WEH ปิดขายหุ้นกู้ 7,000 ล้านบาทเต็มจำนวน ค้ำประกันโดย CGIF ใหญ่สุดในไทย

Corporate ActionCommodity
โดย HoonSmart·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมรายใหญ่ที่สุดของไทย ประสบความสำเร็จในการปิดการระดมทุนผ่านหุ้นกู้มูลค่ารวม 7,000 ล้านบาทได้เต็มจำนวน โดยแบ่งเป็นหุ้นกู้ทั่วไปและหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับ Investment Grade รวม 4 ชุด เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA แนวโน้มคงที่ จากทริสเรทติ้ง ภายใต้การค้ำประกันของ Credit Guarantee and Investment Facility หรือ CGIF ซึ่งจัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ Asian Development Bank (ADB) หุ้นกู้ออกโดยบริษัทย่อยของ WEH จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด และ บริษัท เค.อาร์.เอส. ทรี จำกัด เป็นหุ้นกู้แบบทยอยชำระคืนเงินต้น หรือ Amortising Bond อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.56 ต่อปี อายุ 9 ปี 9 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2579 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ธุรกรรมครั้งนี้นับเป็นธุรกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก CGIF ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน WEH มีโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เปิดดำเนินงานแล้ว 8 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 717 เมกะวัตต์ และมีโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์แบบมีระบบกักเก็บพลังงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาอีก 4 โครงการ รวมกำลังการผลิตทั้งสิ้น 1,106 เมกะวัตต์ พร้อมตั้งเป้าขยายสู่ 2,000 เมกะวัตต์ โดยบริษัทมีรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาทและกำไรสุทธิสูงกว่า 5,000 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นแล้วรวมกว่า 11,000 ล้านบาท

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Financials · 1 หุ้น
Kiatnakin Phatra Bank Public Company Limited
KKP
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Kiatnakin Phatra Securities managed the 7bn baht bond distribution and Kiatnakin Phatra Bank serves as bond registrar and bondholders' representative, a fee-generating mandate.

Materials · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 4

Wind Energy Holdingเอกชน▲ บวก
เงินทุนความเกี่ยวข้อง

WEH fully closed its 7bn baht bond sale, the largest CGIF-guaranteed deal in Thailand, funding its wind and solar expansion.

K.R.S. Three Co., Ltd.เอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

TRIS Rating Co., Ltd.เอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

Tropical Winds Co., Ltd.เอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

INVX ชี้กฎดาต้าเซ็นเตอร์ชัด ดันหุ้นพลังงานสะอาด-นิคมฯ แนะนำ Selective Buy

นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX ระบุว่า ความพยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาคเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรกมีมติเร่งบูรณาการข้อมูลและข้อกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Single Dashboard เพื่อวางกรอบยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมให้ชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยกำหนดเกณฑ์ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 2 MW เป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม พร้อมกำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์ทรัพยากรให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงทั้งทางตรงและทางอ้อม และกำหนดเงื่อนไขพลังงานที่เข้มงวดเพื่อสนับสนุน Green Data Center ทั้งการแยกประเภทอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่ม การบังคับใช้สัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 60% เพื่อตอบโจทย์ Net Zero และการคุมเข้มมาตรฐานระบบสำรองไฟ พร้อมจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิค และเตรียมใช้มาตรการเด็ดขาดระงับการจัดสรรน้ำและไฟฟ้าสำหรับโครงการที่ยังไม่ก่อสร้างหากไม่ผ่านเกณฑ์ InnovestX ประเมินว่านโยบายที่ชัดเจนขึ้นนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ กลุ่มพลังงานสะอาด ซึ่งข้อบังคับการใช้พลังงานสะอาดขั้นต่ำ 60% จะเปลี่ยนภาพจากทางเลือกเป็นความจำเป็น กระตุ้นความต้องการจริงอย่างก้าวกระโดด และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งการจัดดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกิจการอุตสาหกรรมจะทำให้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ไหลเข้าสู่นิคมฯ ชั้นนำที่มีความพร้อมด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือ Smart Grid และการจัดการสิ่งแวดล้อม ทิ้งห่างนิคมฯ ที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิล ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้นสะสมหุ้นกลุ่มผู้นำใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นบริษัทมีโครงข่ายไฟฟ้าระดับ Smart Grid ที่เสถียรพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier 3-4 มีการร่วมทุนกับบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ และมีระบบบริหารจัดการน้ำหมุนเวียนของตนเอง คือ AMATA และ WHA ขณะที่กลุ่มพลังงานสะอาดเน้นบริษัทที่มีความคืบหน้าในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทางตรงหรือ Direct PPA กับกลุ่ม Hyperscaler ระดับโลก มีคะแนน ESG และ Green Certificate สูง และมีการลงทุนเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานหรือ BESS เพื่อรักษาความเสถียรของไฟฟ้าที่ส่งให้ดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM รวมทั้งผู้รับจ้างวางระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอย่าง GUNKUL
ทันหุ้น·4hอ่านต่อ →

Clearway Energy แต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และจัดตั้งสำนักงานการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล

Clearway Energy ได้ปรับโครงสร้างทีมผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยเขายังคงดำรงตำแหน่งเดิมที่ Clearway Group และย้ายซาราห์ รูเบนสไตน์ ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินในขณะนั้น ไปสู่สำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่ที่มุ่งเน้นโครงการดิจิทัลและข้อมูล ตลอดจนงานด้านการบูรณาการ ไรเดอร์ดูแลด้านการเงินองค์กร ความเสี่ยง การวางแผน และตลาดทุนทั่วทั้งองค์กรอยู่แล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงรวมความเป็นผู้นำด้านการเงินไว้ที่เดียว และอาจกระชับการประสานงานระหว่างบริษัทจดทะเบียนกับบริษัทในเครือที่ไม่ได้จดทะเบียน สำนักงานการเปลี่ยนแปลงของรูเบนสไตน์มีเป้าหมายเพื่อเร่งการใช้เทคโนโลยีทั่วทั้งการดำเนินงาน ซึ่งสำหรับธุรกิจที่ภาระดอกเบี้ยและการจ่ายเงินปันผลถูกระบุว่ายังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกำไรอย่างเพียงพอ อาจช่วยให้ฝ่ายบริหารติดตามกระแสเงินสด รายการพิเศษ และการจัดสรรทุนได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นทั่วสินทรัพย์พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ Clearway Energy ดำเนินงานสินทรัพย์ผลิตพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ และมีมูลค่าตลาดประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ จุดตรวจสอบแรกที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนคือผลประกอบการและแนวโน้มครั้งถัดไปของฝ่ายบริหารหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยจับตาดูความสามารถในการครอบคลุมภาระดอกเบี้ย ความยั่งยืนของการจ่ายเงินปันผล และสำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่จะส่งผลต่อการรายงานเกี่ยวกับคุณภาพกำไรและผลการดำเนินงานระดับโครงการอย่างไร
Simply Wall St·6hอ่านต่อ →

EnBW และพันธมิตรเปิดฟาร์มกังหันลม offshore He Dreiht ขนาด 960 เมกะวัตต์

EnBW Energie Baden-Württemberg และพันธมิตรอย่าง Allianz, AIP Management และ Norges Bank Investment Management ได้เปิดฟาร์มกังหันลม offshore He Dreiht ขนาด 960 เมกะวัตต์ในทะเลเหนือของเยอรมนี โครงการนี้ประกอบด้วยกังหัน 64 ตัวที่ติดตั้งเมื่อเดือนที่แล้ว กำลังทยอยเดินเครื่องเป็นระยะ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และกังหันชุดแรกเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว He Dreiht ก่อสร้างโดยไม่ใช้เงินสนับสนุนจากรัฐ และระดมทุนผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว โดยมีเงินลงทุนรวมประมาณ 2.75 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.4 พันล้านยูโร EnBW ถือหุ้นร้อยละ 50.1 ผ่านบริษัทโครงการ ขณะที่อีกร้อยละ 49.9 ถือโดยกลุ่มพันธมิตรซึ่งประกอบด้วย Allianz Global Investors ในนามของนิติบุคคลในเครือ Allianz, AIP Management และ Norges Bank Investment Management ฟาร์มกังหันลมแห่งนี้คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าต่อปีของครัวเรือนราว 1.1 ล้านครัวเรือน และพันธมิตรด้านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ได้แก่ Evonik, Google, PASM ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Telekom, Fraport, Bosch, Salzgitter, SHS Stahl-Holding Saar, Deutsche Bahn และ DHL Group Georg Stamatelopoulos ประธานคณะกรรมการบริหารของ EnBW กล่าวว่า He Dreiht เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดเพียงโครงการเดียวของ EnBW ในด้านพลังงานหมุนเวียน และบริษัทกำลังพัฒนาโครงการ offshore เพิ่มเติม รวมถึง Dreekant ขนาด 1 กิกะวัตต์ในทะเลเหนือของเยอรมนี และ Morven ขนาด 2.9 กิกะวัตต์ในสกอตแลนด์
Power Technology·16hอ่านต่อ →