเดือนที่ 10 หนุน ITC และ AAI อาหารทะเลกระป๋องที่กลับมาขยายตัว 17.5% หนุน TU และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่โตในอัตราเร่ง หนุน SMT CCET KCE และ HANA
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
TU.BK2

บล.ฟิลลิปฯ ชี้ภาษีสหรัฐ 12.5% กระทบหุ้นไทยจำกัด แนะจับตาอิเล็กทรอนิกส์

บล.ฟิลลิปฯ ระบุว่า สหรัฐประกาศขึ้นภาษีศุลกากรรอบใหม่ภายใต้มาตรา 301 โดยไทยเผชิญอัตรา 12.5% ซึ่งสูงกว่า Global tariff เดิมที่ 10% ภายใต้มาตรา 122 ที่จะหมดอายุลงวันนี้ มองเป็น Sentiment เชิงลบต่อ SET Index โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออก แต่คาดผลกระทบจำกัด เนื่องจากสินค้าส่งออกสำคัญหลายรายการของไทยมีแนวโน้มได้รับการยกเว้นตาม Annex II โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องมือสื่อสาร มูลค่าส่งออก 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หน่วยเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ 5.2 พันล้านดอลลาร์ และคอมพิวเตอร์พกพา 4.2 พันล้านดอลลาร์ จากมูลค่าส่งออกรวมของไทยไปสหรัฐฯ ทั้งหมด 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่กลุ่มยางพารา อาหารทะเลแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มได้รับผลกระทบ โดยประเมินว่ากรณีฐานจะกระทบกำไรสุทธิของ ITC เพียง 120 ล้านบาท ทำให้ราคาพื้นฐานปี 2026 ลดลงจาก 19.40 บาทต่อหุ้น เป็น 18.70 บาทต่อหุ้น ส่วน TU ได้รับผลกระทบใกล้เคียงกันเนื่องจากสัดส่วนส่งออกไปสหรัฐฯ น้อยกว่า ด้านกลุ่มยางพาราอย่าง NER STA TEGH และ TRUBB เผชิญ Sentiment เชิงลบจากอุปสงค์ยางในประเทศที่อาจลดลงหากล้อยางแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้ยากขึ้น
HoonVision·34dอ่านต่อ ▾
TU.BK

ITC พุ่ง 5.52% รับค่าเงินบาทอ่อนหนุนส่งออก

หุ้น ITC ปรับตัวขึ้น 5.52% มาที่ 17.20 บาท หลังนักลงทุนเข้าซื้อรับข่าวค่าเงินบาทอ่อนหนุนภาคส่งออก และตลาดคลายกังวลผลกระทบจากการให้กู้ยืมแก่บริษัทแม่ TU โดยเช้านี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวที่ 33.77-33.79 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.81 บาทต่อดอลลาร์ฯ ด้านบล.เอเซียพลัสคงคำแนะนำซื้อ ITC และ TU ให้ราคาเป้าหมาย 18.90 บาทและ 13.20 บาทตามลำดับ พร้อมระบุว่ากรณีการให้กู้ยืมไม่น่ากระทบ เพราะเชื่อว่าบริษัทจะจัดสรรเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเรียกชำระคืนก่อนกำหนดได้ การย่อตัวของราคาหุ้นจึงเป็นจังหวะเข้าลงทุน
HoonSmart·35dอ่านต่อ ▾
TU.BK

โบรกฯ ชี้ 7 หุ้น SET50 ราคาล้าหลัง ลุ้นต่างชาติเข้าถือเพิ่ม หลังหุ้นนำตลาดแวลูเอชั่นตึง

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า ดัชนี SET ปรับขึ้นกว่า 31.2% จากต้นปีถึงปัจจุบัน โดยมีแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลเข้าสู่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตามธีม AI และปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่ดีกว่าคาด แต่ที่ระดับ 1,650 จุด เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านแวลูเอชั่นที่ตึงตัว โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่นำตลาด ซึ่งมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติทะลุค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี จึงคาดว่าจะเกิดการหมุนเงินทุนไปยังหุ้น Laggard ที่มีสัดส่วนถือครองของต่างชาติและแวลูเอชั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย พร้อมกำไรยังเติบโตดี กลยุทธ์ระยะสั้นแนะนำสลับเข้าลงทุนในหุ้น Laggard ผ่าน 2 ธีม ได้แก่ Earnings Play เน้นหุ้นที่คาดกำไรไตรมาส 2/69 เติบโตดีและครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง เช่น ADVANC, CPN, GULF, PR9, SCGP และ TIDLOR และ Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี และมีโมเมนตัมกำไรดี เช่น BEM, CPALL, HMPRO, MTC, OR, TRUE และ TU
Share2Trade·35dอ่านต่อ ▾
TU.BK

จับตาหุ้น KISS และ TU หลังงบไตรมาส 4/67 ฟื้นตัว

นักวิเคราะห์แนะนำจับตาหุ้น KISS และ TU หลังผลประกอบการไตรมาส 4/67 ฟื้นตัว โดย KISS รายงานกำไรสุทธิ 120 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ TU มีกำไรสุทธิ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน หนุนจากยอดขายต่างประเทศที่ขยายตัว ทั้งสองบริษัทคาดแนวโน้มปี 2568 จะเติบโตต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของอุปสงค์โลก
thunhoon.com·35dอ่านต่อ ▾
TU.BK

นักวิเคราะห์ชี้บาทอ่อนหนุนส่งออกครึ่งปีหลัง แนะนำหุ้น BTG และ ITC

นักวิเคราะห์ประเมินว่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยกรุงศรีคาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และส่งออกทั้งปีอาจขยายตัว 9.8% ขณะที่นักวิเคราะห์จากบล.บัวหลวงมองว่ากลุ่มส่งออกเกษตรและอาหารจะฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง โดยผลประกอบการไตรมาส 2 ที่อ่อนแอจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และค่าขนส่งจะเป็นจุดต่ำสุดของปี จึงแนะนำให้เข้าสะสมหุ้น BTG เป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วย CPF และ ITC ในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งมีแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แท้จริงและการขยายฐานลูกค้าใหม่ ส่วน TU ได้ประโยชน์หลักจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น
ทันหุ้น·35dอ่านต่อ ▾
TU.BK

บล.กรุงศรีชี้ 12 หุ้นได้ประโยชน์จากโครงการ TISA และแผนบริหารประมงแห่งชาติ

บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ TISA อยู่ระหว่างสรุปผลศึกษาและปรับปรุงเงื่อนไข โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่ข้อเสนอการเพิ่มเพดานวงเงินลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษียังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม ฝ่ายวิจัยประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทยจากเม็ดเงินลงทุนระยะยาวที่ไหลเข้า โดยทุกๆ เม็ดเงินใหม่ 1 หมื่นล้านบาทจะหนุนดัชนีได้ 25 ถึง 30 จุด และส่งผลดีต่อหุ้นขนาดใหญ่ในธีมลงทุน เช่น GULF, GPSC, KBANK, KTB, ADVANC, AMATA, WHA รวมถึงหุ้นภาคบริการอย่าง BDMS, BH และ AOT นอกจากนี้ มติเห็นชอบแผนบริหารจัดการการประมงแห่งชาติระยะ 5 ปี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการกีดกันทางการค้าและเพิ่มความน่าเชื่อถือด้าน ESG ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มอาหารทะเลและอาหารส่งออก อาทิ TU และ ITC
HoonVision·36dอ่านต่อ ▾
TU.BK4

หุ้นกำไรขาขึ้น–ปันผลเด่น รับฤดูกาลงบไตรมาส 2

ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล โดยทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า SET Dividend Yield ปี 2569 คาดอยู่ราว 3.5% เทียบกับพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีที่ประมาณ 2.0% ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนอยู่ที่ราว 1.5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว สะท้อนว่าหุ้นยังให้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ จุดเด่นของรอบนี้คือการผสมระหว่างผลตอบแทนและการเติบโตของกำไร โดยหลายบริษัทมีแนวโน้มถูกปรับประมาณการกำไรขึ้นหรือไม่ถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มพลังงานยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มสื่อสารเริ่มเห็นการเติบโตเชิงคุณภาพมากขึ้น โดย ADVANC และ TRUE ได้รับแรงหนุนจากทั้ง ARPU และจำนวนลูกค้าที่ฟื้นตัว กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีสัญญาณบวกจากต้นทุนที่ผ่อนคลาย โดย OSP โดดเด่นด้านการบริหารมาร์จิ้น TU ได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และ CPF มีแรงหนุนจากแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรที่ฟื้นตัว ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลคาดว่าจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีจากรายได้ผู้ป่วยไทยที่เริ่มกลับมาและอุปสงค์จากผู้ป่วยต่างชาติที่ดีขึ้น กลยุทธ์ยังคงเน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัวที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง สามารถรักษาระดับอัตรากำไรได้ และมีความสม่ำเสมอในการจ่ายเงินปันผล
หลักทรัพย์บัวหลวง·37dอ่านต่อ ▾
TU.BK

บาทอ่อนค่ารอบ 14 เดือนหนุนส่งออก-ท่องเที่ยว GFPT-TU-CPF รับอานิสงส์

นักวิชาการชี้เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนที่ระดับ 33.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทยซึ่งพึ่งพาภาคต่างประเทศสูงถึง 72% ของ GDP โดยช่วยให้สินค้าส่งออกถูกลงและกระตุ้นท่องเที่ยวช่วงที่เหลือของปี 2569 ด้าน GFPT เผยครึ่งปีหลังเข้าสู่ไฮซีซันหนุนรายได้ส่งออกซึ่งคิดเป็น 25% ของรายได้รวม ขณะที่โบรกเกอร์เอเซีย พลัส แนะหุ้นกลุ่มอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อน โดยชู TU CPF GFPT DELTA HANA และ KCE เป็นหุ้นเด่นน่าสะสม
Thunhoon·37dอ่านต่อ ▾
TU.BK

บล.เอเชียพลัส ชี้ 4 หุ้นเกษตร-อาหาร ครึ่งปีหลังเด่น เลือก ITC-GFPT

บล.เอเชียพลัส คาดกำไรปกติงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ของ 4 บริษัทในกลุ่มเกษตรและอาหาร ได้แก่ CPF, GFPT, TU และ ITC รวม 6.45 พันล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 53% จากปีก่อน โดยแนวโน้มครึ่งปีหลัง 2569 คาดดีกว่าครึ่งปีแรก จากการเข้าสู่ฤดูกาลส่งออกในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของกลุ่ม ประกอบกับค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า กลุ่มสัตว์บกอย่าง CPF และ GFPT คาดฟื้นตัวจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ขณะที่กลุ่มสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เลี้ยงอย่าง TU และ ITC คาดแรงกดดันด้านต้นทุนทยอยลดลง ฝ่ายวิจัยเลือกหุ้นเด่นคือ ITC จากทิศทางกำไรครึ่งปีหลังที่เติบโตทั้งเทียบครึ่งปีแรกและปีก่อน และ GFPT จากทิศทางกำไรไตรมาส 2 ที่ดีสุดในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน
HoonVision·38dอ่านต่อ ▾
TU.BK

ผู้ถือหุ้นเรดล็อบสเตอร์ฟ้องไทยยูเนี่ยนกรณีโปรโมชั่นกุ้งไม่อั้นขาดทุนยับ

ผู้ถือหุ้นของเรดล็อบสเตอร์ยื่นฟ้องโดยกล่าวหาว่าอดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ใช้อำนาจควบคุมเพื่อผลักดันโปรโมชั่นกุ้งไม่อั้นถาวรราคา 20 ดอลลาร์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล คดีที่ยื่นในออเรนจ์เคาน์ตี้ รัฐฟลอริดา อ้างว่าไทยยูเนี่ยนบีบบังคับให้ทำสัญญาที่ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตนเองในฐานะผู้จัดหากุ้งรายเดียวให้เรดล็อบสเตอร์ ทำให้เครือร้านขาดทุน 11 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว ผู้ถือหุ้นเรียกร้องค่าเสียหายหลายล้านดอลลาร์และต้องการให้ยกเลิกธุรกรรมมูลค่า 32 ล้านดอลลาร์ที่ไทยยูเนี่ยนถูกกล่าวหาว่ากดดันให้เรดล็อบสเตอร์ทำในปี 2023 โปรโมชั่นดังกล่าวซึ่งถูกทำให้เป็นแบบถาวรในปี 2023 ภายใต้การนำของพอล เคนนี ซีอีโอชั่วคราว นำไปสู่การขาดแคลนกุ้งและทำให้ลูกค้าหันไปจากเมนูที่มีกำไรสูงกว่า เรดล็อบสเตอร์ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 11 ในเดือนพฤษภาคม 2024 ปิดสาขาประมาณ 130 แห่ง และกลับมาดำเนินการภายใต้ผู้บริหารชุดใหม่ในปีเดียวกัน
Fortune·61dอ่านต่อ ▾