Broadcasting
สคร.ยันควบรวม อสมท-ไทยพีบีเอส เป็นไปไม่ได้ เตรียมชง ครม.ทบทวนรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง
นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. เปิดเผยว่า กระแสข่าวการควบรวมระหว่าง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นั้นเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานใช้ข้อกฎหมายแตกต่างกัน อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาของ อสมท รวมทั้งทบทวนแผนการดำเนินงานและบทบาทของรัฐวิสาหกิจอีก 8 แห่ง เพื่อประเมินทิศทางในอนาคต ครอบคลุมทั้งแนวทางการยุบกิจการ การควบรวมกิจการ หรือการปรับโครงสร้างองค์กร ให้หน่วยงานดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดรับกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนายธิบดีกล่าวว่าจะรอเสนอเข้า ครม. ซึ่งมีเรื่อง อสมท รวมอยู่ด้วย และน่าจะรวมถึงรัฐวิสาหกิจทั้ง 8 แห่ง แล้วจะแถลงข่าวอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. ได้เห็นชอบให้มีการศึกษาทบทวนบทบาท 8 รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร องค์การคลังสินค้า องค์การตลาด โรงพิมพ์ตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงงานไพ่ องค์การสุรา บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
Broadcasting▲
กสทช.สหรัฐฯ อนุมัติการถือครองของต่างชาติในดีลซื้อ Warner Bros. Discovery มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ของ Paramount
คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ อนุมัติการถือครองหุ้นของชาวต่างชาติในดีลที่ Paramount Skydance วางแผนซื้อ Warner Bros. Discovery มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ คณะกรรมการฯ อนุมัติคำร้องของ Paramount ที่ขอให้มีการจัดหาเงินทุนเกินกว่าร้อยละ 25 สำหรับธุรกรรมนี้ โดยยกเว้นเพดานการถือหุ้นของต่างชาติที่ร้อยละ 25 และอนุญาตให้นักลงทุนรายบุคคลถือหุ้นได้สูงสุดร้อยละ 20 ของส่วนทุน หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่านักลงทุนต่างชาติจะไม่มีหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง และจะไม่มีอิทธิพล ทิศทาง หรือการควบคุมใด ๆ ต่อการตัดสินใจด้านเนื้อหาหรือการบริหารบริษัทของ Paramount ด้าน Paramount กล่าวว่าขอขอบคุณการพิจารณาอย่างรอบคอบของคณะกรรมการฯ และยินดีที่คำร้องได้รับอนุมัติสอดคล้องกับกระบวนการที่กำหนดไว้ การอนุมัติดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ดีลนี้ถูกระงับ หลังจากอัยการสูงสุดของ 12 รัฐ นำโดยแคลิฟอร์เนีย ยื่นฟ้องเพื่อระงับดีลสื่อยักษ์ใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคม โดยกำหนดการพิจารณาคดีในเดือนมีนาคม เมื่อวันอังคาร ศาลมีคำสั่งให้ Paramount และร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดของแคลิฟอร์เนีย เข้าพบกันในวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อพยายามหาทางตกลงยุติคดี
Broadcasting▲
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมกลางสหรัฐฯ อนุมัติการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในการซื้อกิจการวอร์เนอร์ของพาราเมาต์
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟซีซี อนุมัติเมื่อวันที่ 17 ให้นักลงทุนต่างชาติร่วมลงทุนในการซื้อกิจการวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี หรือ ดับบลิวบีดี โดยพาราเมาต์ สกายแดนซ์ ยักษ์ใหญ่สื่อของสหรัฐฯ มูลค่าดีลราว 1.1 แสนล้านดอลลาร์ เอฟซีซีซึ่งกำกับดูแลการลงทุนจากต่างประเทศในธุรกิจโทรทัศน์ของสหรัฐฯ ประกาศว่าคราวนี้จะยกเว้นเพดานการถือหุ้นโดยทุนต่างชาติที่ร้อยละ 25 โดยนักลงทุนรายบุคคลสามารถถือหุ้นได้สูงสุดร้อยละ 20 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติไม่สามารถถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงได้ และจะไม่มีอิทธิพล คำสั่ง หรืออำนาจควบคุมใด ๆ ต่อการตัดสินใจด้านเนื้อหาหรือการบริหารองค์กรของพาราเมาต์ ทั้งจะไม่ให้ความเห็นหรือแนวทางใด ๆ และไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับพลเมืองสหรัฐฯ พาราเมาต์ยินดีกับการอนุมัติครั้งนี้ และระบุว่าการรวมกิจการจะทำให้บริษัทมีขนาดและทรัพยากรที่จำเป็นในการแข่งขัน ลงทุน สร้างนวัตกรรม และมอบเนื้อหาพรีเมียมแก่ผู้ชมทั่วโลก พาราเมาต์ระบุว่าเมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้น ตระกูลของแลร์รี เอลลิสัน มหาเศรษฐีและผู้ร่วมก่อตั้งออราเคิล พร้อมกับเรดเบิร์ด แคปิตอล พาร์ตเนอร์ส จะถือสัดส่วนหุ้นใหญ่ที่สุดในบริษัทที่รวมกิจการแล้วและถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดร้อยละ 100 ร่วมกัน โดยผู้ถือหุ้นรายอื่นไม่มีสิทธิในการบริหารใด ๆ ทั้งสิ้น เอฟซีซีระบุว่าหลังการซื้อขายเสร็จสิ้น นักลงทุนจากตะวันออกกลางจะถือหุ้นพาราเมาต์ราวร้อยละ 85 โดยร้อยละ 15.1 ของจำนวนนั้นคาดว่าจะถือโดยกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ หรือ พีไอเอฟ ซึ่งเป็นกองทุนของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย
Broadcasting▲
เจเนอแรกพุ่ง 18% หลังได้ดีลเครื่องปั่นไฟให้ศูนย์ข้อมูลของอเมซอนมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์
เจเนอแรกตกลงที่จะจัดหาเครื่องปั่นไฟสำรองให้กับศูนย์ข้อมูลของอเมซอนเป็นมูลค่าสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้น 18% และกลายเป็นหุ้นที่ทำผลงานดีที่สุดในดัชนีเอสแอนด์พี 500 บริษัทยังออกใบสำคัญแสดงสิทธิสำหรับการถือหุ้นในตัวเองด้วย ตามเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ และนักวิเคราะห์กล่าวว่าราคาหุ้นอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า ตลาดโดยรวมปิดสูงขึ้น โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้นประมาณ 300 จุด หรือราว 0.6% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้นประมาณ 86 จุด หรือ 1.2% และดัชนีแนสแด็กคอมโพสิตเพิ่มขึ้นประมาณ 1.7% หุ้นอินเทลเพิ่มขึ้นมากกว่า 7.5% หลังจากเอสเค ไฮนิกซ์ ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของเกาหลีใต้ กล่าวว่าอาจร่วมมือกับบริษัท หลังจากที่รอยเตอร์รายงานว่าอาจเช่าส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตชิปในรัฐโอไฮโอของอินเทลที่วางแผนไว้นานแล้ว หรือจัดตั้งกิจการร่วมค้า แม้ว่าเอสเค ไฮนิกซ์กล่าวว่ายังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ ในกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลง พาราเมาต์ สกายแดนซ์ ลดลงมากกว่า 4.6% หลังจากนักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์สโต้แย้งว่าการควบรวมกิจการที่เสนอไว้กับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงทางการเงินและการดำเนินงานมหาศาล และคาดการณ์ว่าบริษัทจะแยกตัวออกในที่สุด ขณะที่ฟลูเอนซ์ เอนเนอร์จี ดิ่งลง 15% หลังจากปรับลดคาดการณ์รายได้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลมาจากปัญหาการผลิตที่โรงงานในฮิวสตัน
Broadcasting▲
KGEN รับ RWI ถือหุ้น 7.68% เดินหน้าห่วงโซ่ EV เป้ายอดผลิตสิ้นปี 40,000 คัน
บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN เปิดเผยว่า บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RWI ได้เข้าถือหุ้นใน KGEN ผ่านการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน PP วงเงินไม่เกิน 250 ล้านบาท ในราคาไม่เกิน 1.35 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 7.68% หลังการเพิ่มทุน โดยใช้เงินลงทุนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 252 ล้านบาท และ RWI จะได้รับสิทธิจองซื้อ KGEN-W3 ตามสัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิมในวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท ขนาดรายการสูงสุดเท่ากับ 24.67% เข้าข่ายรายการประเภทที่ 3 ซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 โดยกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา KGEN กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ภายในประเทศ สอดคล้องกับนโยบายเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้ความร่วมมือกับแบรนด์ CHERY โดย RWI เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเหล็กกล้าดึงเย็นซึ่งนำไปใช้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ปัจจุบัน KGEN ผลิตยานยนต์แล้ว 20,000 คัน ด้วยกำลังการผลิตอีวีประมาณ 5,000 คันต่อเดือน และคาดว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีจะมีกำลังการผลิตเพิ่มอีก 15,000–20,000 คัน ทำให้ยอดผลิตรวมสิ้นปีแตะระดับประมาณ 40,000 คัน ขณะที่ยอดจองปลายปีคาดว่าจะเร่งตัวจากงาน Motor Expo ในเดือนธันวาคม ซึ่งจะมีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่เพิ่มอีก 2–3 รุ่น และบริษัทได้เซ็นสัญญาสนับสนุนฟลีตรถขนส่งให้แก่ J&T Express รวมถึงการใช้รถกระบะไฟฟ้าสำหรับการขนส่งระยะทางไม่เกิน 400 กิโลเมตร
Broadcasting▼
ข้อเสนอซื้อ Warner Bros. ของ Paramount เผชิญข่าวลือถอนตัวจากแคลิฟอร์เนียและเจรจาไกล่เกลี่ย
Paramount Skydance Corp. อาจเตรียมย้ายออกจากแคลิฟอร์เนีย ขณะที่บริษัทเดินหน้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ TMZ ที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่นครลอสแอนเจลิสและสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งแคลิฟอร์เนียได้รับแจ้งว่าจะมีการประกาศดังกล่าว แต่กลับไม่เกิดขึ้นจริง แคลิฟอร์เนียและอีก 11 รัฐฟ้องคดีในเดือนกรกฎาคมเพื่อสกัดกั้นดีลนี้ โดยอ้างว่าอาจลดการแข่งขันและทำให้ราคาสินค้าและบริการด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์สูงขึ้น Paramount ระบุว่าการล่าช้าเกินวันที่ 30 กันยายนจะทำให้ต้องจ่ายเงิน 7 ล้านดอลลาร์ต่อวันให้แก่ผู้ถือหุ้นของ Warner Bros. และบริษัทได้ขอหลักประกันมูลค่า 1.88 พันล้านดอลลาร์จากรัฐที่คัดค้านธุรกรรมนี้ Paramount อัยการสูงสุดแห่งแคลิฟอร์เนีย ร็อบ บอนตา และสมาคมนักเขียนแห่งอเมริกา มีกำหนดจัดการเจรจาไกล่เกลี่ยในวันที่ 14-15 ตุลาคม ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเพิ่มขึ้นสำหรับนักลงทุนที่จับตาว่าบริษัทจะยุติข้อพิพาทในแคลิฟอร์เนียได้ก่อนที่ต้นทุนและความไม่แน่นอนรอบดีลใหญ่ที่สุดของบริษัทจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกหรือไม่
Broadcasting
คลัง เตรียมเสนอ ครม. ทบทวนบทบาท 8 รัฐวิสาหกิจ ปัดควบรวม อสมท.-ไทยพีบีเอส
กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาของ บมจ. อสมท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนทบทวนบทบาทรัฐวิสาหกิจทั้งหมด 8 แห่ง ตามที่นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เปิดเผย โดยแผนดังกล่าวครอบคลุมทั้งแนวทางการยุบกิจการ การควบรวมกิจการ หรือการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อให้หน่วยงานดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดรับกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป นายธิบดี ยืนยันว่ากระแสข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง บมจ. อสมท กับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเป็นไปไม่ได้แน่นอน เนื่องจากติดข้อกฎหมายของทั้ง 2 หน่วยงานที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้เห็นชอบให้ศึกษาทบทวนบทบาทรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง ได้แก่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร องค์การคลังสินค้า องค์การตลาด โรงพิมพ์ตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงงานไพ่ องค์การสุรา บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และ บมจ. อสมท โดยกระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม. พิจารณาทบทวนแผนการดำเนินงานและบทบาทของรัฐวิสาหกิจอีก 7 แห่งที่เหลือเพื่อประเมินทิศทางในอนาคตด้วย
Broadcasting
ศุภมาส ปัดข่าวควบรวม อสมท กับไทยพีบีเอส ย้ำเร่งฟื้นฟูองค์กร
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง อสมท กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส โดยระบุว่ายังไม่ทราบรายละเอียดและผู้บริหาร อสมท ยังไม่ได้รับแจ้งเรื่องการควบรวมแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ อสมท อยู่ระหว่างทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. เพื่อหาแนวทางฟื้นฟูองค์กรและดูแลไม่ให้เกิดภาวะขาดทุน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และย้ำว่าบุคลากร อสมท ยังไม่ควรตื่นตระหนก เนื่องจากกระแสข่าวดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลที่อ้างแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง ยังไม่มีข้อสรุปหรือแนวทางอย่างเป็นทางการ ด้านนายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่ากระทรวงการคลังเตรียมลดสัดส่วนการถือหุ้นใน อสมท และอาจนำไปสู่การควบรวมกับไทยพีบีเอส หากไม่สามารถหาพันธมิตรเอกชนรายใหม่ได้ภายใน 6 เดือน โดยยืนยันว่าไม่เคยให้สัมภาษณ์หรือมีแนวคิดเกี่ยวกับการควบรวมดังกล่าว ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สคร. เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. พิจารณาทบทวนบทบาทของรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง เพื่อหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดความซ้ำซ้อน และบริหารทรัพยากรภาครัฐให้เหมาะสม โดยมีทางเลือกตั้งแต่การปรับโครงสร้าง การควบรวมกิจการ ไปจนถึงการลดสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐต่ำกว่า 50% ซึ่ง อสมท เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางปรับโครงสร้าง หลังเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรมสื่อและโทรทัศน์ดิจิทัล โดยแนวทางเบื้องต้นมุ่งเน้นการปรับระบบบริหารผ่านคณะกรรมการชุดใหม่ รวมถึงการดึงพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาสนับสนุน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและฟื้นฟูผลประกอบการในระยะยาว
Broadcasting▲
คนร. ไฟเขียวแผนฟื้นฟู อสมท. เตรียมชง ครม. ทบทวนบทบาทอีก 8 รัฐวิสาหกิจ
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. มีมติเห็นชอบแผนปรับโครงสร้าง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT เพื่อฟื้นฟูการดำเนินธุรกิจและเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไร โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญที่เสนอในแผนคือการควบรวมกิจการระหว่าง อสมท. กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ กระทรวงการคลังเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ภายในสัปดาห์หน้า หรืออย่างช้าสัปดาห์ถัดไป หาก ครม. เห็นชอบจึงจะกำหนดทิศทางการดำเนินการที่ชัดเจนต่อไป ทั้งนี้ การควบรวมระหว่าง อสมท. และไทยพีบีเอส ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย เนื่องจากทั้งสององค์กรจัดตั้งและดำเนินงานภายใต้กฎหมายที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากรัฐบาลเดินหน้าจริงจะต้องแก้ไขกฎหมายหลายฉบับและผ่านขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน นอกจากแผนฟื้นฟูของ อสมท. แล้ว กระทรวงการคลังยังเตรียมเสนอให้ ครม. พิจารณาทบทวนแผนการดำเนินงานและบทบาทของรัฐวิสาหกิจอีก 8 แห่ง ครอบคลุมแนวทางการยุบกิจการ การควบรวมกิจการ หรือการปรับโครงสร้างองค์กร ด้าน นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ยืนยันว่ากระแสข่าวที่ว่ากระทรวงการคลังเตรียมลดสัดส่วนการถือหุ้นใน MCOT และอาจให้ควบรวมกับไทยพีบีเอส หากไม่สามารถหาผู้ร่วมถือหุ้นเอกชนรายใหม่ได้ภายใน 6 เดือน ไม่เป็นความจริง และมองว่าแนวคิดดังกล่าวยังเป็นไปได้ยากทั้งในแง่หลักการและข้อกฎหมายในปัจจุบัน
Broadcasting▼
ฟ็อกซ์เผชิญคำขอที่สองจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เกี่ยวกับการซื้อกิจการโรกู
ฟ็อกซ์ คอร์ปอเรชัน เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ออกคำขอข้อมูลฉบับที่สองเกี่ยวกับข้อเสนอการเข้าซื้อกิจการโรกู อิงค์ ซึ่งเป็นการยืดระยะเวลารอการรวมกิจการก่อนการควบรวม ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องการเอกสารและข้อมูลเพิ่มเติม ฟ็อกซ์กล่าวว่าบริษัทยังคงให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ และคาดว่าการปิดดีลจะยังคงเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 ตามรายงานของเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล โรกูมีผู้ชมมากกว่า 100 ล้านครัวเรือนทั่วโลก และจะมอบแพลตฟอร์มโทรทัศน์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มั่นคง เทคโนโลยีโฆษณา และความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้บริโภคให้แก่ฟ็อกซ์ รายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายนไม่ได้เปิดเผยมาตรการเยียวยาที่กระทรวงยุติธรรมเสนอแต่อย่างใด และเป้าหมายการปิดดีลในครึ่งแรกของปี 2570 ยังคงเป็นความคาดหวังมากกว่ากำหนดเวลาของหน่วยงานกำกับดูแล ฐานข้อมูลของอินไซเดอร์ มังกี้แสดงให้เห็นว่ามีกองทุนเฮดจ์ฟันด์ 60 แห่งถือหุ้นในฟ็อกซ์ คอร์ปอเรชัน ณ สิ้นไตรมาสที่สองของปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 43 แห่งเมื่อสามเดือนก่อนหน้า แม้ว่าการยื่นเอกสารเหล่านั้นจะสะท้อนสถานะการถือครองก่อนที่จะมีรายงานเกี่ยวกับคำขอฉบับที่สอง
Broadcasting
พาราเมาต์ สกายแดนซ์ คาดย้ายออกจากแคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางศึกซื้อวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์
พาราเมาต์ สกายแดนซ์ คาดว่าจะย้ายออกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางการต่อสู้กับอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนียเกี่ยวกับแผนซื้อกิจการวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ ตามรายงานของทีเอ็มแซด การหารือภายในของสำนักงานนายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิสและอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนียบ่งชี้ว่า นายกเทศมนตรีและสำนักงานอัยการสูงสุดได้รับแจ้งว่าการประกาศดังกล่าวจะมีขึ้นในวันอังคาร แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น เมื่อเดือนที่แล้ว เดวิด เอลลิสัน ซีอีโอของพาราเมาต์ ขู่จะย้ายสตูดิโอภาพยนตร์ออกจากแคลิฟอร์เนีย หากเขาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดของแคลิฟอร์เนีย โดยกล่าวว่าสตูดิโอจะย้ายไปรัฐเทนเนสซี เท็กซัส จอร์เจีย หรือรัฐอื่นที่ระบุไว้ หากไม่บรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 1 ตุลาคม เมื่อช่วงค่ำวันอังคาร เอกสารยื่นต่อศาลระบุว่าพาราเมาต์ สกายแดนซ์ และบอนตาตกลงจะพบกันในวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อพยายามหาข้อตกลงที่เป็นไปได้ โดยบอนตาต้องการสัมปทานซึ่งรวมถึงการขายบางส่วนของบริษัทที่ควบรวมกัน ขณะที่พาราเมาต์จนถึงขณะนี้เสนอเพียงสัมปทานด้านพฤติกรรม เช่น คำมั่นว่าจะออกฉายภาพยนตร์อย่างน้อย 30 เรื่อง พาราเมาต์ สกายแดนซ์ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อทีเอ็มแซด และหุ้นของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.2% ขณะที่พาราเมาต์เพิ่มขึ้น 1.3%
Broadcasting
พาราเมาต์และอัยการสูงสุดแคลิฟอร์เนียกำหนดเจรจาไกล่เกลี่ยควบรวมกิจการวันที่ 14-15 ตุลาคม
พาราเมาต์ สกายแดนซ์ อัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย ร็อบ บอนตา และสมาคมนักเขียนแห่งอเมริกา ตกลงจัดการเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นเวลาสองวันเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม ในคดีฟ้องร้องที่พยายามระงับการควบรวมกิจการระหว่างพาราเมาต์กับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งยื่นต่อศาลแขวงสหรัฐสำหรับเขตเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันอังคาร มีขึ้นหลังจากที่ผู้พิพากษาสั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้พาราเมาต์และอัยการสูงสุดของ 12 รัฐที่ฟ้องคดีเพื่อระงับดีลนี้หาวันในเดือนตุลาคมสำหรับการเจรจา ก่อนการเจรจาจะเริ่ม ทั้งสองฝ่ายจะยื่นคำแถลงสนับสนุนจุดยืนของตนเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ รวมถึงการประเมินโอกาสที่จะชนะคดีและประเด็นสำคัญที่ยังพิพาทกัน และคำสั่งศาลให้อำนาจเต็มแก่ตัวแทนของทุกฝ่ายในการเจรจาและยุติคดี บอนตาต้องการให้มีการผ่อนปรนซึ่งรวมถึงการขายบางส่วนของบริษัทที่ควบรวมกัน ขณะที่พาราเมาต์จนถึงขณะนี้เสนอเพียงการผ่อนปรนเชิงพฤติกรรม เช่น คำมั่นว่าจะออกฉายภาพยนตร์อย่างน้อย 30 เรื่อง เดิมทีตัวแทนของบอนตาและพาราเมาต์มีกำหนดพบกันในวันที่ 24 สิงหาคม ก่อนที่บอนตาจะยกเลิกการเจรจาท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าพาราเมาต์รั่วไหลรายละเอียดลับจากการหารือก่อนหน้านี้ และพาราเมาต์ขู่ว่าจะย้ายการดำเนินงานทั้งหมดออกจากรัฐแคลิฟอร์เนียหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในวันที่ 1 ตุลาคม
Broadcasting
พาราเมาต์ สกายแดนซ์ ชั่งน้ำหนักย้ายฐานออกจากแคลิฟอร์เนีย หากดีลควบรวมกับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรีถูกบล็อก
พาราเมาต์ สกายแดนซ์ กำลังพิจารณาย้ายฐานปฏิบัติการหลักออกจากแคลิฟอร์เนีย หากดีลควบรวมกิจการกับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรีที่เสนอไว้ถูกบล็อก ตามรายงานภายในที่รั่วไหลออกมาก่อนกำหนดเส้นตายการตัดสินใจในเดือนตุลาคม เอกสารดังกล่าวเตือนว่าแคลิฟอร์เนียอาจสูญเสียตำแหน่งงานหลายหมื่นตำแหน่งและมูลค่าผลผลิตทางเศรษฐกิจหลายพันล้านดอลลาร์ หากการย้ายฐานเกิดขึ้น การขู่ย้ายฐานนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่พาราเมาต์ สกายแดนซ์ กำลังปรับโครงสร้างหนี้ของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี ผ่านข้อเสนอซื้อคืนและแลกเปลี่ยนพันธบัตรซึ่งขยายเวลาถึงวันที่ 25 กันยายน 2026 โดยการขยายกำหนดเวลาดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้การชำระบัญชีพันธบัตรสอดคล้องกับการปิดดีลในที่สุด บริษัทซึ่งมีมูลค่าตลาดราว 1.19 หมื่นล้านดอลลาร์ ได้สร้างเรื่องเล่าหลักของตนบนการขยายกำลังการผลิตคอนเทนต์ การรวมแพลตฟอร์มเทคโนโลยี และการไล่ล่าผลประโยชน์ด้านประสิทธิภาพอย่างน้อย 3 พันล้านดอลลาร์ มากกว่าที่จะขึ้นอยู่กับที่ตั้งสำนักงานใหญ่ นักลงทุนกำลังจับตากำหนดเส้นตายด้านการต่อต้านการผูกขาดในวันที่ 1 ตุลาคม และคำตัดสินหรือข้อตกลงในศาลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวทางที่ปรับปรุงใหม่เกี่ยวกับศูนย์การผลิตในอนาคต การแก้ไขเงื่อนไขดีลวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี หรือการเปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับต้นทุนการปรับโครงสร้างและการย้ายฐานที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หากการควบรวมไม่ดำเนินต่อไป
Broadcasting▲
SES ปล่อยดาวเทียม O3b mPOWER สามดวงสุดท้าย สำเร็จครบกลุ่มดาววงโคจรปานกลาง
SES ประกาศความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียม O3b mPOWER ดวงที่ 11 12 และ 13 ครบสมบูรณ์กลุ่มดาวเทียมวงโคจรปานกลางรุ่นที่สอง ดาวเทียมทั้งสามดวงขึ้นสู่อวกาศเมื่อเวลา 14.49 น. ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยจรวด Falcon 9 ของ SpaceX จากฐานปล่อย Space Launch Complex 40 ณ สถานีอวกาศ Cape Canaveral โดยดาวเทียมทั้งสามดวงจะเข้าร่วมกับยานอวกาศ O3b mPOWER 10 ดวงที่ปฏิบัติงานอยู่แล้ว ทำให้กลุ่มดาวเทียมครบ 13 ดวง ให้บริการตั้งแต่ระดับหลายสิบเมกะบิตต่อวินาทีไปจนถึงหลายกิกะบิตต่อวินาทีแก่พื้นที่ใดก็ตาม นาย Adel Al-Saleh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่าการปล่อยครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความสามารถของ SES ในการมอบการเชื่อมต่อที่ทนทาน ปลอดภัย และขยายขนาดได้สำหรับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจ ผู้ให้บริการคลาวด์ และลูกค้ากลุ่มโมบิลิตี คาดว่าดาวเทียมที่เพิ่งปล่อยใหม่จะเริ่มปฏิบัติงานได้ภายในกลางปี 2027 ขยายขีดความสามารถการเชื่อมต่อประสิทธิภาพสูงในพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส และขับเคลื่อนกลยุทธ์เครือข่ายวงโคจรปานกลางรุ่นใหม่ของ SES
Broadcasting▼
หทัยรัตน์ จุฬางกูร รับปันผล 6 หุ้นรวม 39.96 ล้านบาท พร้อมเพิ่มถือหุ้น BEC และ TKN
นักลงทุนรายใหญ่ หทัยรัตน์ จุฬางกูร เตรียมรับเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกของปี 2569 จากหุ้นในพอร์ต 6 บริษัท มูลค่ารวม 39,966,492 บาท โดยจ่ายในช่วงครึ่งแรกของเดือนกันยายน 2569 ประกอบด้วย BEC 10,684,664 บาท จ่ายวันที่ 10 กันยายน, GRAMMY 10,119,185 บาท จ่ายวันที่ 11 กันยายน, NNCL 10,123,393 บาท จ่ายวันที่ 10 กันยายน, ONEE 4,742,832 บาท จ่ายวันที่ 4 กันยายน, SAMART 2,461,326 บาท จ่ายวันที่ 11 กันยายน และ TKN 1,835,092 บาท จ่ายวันที่ 11 กันยายน ในการสำรวจพอร์ตเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า หทัยรัตน์ ปรับสัดส่วนการถือครองใน 2 บริษัท โดยเพิ่มหุ้น BEC เป็น 267,116,600 หุ้น หรือ 13.36% จากเดิม 266,452,000 หุ้น หรือ 13.32% และเพิ่มหุ้น TKN เป็น 13,107,800 หุ้น หรือ 0.95% จากเดิม 11,481,700 หุ้น หรือ 0.83% ขณะที่ราคาหุ้นในเดือนกันยายน 2569 ของ BEC ลดลง 0.51% และของ TKN ลดลง 0.96% ทั้งนี้ บล.กรุงศรี แนะนำ Reduce หุ้น BEC ที่ราคาเป้าหมาย 1.38 บาท โดยระบุว่าเม็ดเงินสื่อทีวีที่หดตัวกดดันกำไรต่อเนื่อง แม้ฐานะการเงินแข็งแกร่งมีเงินสดสุทธิราว 1.92 บาทต่อหุ้น แต่รายได้ธุรกิจใหม่ยังไม่สามารถชดเชยการหดตัวของค่าโฆษณาได้มากนัก และคาดผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 ฟื้นตัวจากแรงกดดันสงครามที่คลี่คลายและการเพิ่มรายได้จากอีเวนต์และบริหารศิลปิน ขณะที่อัตราภาษีจ่ายยังสูงและอนาคตสัมปทานทีวีดิจิทัลยังไม่ชัดเจน
Broadcasting
ผู้พิพากษาสั่งพาราเมาต์และอัยการสูงสุดของรัฐเจรจาไกล่เกลี่ยข้อตกลงปลายเดือนตุลาคม
ผู้พิพากษาสั่งให้พาราเมาต์ สกายแดนซ์ และกลุ่มอัยการสูงสุดของ 12 รัฐที่ฟ้องเพื่อระงับการซื้อกิจการวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ของบริษัท กำหนดการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อตกลงในช่วงปลายเดือนหน้า ยังไม่มีการกำหนดวันเจาะจง แต่ผู้พิพากษาสืบสวนได้เสนอให้คู่ความหาสองวันติดต่อกันในช่วงปลายเดือนตุลาคมเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยข้อตกลงแบบพบหน้า ตามเอกสารของศาลเมื่อวันศุกร์ การเจรจาจะมีผู้พิพากษาสืบสวนโทมัส ฮิกสัน เป็นผู้ดูแล การพัฒนานี้เกิดขึ้นหลังจากร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย ยกเลิกการประชุมกับตัวแทนของพาราเมาต์เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เพื่อเริ่มหารือเกี่ยวกับการยุติคดีของรัฐที่พยายามระงับดีลสื่อยักษ์ใหญ่นี้ เมื่อเดือนที่แล้ว เดวิด เอลลิสัน ซีอีโอของพาราเมาต์ ขู่จะย้ายสตูดิโอภาพยนตร์ออกจากแคลิฟอร์เนีย หากเขาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับบอนตา โดยกล่าวว่าสตูดิโอจะย้ายไปเทนเนสซี เท็กซัส จอร์เจีย หรือรัฐอื่นที่ระบุไว้ หากไม่บรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 1 ตุลาคม
Broadcasting▲
SES เปิดตัวแพลตฟอร์ม SES CORE สำหรับจัดระเบียบเนื้อหาและส่งมอบแบบไฮบริด
SES ประกาศเปิดตัว SES CORE แพลตฟอร์มจัดระเบียบเนื้อหาและส่งมอบแบบไฮบริดแห่งแรกของวงการ ที่ช่วยให้ลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการออกอากาศและสื่อสามารถจัดการ ตรวจสอบ และเปิดใช้งานการส่งเนื้อหาผ่านดาวเทียม ไฟเบอร์ และ IP ผ่านอินเทอร์เฟซเดียว แพลตฟอร์มนี้สร้างบนสถาปัตยกรรมที่เป็นกลางต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยรวมเทคโนโลยีการกระจายหลายรูปแบบเข้าไว้ในชั้นการจัดระเบียบแบบรวมศูนย์ เพื่อให้ลูกค้าเลือกเส้นทางการส่งมอบที่มีประสิทธิภาพที่สุด พร้อมรับประกันความน่าเชื่อถือของบริการและการส่งมอบเนื้อหาคุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอให้แก่พันธมิตรทั่วโลก SES CORE มอบความสามารถในการมองเห็นสถานะบริการแบบเรียลไทม์แก่ลูกค้า ด้วยการตรวจสอบฟีดเนื้อหาที่ใช้งานอยู่ ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพเครือข่าย ทำงานอัตโนมัติสำหรับงานปฏิบัติการ และมีทางเลือกด้านความซ้ำซ้อน ช่วยให้ผู้ประกอบการออกอากาศบริหารการกระจายได้อย่างอิสระและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายดีปัก มาธูร์ ประธานฝ่ายสื่อของ SES กล่าวว่าผู้ประกอบการออกอากาศกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมการกระจายที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และ SES CORE มอบแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่ออกแบบมาสำหรับอนาคตของการจัดระเบียบเนื้อหาและการส่งมอบแบบไฮบริด SES ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในลักเซมเบิร์กและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปารีสและลักเซมเบิร์กภายใต้สัญลักษณ์ SESG กล่าวว่าการเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเข้าซื้อกิจการ Intelsat และประสบการณ์ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมระดับโลกที่รวมกันมากกว่า 100 ปี
Broadcasting▲
บอร์ดอีวีเคาะภาษีสรรพสามิตรถ 3 เทียร์ KGEN ชี้ออเดอร์อีวีโต 50%
คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี ชุดใหม่ ในการประชุมนัดแรก มีมติเห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่แบบ 3 เทียร์ ครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี รถยนต์ไฟฟ้าอาร์อีอีวี รถยนต์ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด โดยเทียร์ที่ 1 เก็บอัตราต่ำที่สุดสำหรับรถที่ผลิตในประเทศและใช้ชิ้นส่วนในประเทศ เทียร์ที่ 2 อัตรากลางสำหรับรถนำเข้าที่มีแผนลงทุนตั้งโรงงานในไทยชัดเจน และเทียร์ที่ 3 อัตราสูงที่สุดสำหรับรถนำเข้าจำหน่ายเชิงพาณิชย์ที่ไม่มีแผนลงทุน กรมสรรพสามิตจะเร่งสรุปอัตราภาษีแต่ละเทียร์เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็วที่สุด ด้านนายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN เปิดเผยว่าออเดอร์รถยนต์อีวีเติบโต 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดสะสมราว 10,000 คันตั้งแต่ช่วงงาน Big Motor Sale และอยู่ระหว่างทยอยส่งมอบให้ลูกค้า โดยอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่อาจปรับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 30% และคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ช่วงสิ้นปีนี้ ทำให้ผู้บริโภคเร่งตัดสินใจซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ KGEN เตรียมประกาศราคารถรุ่น V27 ภายในเดือนนี้ พร้อมแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่เพิ่มเติมในงาน Motor Expo ช่วงสิ้นปี และอยู่ระหว่างยื่นประมูลจัดส่งรถให้กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งมั่นใจสูงว่าจะชนะการประมูล
Broadcasting
พาราเมาท์ สกายแดนซ์ ขอให้ศาลบังคับใช้พันธบัตร ขณะที่การควบรวมกับดับเบิลยูบีดีใกล้เสร็จสิ้น
พาราเมาท์ สกายแดนซ์ คอร์ปอเรชั่น ได้ยื่นเอกสารตอบกลับเพื่อขอให้ศาลชั้นต้นบังคับใช้ข้อกำหนดพันธบัตรต่ออัยการสูงสุดของรัฐและสมาคมนักเขียนแห่งอเมริกา ซึ่งคดีความของพวกเขาเป็นอุปสรรคสุดท้ายต่อการควบรวมกิจการกับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี บริษัทระบุว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการปิดดีลทั้งหมดแล้ว และได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลใน 69 เขตอำนาจศาล พร้อมเตือนว่าความล่าช้ากำลังก่อให้เกิดต้นทุนดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทางการเงินจำนวนมาก ซึ่งอาจสูงถึง 1.88 พันล้านดอลลาร์ พาราเมาท์ตกลงที่จะเลื่อนการปิดดีลเพื่ออำนวยความสะดวกในการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้สละสิทธิ์ในการได้รับความคุ้มครองจากพันธบัตรภายใต้พระราชบัญญัติเคลย์ตันและกฎข้อ 65 บริษัทโต้แย้งว่าคดีความดังกล่าวไม่มีมูล และโจทก์ต้องยอมรับความรับผิดชอบทางการเงินหากการท้าทายของพวกเขาล้มเหลว ดังที่สมาคมนักเขียนแห่งอเมริกาเคยโต้แย้งเองว่าพันธบัตรเป็นข้อบังคับในกรณีเช่นนี้
Broadcasting
พาราเมาท์ สกายแดนซ์ ขยายกำหนดการแลกเปลี่ยนหนี้และข้อเสนอซื้อหุ้นกู้ถึงวันที่ 18 กันยายน
พาราเมาท์ สกายแดนซ์ คอร์ปอเรชั่น ได้ขยายกำหนดเวลาการเสนอแลกเปลี่ยนและข้อเสนอซื้อหุ้นกู้ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ไปจนถึงเวลา 17:00 น. ตามเวลานครนิวยอร์ก ในวันที่ 18 กันยายน 2026 เว้นแต่จะมีการขยายเวลาอีก ข้อเสนอเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือแลกเปลี่ยนหุ้นกู้ที่ออกโดยดิสคัฟเวอรี่ โกลบอล โฮลดิ้งส์ อิงค์ และดิสคัฟเวอรี่ คอมมิวนิเคชั่นส์ แอลแอลซี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี่ อิงค์ โดยแลกเป็นหุ้นกู้ใหม่ที่พาราเมาท์จะออก พาราเมาท์คาดว่าจะมีการขยายเวลาเพิ่มเติมเพื่อให้การชำระเงินสอดคล้องกับการปิดการเข้าซื้อกิจการวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี่ที่เสนอไว้ ณ วันที่ 4 กันยายน 2026 หุ้นกู้ที่มีสิทธิ์ในข้อเสนอซื้อประมาณ 66.28% ของจำนวนเงินต้นรวม และ 75.31% สำหรับข้อเสนอแลกเปลี่ยน ได้ถูกเสนอขายอย่างถูกต้องแล้ว แม้ว่าพาราเมาท์จะระบุว่าตัวเลขเหล่านี้อาจไม่สะท้อนผลลัพธ์สุดท้าย ข้อเสนอเหล่านี้มีให้เฉพาะผู้ซื้อสถาบันที่มีคุณสมบัติและบุคคลที่ไม่ใช่ชาวอเมริกัน โดยมีบีโอเอฟเอ ซิเคียวริตี้ส์ และซิตี้กรุ๊ปเป็นผู้จัดการการเสนอขาย
Broadcasting▲
KGEN ครองแชร์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเกือบ 20% ในสิงหาคม
บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN เปิดเผยว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า BEV ในเดือนสิงหาคม 2569 ของกลุ่ม Chery ซึ่งร่วมทุนกับ KGEN รวม 3 รุ่น ได้แก่ JAECOO 5 EV, CHERY V23 และ JAECOO 6 EV มีจำนวนรวม 4,236 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 19.18% ของตลาด BEV ทั้งหมดที่มีการจดทะเบียน 22,088 คัน โดย JAECOO 5 EV เป็นรุ่นที่มียอดจดทะเบียนสูงสุด 2,656 คัน คิดเป็น 12.02% ของตลาด BEV นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษาของ KGEN กล่าวว่า บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 8,000 คันต่อเดือน โดยเพิ่มกะที่ 2 อีก 3,000 คัน เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และตั้งเป้ายอดขายในช่วงครึ่งปีหลังไว้ที่ 20,000 คัน โดยมีแบรนด์หลักคือ JAECOO, OMODA, LEPAS และ CHERY ซึ่งวางราคาจำหน่ายเฉลี่ย 500,000 ถึง 700,000 บาทต่อคัน เพื่อเจาะตลาดกลุ่มแมส
Broadcasting▼
ซีอีโอพาราเมาท์เคลียร์ 68 ประเทศสำหรับดีลวอร์เนอร์บราเธอส์ แคลิฟอร์เนียยังขัดขวาง
เดวิด เอลลิสัน ซีอีโอของพาราเมาท์ สกายแดนซ์ คอร์ปอเรชั่น ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลใน 68 เขตอำนาจศาลสำหรับการเสนอซื้อวอร์เนอร์ บราเธอส์ ดิสคัฟเวอรี่มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ แต่คดีความจากอัยการสูงสุดของ 12 รัฐยังคงเป็นอุปสรรคสุดท้าย ร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดของแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผู้นำคดีของรัฐต่างๆ ได้ยกเลิกการประชุมเจรจาข้อตกลงที่วางแผนไว้กับเอลลิสัน โดยอ้างถึง "การขาดความสุจริต" พาราเมาท์กล่าวว่ายังคง "มีความหวัง" และปฏิเสธว่าเป็นแหล่งที่มาของการรั่วไหลเกี่ยวกับการเจรจา ทอม โรเจอร์ส ผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อกล่าวว่า กลุ่มคนในรัฐแคลิฟอร์เนีย "ไม่เห็นด้วยกับการทำธุรกรรมนี้อย่างท่วมท้น" ซึ่งลดแรงจูงใจของรัฐในการเจรจาข้อตกลง พาราเมาท์เผชิญกับค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นซึ่งอาจสูงถึงประมาณ 650 ล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน และได้ขอให้ศาลบังคับให้รัฐต่างๆ วางพันธบัตรมูลค่า 1.88 พันล้านดอลลาร์
Broadcasting▲
KGEN ครองแชมป์ Big Motor Sale 2026 ยอดจองทะลุ 10,000 คัน
OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) กวาดยอดจองในงาน Big Motor Sale 2026 รวม 5,028 คัน ภายใน 10 วัน ส่งผลให้บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN ครองอันดับ 1 ยอดจองรถยนต์รวมในงานด้วยตัวเลขมากกว่า 10,000 คัน โดยมียอดจองรถยนต์รวมทั้งสิ้น 11,165 คัน ตลอดการจัดงานระหว่างวันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 โดย JAECOO 5 EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็น 53% ของยอดจองทั้งหมด ตามด้วย JAECOO 6T REEV อีก 28% ขณะที่ลูกค้าเริ่มจอง iCar ล่วงหน้า แม้ยังไม่ประกาศราคา และเมื่อรวมยอดจองจากงาน Motor Show ช่วงต้นปีราว 22,000 คัน ทำให้ยอดสะสมแข็งแกร่ง โรงงานมีกำลังผลิตกว่า 5,000 คันต่อเดือน และเตรียมส่งมอบราว 20,000 คันในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี โดยเพิ่มการผลิตเป็น 2 กะ รองรับกำลังผลิตสูงสุด 80,000–100,000 คันต่อปี
Broadcasting▲
KGEN ออเดอร์ JAECOO 5 ทะลักหมื่นคัน เตรียมส่งมอบหมดในไตรมาส 4/2569
บมจ.คิง เจน หรือ KGEN เผยยอดจองสะสมรถยนต์ไฟฟ้า JAECOO 5 มากกว่า 10,000 คัน ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 และคาดว่าจะส่งมอบได้หมดภายในไตรมาส 4/2569 โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าใหม่อีก 3 รุ่นในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพื่อเจาะตลาดขนส่งสินค้า รถโดยสาร และแท็กซี่ พร้อมตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตเป็น 8,000 คันต่อเดือนในปี 2570 จากปัจจุบัน 5,000 คันต่อเดือน และวางแผนขยายคลังอะไหล่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนในอดีต
Broadcasting▲
KGEN ยอดจองทะลุ 1 หมื่นคัน เตรียมส่งมอบอีก 2 หมื่นคัน
KGEN รายงานยอดจองรถยนต์จากงาน Big Motor Sale ทะลุ 10,000 คัน สะท้อนความต้องการที่ยังสูง แม้เป็นช่วงโลว์ซีซัน โดยยอดจองส่วนใหญ่มาจากแบรนด์ OMODA & JAECOO ประมาณ 5,000 คัน รองลงมาเป็น CHERY 2,200 คัน และแบรนด์อื่นๆ อีกกว่า 600 คัน ทำให้ครองอันดับ 1 ของงาน และเมื่อรวมกับยอดจองจากงาน Motor Show ช่วงต้นปีที่ 22,000 คัน ยอดจองปีนี้เป็นที่น่าพอใจ บริษัทเตรียมส่งมอบรถยนต์อีกประมาณ 20,000 คันในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี โดยโรงงานมีกำลังการผลิตกว่า 5,000 คันต่อเดือน และมีแผนเพิ่มเป็น 2 กะ พร้อมเตรียมเปิดตัว Luxury Brand ใหม่ช่วงปลายปีเพื่อเติมเต็มพอร์ตตั้งแต่ Eco Car ถึงรถหรู และวางงบลงทุนระดับหลักพันล้านบาทในธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อสร้างซัพพลายเชนครบวงจร
Broadcasting▲
นิวซัมชื่นชอบการยุติคดีพาราเมาท์-วอร์เนอร์บราเธอร์ส หากเป็นข้อตกลงที่ดี
แกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า เขาต้องการให้มีการยุติคดีที่อัยการสูงสุดของรัฐยื่นฟ้องคัดค้านการเข้าซื้อกิจการวอร์เนอร์บราเธอร์สดิสคัฟเวอรีของพาราเมาท์สกายแดนซ์ คอร์ปอเรชั่น มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ "หากเป็นข้อตกลงที่ดี" ตามรายงานของบลูมเบิร์กเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2026 นิวซัมแสดงความกังวลเกี่ยวกับชื่อเสียงของรัฐ และกล่าวว่ากระบวนการนี้กำลังดำเนินไปตามเวลาจริง ข้อตกลงนี้ผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในประมาณ 68 ประเทศทั่วโลก และคณะกรรมการของพาราเมาท์ได้อนุมัติแผนย้ายสำนักงานใหญ่ออกจากรัฐแคลิฟอร์เนียโดยเร็วที่สุดในวันที่ 1 ตุลาคม ท่ามกลางการฟ้องร้อง บลูมเบิร์กยังรายงานด้วยว่าพาราเมาท์ยอมรับว่ากำลังพิจารณาทางเลือกหลายทาง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของข้อตกลง เพื่อยุติคดีที่กลุ่มรัฐนำโดยแคลิฟอร์เนียยื่นฟ้อง
Broadcasting▲
พาราเมาท์ สกายแดนซ์ เสนอเจรจา 12 รัฐ เรียกร้องวางเงินประกัน 1.9 พันล้านดอลลาร์
บริษัท พาราเมาท์ สกายแดนซ์ ได้เสนอที่จะเจรจายุติข้อพิพาทกับ 12 รัฐที่ยังคงพยายามขัดขวางการควบรวมกิจการมูลค่า 110 พันล้านดอลลาร์กับวอร์เนอร์ บราเธอส์ ดิสคัฟเวอรี และแยกออกมาเรียกร้องให้รัฐเหล่านั้นวางเงินประกัน 1.88 พันล้านดอลลาร์เพื่อครอบคลุมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการล่าช้าเพิ่มเติม การควบรวมกิจการนี้ได้รับการอนุมัติจาก 68 ประเทศและจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐแล้ว เหลือเพียงคดีความของรัฐที่นำโดยอัยการสูงสุดของแคลิฟอร์เนีย ร็อบ บอนตา ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญสุดท้าย พาราเมาท์โต้แย้งว่ารัฐต่างๆ ก่อให้เกิดความเสียหายโดยไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนของตน ขณะที่ซีอีโอ เดวิด เอลลิสัน แสดงความมั่นใจในความถูกต้องตามกฎหมาย การล่าช้าดังกล่าวมีต้นทุนสูง รวมถึงค่าธรรมเนียมรายไตรมาสประมาณ 650 ล้านดอลลาร์ที่จะจ่ายให้ผู้ถือหุ้นของวอร์เนอร์ บราเธอส์ ดิสคัฟเวอรี หากข้อตกลงไม่เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายน ซึ่งอาจเกิน 1.9 พันล้านดอลลาร์หากการต่อสู้ยืดเยื้อไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2027 ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางเคยสั่งระงับการควบรวมกิจการชั่วคราวในเดือนมิถุนายน และปฏิเสธที่จะให้รัฐวางเงินประกัน โดยอ้างถึงบทบาทของพวกเขาในการบังคับใช้ผลประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
Broadcasting▼
ไอโอวาและมอนแทนายื่นฟ้องแคลิฟอร์เนียต่อศาลสูงสุด กรณีดีลพาราเมาท์-วอร์เนอร์
อัยการสูงสุดของรัฐไอโอวา เบรนนา เบิร์ด ประกาศว่าจะนำรัฐแคลิฟอร์เนียขึ้นสู่ศาลสูงสุด หลังจากที่รัฐของเธอและอีก 11 รัฐยื่นฟ้องเพื่อขัดขวางการเข้าซื้อกิจการวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี โดยพาราเมาท์ สกายแดนซ์ ออสติน คนัดเซน จากรัฐมอนแทนา ร่วมกับเบิร์ดยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุดเมื่อวันอังคาร โดยโต้แย้งว่าทั้งสิบสองรัฐได้ใช้สิทธิยับยั้งธุรกรรมที่อีกสามสิบแปดรัฐและสหรัฐอเมริกาเลือกที่จะไม่ท้าทาย คำร้องระบุว่ารัฐจำนวนหนึ่งกำลังใช้กฎหมายต่อต้านการผูกขาดในทางที่ผิดเพื่อแสวงหาคะแนนทางการเมือง มิใช่เพื่อปกป้องการแข่งขัน และการฟ้องร้องที่ไม่ทันเวลาเช่นนี้กำลังส่งผลเสียต่อการแข่งขันอยู่แล้ว การดำเนินการทางกฎหมายเกิดขึ้นในขณะที่ร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดของแคลิฟอร์เนีย กำลังเผชิญแรงกดดันให้ยอมความ โดยมีรายงานว่าเขาได้ยกเลิกการประชุมกับตัวแทนของพาราเมาท์ที่กำหนดไว้ในวันจันทร์ นักลงทุนเพื่อการลงทุนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการขายทรัพย์สินบางส่วนของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส หากข้อตกลงยุติคดีกำหนดให้ต้องทำเช่นนั้น
Broadcasting▼
อัยการสูงสุดแคลิฟอร์เนีย เผยยังไม่มีแผนเจรจายุติคดีกับพาราเมาท์
นายร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 ว่า ยังไม่มีการวางแผนเจรจาเพื่อยุติคดีต่อต้านการผูกขาดที่ยื่นฟ้องเพื่อขอให้ศาลสั่งห้ามแผนการซื้อกิจการวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ โดยพาราเมาท์ โกลบอล และสกายแดนซ์ การประชุมเจรจาเพื่อหาข้อยุติซึ่งเดิมกำหนดไว้ในวันที่ 24 ได้ถูกยกเลิก และนายบอนตากล่าวหาว่าพาราเมาท์ได้เปิดเผยรายละเอียดของการประชุมครั้งก่อน และบิดเบือนเนื้อหาการเจรจา ซึ่งแสดงถึงการขาดความจริงใจ ในการแถลงข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงสาธารณะ นายบอนตากล่าวว่าเขายินดีที่จะพบปะหากอีกฝ่ายพร้อมที่จะเจรจาด้วยความจริงใจและสุจริต แต่เขาก็ได้ย้ำถึงความกังวลว่าการควบรวมกิจการของสตูดิโอฮอลลีวูดรายใหญ่สองแห่งจะทำให้ราคาผู้บริโภคสูงขึ้น ทางเลือกน้อยลง และคุณภาพของภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ลดลง นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงรายงานของเทศมณฑลลอสแองเจลิสที่คาดการณ์ว่าการควบรวมกิจการจะทำให้สูญเสียงานในภาคภาพยนตร์และโทรทัศน์ถึง 4,500 ตำแหน่งภายในสามปีหลังการรวมกิจการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาค
Broadcasting▼
บล.หยวนต้า หั่นเป้า BEC เหลือ 1.70 บาท แนะนำขาย
บล.หยวนต้า ปรับลดมูลค่าพื้นฐานหุ้น บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ Bec World (BEC) ลงจาก 2.34 บาท เหลือ 1.70 บาท พร้อมปรับคำแนะนำเป็น "ขาย" เนื่องจากแนวโน้มรายได้โฆษณาทีวียังชะลอตัว แม้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะมีแรงหนุนจากงานศิลปิน คอนเสิร์ต ลิขสิทธิ์ต่างประเทศ และภาพยนตร์ แต่คาดว่าจะช่วยชดเชยรายได้โฆษณาที่ลดลงได้เพียงบางส่วน โดยบล.หยวนต้า ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569–2570 ลง 30% และ 32% เป็น 147 ล้านบาท ลดลง 20% จากปีก่อน และ 170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน ตามลำดับ หลังปรับลดประมาณการรายได้ลง 20% และ 18% เป็น 3,428 ล้านบาท และ 3,638 ล้านบาท เพื่อสะท้อนรายได้โฆษณาทีวีที่อ่อนแอกว่าคาด และปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลง ทั้งนี้ BEC เร่งสร้างรายได้จากคอนเทนต์และฐานแฟนคลับผ่านโมเดล Single Content, Multiple Platforms รวมถึงการร่วมกับ M STUDIO เตรียมฉายภาพยนตร์ "ธีหยด: สิ่งเขาบอก" ในเดือนกันยายน และ "สุขสุดท้าย" ในเดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นแหล่งรายได้ใหม่ช่วงปลายปี แต่รายได้ใหม่ยังมีฐานเล็กเมื่อเทียบกับรายได้โฆษณาทีวี จึงต้องติดตามความสามารถในการสร้างกำไรและการขยายสัดส่วนรายได้ Non-TV ต่อไป
Broadcasting▼
หูเป่ย กว่างเตี้ยน รายได้ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ 730 ล้านหยวน ขาดทุน 250 ล้านหยวน
หูเป่ย กว่างเตี้ยน เปิดเผยรายงานครึ่งปี 2026 โดยช่วงครึ่งแรกของปีมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 730 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 11.26 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 250 ล้านหยวน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 246 ล้านหยวน ขาดทุนสุทธิหลังหักรายการพิเศษ 254 ล้านหยวน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 258 ล้านหยวน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 94.26 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานติดลบ 0.22 หยวน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักติดลบร้อยละ 7.87 ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2026 หุ้นของบริษัทร้อยละ 13.32 อยู่ในสถานะถูกจำนำ โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดคือ หูเป่ย ฉู่เทียน ดิจิทัล ทีวี จำกัด ได้จำนำหุ้นของบริษัทจำนวน 110 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 100 ของหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่
Broadcasting▼
โบรกฯ หั่นเป้า BEC เหลือ 1.70 บาท แนะนำขาย
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ปรับคำแนะนำหุ้น BEC เป็น “ขาย” พร้อมปรับลดมูลค่าพื้นฐานจาก 2.34 บาท เหลือ 1.70 บาท หลังรายได้โฆษณาทีวียังถูกกดดันจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อ่อนแอ รวมถึงการโยกงบโฆษณาไปยังสื่อดิจิทัล แม้ครึ่งหลังปี 69 จะมีรายได้จากงานใหญ่ เช่น แฟนมีตติ้ง LINGORM Thailand FAN MEETING TOUR 2026 และคอนเสิร์ต LINGORM 'THE WORLD BETWEEN US' รวมถึงรายได้จาก Fan Meeting, Fan Sign และ Live Streaming แต่คาดช่วยชดเชยรายได้โฆษณาที่ลดลงได้เพียงบางส่วน นักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 69-70 ลง 30% และ 32% เป็น 147 ล้านบาท และ 170 ล้านบาท ตามลำดับ พร้อมปรับลดประมาณการรายได้ลง 20% และ 18% เป็น 3,428 ล้านบาท และ 3,638 ล้านบาท
Broadcasting▼
กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ของเจียงซู บรอดแบนด์ ลดลง 48.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เจียงซู บรอดแบนด์ เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 104 ล้านหยวน ลดลง 48.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวม 3,652 ล้านหยวน ลดลง 11.87% กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 48.29 ล้านหยวน ลดลง 112.57% อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ล่าสุด 34.64% อัตรากำไรขั้นต้น 17.97% ROE 0.46% และกำไรต่อหุ้นปรับลด 0.02 หยวน
Broadcasting▼
หูเป่ย กว่างเตี้ยน รายงานผลประกอบการครึ่งปี 2569 ขาดทุนสุทธิ 250 ล้านหยวน
หูเป่ย กว่างเตี้ยน เปิดเผยรายงานผลประกอบการครึ่งปี 2569 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ติดลบ 250 ล้านหยวน ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.273 ล้านหยวน รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 730 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 11.26 เมื่อเทียบกับปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 94.2646 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.37 เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ล่าสุดอยู่ที่ร้อยละ 66.77 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 2.83 และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ติดลบร้อยละ 8.19
Broadcasting▼
พาราเมาท์เผชิญแรงต้านในดีลเทคโอเวอร์วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี
พาราเมาท์ สกายแดนซ์กำลังเผชิญแรงต้านจากกลุ่มอัยการสูงสุดของสหรัฐฯ ในข้อเสนอเข้าซื้อกิจการคู่แข่งอย่างวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี อีวาน ชาปิโร นักวิเคราะห์ด้านสื่อกล่าวว่า ดีลนี้จะยังคงค้างคาเว้นแต่พาราเมาท์จะถอนตัว และแลร์รี เอลลิสันเป็นผู้ค้ำประกันเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในดีลมูลค่า 1.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ ชาปิโรชี้ว่าราคาหุ้นออราเคิลร่วงลง 60% นับตั้งแต่เริ่มยื่นประมูล และหากหนี้ของออราเคิลถูกจัดอันดับเป็นขยะ หุ้นส่วนตัวของเอลลิสันจะถูกอายัด ทำให้ครอบครัวเอลลิสันตกอยู่ในภาวะการเงินฝืดเคือง เขาเสริมว่าเน็ตฟลิกซ์ แอปเปิล หรือเอ็นบีซีที่ถูกแยกออกมาอาจเข้ามาฉกดีลได้หากพาราเมาท์ถอนตัว ซึ่งเขามองว่ามีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพิจารณาจากค่าธรรมเนียมยกเลิกดีล 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Broadcasting▼
อัยการสูงสุดแคลิฟอร์เนียยกเลิกการเจรจาข้อตกลงควบรวมพาราเมาท์
ร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ยกเลิกการประชุมไกล่เกลี่ยกับพาราเมาท์ที่กำหนดไว้ในวันจันทร์ โดยกล่าวหาบริษัทว่ารั่วไหลและบิดเบือนรายละเอียดของการเจรจาครั้งก่อน บอนตากล่าวว่าการกระทำของพาราเมาท์แสดงถึงการขาดความจริงใจ แต่เสริมว่าสำนักงานของเขาจะพบกันอีกครั้งหากพาราเมาท์เจรจาอย่างจริงใจ บอนตาเป็นผู้นำกลุ่มอัยการสูงสุด 12 รัฐที่ยื่นฟ้องเมื่อเดือนที่แล้วเพื่อขัดขวางข้อตกลงระหว่างพาราเมาท์และวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี โดยให้เหตุผลว่าบริษัทที่ควบรวมกันจะถือครองส่วนแบ่งการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ฉายวงกว้างประมาณหนึ่งในสาม และส่วนแบ่งรายการเคเบิลทีวีพื้นฐานในสัดส่วนใกล้เคียงกัน พาราเมาท์ต้องเผชิญค่าปรับประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ที่ต้องจ่ายให้ผู้ถือหุ้นของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี หากธุรกรรมยังไม่เสร็จสิ้นหลังวันที่ 30 กันยายน และได้ขอให้ศาลสั่งให้รัฐโจทก์วางหลักประกัน 1.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การพิจารณาคดีต่อต้านการผูกขาดมีกำหนดในวันที่ 2 มีนาคม 2027
Broadcasting▲
MONO ประกาศกลยุทธ์ Streaming-First ขับเคลื่อน MONOMAX
บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ประกาศทิศทางธุรกิจสตรีมมิ่งภายใต้แนวคิด The Next Chapter เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กร Streaming-First หลังแพลตฟอร์ม MONOMAX ขยายฐานผู้ใช้งานเป็นกว่า 3.5 ล้านราย โดยจะปรับการดำเนินงานทั้งองค์กรครอบคลุมคอนเทนต์ เทคโนโลยี ประสบการณ์ผู้ใช้ การเติบโต และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมมอบหมายทีมผู้บริหารรับผิดชอบ 5 ด้านหลัก ได้แก่ Sports Content, Original Content, Growth & Experience, Revenue & Partnership และ Platform กลยุทธ์สำคัญคือการพัฒนา Sports Content ผ่านลิขสิทธิ์กีฬาหลัก 4 รายการ ได้แก่ Premier League, EURO 2028, Volleyball World และฟุตบอลโลกปี 2026 และ 2030 รวมถึงการเชื่อมโยงฐานผู้ชมกีฬาสู่ Original Content ภายใต้แนวคิด Stories You Won’t Find Anywhere Else และการยกระดับประสบการณ์ด้วยแนวคิด 72 Hours Content กิจกรรม Watch Party และ Cheer To The Max Trip ด้านรายได้และพันธมิตรจะดำเนินงานภายใต้แนวคิด More Value in Every Subscription เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงและสิทธิประโยชน์ใหม่ ส่วนการพัฒนาแพลตฟอร์มจะเพิ่มความเร็ว ความเสถียร และเปิดตัว MONOMAX System Status ให้ผู้ใช้ติดตามสถานะระบบแบบเรียลไทม์
Broadcasting▲
MONO ประกาศทรานส์ฟอร์มสู่ Streaming-First 100% ชู MONOMAX
บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ประกาศก้าวสำคัญในการทรานส์ฟอร์มองค์กรอย่างเป็นทางการภายใต้ทิศทาง Streaming-First 100% หลังเสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายใน เพื่อมุ่งสร้างระบบนิเวศสตรีมมิงเต็มรูปแบบ โดยชูแพลตฟอร์ม MONOMAX เป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ คุณนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับวิธีคิดของคนในองค์กรให้เริ่มต้นจากความต้องการของผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง พร้อมแบ่งโครงสร้างการทำงานออกเป็น 5 เสาหลัก ได้แก่ Sports Content, Original Content, Growth & Experience, Revenue & Partnership และ Platform โดยในด้านกีฬา MONO ถือครองลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษและเอฟเอ คัพ ต่อเนื่อง 6 ฤดูกาลร่วมกับ JAS รวมถึง EURO 2028, Volleyball World และ World Cup 2026/2030 และมียอดสมาชิกแพ็กเกจวอลเลย์บอลเติบโตทะลุ 150,000 รายในช่วงปลายซีซั่นที่ผ่านมา ด้านรายได้ บริษัทได้เพิ่มโมเดล AVOD หรือการรับชมฟรีแบบมีโฆษณาเข้ามาเสริม เพื่อดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาจากโทรทัศน์เข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ และเตรียมเปิดบริการเต็มรูปแบบในประเทศเวียดนามในเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับกลยุทธ์ราคา MONO มุ่งเน้นให้สมาชิกเปลี่ยนมาสมัครแพ็กเกจรายปีมากขึ้น โดยมีแพ็กเกจพรีเมียมราคา 399 บาทต่อเดือน หรือโปรโมชั่นเฉลี่ยรายปีที่ตกเดือนละประมาณ 250 ถึง 500 บาท พร้อมฟีเจอร์ผ่อนชำระค่าบริการแบ่งจ่าย 4 เดือน ในด้านผลประกอบการ ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทพลิกกลับมาทำกำไรได้จากปรับโครงสร้างองค์กรอย่างจริงจัง ทั้งลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน ตัดส่วนงานที่ไม่ทำกำไร และปรับลดขนาดองค์กร ขณะที่ทีม CFO กำลังเร่งบริหารจัดการหนี้สินคงค้างเก่าและเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ให้ติดลบ
Broadcasting▲
MONO เดินหน้าธุรกิจ Streaming-First รับฐานลูกค้า 3.5 ล้านราย
MONO ประกาศขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Streaming-First หลังปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับฐานลูกค้ากว่า 3.5 ล้านราย โดยคาดผลงานไตรมาส 3/69 จะเป็นบวกต่อเนื่อง และหนุนผลงานทั้งปีพลิกกลับมาเทิร์นอะราวด์ พร้อมเร่งแก้ปัญหาหุ้นถูกขึ้นเครื่องหมาย CB นายนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมขับเคลื่อน MONOMAX สู่ธุรกิจ Streaming ภายใต้แนวคิด The Next Chapter โดยเดินหน้าสู่การเป็นองค์กร Streaming-First หลัง MONOMAX ได้ปรับทิศทางทั้งองค์กรใหม่ตั้งแต่คอนเทนต์ เทคโนโลยี ประสบการณ์ผู้ใช้งาน ไปจนถึงการเติบโตและพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางของทุกการพัฒนา พร้อมทีมผู้บริหารที่เข้ามารับผิดชอบทั้ง 5 ด้านอย่างชัดเจน ทั้ง Sports Content, Original Content, Growth & Experience, Revenue & Partnership และ Platform เพื่อร่วมกันยกระดับประสบการณ์ Streaming ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น ขณะที่คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังธุรกิจจะเข้าสู่ Streaming-First เต็ม 100% หลังจากที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับโครงสร้างการบริหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทหันมามุ่งเน้นธุรกิจด้าน Streaming เป็นหลักและไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายได้จากส่วนโฆษณามากนัก เพราะหากได้โฆษณามาก็ถือว่าเป็นโบนัส ซึ่งส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Streaming ประมาณ 70% และรายได้โฆษณาราว 30% ส่วนด้านกลยุทธ์ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยยังเน้นตัวเลขยอดสมัครสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น โดยทิศทางหลักของบริษัทจะมุ่งมาสู่ Streaming-First หลังจากที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับโครงสร้างการบริหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนความสำคัญของธุรกิจทีวีดิจิทัลก็จะลดลงเพื่อเข้าสู่ยุค Streaming เป็นหลัก อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทมีฐานสมาชิก MONOMAX รวม 3.5 ล้านราย ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่ม 4 หลักๆ ได้แก่ แพ็กเกจ Entertainment ประมาณ 2 แสนราย, แพ็กเกจ Sports Standard ประมาณ 1.6 ล้านราย, แพ็กเกจ Sports Basic กลุ่มลูกค้าจำนวน 2 แสนราย และแพ็กเกจ Sports Premium กลุ่มลูกค้าจำนวน 1 แสนราย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่อยู่ในระบบด้วยที่เรียกว่า ฟรีเกียร์ ซึ่งรับสิทธิ์สามารถดูคอนเทนต์ฟรีบางส่วนและปัจจุบันมีฐานลูกค้าระดับ 1 ล้านปลายๆ แล้ว ซึ่งตัวนี้จะมีการต่อยอดไปที่ระบบที่มีโฆษณาบนฟีด ซึ่งจะมีการ Transform จากฟรีทีวีมาสู่แพลตฟอร์ม Streaming ที่ชัดเจน สำหรับอนาคตช่อง MONO 29 มองว่าได้มีการปรับเปลี่ยนเป็น MONOMAX Sports TV ซึ่งจะมีการปรับทิศทางไปสู่กีฬาและให้ความสำคัญกับทีวีน้อยลง ซึ่ง MONOMAX Sports TV จะเป็นช่องทางในการทำการตลาดหรือส่งผ่านสมาชิกการตลาดมาสู่ MONOMAX อย่างไรก็ตามในด้านธุรกิจทีวีอีก 2 ปีข้างหน้า ก็จะมีการเปิดประมูลใหม่ ซึ่งทิศทางของเรายังไม่ชัดเจน แต่มีการเปิดประมูลออกมาแน่ๆ ส่วนทาง MONO จะเข้าไปลงทุนหรือไม่ต้องดูราคาประมูลอีกทีว่าเริ่มต้นเท่าไหร่และคุ้มค่าหรือไม่ แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/69 พยายามจะทำให้เป็นบวกต่อเนื่องจากงวดไตรมาส 2/69 ที่พลิกกลับมามีกำไร เพราะมีปัจจัยจากการเปิดฤดูกาลของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมาช่วยหนุน อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามดูต้นทุนค่าใช้จ่ายการตลาดที่อาจปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงแรกด้วย ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องบริหารงบการตลาดให้ออกมาดีๆ ส่วนทิศทางผลประกอบการปีนี้ มองว่าในฐานะผู้บริหารตั้งใจจะทำให้บริษัทกลับมามีกำไร หลังที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างจำนวนมากและมีการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการดำเนินธุรกิจให้กระชับโดยธุรกิจไหนไม่มีกำไรก็ได้ดำเนินการตัดทิ้งหรือลดพนักงานในธุรกิจที่ไม่ทำรายได้ออกไป จึงทำให้ภาพธุรกิจตอนนี้ชัดเจนมากขึ้นผ่านการปรับโครงสร้าง 5 เสาหลักที่จะมาให้บริการด้าน Streaming คาดแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นการเติบโตชัดเจน เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเริ่มเห็นยอด Subscribe ที่จะทยอยเข้ามา นอกจากนี้ในส่วนของแผนการแก้ไขปัญหาหุ้นถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย CB นั้น มองว่าเรื่องส่วนผู้ถือหุ้นก็ปรับตัวดีขึ้นหากมีกำไรกลับมา โดยผู้บริหารฝ่ายการเงินก็พยายามปรับอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ จึงไม่น่ากังวล ส่วนภาระหนี้กับธนาคารบริษัทก็ได้มีการเจรจากันไปแล้ว
Broadcasting▲
MONO ประกาศยุทธศาสตร์ Streaming-First ดัน MONOMAX เป็นศูนย์กลางเกมสตรีมมิ่ง
MONO ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ยุทธศาสตร์ Streaming-First โดยวาง MONOMAX เป็นศูนย์กลางการดำเนินงาน หลังมีผู้ใช้งานทะลุ 3.5 ล้านราย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นวมินทร์ ประสพเนตร เปิดเผยว่าโจทย์สำคัญจากนี้คือการเพิ่มมูลค่าฐานสมาชิกผ่าน Sports Content, Original Content, Growth & Experience, Revenue & Partnership และ Platform โดยยังคงเน้นคอนเทนต์กีฬาพรีเมียมอย่าง Premier League, EURO 2028, Volleyball World และ World Cup 2026/2030 พร้อมใช้โมเดล 72 HOURS CONTENT ขยาย Engagement หลังจบเกม และเพิ่มบทบาท Original Content ใหม่หมุนเวียนตลอดปี 2026 เพื่อลด Churn เพิ่ม Subscriber Retention และ Lifetime Value ด้านรายได้จะเชื่อม MONOMAX กับพันธมิตร Telco, Payment, Advertising และ Sponsorship รวมถึงขยายตลาด Southeast Asia ผ่านพันธมิตรในเวียดนามและลาว พร้อมยกระดับเทคโนโลยี Streaming Core รองรับ 4K และ Peak Live Audience โดยมี AWS เป็นพันธมิตรด้าน Cloud