Independent Power Producers & Energy Traders
มูลค่ายุติธรรมของ Vistra ถูกปรับลดเหลือ 217.42 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะนักวิเคราะห์ชั่งน้ำหนักความต้องการจาก AI กับความเสี่ยงในปี 2026
ประมาณการมูลค่ายุติธรรมของ Vistra ถูกปรับลดลงเหลือ 217.42 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 225.29 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นของนักวิเคราะห์ซึ่งชั่งน้ำหนักระหว่างความต้องการไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI กับความกังวลด้านนโยบาย การกำกับดูแล และการกำหนดราคาในตลาดช่วงปี 2026 โมเดลที่ปรับปรุงใหม่ได้เพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรสุทธิเป็น 15.66% จาก 14.67% แต่ปรับลดการเติบโตของรายได้เหลือ 10.31% จาก 10.83% และลดค่า P/E ในอนาคตเหลือ 22.06 เท่า จาก 24.20 เท่า โดยอัตราคิดลดอยู่ที่ 7.92% เทียบกับ 7.89% มอร์แกน สแตนลีย์ สโกเทียแบงก์ TD โคเวน ยูบีเอส เวลส์ ฟาร์โก และโกลด์แมน แซกส์ ยังคงให้เรตติ้งเชิงบวกพร้อมปรับราคาเป้าหมาย ขณะที่มิซูโฮระบุว่า Vistra เป็นแพลตฟอร์มผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่จะได้ประโยชน์จากความต้องการไฟฟ้าจาก AI และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล โดยการเข้าซื้อ Cogentrix เมื่อไม่นานมานี้เพิ่มกำลังการผลิต 5.5 กิกะวัตต์ ส่วนบีเอ็นพี ปาริบาส ปรับลดราคาเป้าหมาย โดยชี้ความเสี่ยงจากการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ และคำสั่งในรัฐเพนซิลเวเนียและเท็กซัสที่อาจทำให้การเชื่อมต่อบางส่วนล่าช้า แยกกันนั้น Vistra กำหนดราคาเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันแบบมีผู้จัดจำหน่ายมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครบกำหนดปี 2057 แบ่งเป็นหุ้นกู้ชุด A มูลค่า 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7.00% และหุ้นกู้ชุด B มูลค่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7.25% โดยเงินที่ได้จะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัทและการไถ่ถอนหุ้นบุริมสิทธิ์บางส่วนตามวันรีเซ็ต Vistra ยังรายงานว่าซื้อหุ้นคืนจำนวน 2,155,553 หุ้น เป็นเงิน 330.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2026 ถึง 30 มิถุนายน 2026 และประกาศจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส 0.23 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำหนดจ่ายวันที่ 30 กันยายน 2026
Independent Power Producers & Energy Traders▲
EGCO ซื้อหุ้น 45.0549% โรงไฟฟ้าก๊าซ Astoria Energy II ขนาด 615 MW ในนิวยอร์ก
บริษัท ผลิตไฟฟ้า หรือ EGCO ประกาศเข้าซื้อหุ้นทางอ้อมสัดส่วน 45.0549% ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ Astoria Energy II หรือ AE II กำลังผลิต 615 เมกะวัตต์ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผ่านบริษัทย่อย EGCO New York, LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ EGCO ถือหุ้นทั้งหมด โดยลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับ Gulf Pacific Power, LLC หรือ GPP กองทุน Private Equity ซึ่งบริหารโดย Harbert Power หน่วยงานด้านการลงทุนในธุรกิจพลังงานของ Harbert Management Corporation เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Asset Recycling ที่นำเงินทุนจากการหมุนเวียนสินทรัพย์ที่เติบโตเต็มที่แล้วเข้าสู่สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานระดับพรีเมียมที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วทันที โรงไฟฟ้า AE II ตั้งอยู่ในเขตควีนส์ ห่างจากสนามบินลาการ์เดียไม่ถึง 2 ไมล์ ในพื้นที่ศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า Zone J ของ New York Independent System Operator หรือ NYISO และจำหน่ายไฟฟ้าภายใต้สัญญาจ้างผลิตไฟฟ้าระยะยาวหรือ Tolling Agreement กับ New York Power Authority หรือ NYPA องค์กรไฟฟ้าสาธารณะของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ทำให้ EGCO รับรู้รายได้และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามราคาเชื้อเพลิง นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้จะผนึกรวมกับพอร์ตสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วในสหรัฐฯ ทั้งโรงไฟฟ้า Linden Cogen, Compass Portfolio และกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน Apex Clean Energy และ Pinnacle II เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตจากเทคโนโลยี AI และ Data Center รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฐานการเติบโตอันดับ 2 ของบริษัท
Independent Power Producers & Energy Traders▲
EGCO ปิดดีลซื้อหุ้น 45.05% โรงไฟฟ้าก๊าซ Astoria Energy II ขนาด 615 MW ในสหรัฐฯ
บมจ.ผลิตไฟฟ้า หรือ EGCO ประกาศเข้าซื้อหุ้นทางอ้อม 45.0549% ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ Astoria Energy II หรือ AE II กำลังผลิต 615 เมกะวัตต์ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผ่านบริษัทย่อย EGCO New York, LLC โดยลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับ Gulf Pacific Power, LLC หรือ GPP กองทุน Private Equity ซึ่งบริหารโดย Harbert Power หน่วยงานด้านการลงทุนในธุรกิจพลังงานของ Harbert Management Corporation เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group ระบุว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ Asset Recycling หรือการหมุนเวียนสินทรัพย์ เพื่อนำเงินทุนจากสินทรัพย์ที่เติบโตเต็มที่แล้วเข้าสู่สินทรัพย์คุณภาพสูงที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วทันที โรงไฟฟ้า AE II เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อปี 2554 ตั้งอยู่ในเขตควีนส์ ห่างจากสนามบินลาการ์เดียไม่ถึง 2 ไมล์ ในพื้นที่ศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า Zone J ของ New York Independent System Operator หรือ NYISO และมีสัญญา Tolling Agreement ระยะยาวกับ New York Power Authority หรือ NYPA ซึ่งเป็นองค์กรไฟฟ้าสาธารณะของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ช่วยให้รับรู้รายได้และกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามราคาเชื้อเพลิง การลงทุนครั้งนี้จะเสริมพอร์ตสินทรัพย์ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฐานการเติบโตอันดับ 2 ของบริษัท ร่วมกับโรงไฟฟ้า Linden Cogen, Compass Portfolio และกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน Apex Clean Energy และ Pinnacle II เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตจากเทคโนโลยี AI และ Data Center รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
Independent Power Producers & Energy Traders▲
EGCO เข้าถือหุ้น 45% ในโรงไฟฟ้า Astoria Energy II ขนาด 615 เมกะวัตต์ในสหรัฐฯ
EGCO เข้าลงทุนถือหุ้นร้อยละ 45.0549 ใน Astoria Energy II LLC หรือ AE II โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง กำลังผลิต 615 เมกะวัตต์ ในเขตควีนส์ เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยนายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 บริษัทย่อย EGCO New York, LLC ซึ่งจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับ Gulf Pacific Power, LLC หรือ GPP ซึ่งเป็นกองทุน Private Equity เพื่อซื้อหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนดังกล่าวใน AE II จาก GPP การเข้าทำรายการนี้ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 45/2568 มีผลใช้บังคับ EGCO ระบุว่าการลงทุนใน AE II จะช่วยเพิ่มมูลค่าและสอดคล้องกับกลยุทธ์การเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีผลการดำเนินงานดี พร้อมยกระดับการเติบโตในตลาดพลังงานของสหรัฐอเมริกา ขณะที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนกรกฎาคม 2554 และจำหน่ายไฟฟ้าและให้บริการเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าภายใต้สัญญา Tolling Agreement ระยะยาวกับองค์กรไฟฟ้าสาธารณะแห่งรัฐนิวยอร์ก หรือ NYPA ซึ่งรัฐนิวยอร์กเป็นเจ้าของทั้งหมด ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าธุรกรรม เนื่องจาก EGCO เห็นว่ามูลค่าที่ต้องชำระอาจปรับปรุงตามเอกสารการซื้อขายหุ้นที่เกี่ยวข้อง และอาจเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่างๆ รวมถึงปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญา
Independent Power Producers & Energy Traders▲
EGCO เข้าซื้อหุ้น 45.0549% ใน Astoria Energy II โรงไฟฟ้าก๊าซ 615 เมกะวัตต์ในนิวยอร์ก
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า EGCO New York, LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ EGCO ถือหุ้นทั้งหมด ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นกับ Gulf Pacific Power, LLC (GPP) เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เพื่อเข้าซื้อหุ้นทางอ้อมในสัดส่วน 45.0549% ใน Astoria Energy II LLC (AE II) เจ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ขนาดกำลังผลิต 615 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในเขตควีนส์ เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 และจำหน่ายไฟฟ้าภายใต้สัญญาจ้างผลิตไฟฟ้าระยะยาว (Tolling Agreement) กับ Power Authority of the State of New York (NYPA) ในตลาดซื้อขายไฟฟ้า NYISO Zone J โดยการซื้อขายจะแล้วเสร็จภายหลังปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ รายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ประเภทที่ 2 โดยมีขนาดรายการสูงสุดตามเกณฑ์กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 48.7% ขณะที่เกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทนมีขนาดไม่เกิน 7.0% และเกณฑ์มูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ (NTA) อยู่ที่ 1.3% อย่างไรก็ตาม EGCO ยังไม่เปิดเผยมูลค่ารายการหรือราคาซื้อในขณะนี้ เนื่องจากมูลค่าที่ต้องชำระอาจมีการปรับปรุงตามเอกสารซื้อขายหุ้นและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจทำให้มูลค่าสุดท้ายแตกต่างจากตัวเลขในปัจจุบัน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลในช่วงนี้อาจกระทบต่ออำนาจการเจรจาต่อรองและกระบวนการปิดธุรกรรม สำหรับแหล่งเงินทุน EGCO คาดว่าจะใช้กระแสเงินสดภายในบริษัทควบคู่กับเงินกู้ โดยคาดว่าการลงทุนดังกล่าวจะช่วยให้ EGCO รับรู้รายได้เพิ่มขึ้นทันที พร้อมสร้างกระแสเงินสดและรายได้อย่างสม่ำเสมอจากสัญญาจ้างผลิตไฟฟ้าระยะยาวกับ NYPA ตลอดจนช่วยขยายการเติบโตของ EGCO ในตลาดพลังงานสหรัฐอเมริกา
Independent Power Producers & Energy Traders▲
EGCO เข้าซื้อหุ้น 45% โรงไฟฟ้าก๊าซ Astoria Energy II ขนาด 615 MW ในสหรัฐฯ
EGCO Group ประกาศเข้าซื้อหุ้นทางอ้อมสัดส่วน 45.0549% ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ Astoria Energy II หรือ AE II กำลังผลิต 615 เมกะวัตต์ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผ่านบริษัทย่อย EGCO New York, LLC ซึ่งถือหุ้นทั้งหมด โดยลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับ Gulf Pacific Power, LLC หรือ GPP กองทุน Private Equity ที่บริหารโดย Harbert Power เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group ระบุว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ Asset Recycling โดยนำเงินทุนจากการหมุนเวียนสินทรัพย์ที่เติบโตเต็มที่แล้วไปลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานระดับพรีเมียมที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วทันที โรงไฟฟ้า AE II ตั้งอยู่ในเขตควีนส์ ห่างจากสนามบินลาการ์เดียไม่ถึง 2 ไมล์ ในพื้นที่ศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า Zone J ของ New York Independent System Operator หรือ NYISO และจำหน่ายไฟฟ้าภายใต้สัญญา Tolling Agreement ระยะยาวกับ New York Power Authority หรือ NYPA ซึ่งเป็นองค์กรไฟฟ้าสาธารณะของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ทำให้รับรู้รายได้และกระแสเงินสดสม่ำเสมอไม่ผันผวนตามราคาเชื้อเพลิง การลงทุนครั้งนี้จะผนวกกับพอร์ตสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วในสหรัฐฯ ทั้งโรงไฟฟ้า Linden Cogen, Compass Portfolio และกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน Apex Clean Energy และ Pinnacle II ซึ่งเป็นฐานการเติบโตอันดับ 2 ของบริษัท เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตจากเทคโนโลยี AI และ Data Center รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในสหรัฐฯ
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GULF-GPSC จับมือกนอ.ตั้งรีเนอร์จี ลุยโซลาร์ฟาร์ม 17.5 เมกะวัตต์ที่มาบตาพุด
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. บริษัท กัลฟ์ 1 จำกัด ในเครือ GULF และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด มหาชน หรือ GPSC ได้ลงนามจัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ บริษัท รีเนอร์จี จำกัด เพื่อพัฒนาโซลาร์ฟาร์มบนพื้นที่เก็บกักตะกอนดินเลน หรือ Silt Pond ขนาด 92 ไร่ ในโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 17.50 เมกะวัตต์ โครงสร้างการถือหุ้นประกอบด้วย กัลฟ์ 1 ถือหุ้นร้อยละ 37.5 GPSC ถือหุ้นร้อยละ 37.5 และ กนอ. ถือหุ้นร้อยละ 25.0 นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่าความร่วมมือนี้จะช่วยขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065 ด้านนายชาญศักดิ์ ชื่นชม ผู้จัดการใหญ่ GPSC ระบุว่าโครงการนี้จะส่งจ่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของบริษัทภายในปี 2050 ขณะที่นางสาวอำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ กัลฟ์ 1 กล่าวว่า GULF1 จะนำประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดมาดูแลโครงการตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ก่อสร้าง จนถึงการดำเนินงานระยะยาว ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเข้าถึงพลังงานสีเขียวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเกณฑ์ ESG และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ กนอ. ทั้งในรูปของเงินปันผล ค่าตอบแทนการใช้สิทธิพื้นที่ผิวน้ำ และค่าบริการสาธารณูปโภคตลอดระยะเวลาโครงการ
Independent Power Producers & Energy Traders▲
EGCO เข้าซื้อหุ้น 45.0549% ในโรงไฟฟ้า Astoria Energy II นครนิวยอร์ก
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ประกาศเข้าซื้อหุ้นทางอ้อมสัดส่วน 45.0549% ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ Astoria Energy II หรือ AE II กำลังผลิต 615 เมกะวัตต์ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผ่านบริษัทย่อย EGCO New York, LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ EGCO ถือหุ้นทั้งหมด โดยได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับ Gulf Pacific Power, LLC หรือ GPP กองทุน Private Equity ซึ่งบริหารโดย Harbert Power หน่วยงานด้านการลงทุนในธุรกิจพลังงานของ Harbert Management Corporation เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Asset Recycling ภายใต้กลยุทธ์ POWER4 ที่นำเงินสดจากการหมุนเวียนสินทรัพย์ที่เติบโตเต็มที่แล้วไปลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานระดับพรีเมียม ซึ่งมีสัญญา Tolling Agreement ระยะยาวกับองค์กรไฟฟ้าสาธารณะแห่งรัฐนิวยอร์ก หรือ NYPA การันตีการรับรู้กระแสเงินสดที่มั่นคงทันที โรงไฟฟ้า AE II เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อปี 2554 ตั้งอยู่ในเขตควีนส์ ห่างจากสนามบินลาการ์เดียไม่ถึง 2 ไมล์ ในพื้นที่ศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า Zone J ของ New York Independent System Operator หรือ NYISO และเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้า CCGT ที่ใหม่และมีประสิทธิภาพสูงสุดใน Zone J นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group ระบุว่าการลงทุนครั้งนี้จะผนึกรวมกับพอร์ตสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว ทั้งโรงไฟฟ้า Linden Cogen, Compass Portfolio และกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน Apex Clean Energy และ Pinnacle II ทำให้ EGCO Group มีตำแหน่งทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตจากเทคโนโลยี AI และ Data Center รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฐานการเติบโตอันดับ 2 ของบริษัท
Independent Power Producers & Energy Traders▲
โบรกแนะ "เคาะ" GULF คงเป้ารายได้และ EBITDA ปี 2026 โต 12-15%
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์แนะนำ "เคาะ" หุ้น GULF โดยคาดผลการดำเนินงานงวดครึ่งหลังปี 2026 จะเติบโตต่อเนื่อง และยังคง Guidance รายได้และ EBITDA ปี 2026 เติบโตราว 12-15% โดยมีแรงหนุนจากกำลังการผลิตใหม่ราว 700 MW ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งในจำนวนนี้รวมโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 623 MW ที่คาดสร้างกำไรเพิ่มราว 600 ล้านบาทต่อปี และโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ 10 MW ที่คาดสร้างกำไรราว 120 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ธุรกิจ LNG Import และ Optimization คาดสร้างกำไรราว 1.5 พันล้านบาทในปีนี้ ด้านโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ได้ประโยชน์แล้วจาก Capacity Payment ที่เพิ่มจาก 270 เป็น 329 ดอลลาร์/MW-day ตาม Demand จาก Data Center ในตลาด PJM ส่วน GSA01 ขนาด 25 MW มีลูกค้าใช้ Capacity เต็มตั้งแต่เดือน มิ.ย. ทำให้รับรู้กำไรเต็มในครึ่งหลังปี 2026 และ Data Center ราว 200 MW แรกที่ Commit แล้วคาดเปิดดำเนินการครบในปี 2027 ก่อนขยาย Capacity สู่ระดับประมาณ 1,000 MW ช่วงปลายปี 2028 บริษัทยังเดินหน้าขยาย Digital Infrastructure ให้ครบวงจร โดยมีแผน Equity Investment 5 ปีราว 1.3-1.4 แสนล้านบาท และจัดสรรประมาณ 10% ให้ GULF Edge ซึ่งมีโอกาสเพิ่มเป็น 15% ตามการเติบโตของ Data Center ด้าน Sentiment มองว่าราคาที่ปรับตัวลงในประเด็น Share Overhang จาก Singtel ใกล้คลี่คลายแล้ว หลัง Singtel ขายหุ้น GULF จำนวน 416 ล้านหุ้น หรือ 2.8% ของหุ้นทั้งหมดในเดือน มิ.ย. 2026 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงจาก 7.73% เหลือ 4.95% โดยมีเงื่อนไข Lock-up ห้ามขายหุ้นส่วนที่เหลือเพิ่มเติมเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในช่วง 21-22 ก.ย. ทางด้านปัจจัยเทคนิคระบุว่าหุ้นปรับทดสอบยืนแนวรับจิตวิทยา 60.00 และกลับตัวขึ้นด้วยแท่งเทียนสัญญาณบวก โดยมีแนวต้านที่ 61.25 และ 63-63.25 สำหรับผู้ที่ถือหุ้นแนะนำให้ถือหรือซื้อเพิ่ม ส่วนผู้ที่ไม่มีหุ้นแนะนำให้ซื้อระยะสั้นโดยเน้นยืนแนวรับ 60/59 และไม่ควรต่ำกว่า
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GPSC คว้าสัญญา PPA โซลาร์ 6 โครงการ กำลังผลิตรวม 105 MW
บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ หรือ GPSC ได้รับคัดเลือกและลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน จำนวน 6 โครงการ กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมกำลังการผลิตตามสัญญาและตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 105 เมกะวัตต์ ภายใต้ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565–2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง นายมนัสชัย คงรักษ์กวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและดีคาร์บอไนเซชัน GPSC เปิดเผยว่า โครงการทั้ง 6 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ตามสัญญา หรือ SCOD ในปี 2571 ประกอบด้วยโครงการเฮลิออส 1 กำลังการผลิต 24 เมกะวัตต์ โครงการเฮลิออส 2 กำลังการผลิต 31 เมกะวัตต์ โครงการนาทับพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการ 1 ของบริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด กำลังการผลิต 38 เมกะวัตต์ ซึ่งจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และโครงการเฮลิออส 4.2 กำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ ส่วนกลุ่มที่สองมีกำหนด SCOD ในปี 2573 จำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกอบด้วยโครงการเฮลิออส 3 กำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ และโครงการเฮลิออส 4.1 กำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ ความสำเร็จครั้งนี้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ GPSC ในการขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตให้ได้มากกว่า 50% เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2593
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GPSC คว้า 6 โครงการโซลาร์ 105 MW จ่ายไฟปี 2571 และ 2573
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565–2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง และได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 6 โครงการ รวมกำลังการผลิตตามสัญญาและตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 105 MW โดยนายมนัสชัย คงรักษ์กวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและดีคาร์บอนไนเซชัน ระบุว่าโครงการทั้ง 6 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ตามสัญญาในปี 2571 ประกอบด้วยโครงการเฮลิออส 1 กำลังการผลิต 24 MW โครงการเฮลิออส 2 กำลังการผลิต 31 MW และโครงการนาทับพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการ 1 ของบริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด กำลังการผลิต 38 MW ซึ่งจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวมทั้งโครงการเฮลิออส 4.2 กำลังการผลิต 4 MW ซึ่งจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ส่วนกลุ่มที่สองมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ตามสัญญาในปี 2573 จำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกอบด้วยโครงการเฮลิออส 3 กำลังการผลิต 4 MW และโครงการเฮลิออส 4.1 กำลังการผลิต 4 MW ความสำเร็จครั้งนี้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ GPSC ในการขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตให้ได้มากกว่า 50% เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2593
Independent Power Producers & Energy Traders▲
หยวนต้าปรับเป้า GPSC เป็น 66.50 บาท เลือกเป็นหุ้นเด่นโรงไฟฟ้าไตรมาส 4
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ปรับราคาเป้าหมายหุ้น บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ปี 2570 ขึ้นเป็น 66.50 บาท จากเดิม 60.00 บาท พร้อมคงคำแนะนำซื้อ และเลือก GPSC เป็น Top Pick กลุ่มโรงไฟฟ้าในไตรมาส 4/69 เทียบกับราคาปิดวันที่ 15 ก.ย.69 ที่ 48.25 บาท คิดเป็น Upside ประมาณ 37.8% โดยมองว่าบริษัทได้ประโยชน์จากร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศรอบใหม่ ซึ่งในช่วง 11 ปีแรก ระหว่างปี 2570-2580 มีแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่รวมประมาณ 50.6 กิกะวัตต์ โดย GPSC ตั้งเป้าคว้ากำลังผลิตใหม่จากแผนดังกล่าวประมาณ 5.2 GWe หรือราว 10% ของกำลังผลิตใหม่ทั้งหมด แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซประมาณ 2.4 GWe และพลังงานหมุนเวียน 2.7 GWe ประกอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 2.2 GWe และพลังงานลม 0.5 GWe ขณะที่โรงไฟฟ้าก๊าซเดิมอย่าง Glow IPP ขนาด 713 เมกะวัตต์ ซึ่ง GPSC ถือหุ้น 95% และ RPCL ขนาด 1,400 เมกะวัตต์ ซึ่งถือหุ้น 24% มีโอกาสต่ออายุสัญญาที่จะทยอยหมดอายุในปี 2571 และ 2576 ตามลำดับ อีกทั้งการจำหน่ายไฟฟ้าให้กลุ่ม Data Center เป็นอีกทางเลือกที่อาจสร้างผลตอบแทนสูงขึ้น ด้านฐานะการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2/69 GPSC มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเพียง 0.72 เท่า เทียบกับเงื่อนไขทางการเงินที่ 2.5 เท่า หยวนต้ายังปรับประมาณการกำไรปกติปี 2570 เพิ่มขึ้น 2% เป็น 6,865 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน จากการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้า GHECO-One เต็มปี และปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 14.9% แม้ปรับสมมติฐานราคาก๊าซธรรมชาติสูงขึ้นเป็น 360 บาทต่อล้านบีทียู
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GPSC คว้า 6 โครงการไฟสะอาด 105 MW จ่ายไฟเข้าระบบปี 2571 และ 2573
GPSC ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. และ กฟภ. รวม 6 โครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน กำลังการผลิตตามสัญญาและตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 105 MW หลังได้รับคัดเลือกเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าตามระเบียบ กกพ. ว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565–2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง กลุ่มแรกมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2571 ประกอบด้วยโครงการเฮลิออส 1 กำลังการผลิต 24 MW เฮลิออส 2 กำลังการผลิต 31 MW และโครงการนาทับพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการ 1 ของบริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด กำลังการผลิต 38 MW ซึ่งจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ส่วนโครงการเฮลิออส 4.2 กำลังการผลิต 4 MW จำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟภ. กลุ่มที่สองมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2573 จำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟภ. ประกอบด้วยโครงการเฮลิออส 3 กำลังการผลิต 4 MW และเฮลิออส 4.1 กำลังการผลิต 4 MW นายมนัสชัย คงรักษ์กวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและดีคาร์บอนไนเซชัน ของ GPSC ระบุว่าโครงการเหล่านี้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์การขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาดที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตให้มากกว่า 50% เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2593
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GPSC คว้าโซลาร์ 6 โครงการ กำลังผลิต 105 MW ป้อนไฟเข้าระบบปี 2571-2573
GPSC ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน จำนวน 6 โครงการ รวมกำลังการผลิตตามสัญญาและตามสัดส่วนการถือหุ้น 105 MW โดยได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและกฟภ. ภายใต้ระเบียบ FiT ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง นายมนัสชัย คงรักษ์กวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและดีคาร์บอนไนเซชันของ GPSC แกนนำธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า โครงการทั้ง 6 แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2571 ประกอบด้วยโครงการเฮลิออส 1 กำลังการผลิต 24 MW เฮลิออส 2 กำลังการผลิต 31 MW โครงการนาทับพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการ 1 ของบริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด กำลังการผลิต 38 MW ซึ่งจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟภ. และเฮลิออส 4.2 กำลังการผลิต 4 MW ส่วนกลุ่มที่สองมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2573 จำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟภ. ประกอบด้วยเฮลิออส 3 กำลังการผลิต 4 MW และเฮลิออส 4.1 กำลังการผลิต 4 MW ทั้งนี้ โครงการที่ได้รับการคัดเลือกสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ GPSC ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตพลังงานสะอาดให้มากกว่า 50% เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2593
Independent Power Producers & Energy Traders▲
กนอ. จับมือ GULF1-GPSC ตั้งบริษัทรีเนอร์จี ลุยโซลาร์ฟาร์มมาบตาพุด 17.5 เมกะวัตต์
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับบริษัท กัลฟ์1 จำกัด (GULF1) ในเครือบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้นเพื่อจัดตั้งบริษัท รีเนอร์จี จำกัด ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่เก็บกักตะกอนดินเลน หรือ Silt Pond ในเขตโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นประกอบด้วย GULF1 ถือหุ้นร้อยละ 37.5 GPSC ถือหุ้นร้อยละ 37.5 และ กนอ. ถือหุ้นร้อยละ 25.0 โครงการนี้จะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่ Silt Pond ขนาด 92 ไร่ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 17.50 เมกะวัตต์ เพื่อให้ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเข้าถึงพลังงานสีเขียวและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเกณฑ์ ESG พร้อมสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ กนอ. ทั้งในรูปเงินปันผล ค่าตอบแทนการใช้สิทธิพื้นที่ผิวน้ำ และค่าบริการสาธารณูปโภค ตลอดระยะเวลาโครงการ นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นโมเดลต้นแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อผลิตพลังงานสะอาด ขณะที่นายชาญศักดิ์ ชื่นชม ผู้จัดการใหญ่ GPSC ระบุว่าโครงการนี้เป็นก้าวสำคัญของการลดคาร์บอนในพื้นที่มาบตาพุด และนางสาวอำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ GULF1 กล่าวว่าจะนำประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดมาสนับสนุนการพัฒนาโครงการตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ก่อสร้าง จนถึงการดำเนินงานระยะยาว
Independent Power Producers & Energy Traders▲
กนอ. จับมือ GULF1-GPSC ตั้งบริษัทรีเนอร์จี ลุยโซลาร์ฟาร์ม 17.5 MW ที่มาบตาพุด
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ร่วมกับบริษัท กัลฟ์1 จำกัด หรือ GULF1 ในเครือบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด มหาชน หรือ GULF และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด มหาชน หรือ GPSC ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้นจัดตั้งบริษัท รีเนอร์จี จำกัด เพื่อดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่เก็บกักตะกอนดินเลน หรือ Silt Pond ภายในโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โครงการนี้จะพัฒนาพื้นที่ Silt Pond ขนาด 92 ไร่ ให้เป็นแหล่งผลิตและจ่ายพลังงานสะอาด ด้วยกำลังการผลิตติดตั้ง 17.5 เมกะวัตต์ โดยโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท รีเนอร์จี จำกัด ประกอบด้วย GULF1 ถือหุ้น 37.5% GPSC ถือหุ้น 37.5% และ กนอ. ถือหุ้น 25% นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่าความร่วมมือนี้มุ่งผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2608 ขณะที่นายชาญศักดิ์ ชื่นชม ผู้จัดการใหญ่ GPSC ระบุว่าโครงการนี้จะส่งจ่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้แก่ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด และ กนอ. จะได้รับรายได้จากการลงทุนทั้งในรูปเงินปันผล ค่าตอบแทนการใช้สิทธิพื้นที่ผิวน้ำ และค่าบริการสาธารณูปโภคตลอดระยะเวลาโครงการ
Independent Power Producers & Energy Traders▲
จับตาหุ้นเด่นวันนี้ GULF ทุ่มแสนล้านปั้น Data Center Park 1,000 เมกะวัตต์
หุ้นเด่นวันนี้ นำโดย GULF ที่หนังสือพิมพ์รายงานว่าเดินเกมใหญ่ทุ่มงบลงทุนระดับแสนล้านบาท เพื่อปั้นนิคม Data Center Park ขนาดกำลังการผลิตกว่า 1,000 เมกะวัตต์ โดยจะสรุปแผนลงทุนภายในปีนี้ พร้อมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งไฟฟ้าและน้ำเพื่อรองรับลูกค้ารายใหญ่ หลังมีดีมานด์รองรับจำนวนมาก และอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตเคเบิลใต้น้ำเส้นทางไทย-เวียดนาม-สิงคโปร์ เพื่อปูทางโครงข่ายข้อมูลอาเซียน ขณะที่ MEDEZE เร่งเครื่องโรงงานผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ไตรมาส 1/71 ช่วยลดการนำเข้าปีละหลายร้อยล้านบาท ส่วน IP ประกาศวิสัยทัศน์ Advance Biotech ชูความสำเร็จยีนบำบัดพาร์กินสันร่วมกับญี่ปุ่น หนุนยอดขายโตต่อเนื่องปีละ 10% สู่เป้าหมาย 5,000 ล้านบาทในปี 74 ด้าน THAI มั่นใจรายได้ปีนี้แตะ 2 แสนล้านบาทตามเป้า แม้น้ำมันกดดัน โชว์กระแสเงินสด 1.2 แสนล้านบาท ลุยขยายฝูงบิน 150 ลำ และอัพมาร์เก็ตแชร์เป็น 35% ส่วน AMATA ดึงทุนจีน Homa ตั้งฐานผลิตตู้เย็นและตู้แช่ในนิคมอมตะชลบุรี งบลงทุนกว่า 3.1 พันล้านบาท กำลังผลิต 1.5 ล้านเครื่องต่อปี ตั้งเป้ามูลค่าส่งออก 12,000 ล้านบาทต่อปี
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GULF เผยต่างชาติแห่ขอข้อมูล ชวนร่วมลงทุนหลังงาน Gastech
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า หุ้น GULF ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันและกองทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เข้ามาขอข้อมูลแผนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังเข้าร่วมงาน Gastech 2026 บริษัทได้รับเชิญชวนให้ร่วมลงทุนในโครงการพลังงานและก๊าซธรรมชาติในต่างประเทศหลายโครงการ แต่จะพิจารณาอย่างรอบคอบโดยเน้นความมั่นใจว่ามีซัพพลายก๊าซเพียงพอสำหรับโรงไฟฟ้าของบริษัทก่อน ด้านราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับขึ้นในรอบนี้ยังน้อยกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนมาก และมองว่าเป็นปัจจัยระยะสั้นที่อิงราคาน้ำมันดิบ ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนซัพพลาย บริษัทยังเดินหน้าพัฒนา Data Center ในรูปแบบนิคม Data Center วางสเกลรองรับสูงถึงระดับพันเมกะวัตต์ คาดได้ข้อสรุปพื้นที่ภายในปีนี้ ขณะที่โครงการเคเบิลใต้น้ำเชื่อมเวียดนาม สิงคโปร์ ไทย และอาเซียน มูลค่าระดับหมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างขออนุญาต โดย GULF ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและให้ ADVANC ทำการตลาดและขายบริการ คาดให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่ดี นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR คาดต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 ปี และทิศทางดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นไม่กระทบ GULF เห็นได้จากผลการเสนอขายหุ้นกู้รอบที่ผ่านมาที่มียอดจองซื้อเกินเป้าหมายเป็นจำนวนมาก
Independent Power Producers & Energy Traders▲
สารัชถ์ ซื้อหุ้น GULF เพิ่ม 2.42 ล้านหุ้น มูลค่า 147 ล้านบาท
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทเพิ่มเติมจำนวน 2,415,600 หุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 60.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 146.75 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในระบบ Auto Matching โดยผ่านบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) การซื้อครั้งนี้ส่งผลให้นายสารัชถ์ถือหุ้น GULF เพิ่มขึ้นจากเดิม 4,360,734,893 หุ้น เป็น 4,363,150,493 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 29.20% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
Independent Power Producers & Energy Traders▲
KTB จับมือ GULF เปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัลบนเป๋าตัง 19 ต.ค. นี้
ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB ร่วมมือกับบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF เปิดจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัล GULF ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. หรือจนกว่าจะเต็มจำนวนเสนอขาย หุ้นกู้ดังกล่าวเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ AA-/Stable โดยทริสเรทติ้ง เปิดให้ลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อรายการ รับดอกเบี้ยร้อยละ 2.70–2.95 ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ 7 ปี จัดสรรแบบผู้จองซื้อก่อนมีสิทธิก่อน โดยผู้ลงทุนจะได้รับหุ้นกู้ทันทีเมื่อซื้อ ได้รับเงินทันทีเมื่อขาย และซื้อขายในตลาดรองได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Independent Power Producers & Energy Traders▲
กรุงไทย-กัลฟ์ เตรียมขายหุ้นกู้ดิจิทัล GULF ผ่านเป๋าตัง 19 ต.ค.นี้
ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัล GULF ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยคาดว่าจะเปิดจองซื้อตั้งแต่เวลา 08.30 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม 2569 จนกว่าจะเต็มจำนวนเสนอขาย แต่ไม่เกินเวลา 15.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม 2569 หุ้นกู้ดังกล่าวเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ AA-/Stable โดยทริสเรทติ้ง เปิดให้ลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อรายการ รับดอกเบี้ยร้อยละ 2.70–2.95 ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ 7 ปี จัดสรรในรูปแบบผู้จองซื้อก่อนมีสิทธิก่อน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนใช้งานวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตั้งแต่วันนี้ พร้อมกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและทำแบบประเมินความเหมาะสมในการลงทุนล่วงหน้า
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GULF จับมือ KTB ขายหุ้นกู้ดิจิทัล ดอกเบี้ย 2.70-2.95% เปิดจอง 19 ต.ค. นี้
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัล GULF ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้นด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า หุ้นกู้ดิจิทัล GULF เป็นหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ AA-/Stable โดยทริสเรทติ้ง อายุหุ้นกู้ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.70-2.95% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน การจองซื้อเปิดผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ เป๋าตัง ตั้งแต่เวลา 08.30 น. วันที่ 19 ต.ค. 2569 จนกว่าจะเต็มจำนวนเสนอขาย แต่ไม่เกินเวลา 15.00 น. วันที่ 21 ต.ค. 2569 กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อรายการ โดยจัดสรรแบบ First Come, First Served สำหรับวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ เป๋าตัง รองรับการซื้อขายในตลาดรองตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายและติดตามข้อมูลการถือครอง รวมถึงราคาซื้อขายได้ผ่านระบบเดียวกัน โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนใช้งานวอลเล็ตและศึกษาขั้นตอนการจองซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้
Independent Power Producers & Energy Traders▲
BGRIM ร่วมงาน Gastech 2026 ตอกย้ำยุทธศาสตร์ GreenLeap สู่ 10,000 เมกะวัตต์ในปี 2573
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM เข้าร่วมงาน Gastech 2026 เวทีพลังงานระดับโลกด้านก๊าซธรรมชาติ LNG พลังงานคาร์บอนต่ำ และ AI สำหรับพลังงาน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 54 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ และบริษัทผู้แสดงสินค้ากว่า 800 ราย และมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ BGRIM เปิดเผยว่าการเข้าร่วมงานครั้งนี้ตอกย้ำยุทธศาสตร์ GreenLeap – Global and Green ซึ่งมุ่งขยายฐานสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนให้หลากหลายทั้งเชิงภูมิศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่กับการขับเคลื่อนความมั่นคงด้านพลังงาน โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50% ในปี 2573 และขยายการลงทุนสู่กำลังการผลิต 10,000 เมกะวัตต์ จากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาในปี 2573 ดร.ลิงค์ยังร่วมแบ่งปันมุมมองในหัวข้อ Empowering the World Compassionately: Reimagining LNG’s Role and Resilience in Thailand โดยเน้นว่าความมั่นคงทางพลังงานไม่ได้วัดเพียงจากราคา แต่รวมถึงความพร้อมจ่ายและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะเมื่อปริมาณก๊าซธรรมชาติในประเทศลดลง ทำให้ LNG มีบทบาทสำคัญมากขึ้น พร้อมมองว่าการพัฒนาตลาดพลังงานควรมุ่งสู่โครงสร้างที่โปร่งใสและเปิดกว้างขึ้น การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน LNG อย่างเป็นธรรมจะช่วยส่งเสริมการแข่งขันและเอื้อต่อการลงทุนระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต
Independent Power Producers & Energy Traders▲
หยวนต้าเชียร์ GPSC เป็น Top Pick โรงไฟฟ้า เป้า 66.50 บาท
บล.หยวนต้า ออกบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC โดยตั้งเป้าคว้ากำลังผลิตใหม่จาก PDP รอบใหม่ 5.2 GWe หรือราว 10% ของกำลังผลิตใหม่ทั้งหมด ขณะที่ Glow IPP และ RPCL มีโอกาสต่ออายุสัญญา ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสบรรลุเป้าหมายดังกล่าว นอกจากนี้ AEPL เตรียม IPO ภายในปี 2570 คาดมูลค่า 1.6–1.7 แสนลบ. ช่วยปลดล็อกมูลค่าและเพิ่มศักยภาพกำไร ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติไตรมาส 3 ปี 2569 ที่ 1.2–1.5 พันลบ. เติบโตเมื่อเทียบปีต่อปี แม้ราคาก๊าซสูงขึ้น และมีโอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากการขาย Solar roof ในไต้หวัน พร้อมปรับกำไรปี 2570 ขึ้น 2% เป็น 6,865 ลบ. หรือเติบโต 11% เมื่อเทียบปีต่อปี และปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 เป็น 66.50 บาท โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงเพราะ US Bond Yield ปรับตัวขึ้นไม่กระทบต่อบริษัทโดยตรง เป็นเพียง Sentiment จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน และเลือก GPSC เป็น Top Pick กลุ่มโรงไฟฟ้าในไตรมาส 4 ปี 2569
Independent Power Producers & Energy Traders▲
BGRIM ร่วม Gastech 2026 ชู LNG รับดีมานด์อุตสาหกรรมและดาต้าเซ็นเตอร์
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เข้าร่วมงาน Gastech 2026 เวทีพลังงานระดับโลกด้านก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG พลังงานคาร์บอนต่ำ และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในภาคพลังงาน โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 54 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.69 มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ และบริษัทผู้แสดงสินค้ามากกว่า 800 ราย ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาเมื่อวันที่ 14 ก.ย.69 พร้อมประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านพลังงาน การลงทุน และนวัตกรรมของภูมิภาคอาเซียน ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ BGRIM เปิดเผยว่าการเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ GreenLeap – Global and Green ซึ่งมุ่งขยายฐานสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนให้มีความหลากหลายทั้งด้านภูมิศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน บริษัทเตรียมเดินหน้าขยายการลงทุนร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50% ภายในปี 73 พร้อมขยายกำลังการผลิตจากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาให้แตะ 10,000 เมกะวัตต์ภายในปีเดียวกัน นอกจากนี้ ดร.ฮาราลด์ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ Empowering the World Compassionately: Reimagining LNG’s Role and Resilience in Thailand โดยระบุว่าความมั่นคงทางพลังงานไม่ควรวัดจากระดับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องครอบคลุมถึงความพร้อมจ่ายและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าด้วย ท่ามกลางแนวโน้มปริมาณก๊าซธรรมชาติในประเทศที่ลดลง LNG จึงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ขณะเดียวกันการพัฒนาตลาดพลังงานควรมุ่งสู่โครงสร้างที่มีความโปร่งใสและเปิดกว้างมากขึ้น โดยการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน LNG อย่างเป็นธรรมจะช่วยส่งเสริมการแข่งขันและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาว ซึ่งจะช่วยยกระดับระบบพลังงานไทยให้มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ พร้อมรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต
Independent Power Producers & Energy Traders▲
BGRIM ร่วมงาน Gastech 2026 ตอกย้ำยุทธศาสตร์ GreenLeap – Global and Green
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เข้าร่วมงาน Gastech 2026 เวทีพลังงานระดับโลกด้านก๊าซธรรมชาติ LNG พลังงานคาร์บอนต่ำ และ AI สำหรับพลังงาน โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 54 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 มีผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ และบริษัทผู้แสดงสินค้ากว่า 800 ราย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 พร้อมประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านพลังงาน การลงทุน และนวัตกรรม ของภูมิภาคอาเซียน ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ตอกย้ำยุทธศาสตร์ GreenLeap – Global and Green ซึ่งมุ่งขยายฐานสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนให้มีความหลากหลายทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50% ในปี 2573 และขยายการลงทุนสู่กำลังการผลิต 10,000 เมกะวัตต์ จากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาในปี 2573 นอกจากนี้ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ยังร่วมแบ่งปันมุมมองในหัวข้อ Empowering the World Compassionately: Reimagining LNG’s Role and Resilience in Thailand โดยเน้นว่าความมั่นคงทางพลังงานไม่ได้วัดเพียงจากราคา แต่รวมถึงความพร้อมจ่ายและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงที่ปริมาณก๊าซธรรมชาติในประเทศลดลง ทำให้ LNG มีบทบาทสำคัญมากขึ้น พร้อมมองว่าการพัฒนาตลาดพลังงานควรมุ่งสู่โครงสร้างที่โปร่งใสและเปิดกว้างมากขึ้น การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน LNG อย่างเป็นธรรมจะช่วยส่งเสริมการแข่งขันและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต
Independent Power Producers & Energy Traders▲
STOCKFOCUS สรุปหุ้นเด่น BGRIM ADVICE MMM KCC EURO POLY MGC TWPC SIRI BEM
สต็อกโฟกัสหุ้นเด่นวันนี้ รวบรวมประเด็นสำคัญของหุ้นหลายตัว โดยบีจีอาร์ไอเอ็ม หรือ BGRIM มีโอกาสปิดดีลโรงไฟฟ้าก๊าซไอพีพีในเวียดนามและมาเลเซียขนาดใหญ่รวม 3 พันเมกะวัตต์ภายในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า พร้อมเตรียมยื่นต่ออายุโครงการโรงไฟฟ้าเดิมจำนวน 22 แห่ง กำลังการผลิต 3,000 เมกะวัตต์ ตามแผน PDP และจะเปิดเฟสแรกของดาต้าเซ็นเตอร์ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ด้าน ADVICE ระบุว่าไอโฟน 18 ฮอต โดย iPhone 18 Pro Max มียอดจองล่วงหน้าเต็มโควตาแล้ว และจะเริ่มรับเครื่องวันศุกร์นี้ ซึ่งหนุนรายได้ไตรมาส 3/2569 พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้โต 15% จากปีก่อน และตั้งเป้าเปิดสาขาสิ้นปี 2569 แตะ 29 สาขา จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 22 สาขา ขณะที่ MMM เดินหน้าผนึกพันธมิตรรายใหม่ป้อนอสังหาริมทรัพย์ รักษาสต๊อก 800 ยูนิต วางกลยุทธ์จับกลุ่มราคา 4-5 ล้านบาท ดึงบริษัทลูกพฤกษาช่วยก่อสร้าง และมั่นใจผลงานไตรมาส 4 จะพีคสุด โดยตั้งเป้าทั้งปีโต 30-40% ส่วน KCC ปักธงปี 2569 กวาด NPL เข้าพอร์ต 500 ล้านบาท โตไม่ต่ำกว่า 30% หลังระดมหุ้นกู้ 450 ล้านบาท และศึกษาแผนซื้อ NPA เพิ่มเติม ขณะที่ EURO รุกตลาดลักซ์ชัวรีร่วมกับ SC เปิดวิลล่าหรูเดอะ เจนทริ คัลทิวาร์ พระราม 9 ระดับราคา 30-50 ล้านบาท ด้าน POLY ย้ำเป้ารายได้ทั้งปีโต 10% หลังครึ่งแรกทำได้ 628 ล้านบาท โดยธุรกิจยานยนต์มีสัดส่วนพุ่งแตะ 60% จากคำสั่งซื้อ Toyota ที่ไหลเข้าต่อเนื่อง และล่าสุดตั้งบริษัทลูกรุกธุรกิจไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็น New S-Curve ขณะที่ MGC ต่อยอด Mobility Ecosystem ผ่านธุรกิจรถเช่า SIXT จับมือ ROYS HOTEL ให้บริการรับส่งผู้เข้าพักด้วยรถยนต์ไฟฟ้า XPENG โดย ROYS HOTEL ทุ่มงบ 300 ล้านบาท รีโนเวตครั้งใหญ่ ตั้งเป้าเปิดบริการในปี 2570 ด้านกลุ่มประกันภัย ครม.อนุมัติแผนการทำประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองทั้งน้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว และชีวิต เริ่ม 1 ตุลาคมนี้ ส่วน TWPC จ่อดันยอดขายกลุ่มอาหารและซอสในต่างประเทศโตเกิน 10% หลังเข้าซื้อกิจการเวลล์-โกรว์ ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ในเดือนกันยายน หนุนผลดำเนินงานไตรมาส 4/2569 ขณะที่โบรกแนะซื้อ KLINIQ และ MASTER จากแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังเร่งตัว โดย KLINIQ มีเครือข่ายกว่า 84 สาขา ด้าน SCB EIC ย้ำทุนต่างชาติยังสนใจลงทุนในไทยต่อเนื่อง จับตารัฐคลอดเกณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ภายในปีนี้ โดยฟินันเซียฯ แนะซื้อ STECON เป้า 22.50 บาท และโกลเบล็กแนะ WHA เป้า 5.40 บาท ขณะที่ SIRI เร่งทำยอดขายแนวราบสู่เป้า 25,000 ล้านบาท เตรียมเปิดตัวบุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา มูลค่า 6,000 ล้านบาท ราคา 23-40 ล้านบาท ช่วง 19-20 กันยายนนี้ ด้าน BEM กทพ.หารือลดผลกระทบก่อนปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา 15 ธันวาคมนี้ โดยอัตราใหม่เริ่มรถ 4 ล้อ 80 บาท รถ 6-10 ล้อ 130 บาท และรถเกิน 10 ล้อ 180 บาท และ ONEAM เตรียมเรียกประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ GROREIT วันที่ 28 ตุลาคมนี้ เพื่อโหวตขายโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โดยมี 3 ทางเลือก ทั้งให้ ROH ซื้อคืนราคา 4,873 ล้านบาท ขายให้ออร์คิด ฮอสพิแทลลิทีที่เสนอ 5,300 ล้านบาท หรือเปิดประมูลทั่วไป หากขายสำเร็จจะเดินหน้าชำระบัญชีเลิกกองทรัสต์ทันที
Independent Power Producers & Energy Traders▲
BGRIM เล็งปิดดีลโรงไฟฟ้าก๊าซ IPP เวียดนาม-มาเลเซีย 3 พันเมกะวัตต์ปลายปีนี้
บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM เปิดเผยว่าเตรียมปิดดีลโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติประเภท IPP ขนาดใหญ่ในเวียดนามและมาเลเซีย รวมกำลังการผลิตราว 3,000 เมกะวัตต์ ภายในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า โดยแต่ละประเทศมีโครงการขนาด 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาเงื่อนไขสัญญารับซื้อไฟฟ้าและคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปลายปีนี้ ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมยื่นขอต่ออายุโครงการโรงไฟฟ้าเดิมจำนวน 22 แห่ง กำลังการผลิตรวมประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ตามแผน PDP ฉบับใหม่ เพื่อจ่ายไฟฟ้าและไอน้ำให้กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญอย่าง Data Center, Semiconductor และ EV ด้านธุรกิจ Data Center ขนาดกำลังการผลิต 96 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดชลบุรี มีความคืบหน้ากว่า 50% และกำหนดเปิดดำเนินงานเฟสแรกในเดือนพฤศจิกายน 2569 สำหรับการลงทุนในเวียดนามซึ่งมีอัตราผลตอบแทนประมาณ 10–12% บริษัทได้ร่วมลงทุนกับอมตะ คอร์ปอเรชัน มานานกว่า 30 ปี มีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เปิดดำเนินการแล้ว 677 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานลมประมาณ 100 เมกะวัตต์ ส่วนในมาเลเซียมีโซลาร์ฟาร์มที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 200 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาอีกประมาณ 400 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายใน 1–2 ปีข้างหน้า
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GULF วางแผนลงทุน 5 ปี 1.4 แสนล้านบาท ดันดาต้าเซ็นเตอร์แตะ 2,000 เมกะวัตต์
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ในช่วง 5 ปีข้างหน้าวงเงินสูงถึง 1.4 แสนล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังรองรับของดาต้าเซ็นเตอร์เป็นสูงสุด 2,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังรองรับประมาณ 200 เมกะวัตต์ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ภาคเอกชนพร้อมเข้าร่วมพัฒนาโครงการพลังงานทุกประเภทตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม แบตเตอรีกักเก็บพลังงาน และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการศึกษาเทคโนโลยี SMR โดยแผน PDP ตั้งเป้ากำลังผลิตไฟฟ้าไว้ที่ระดับ 50,000 เมกะวัตต์ และบริษัทเห็นโอกาสในธุรกิจไฟฟ้าเสรี เช่น การขายไฟฟ้าสีเขียวให้ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ ด้านธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ GULF เห็นด้วยที่ภาครัฐกำหนดนิยามและกฎระเบียบที่ชัดเจน โดยชี้ว่าความต้องการใช้งานในไทยสูงมากจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ ขณะเดียวกันบริษัทได้จับมือกับ Singtel Group เข้าร่วมพัฒนาโครงการ Vietnam-Thailand-Singapore (VTS) Cable System ระบบเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมโยงเวียดนาม ไทย และสิงคโปร์ ในรูปแบบ Open Access มูลค่าโครงการหลักหมื่นล้านบาท กำหนดเปิดให้บริการภายในปีพ.ศ. 2573
Independent Power Producers & Energy Traders▲
ทรานส์อัลตาได้รับคำสั่งจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ให้เดินเครื่องหน่วยที่ 2 ของโรงไฟฟ้าเซ็นทราเลียต่อไปอีก 90 วัน
ทรานส์อัลตาเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทได้รับคำสั่งจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ให้เดินเครื่องหน่วยที่ 2 ของโรงไฟฟ้าเซ็นทราเลียในรัฐวอชิงตันต่อไปอีก 90 วัน จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม คำสั่งฉุกเฉินนี้เป็นคำสั่งครั้งที่สี่ที่บังคับให้โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งเดียวของรัฐวอชิงตันต้องเดินเครื่องต่อไปอีก 90 วัน หลังจากที่กฎหมายของรัฐกำหนดให้โรงไฟฟ้าแห่งนี้ต้องปิดดำเนินการอย่างถาวรในเดือนธันวาคม 2568 กลุ่มสิ่งแวดล้อมคัดค้านมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเซ็นทราเลียเป็นแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากที่สุดในรัฐ และสำนักงานอัยการสูงสุดของรัฐวอชิงตันได้ยื่นฟ้องเพื่อระงับคำสั่งก่อนหน้านี้ที่บังคับให้ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ เมื่อวันศุกร์ ศาลรัฐบาลกลางตัดสินว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์ไม่มีอำนาจบังคับให้โรงไฟฟ้าถ่านหินในรัฐมิชิแกนเดินเครื่องต่อไป หลังจากมีคำสั่งฉุกเฉินซ้ำหลายครั้ง
Independent Power Producers & Energy Traders▲
EGCO ชูก๊าซธรรมชาติค้ำเสถียรภาพระบบไฟฟ้า รับการเติบโตพลังงานสะอาดที่งาน Gastech 2026
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยในงาน Gastech 2026 ว่าก๊าซธรรมชาติยังมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย โดยเฉพาะการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ท่ามกลางทิศทางการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนภายใต้แผนพลังงานฉบับใหม่ โดยโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติยังมีบทบาทรองรับความผันผวนของระบบและสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การใช้พลังงานสะอาด และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับการเข้าร่วมงานครั้งนี้ EGCO ได้นำเสนอภาพรวมการพัฒนาและการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมการลงทุนใน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา สปป.ลาว อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และเกาหลีใต้ โดยพอร์ตธุรกิจครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน นอกจากนี้ EGCO ยังนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่ประยุกต์ใช้กับธุรกิจไฟฟ้า ทั้งประสบการณ์ทดสอบผสมไฮโดรเจนกับก๊าซธรรมชาติในโรงไฟฟ้าที่สหรัฐอเมริกา การศึกษาการใช้แอมโมเนียร่วมกับเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าที่จังหวัดระยอง และการศึกษาการดักจับก๊าซคาร์บอนในโรงไฟฟ้าที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะที่การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดงาน Gastech 2026 สะท้อนศักยภาพและความน่าเชื่อถือของประเทศ ตลอดจนโอกาสในการแสดงบทบาทด้านการเชื่อมโยงธุรกิจพลังงาน ทั้งธุรกิจก๊าซและธุรกิจไฟฟ้า และการเป็นศูนย์กลางด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคอาเซียน
Independent Power Producers & Energy Traders▲
BGRIM เสนอรัฐต่ออายุ 22 โรงไฟฟ้า 3,000 เมกะวัตต์ ปลดล็อก Direct PPA รับดาต้าเซนเตอร์
บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM เสนอให้ภาครัฐพิจารณาต่อสัญญาโรงไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องรวม 22 แห่ง กำลังผลิตประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ครอบคลุมทั้ง IPP และ SPP เพื่อใช้กำลังผลิตที่มีอยู่ก่อนสร้างใหม่ โดยนายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม ระบุว่าโรงไฟฟ้าเหล่านี้ยังจำเป็นต่อการจัดหาไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และถือเป็น Quick Win ในช่วงที่การจัดหาเครื่องจักรและก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ต้องใช้เวลาหลายปี บริษัทยังผลักดันให้ปลดล็อก Third Party Access และ Direct PPA เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเข้าถึงกำลังผลิตส่วนเกินในระบบ เช่น ไฟฟ้าจาก Solar Floating, Solar Farm หรือกำลังผลิตส่วนเกินจากโรงไฟฟ้าก๊าซ และเสนอให้เปิดกว้าง Direct PPA ให้รวมไฟฟ้าฐานจากก๊าซธรรมชาติ Biomass และ Biogas ด้วย ด้าน ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ กล่าวว่า BGRIM มีโครงการ Data Center ขนาดประมาณ 250 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการในจังหวัดชลบุรี ขนาด 96 เมกะวัตต์ ซึ่งคืบหน้ากว่า 50% เตรียมเปิดดำเนินการเฟสแรกในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยตั้งเป้าขยายธุรกิจ Data Center สู่กำลังประมาณ 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ปัจจุบัน BGRIM มีโรงไฟฟ้า Solar ในเวียดนามรวมประมาณ 677 เมกะวัตต์ โครงการพลังงานลมประมาณ 100 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างความร่วมมือพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซขนาด 1,500 เมกะวัตต์กับ PetroVietnam ขณะที่ในมาเลเซียมีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการแล้วประมาณ 200 เมกะวัตต์ และ Pipeline อีกประมาณ 400 เมกะวัตต์ คาดทยอย COD ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า พร้อมศึกษาความเป็นไปได้และเจรจาขั้นสุดท้ายสำหรับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติประเภท IPP ขนาดประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น โดยตั้งเป้าหาข้อสรุปภายในปลายปีนี้
Independent Power Producers & Energy Traders
GULF ลุยขยายก๊าซและพลังงานสะอาด รับดีมานด์ Data Center หนุนเป้ากำลังผลิต 25,000 เมกะวัตต์
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยในงาน Gastech 2026 ว่า GULF ยังคงเดินหน้าลงทุนทั้งพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปและพลังงานสีเขียว โดยมีเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้า 25,000 เมกะวัตต์ ซึ่งยังมีโอกาสบรรลุได้ แต่จะเร็วกว่ากำหนดเดิมหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ไฟและความพร้อมของอุปกรณ์โรงไฟฟ้า เนื่องจาก Supply Chain ของอุปกรณ์โรงไฟฟ้าทั่วโลก โดยเฉพาะ Gas Turbine อยู่ในภาวะตึงตัว จากเดิมการสั่งซื้อเครื่องจักรใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ปัจจุบันอาจต้องใช้เวลา 4-5 ปี และราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้านตลาด LNG ปีที่ผ่านมา GULF ใช้ LNG มากกว่า 50 ลำ ขณะที่ปีนี้เพิ่มเป็นมากกว่า 70 ลำ หรือคิดเป็นปริมาณประมาณ 3 ล้านตัน จากหลายภูมิภาค ทั้งสหรัฐอเมริกา แอฟริกา จีน เอเชีย และยุโรป ขณะที่แทบไม่มีการจัดหาจากตะวันออกกลาง จึงทำให้ผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางต่อบริษัทอยู่ในวงจำกัด ส่วนราคา LNG ที่ปรับขึ้นมาบริเวณ 28 ดอลลาร์ มองว่าเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและข่าวการหยุดผลิตน้ำมัน ซึ่งกระทบเฉพาะ LNG บางส่วนที่มีราคาเชื่อมโยงกับน้ำมัน และเชื่อว่าเป็นผลกระทบระยะสั้น สำหรับธุรกิจ Data Center บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างรอบคอบ และอยู่ระหว่างพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Submarine Cable เพื่อเชื่อมโยงการรับส่งข้อมูลระหว่างเวียดนาม ไทย และสิงคโปร์ โดยร่วมมือกับ Singtel ซึ่งงบลงทุนในธุรกิจดังกล่าวอยู่ในระดับหลักหมื่นล้านบาท แต่ขนาดยังไม่เท่ากับธุรกิจไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ GULF ขณะที่ตัวเลขค่าไฟ Data Center ที่ประเมินกันในระดับประมาณ 5-6 บาทต่อหน่วยนั้นยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ต้องรอรายละเอียดและหลักเกณฑ์จากภาครัฐก่อนประเมินผลกระทบ
Independent Power Producers & Energy Traders▲
BGRIM ลุยมาเลเซีย โซลาร์ 200 เมกะวัตต์ เดินหน้าพัฒนาอีก 400 เมกะวัตต์
บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM ประกาศเดินหน้าลงทุนพลังงานในมาเลเซีย โดยปัจจุบันได้เข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานโซลาร์แล้ว 200 เมกะวัตต์ และมีอีก 400 เมกะวัตต์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ขณะที่โรงไฟฟ้า IPP ขนาด 1,500 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการศึกษาและคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปลายปีนี้ นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม ของ BGRIM เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจพลังงานกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากระบบดั้งเดิมสู่พลังงานสะอาด เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าของอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะ AI, Semiconductor, Electronics และ Data Center สำหรับเวียดนาม BGRIM มีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการแล้ว 677 เมกะวัตต์ พลังงานลม 100 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าแก๊สอีก 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการลงทุน โดยประเมินผลตอบแทนเงินลงทุนประมาณ 10-12% และต้องติดตามเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าจากภาครัฐของเวียดนามให้ชัดเจนภายในปี 2569 ทั้งนี้ BGRIM ลงทุนแล้วใน 15 ประเทศ และมองว่าการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศจะเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางพลังงานของภูมิภาคอาเซียน
Independent Power Producers & Energy Traders▲
BGRIM ลุยลงทุนโรงไฟฟ้าต่างประเทศ เล็งสรุปดีล IPP 1,500 เมกะวัตต์ในมาเลเซียปลายปีนี้
บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM เดินหน้าลงทุนพลังงานในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในมาเลเซียได้เข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานโซลาร์แล้ว 200 เมกะวัตต์ และอีก 400 เมกะวัตต์อยู่ระหว่างพัฒนา ขณะที่โรงไฟฟ้า IPP ขนาด 1,500 เมกะวัตต์อยู่ระหว่างการศึกษาและคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปลายปีนี้ นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม ของ BGRIM เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจพลังงานกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากระบบดั้งเดิมสู่พลังงานสะอาด เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพของคุณภาพสูงจากอุตสาหกรรมยุคใหม่ ทั้ง AI, Semiconductor, Electronics และ Data Center สำหรับเวียดนาม ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เปิดดำเนินการแล้ว 677 เมกะวัตต์ พลังงานลมอีก 100 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าแก๊สอีก 1,500 เมกะวัตต์ที่กำลังลงทุน โดยประเมินผลตอบแทนเงินลงทุนประมาณ 10-12% แต่ต้องติดตามเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าจากภาครัฐของเวียดนามให้ชัดเจนภายในปี 2569 นี้ นอกจากนี้ BGRIM ยังเข้าไปลงทุนใน 15 ประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงาน เช่น เกาหลี และญี่ปุ่น ทั้งโครงการก๊าซธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า โดยมองว่าการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศจะเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางพลังงานของภูมิภาคอาเซียน
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GULF ร่วมงาน Gastech 2026 ชูแนวคิด Integrated Infrastructure, Powering Tomorrow
บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF เข้าร่วมงาน Gastech 2026 ในฐานะ National Consortium Partner อย่างเป็นทางการ โดยงานประชุมและนิทรรศการด้านก๊าซธรรมชาติ LNG เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ระบบการผลิตไฟฟ้า และ AI เพื่อภาคพลังงานครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 54 และถือเป็นการหวนกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 18 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก การเข้าร่วมงานในวันแรกตอกย้ำบทบาทของ GULF ในฐานะกลุ่มบริษัทชั้นนำด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ภายใต้แนวคิดหลัก Integrated Infrastructure, Powering Tomorrow ซึ่งผสานรากฐานความมั่นคงทางพลังงาน การเร่งขยายพลังงานสะอาด และการต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI เข้าไว้ด้วยกัน นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF กล่าวว่าการที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech ในวันนี้คือบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศ โดยเฉพาะในด้านพลังงาน และระบุว่าก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นหัวใจของความมั่นคงระบบไฟฟ้าเมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นจากการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมอยากเห็นภาครัฐมีนโยบายที่ชัดเจนทั้งเรื่องโซนนิ่งและการส่งเสริมพลังงานสะอาด ล่าสุด GULF ได้ร่วมลงทุนกับ Singtel ในโครงการสายเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการประมวลผลข้อมูล AI และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีภูมิภาค ตลอดการจัดงาน 4 วัน GULF ได้จัดแสดงศักยภาพของกลุ่มบริษัทผ่าน GULF Pavilion บูธหมายเลข C80 บนพื้นที่กว่า 420 ตารางเมตร ภายใต้ 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติและ LNG ครบวงจรเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานฐาน การเร่งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และการต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI เพื่อรองรับการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GULF ร่วมงาน Gastech 2026 ในฐานะ National Consortium Partner ชูแนวคิด Integrated Infrastructure, Powering Tomorrow
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เข้าร่วมงาน Gastech 2026 ในฐานะ National Consortium Partner อย่างเป็นทางการในวันแรกของการจัดงาน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 54 และเป็นการหวนกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 18 ปี ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก งานนี้ได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ร่วมเยี่ยมชมบูธ GULF โดยมีนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF และนายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกัลฟ์รีซอร์สเซส ร่วมต้อนรับ ภายใต้แนวคิดหลัก Integrated Infrastructure, Powering Tomorrow GULF จัดแสดงศักยภาพผ่าน GULF Pavilion บูธหมายเลข C80 บนพื้นที่กว่า 420 ตารางเมตร ประกอบด้วย The Ecosystem Showcase ที่ถ่ายทอดความเชื่อมโยงของธุรกิจหลักทั้งสี่กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจทรัพยากรและก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจท่าเรือและโลจิสติกส์ และธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคม พร้อมด้วย Immersive Zone ประสบการณ์ภาพรอบทิศทาง 360 องศา นายสารัชถ์กล่าวว่าการที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech ในวันนี้คือบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศ โดยเฉพาะในด้านพลังงาน และระบุว่าล่าสุด GULF ได้ร่วมลงทุนกับ Singtel ในโครงการสายเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการประมวลผลข้อมูล AI และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีภูมิภาค ภายใต้ 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ GULF มุ่งวางระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติและ LNG ครบวงจรเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานฐาน เร่งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI เพื่อรองรับการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GULF เปิดบูธ Gastech 2026 ชูแนวคิด Integrated Infrastructure
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF เปิดฉากการเข้าร่วมงาน Gastech 2026 ในฐานะ National Consortium Partner อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมเยี่ยมชมบูธ GULF ซึ่งมีนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF และนายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กัลฟ์รีซอร์สเซส ร่วมต้อนรับ งาน Gastech ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 54 และเป็นการหวนกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 18 ปี ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก GULF จัดแสดงศักยภาพผ่าน GULF Pavilion บูธหมายเลข C80 บนพื้นที่กว่า 420 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิดหลัก Integrated Infrastructure, Powering Tomorrow และ 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติและ LNG ครบวงจร การขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนสู่เป้าหมาย Net Zero และการต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI นายสารัชถ์กล่าวว่าก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นหัวใจของความมั่นคงระบบไฟฟ้า ท่ามกลางความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ และระบุว่า GULF ได้ร่วมลงทุนกับ Singtel ในโครงการสายเคเบิลใต้น้ำ เพื่อลดต้นทุนการประมวลผลข้อมูล AI และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีภูมิภาค
Independent Power Producers & Energy Traders▲
สารัชถ์ ชี้ LNG สปอตพุ่ง 28 ดอลลาร์กระทบสั้น หนุนไทยเป็น LNG Hub อาเซียน
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยหลังเข้าร่วมงาน Gastech 2026 ว่า ราคา Spot LNG ที่ขยับขึ้นแตะ 28 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู เป็นผลกระทบระยะสั้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ข่าวการหยุดชะงักของการผลิตน้ำมัน และปัจจัยด้านจิตวิทยาตลาด มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานพื้นฐาน โดยตลาด LNG โลกยังมีอุปทานในระดับสูงและแหล่งจัดหากระจายตัวมากขึ้น ทั้งสหรัฐฯ แอฟริกา ยุโรป และเอเชีย ทำให้ความเสี่ยงจากการขาดแคลนและราคาพุ่งแรงในระยะยาวมีไม่มาก GULF บริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายแหล่งนำเข้า โดยปีที่ผ่านมานำเข้ามากกว่า 50 ลำ และปีนี้เพิ่มเป็นมากกว่า 70 ลำ จึงไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันมองว่าไทยมีโอกาสยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน LNG ให้เป็นศูนย์กลางการค้าและส่งออก LNG ของอาเซียน โดยคลัง LNG ทั้ง 2 แห่งของกลุ่ม ปตท. มีความพร้อมและมาตรฐานสูง ด้านนโยบายไฟฟ้า นายสารัชถ์เห็นด้วยกับการเจรจาปรับโครงสร้าง Adder หรือส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากต้นทุนเทคโนโลยีลดลงจากในอดีต พร้อมสนับสนุนการผลักดัน Direct PPA หรือการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้ไฟฟ้า และระบุว่าการกำหนดค่าไฟเฉพาะสำหรับ Data Center สามารถพิจารณาได้ แต่ต้องอยู่ในระดับที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะหากค่าไฟสูงเกินไปอาจทำให้นักลงทุนย้ายฐาน โดยตัวเลข 5–6 บาทต่อหน่วยที่ปรากฏเป็นข่าวยังเป็นเพียงกรอบเบื้องต้น ต้องรอข้อสรุปจากภาครัฐ
Independent Power Producers & Energy Traders▲
GULF รุกดิจิทัลอินฟราฯ เคเบิลใต้น้ำหมื่นล้าน รับคลื่น AI เป้า 25,000 เมกะวัตต์
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF เปิดเผยยุทธศาสตร์ธุรกิจภายในงาน Gastech 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ว่า บริษัทจะรุกขยายการลงทุนสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อรองรับการเติบโตของดาต้า เซ็นเตอร์ คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือการร่วมมือกับ Singtel พัฒนาสายเคเบิลใต้น้ำเชื่อมเวียดนาม ไทย และสิงคโปร์ มูลค่าการลงทุนระดับหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้ผู้ให้บริการรายอื่นใช้โครงข่ายได้ในลักษณะบุคคลที่สาม และสามารถต่อยอดเชื่อมต่อไปยังมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และภูมิภาคอื่นในอนาคต นายสารัชถ์ระบุว่า Singtel มีจุดแข็งด้านบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรือวางสายเคเบิล ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนจำกัดทั่วโลกและเป็นคอขวดสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ด้านธุรกิจพลังงาน GULF ยังคงเป้าหมายขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าไปสู่ระดับประมาณ 25,000 เมกะวัตต์ พร้อมปรับโครงสร้างรายได้ระหว่างธุรกิจพลังงานและธุรกิจที่ไม่ใช่พลังงานให้เข้าใกล้สัดส่วน 50:50 สำหรับประเด็นการขายหุ้น นายสารัชถ์ชี้แจงว่าเป็นการขายให้นักลงทุนสถาบันต่างชาติที่สนใจถือหุ้นระยะยาวในลักษณะล็อตใหญ่ ซึ่งช่วยเพิ่มสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนหรือฟรีโฟลตของ GULF และไม่กระทบต่อพื้นฐานหรือทิศทางการดำเนินธุรกิจ ขณะที่การเพิ่มฟรีโฟลตในอนาคตจะขึ้นอยู่กับโอกาสและจังหวะที่เหมาะสม โดยมองว่าระดับฟรีโฟลตปัจจุบันมีเพียงพอแล้ว