← Back

Kiatnakin Phatra Bank Public Company Limited

Kiatnakin Phatra Bank Public Company Limited, together with its subsidiaries, provides various banking products and services for individual, business, corporate, and institution clients in Thailand. It operates through Commercial Banking Business, Capital Market Business, and Debt Restructuring segments. The company offers savings and current accounts, and fixed and foreign currency deposits; auto, personal, and home loans; life, health, and other insurance products; wealth invest link products; debit cards; digital banking, foreign exchange, and other services; and investment products. It also provides business banking products, including welfare packages; asset services; and real estate, apartment and hotel, and specialized industrial lending services. In addition, the company offers SME business loans; letters of guarantee; and car auction, PromptPay for legal entities, collection, payment, payroll, e-withholding tax, and other e-banking services. The company was formerly known as Kiatnakin Bank Public Company Limited and changed its name to Kiatnakin Phatra Bank Public Company Limited in August 2020. Kiatnakin Phatra Bank Public Company Limited was founded in 1971 and is headquartered in Bangkok, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving KKP.BK
KKP.BK2

KKP ปันผลระหว่างกาล 3.25 บาท สูงกว่าคาด

บล.กรุงศรี มีมุมมองเชิงบวกต่อการที่ KKP ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งปีแรกที่ 3.25 บาทต่อหุ้น สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 1.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 2.8% โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 9 กันยายน และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 กันยายน 2569 ขณะเดียวกันยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 145 บาท โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตดี ซึ่งช่วยผลักดันกำไรสุทธิปี 2569-2570 ให้เติบโต 36% และ 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามลำดับ ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับดี ทั้งการควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และการบริหารรถยึด นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่เงินปันผลจะสูงกว่าคาด โดยคาดว่าเงินปันผลทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 7.20 บาทต่อหุ้น และมีแนวโน้มสูงกว่าประมาณการเดิม
HoonVision·41mอ่านต่อ ▾
KKP.BK5

KKP ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.25 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 9 กันยายนนี้

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก อัตรา 3.25 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับปันผล (Record date) ในวันที่ 10 กันยายน 2569 ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 9 กันยายน 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 กันยายน 2569 หุ้น KKP ปิดตลาดภาคเช้าที่ราคา 118.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 818.17 ล้านบาท
HoonSmart·1hอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence

โบรกชี้ต่างชาติเชื่อมั่นหุ้นไทย ลุ้น SET แตะ 1,720 จุด

โบรกเกอร์ชั้นนำเปิดเผยในงาน Thailand Focus 2026 ว่า นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเมืองและศักยภาพการเติบโตของกลุ่ม AI และ Data Center ซึ่งไทยมีความพร้อมสูงในด้านพลังงานและโลจิสติกส์เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน โดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร หรือ KKPS ประเมินเป้าหมายดัชนี SET ปีนี้ที่ 1,680 จุด ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส หรือ DBSV มองเป้าหมายที่ 1,720 จุด โดยชี้ว่านักลงทุนจะเลือกลงทุนในบริษัทที่มีกำไรเติบโตและได้ประโยชน์จากการเติบโตเชิงโครงสร้าง ด้านยูบีเอส หรือ UBS ระบุว่า P/E ของตลาดหุ้นไทย (ไม่รวม DELTA) อยู่ที่กว่า 12 เท่า น่าสนใจเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 15 เท่า พร้อมให้เป้าหมาย 1,680 จุดเช่นกัน ขณะที่กรุงศรี หรือ KSS มองว่าไทยมีโอกาสเป็นศูนย์กลาง Data Center แห่งใหม่รองจากสิงคโปร์ เนื่องจากมีความพร้อมด้านไฟฟ้า น้ำประปา และต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้
Kaohoon·20hอ่านต่อ ▾
KKP.BK

KKP ชี้หุ้นไทยฟื้นความเชื่อมั่น พลังงาน-แบงก์-สาธารณูปโภคเด่น

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP เปิดเผยในงาน Thailand Focus ว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังฟื้นความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ หลังซบเซามานาน โดยปีนี้ผลตอบแทนโดดเด่น สะท้อนเป็น Vote of Confidence และโครงสร้างการลงทุนเปลี่ยนจากหุ้นเติบโตไปสู่หุ้นมั่นคงและยืดหยุ่น กลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ ธนาคาร ซึ่งมีจุดเด่นด้านการบริหารเงินทุนและแนวโน้มปันผลเพิ่มขึ้น กลุ่มพลังงานที่กำไรได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่ดีขึ้น โดยเป็นกลุ่มเดียวที่ปรับประมาณการกำไรขึ้นตั้งแต่ต้นปี และกลุ่มสินค้าจำเป็นและสาธารณูปโภค เช่น สื่อสารและโรงไฟฟ้า ที่มีความมั่นคง ขณะที่ประเด็นใหม่คือบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทาน AI ซึ่งต้องติดตามว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และการส่งออกมากน้อยเพียงใด ปัจจัยสำคัญในการรักษานักลงทุนระยะยาวคือกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ต้องฟื้นตัวอย่างชัดเจน แม้เศรษฐกิจไทยจะโตปานกลาง แต่เสถียรภาพและการไม่มีปัจจัยลบใหม่จะช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้กลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
Kaohoon·20hอ่านต่อ ▾
KKP.BK

SCB ประกาศจ่ายปันผล 2 บาทต่อหุ้น คาดแบงก์ใหญ่ให้ผลตอบแทนสูง

ธนาคารเอสซีบี เอกซ์ หรือ SCB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 2 บาทต่อหุ้น จากกำไรสะสม โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 8 กันยายน 2569 และจ่ายเงินในวันที่ 25 กันยายน 2569 ขณะที่บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่าธนาคารส่วนใหญ่จะจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตรา 15-20% ของปันผลเต็มปี ยกเว้น TTB ที่อาจจ่ายถึง 50% และคาดว่า KKP จะเพิ่มปันผลอย่างแข็งแกร่งจากกำไรที่โต 65% ในงวดครึ่งปีแรก สำหรับปี 2569 คาดว่า KTB จะมีอัตราการจ่ายปันผลที่ 80% และ KBANK ที่ 65% โดย KBANK เคยจ่ายปันผลพิเศษ 2 บาทต่อหุ้นในปี 2568 แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นแล้ว แต่ผลตอบแทนจากเงินปันผลของ SCB, KKP, KTB และ TISCO ยังสูงกว่า 6% โดยบล.เคจีไอชอบ KBANK, KTB และ KKP เนื่องจากมีปัจจัยหนุนกำไรและฐานะการเงินแข็งแกร่ง
HoonVision·21hอ่านต่อ ▾
KKP.BK2

Thailand Focus 2026 ดึงดูด 74 สถาบันทั่วโลก ตั้งเป้า SET 1,680-1,720 จุด

งาน Thailand Focus 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 20 ต้อนรับผู้ลงทุนสถาบัน 220 รายจาก 74 สถาบันทั่วโลก รวมถึงประเทศที่เข้าร่วมครั้งแรกอย่างสวิตเซอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ และอิสราเอล โดยมีบริษัทจดทะเบียน 77 แห่งจาก SET และ mai มูลค่าตลาดรวม 16 ล้านล้านบาท คิดเป็น 80% ของทั้งตลาด เข้าร่วมประชุมแบบ one-on-one และ group meeting รวม 1,552 ครั้ง ขณะที่ดัชนี SET ปรับขึ้นเกือบ 30% จากต้นปี สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก และมีเงินทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 67,000 ล้านบาท ด้านโบรกเกอร์ชั้นนำอย่างซี แอล เอส เอ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ยูบีเอส และเกียรตินาคินภัทร ระบุว่าแรงซื้อปัจจุบันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของรอบ Rally โดยให้เป้าหมาย SET ปี 2569 ที่ 1,680-1,720 จุด และชี้ว่าตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดเดียวในเอเชียที่มีการซื้อสุทธิจากต่างชาติ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังขายสุทธิสะสมกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ใน 2 ปีที่ผ่านมา โดยนักลงทุนให้ความสนใจหุ้นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล Data Center และ AI แต่ยังเลือกซื้อแบบ Selective และจับตาผลกระทบจาก Nasdaq ที่เตรียมเปิดซื้อขาย 23 ชั่วโมงต่อวัน
HoonSmart·21hอ่านต่อ ▾
KKP.BK5

KGI ชู KBANK-KTB เด่น ลุ้นปันผลแบงก์ครึ่งปี KKP-TTB ยีลด์น่าสนใจ

KGI มองว่าธนาคารพาณิชย์จะทยอยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 โดยคาดว่า KKP และ TTB จะให้ผลตอบแทนน่าสนใจ ขณะที่ SCB, KKP, KTB และ TISCO มี Dividend Yield เต็มปีสูงกว่า 6% โดย TTB ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.081 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 กันยายน 2569 และจ่ายวันที่ 25 กันยายน 2569 KGI คาดว่า KKP จะจ่ายปันผลรวมปี 2569 ที่ 7.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield 6.7% ส่วน KTB จ่าย 2.73 บาทต่อหุ้น Yield 6.2% SCB จ่าย 11 บาทต่อหุ้น Yield 7.2% และ TISCO จ่าย 7.75 บาทต่อหุ้น Yield 6.2% ขณะที่ KBANK คาดจ่าย 14.50 บาทต่อหุ้น Yield 5.7% BBL จ่าย 10 บาทต่อหุ้น Yield 5.3% และ TTB จ่าย 0.14 บาทต่อหุ้น Yield 4.9% KGI ยังคงชื่นชอบ KBANK และ KTB มากกว่าธนาคารอื่น โดยมองว่าการฟื้นตัวของสินเชื่อและ NIM ที่ผ่านจุดต่ำสุดแล้วจะช่วยหนุน ขณะที่ KKP ก็เป็นที่ชื่นชอบจากกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง 65% YoY ในครึ่งแรกปี 2569 และ Credit Cost ที่มีโอกาสลดลงต่ำกว่า 1%
thunhoon.com·1dอ่านต่อ ▾
KKP.BK3

FSS ชี้สินเชื่อแบงก์โต ชู KTB-BBL ท็อปพิก กำไรปี 69-71 เด่น

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุยอดสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ภายใต้การวิเคราะห์ในเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 0.1% จากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ภาพรวมโต 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 2.6% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งสูงกว่าประมาณการทั้งปีที่ 1.7% โดยธนาคารกรุงไทย หรือ KTB มีการเติบโตของสินเชื่อรายเดือนสูงสุด 2.1% ตามด้วยธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP เติบโต 1.1% และทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป หรือ TISCO เติบโต 0.1% ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เอสซีบี เอกซ์ หรือ SCB และธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ TTB มียอดสินเชื่อหดตัว การเติบโตของสินเชื่อส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินเชื่อภาครัฐวิสาหกิจและสินเชื่อธุรกิจ รับแรงหนุนจากความต้องการสินเชื่อเพื่อการผลิต การสะสมสินค้าคงคลังอันเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงโครงการลงทุนต่างๆ ส่วนสินเชื่อรายย่อยมีทิศทางผสมผสาน โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อที่มีหลักประกันบางส่วนยังคงเติบโต เงินฝากรวมเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 4.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.0% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเติบโตเร็วกว่าสินเชื่อ ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของกลุ่มอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่ 83.2% โดย KBANK KKP KTB SCB และ TTB มีเงินฝากเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ FSS ประเมินว่ากำไรของกลุ่มธนาคารจะยังคงแข็งแกร่งในช่วงปี 2569-2571 จากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและตลาดทุน การควบคุมต้นทุน และคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี จะช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่อ่อนตัว นอกจากนี้ความต้องการสินเชื่อธุรกิจที่แข็งแกร่งและต้นทุนเงินทุนที่บริหารจัดการได้ดี เป็นปัจจัยหนุนต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ โดยคาดว่ากำไรในไตรมาส 3/2569 จะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเลือก BBL ราคาเป้าหมาย 240 บาท และ KTB ราคาเป้าหมาย 47.30 บาท เป็นหุ้นเด่น นอกจากนี้ยังคงคำแนะนำซื้อ KKP ราคาเป้าหมาย 125 บาท KBANK ราคาเป้าหมาย 265 บาท TTB ราคาเป้าหมาย 3.05 บาท และ SCB ราคาเป้าหมาย 170 บาท ขณะที่แนะนำถือ TISCO ราคาเป้าหมาย 132 บาท จากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยที่น่าสนใจระดับ 5% ต่อปี
Kaohoon·2dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

KKP ได้ประโยชน์สุดจากตลาดทุน งบ Q3 เด่น หลังทำดีลบิ๊กล็อต TTB

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP มีปัจจัยบวกจากรายได้ธุรกิจตลาดทุนที่คาดว่าโดดเด่นในไตรมาส 3/69 จากรายการ Big Lot หุ้น TTB มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท และมูลค่าการซื้อขายของตลาดที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากปีก่อน คาดเงินปันผลครึ่งปีแรกอยู่ที่หุ้นละ 2.30 บาท ให้ Dividend Yield 2% และคาดกำไรปี 69 เติบโต +33% จากปีก่อน เป็น 7.8 พันล้านบาท ส่วนปี 70 เติบโต +7% จากปีก่อน เป็น 8.4 พันล้านบาท ประเมินว่า KKP เป็นธนาคารที่ได้ประโยชน์สูงสุดของตลาดทุน และกระแสลงทุนหุ้นต่างประเทศที่เติบโตต่อเนื่อง โดย Dime จะเป็น Platform สำคัญที่สร้างกำไรให้กับธนาคาร คาดเงินปันผลปี 2569 หุ้นละ 6.84 บาท ให้ Dividend Yield 6.1%
Share2Trade·7dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

โบรกฯ ชี้บิ๊กล็อต TTB 1.8 หมื่นล้านกดราคา แนะรอรับ 2.7 บาท

โบรกเกอร์แนะนำกลยุทธ์เทรดหุ้น TTB หลังมีรายงานว่า ING Bank NV เตรียมเสนอขายหุ้น TTB ราว 6,149.2 ล้านหุ้น คิดเป็น 6.3% มูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงราคา 2.64-2.70 บาทต่อหุ้น ผ่าน BofA Securities และ JPMorgan โดยหลังทำรายการจะมีข้อกำหนดห้ามขายหุ้น 90 วัน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า ประเทศไทย มองว่าไม่กระทบพื้นฐาน แต่จะกระทบราคา โดยคาดราคาบิ๊กล็อตจะปิดที่ 2.64 บาท ส่วนลด 9% จากราคาปิดวานนี้ มีมูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท และแนะนำให้รอรับที่ราคา 2.7 บาท ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลกว่า 5.2% ต่อปี ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ ประเทศไทย มองเป็น sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้น TTB เพราะราคาเสนอขายต่ำกว่าราคาปิดวานนี้ราว 9% ซึ่งจะกดดันให้ราคาหุ้นวันนี้มีโอกาสลงมาที่ระดับเดียวกันกับราคาเสนอขายได้ และยังคงคำแนะนำ ถือ TTB ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท พร้อมระบุว่าธุรกรรมดังกล่าว KKP เป็นคนทำดีล ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมให้ KKP ในไตรมาส 3/69 โดยยังคงคำแนะนำ ซื้อ KKP ราคาเป้าหมาย 128.00 บาท ด้านธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด มหาชน หรือ TTB เปิดเผยว่า ING Bank N.V. ได้รายงานผลการเสนอขายหุ้นสามัญของธนาคารผ่านการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่นักลงทุนสถาบัน เป็นมูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร โดย ING ระบุว่าเป็นการบริหารเงินทุนในเชิงรุกอย่างต่อเนื่องและเป็นแนวทางการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน ภายหลังการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ING คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารจะลดลงจาก 19.5% มาอยู่ที่ 11.6% ของจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืนที่ธนาคารถืออยู่
Share2Trade·8dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

บัวหลวงชี้กำไร Q2/69 สดใส ค้าปลีก IT-อาหารสัตว์เลี้ยง-ท่องเที่ยวนำทัพฟื้น

บล.บัวหลวง เปิดเผยว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ของหุ้นใน coverage ออกมาสูงกว่าตลาดคาด 5.6% โดยสัดส่วนหุ้นที่กำไรสูงกว่าคาดอยู่ที่ 48% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% กลุ่มที่กำไรดีเด่นนำโดย SCC เพิ่มขึ้น 41% จากธุรกิจปิโตรเคมี SCGP เพิ่มขึ้น 20% จากบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิล KKP เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และ TU เพิ่มขึ้น 10.9% จากอุปสงค์อาหารทะเล ขณะที่ DELTA กำไรต่ำกว่าคาด 31% จากปัญหาซัพพลายเชน ฝ่ายวิเคราะห์ยังระบุสัญญาณบวกจากยอดขายค้าปลีกสินค้าไอทีที่ COM7 และ ADVICE เติบโต 10% และ 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนกรกฎาคม กลุ่มไลฟ์สไตล์อย่าง MOSHI มียอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 9% จากกระแสของเล่นสกุชชี่ การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องโดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.5 ล้านคน และรายได้ต่อห้องพักของ ERW คาดเติบโตทั้งเทียบปีก่อนและเดือนก่อน อุปสงค์ส่งออกอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงยังแข็งแกร่ง โดย TU คาดเติบโต 5-6% และ ITC คาดเติบโต 10% กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นหุ้น COM7, ADVICE, MOSHI, CPALL, ERW, TU และ ITC
InfoQuest·17dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

งบ 2Q69 สดใสกว่าคาด 5.6% กลุ่มวัฏจักร-ส่งออกอาหารเด่น

บล.บัวหลวงเปิดเผยว่ากำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนที่รายงานแล้ว 32% ของหุ้นใน Coverage ออกมาสูงกว่าตลาดคาด 5.6% และสูงกว่าประมาณการของบล.บัวหลวง 7.2% โดย 48% ของหุ้นที่รายงานมีกำไรดีกว่าคาด สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% หุ้นเด่นที่ทำผลงานเหนือคาดได้แก่ SCC กำไรสูงกว่าคาด 41% SCGP สูงกว่าคาด 20% KKP สูงกว่าคาด 18% และ TU สูงกว่าคาด 10.9% ขณะที่ DELTA รายงานกำไรต่ำกว่าคาด 31% จากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ด้านสัญญาณสำคัญจากฤดูงบ กลุ่มวัฏจักรกำไรยังแข็งแกร่งแต่โมเมนตัมอาจชะลอ การบริโภคฟื้นตัวแบบเลือกสรรโดยกลุ่ม IT และสินค้าไลฟ์สไตล์ราคาประหยัดเติบโตดี การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง คุณภาพสินทรัพย์กลุ่มเช่าซื้อทรงตัว และอุปสงค์ส่งออกอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงยังแข็งแกร่ง
HoonSmart·17dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

บล.พายคาด 8 แบงก์จ่ายปันผลระหว่างกาลสูง SCB-KKP-TISCO ให้ผลตอบแทนเกิน 6%

บล.พายประเมินว่าธนาคารพาณิชย์ 8 แห่งจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง โดยคาดว่าทั้งปีกลุ่มแบงก์จะให้ผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 5.7% ไม่รวมเงินปันผลพิเศษ นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.พาย ระบุว่า SCB KKP และ TISCO จะมี Dividend Yield ไม่ต่ำกว่า 6% โดย SCB คาดจ่ายทั้งปี 10.42 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6.8% KKP คาดจ่าย 7.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6.3% และ TISCO คาดจ่าย 7.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6% ส่วน BBL แม้กำไรลดลงแต่คาดยังจ่ายทั้งปี 10 บาทต่อหุ้นเท่าเดิม คิดเป็น 5.3% ด้าน KBANK คาดจ่ายทั้งปี 12 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 5.1% ขณะที่ KTB คาดจ่าย 2.09 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 5% TTB คาดจ่าย 0.13 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 4.6% CREDIT คาดจ่าย 1.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 4.5% และ BAY คาดจ่าย 1.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 3.5% สำหรับแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลัง นายธนเดชมองว่าหากตัดรายได้จากตลาดทุนออกไป กำไรจะไม่หวือหวา เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิเริ่มทรงตัวและสินเชื่ออาจปรับขึ้นเล็กน้อยตามการลงทุนภาคเอกชน
Prachachat·24dอ่านต่อ ▾
KKP.BK2

KKP โบรกคาดกำไรปี 69 โตมากสุดในกลุ่ม-ปันผลน่าสนใจ 6.90 บาท

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำทยอยซื้อหุ้นธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP ให้ราคาเป้าหมาย 114 บาท โดยคาดว่าปี 2569 จะจ่ายเงินปันผล 6.90 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 6.1% และคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 7.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.5% จากปีก่อน ซึ่งจะทำให้ KKP เป็นธนาคารที่มีกำไรเติบโตมากที่สุดในกลุ่ม ฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นต่อเนื่องจากมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่สูงขึ้น โดยบล.ภัทรมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มจาก 21.8% ในปี 2568 เป็น 23.5% ในไตรมาส 1/69 และ 25.0% ในไตรมาส 2/69 ด้านดัชนีราคารถยนต์มือสองเดือนพฤษภาคมปรับเพิ่มเป็น 75.15 จาก 72.75 ในเดือนเมษายน ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการขายรถยึดมีแนวโน้มลดลง และคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นต่อเนื่อง โดย NPL ในไตรมาส 2/69 ลดลงเหลือ 3.6% จาก 4.3% ในไตรมาส 1/69 จากการปรับโครงสร้างหนี้และการตัดหนี้สูญ
ทันหุ้น·25dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

ผู้บริหาร KKP ขายหุ้นและวอแรนต์รวม 54 ล้านบาท สวนทางราคาหุ้นพุ่ง 65%

กลุ่มผู้บริหารธนาคารเกียรตินาคินภัทรหรือ KKP รายงานการขายหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นรวมมูลค่ากว่า 54 ล้านบาทตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 โดยไม่พบรายงานการซื้อแม้แต่ครั้งเดียว สวนทางกับราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 65% มาอยู่ที่ 112.50 บาท ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 การขายที่สำคัญในช่วงหลังได้แก่ นายพบพนิต ภุมราพันธุ์ ขายหุ้น 200,000 หุ้น มูลค่า 23.6 ล้านบาท และนายภัทรพงศ์ รักตะบุตร ขายหุ้น 140,000 หุ้น มูลค่า 16.59 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ขณะที่นางสาวนิลาวรรณ ตรีกิจจำรูญ ขายหุ้น 32,500 หุ้น มูลค่า 3.9 ล้านบาทในวันที่ 27 กรกฎาคม ส่วนในช่วงต้นปีมีการขายใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวนมากโดยผู้บริหารหลายราย รวมถึงนายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ และนางสาวฐิตินันท์ วัธนเวคิน
Share2Trade·27dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand2

KKP แนะ 2 ธีมลงทุนเด่น Grid ETF และหุ้นเล็กสหรัฐฯ รับมือโลกผันผวน

กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP เผยกลยุทธ์การลงทุนครึ่งหลังของปี โดยชู 2 ธีมเด่นคือกองทุนรวมโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า หรือ Grid ETF และหุ้นขนาดเล็กในสหรัฐฯ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตท่ามกลางความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อที่ลดลงช้า และความเสี่ยงของกระแส AI นายทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ระบุว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจแบ่งขั้วเต็มรูปแบบ และคาดว่าราคาน้ำมันดิบอาจทรงตัวที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงปลายปีนี้ หากหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบได้ แต่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงที่พร้อมปะทุ ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานลดลงช้า และธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องคงดอกเบี้ยสูงยาวนานกว่าที่ตลาดคาด KKP มองว่าการลงทุนใน AI ยังไม่สิ้นสุด แต่กำลังเปลี่ยนผ่านจากหุ้นโครงสร้างพื้นฐานไปสู่กลุ่มอื่น โดยความต้องการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นจะหนุนบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน และแนะนำให้นักลงทุนกระจายพอร์ตไปยังสินทรัพย์ที่มีทิศทางกำไรแตกต่างจากหุ้นใหญ่และพันธบัตรทั่วไป ธีม Grid ETF ได้ประโยชน์จากความต้องการพลังงานของศูนย์ข้อมูลและ AI ส่วนหุ้นเล็กสหรัฐฯ ได้เปรียบจากราคาที่น่าสนใจและนโยบายย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ
HoonVision·27dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

หุ้นไทยพักเที่ยงร่วงแรง 31.44 จุด ถูกกดดันจาก DELTA และหุ้นกลุ่มแบงก์

ดัชนีตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ปิดพักเที่ยงที่ 1,593.03 จุด ลดลง 31.44 จุด หรือคิดเป็น 1.94% โดยมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 66,466.40 ล้านบาท ระหว่างวันดัชนีปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1,588.48 จุด ตลาดถูกกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับหุ้น DELTA ปรับตัวลงแรงหลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้โบรกเกอร์หลายแห่งปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ถึง 2570 ลง นอกจากนี้หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ อาทิ BBL KKP KTB และ KBANK ต่างปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยกดดันตลาดโดยรวม
Thunhoon·28dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

ผู้บริหาร KKP ขายหุ้นใหญ่ ฝ่ายความเสี่ยงเหลือศูนย์

หุ้นธนาคารเกียรตินาคินภัทรหรือ KKP ร่วงกว่า 5.83% ในเช้าวันนี้ หลังรายงานของ ก.ล.ต. ระบุผู้บริหารสองรายขายหุ้นออกมาจำนวนมาก โดยนายพบพนิต ภุมราพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานสายบริหารความเสี่ยง ขายหุ้น 200,000 หุ้นที่ราคาเฉลี่ย 118.00 บาท ทำให้จำนวนหุ้นคงเหลือเป็นศูนย์ ขณะที่นางสาวนิลาวรรณ ตรีกิจจำรูญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ขายหุ้น 32,500 หุ้นที่ราคาเฉลี่ย 120.00 บาท คงเหลือ 80,000 หุ้น ราคาหุ้นระหว่างวันลงไปต่ำสุดที่ 112 บาท
HoonSmart·28dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

ผู้บริหาร KKP สองรายขายหุ้นรวม 2.32 แสนหุ้น มูลค่ากว่า 27 ล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์รายงานว่า ผู้บริหารธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP สองรายได้ขายหุ้นรวมกัน 232,500 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 27 ล้านบาท โดยนางสาวนิลาวรรณ ตรีกิจจำรูญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ขายหุ้นจำนวน 32,500 หุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 120.00 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.9 ล้านบาท คงเหลือหุ้นหลังขาย 80,000 หุ้น ส่วนนายพบพนิต ภุมราพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานสายบริหารความเสี่ยง ขายหุ้นจำนวน 200,000 หุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 118.00 บาท คิดเป็นมูลค่า 23,600,000 บาท และไม่เหลือหุ้นหลังการขาย การทำรายการทั้งสองรายการเกิดขึ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ด้วยวิธี Auto Matching โดยใช้บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นนายหน้า
Share2Trade·28dอ่านต่อ ▾
KKP.BK5

KKP เผยตลาดอสังหาฯ กทม.-ปริมณฑล ยอดโอนเพิ่มแต่มูลค่าหด หวั่นสงครามราคา

ธนาคารเกียรตินาคินภัทรเปิดเผยข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 พบว่าจำนวนยูนิตโอนขยายตัวดี แต่มูลค่ารวมกลับชะลอตัวหรือติดลบในหลายพื้นที่ โดยกรุงเทพมหานครมียอดโอนเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.0 แต่มูลค่าเติบโตเพียงร้อยละ 4.4 ขณะที่สมุทรปราการยอดโอนเพิ่มร้อยละ 7.4 แต่มูลค่าดิ่งลงร้อยละ -9.5 สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปซื้อคอนโดมิเนียมและบ้านมือสองราคาประหยัด จากแรงกดดันหนี้ครัวเรือนและเกณฑ์สินเชื่อเข้มงวด KKP แนะผู้ประกอบการเบรกแนวราบหรู หันเจาะกลุ่ม Affordable พร้อมเสนอ 3 กลยุทธ์ตั้งรับครึ่งปีหลัง ได้แก่ ประเมินความสามารถผ่อนชำระก่อนออกแบบ กำหนดเฟสเปิดโครงการตามยอดขายจริง และสร้างจุดเด่นเหนือตลาดมือสองด้วยบริการหลังการขาย
Money & Banking·31dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

3 ปัจจัยร้อนกดดันหุ้นไทยท่ามกลางแรงซื้อต่างชาติและความตึงเครียดตะวันออกกลาง

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากทั้งในและต่างประเทศ โดยดัชนีปิดที่ 1,644.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.36 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 8.92 หมื่นล้านบาท ท่ามกลาง 3 ประเด็นร้อนที่นักลงทุนจับตา ได้แก่ การประกาศงบไตรมาส 2 ของกลุ่มแบงก์ที่นำไปสู่แรงขาย Sell on Fact แม้บางแห่งเช่น KKP และ TTB จะมีกำไรโดดเด่น การที่สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้าไทยในอัตราสูงสุด 12.5% มีผล 24 กรกฎาคม ครอบคลุมสินค้าส่งออกเกือบทั้งหมด และความตึงเครียดตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ดันราคาน้ำมันดิบทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านบวกยังมีแรงซื้อสะสมจากนักลงทุนต่างชาติที่ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง โดยมียอดซื้อสุทธิในเดือนกรกฎาคมทะลุ 4.5 หมื่นล้านบาท เน้นกลุ่มแบงก์ พลังงาน และปิโตรเคมี ประกอบกับมาตรการ Thailand FastPass ที่ตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุน 7 แสนล้านบาทในกลุ่ม Data Center และ EV ช่วยพยุงตลาด นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ตั้งรับในหุ้นพื้นฐานดีที่กำไรครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโต และจับตาหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP รวมถึงหุ้นโรงกลั่นอย่าง SPRC ที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันสูง
Kaohoon·31dอ่านต่อ ▾
Critical Materials & Supply Chainimpact 4

สหรัฐขึ้นภาษีไทย 12.5% ภายใต้มาตรา 301 ท่ามกลาง 3 สงครามกดดันเศรษฐกิจ

สหรัฐอเมริกาประกาศใช้มาตรการภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 301 กับประเทศไทยในอัตรา 12.5% เท่ากับเวียดนามและจีน ขณะที่มาเลเซียและอินโดนีเซียถูกเรียกเก็บ 10% โดยมีผลบังคับใช้ 24 กรกฎาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าสินค้าไทยกว่า 2,000 รายการที่ส่งออกไปสหรัฐได้รับยกเว้นภาษี ช่วยลดผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร วิเคราะห์ว่าสหรัฐกำลังกดดันให้ไทยเร่งลงนามข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ ART และเตือนว่าหากสหรัฐขึ้นภาษีบางเซ็กเตอร์เพิ่มเติมโดยที่คู่แข่งไม่โดน ไทยจะได้รับผลกระทบหนัก สำนักงานเศรษฐกิจการคลังปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้เป็นขยายตัว 2.5% แต่ยอมรับว่าครึ่งปีหลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงใหญ่จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง นโยบายกีดกันการค้า และภัยแล้ง ขณะที่ตลาดการเงินโลกถูกกดดันจากสามสงคราม ได้แก่ สงครามตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันดิบเบรนต์แตะ 100.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สงครามการค้ารอบใหม่ และสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐกับจีนที่อาจทำให้ไทยติดร่างแหจากกรณีสตาร์ตอัพจีนใช้ไทยเป็นฐานเซิร์ฟเวอร์
Prachachat·33dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

KKPAM ชี้หุ้นจีนกลับน่าลงทุน IPO กองทุนจีนฮอตโกย 3.36 พันล้าน รับธีม New Economy

นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPAM เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นจีนกลับมาน่าสนใจลงทุนอีกครั้ง เนื่องจากมูลค่าหุ้นยังต่ำกว่าหุ้นสหรัฐฯ ประมาณ 43% และนักลงทุนทั่วโลกถือครองหุ้นจีนในสัดส่วนที่ต่ำ จึงมีโอกาสที่เม็ดเงินจะไหลกลับเมื่อความเชื่อมั่นฟื้นตัว พร้อมกันนี้ KKPAM ได้เสนอขายกองทุนรวมสองกองทุนคือ KKP CNGROWTH-H และ KKP CNGROWTH-UH ซึ่งเป็นกองทุนฟีดเดอร์ที่ลงทุนในกองทุนหลัก Fullgoal China Small-Mid Cap Growth Fund โดยระดมทุนได้ 3.36 พันล้านบาท กองทุนหลักบริหารโดย Fullgoal Fund Management ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กของจีนที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ และพลังงานสะอาด
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

หุ้นแบงก์รีบาวด์ต่อ รับโบรกอัพเป้าใหม่ ชี้ราคาต่ำบุ๊ก-ปันผลจูงใจ

หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยรีบาวด์ต่อเนื่อง หลังนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาและประมาณการกำไร โดย KTB อยู่ที่ 42.25 บาท บวก 0.60% BBL อยู่ที่ 189 บาท บวก 1.07% KBANK อยู่ที่ 237 บาท บวก 1.28% SCB อยู่ที่ 153 บาท บวก 0.33% และ TTB อยู่ที่ 2.92 บาท บวก 0.69% ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารปี 2569 และ 2570 ขึ้น 2.6% และ 4.2% เป็น 2.21 แสนล้านบาท และ 2.29 แสนล้านบาท ตามลำดับ พร้อมเลื่อนไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 โดยเลือก KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่น แนะนำซื้อ KBANK เป้าหมาย 300 บาท และซื้อ KTB เป้าหมาย 55 บาท ขณะที่ BBL และ TTB ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ เป้าหมาย 225 บาท และ 3.50 บาท ส่วน SCB แนะนำถือ เป้าหมาย 155 บาท KKP แนะนำซื้อ เป้าหมาย 145 บาท และ TISCO แนะนำลดการลงทุน เป้าหมาย 115 บาท นอกจากนี้ คาดว่ากลุ่มธนาคารจะจ่ายเงินปันผลปี 2569 ในอัตราผลตอบแทนสูง 5-6% จากฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งและไม่มีแผนลงทุนใหญ่กดดัน ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม โดยคาด ROE ปี 2570 ปรับขึ้นจากการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงและการกลับมาของวัฏจักรลงทุนภาครัฐมูลค่ากว่า 8 ล้านล้านบาท รวมถึงการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารซื้อขายที่ PBV เพียง 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและต่ำกว่าธนาคารในภูมิภาคอาเซียน
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
KKP.BK2

KSS ปรับเพิ่มเป้ากำไรกลุ่มแบงก์ ชู KBANK-KTB เป็นหุ้นเด่น

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี หรือ KSS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในปี 2569 และ 2570 ขึ้น 2.6% และ 4.2% เป็น 2.21 แสนล้านบาท และ 2.29 แสนล้านบาท ตามลำดับ พร้อมเลื่อนไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 โดยเลือกธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย หรือ KTB เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม KSS แนะนำซื้อ KBANK ให้ราคาเป้าหมาย 300 บาท คาดกำไรสุทธิปี 2569 และ 2570 ที่ 5.31 หมื่นล้านบาท และ 5.57 หมื่นล้านบาท รับประโยชน์จากวัฏจักรลงทุนและธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ส่วน KTB แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 55 บาท โดดเด่นด้านคุณภาพสินทรัพย์และการลงทุนภาครัฐ สำหรับธนาคารอื่น KSS ปรับคำแนะนำและราคาเป้าหมายใหม่ ได้แก่ BBL เป็นซื้อที่ 225 บาท, SCB เป็นถือที่ 155 บาท, TTB เป็นซื้อที่ 3.50 บาท, KKP เป็นซื้อที่ 145 บาท และ TISCO เป็นลดการลงทุนที่ 115 บาท ฝ่ายวิจัยคาดว่ากลุ่มธนาคารจะจ่ายเงินปันผลในปี 2569 ด้วยอัตราผลตอบแทนสูง 5-6% จากฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งและไม่มีแผนลงทุนใหญ่กดดัน พร้อมคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม โดยคาด ROE ปี 2570 ปรับขึ้นจากการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง การกลับมาของการลงทุนภาครัฐมูลค่ากว่า 8 ล้านล้านบาท และการเติบโตของธุรกิจเวลธ์ อีกทั้งราคาหุ้นกลุ่มธนาคารยังซื้อขายที่ PBV เพียง 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและธนาคารในอาเซียน
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence

ยอดขอ BOI ครึ่งแรกปี 69 พุ่ง 37% แตะ 1.4 ล้านล้านบาท

ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่ารวม 1.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาสที่ 2 มียอดขอรับการส่งเสริมฯ ที่ 0.46 ล้านล้านบาท ซึ่งแม้จะชะลอตัวจากไตรมาสก่อน แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยต่อไตรมาสในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาที่ 0.33 ล้านล้านบาทต่อไตรมาส ปัจจัยหนุนมาจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในกลุ่ม AI และ Data Center รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอื่นๆ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และแปรรูปอาหาร ฝ่ายวิจัยของบล.กรุงศรีมองว่ายอดขอ BOI ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นบวกต่อภาพเศรษฐกิจของประเทศและตลาดหุ้นไทยตามธีม Investment Cycle โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่อยู่ใน S-Curve ใหม่ของโลกอย่าง AI, Data Center และ Green Energy ประกอบกับโครงการเร่งรัดการลงทุนของภาครัฐจะช่วยให้โครงการได้รับการอนุมัติและลงทุนได้เร็วขึ้น ส่งผลดีต่อกิจกรรมเศรษฐกิจโดยรวม และเป็นบวกต่อกลุ่มธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน เช่น นิคมอุตสาหกรรม AMATA, รับเหมาก่อสร้าง STECON และ PYLON และกลุ่มธนาคาร KBANK, KTB และ KKP
HoonVision·34dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

หุ้นไทยปิดบวก 1.69 จุด ต่างชาติซื้อ 1,891 ล้านบาท น้ำมันเบรนท์จ่อ 100 ดอลลาร์กดดันหุ้นท่องเที่ยว

ดัชนี SET ปิดที่ 1,641.03 จุด เพิ่มขึ้น 1.69 จุด หรือ 0.10% มูลค่าซื้อขายรวม 86,798.25 ล้านบาท โดยมีแรงซื้อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ DELTA ปิดที่ 310 บาท เพิ่มขึ้น 1.97% และแรงซื้อกลับกลุ่มธนาคาร นำโดย KKP พุ่งขึ้น 7.24% ปิดที่ 118.50 บาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,891.34 ล้านบาท สวนทางสถาบันในประเทศขายสุทธิ 2,858.35 ล้านบาท ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นซื้อขายที่ 98.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.35% ใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ กดดันหุ้นท่องเที่ยว AOT ทรุดลง 3.54% ปิดที่ 61.25 บาท และ MINT รูดลง 5.11% ปิดที่ 22.30 บาท
HoonSmart·34dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

14 หุ้นปันผลสูงจ่อรับอานิสงส์โครงการ TISA หลังคลังเตรียมยกเลิกตัวคูณสิทธิประโยชน์ภาษี

กระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้าโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ TISA โดยเตรียมยกเลิกตัวคูณสิทธิประโยชน์ภาษี เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเท่าเทียมกัน ซึ่งคาดว่าจะเห็นรายละเอียดและกรอบวงเงินลดหย่อนภาษีชัดเจนขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ฝ่ายวิจัยของบล.ทีทีบี เวลธ์ มองว่าเป็นบวกต่อตลาดหุ้นโดยรวม เพราะจะจูงใจให้คนลงทุนในหุ้นมากขึ้น และเป็นบวกต่อหุ้นปันผลสูง 14 ตัว ได้แก่ ADVANC KTB KKP KTC AMATA PIN THANI SAK CPN HMPRO PTG SIRI SPALI และ SAT
HoonVision·36dอ่านต่อ ▾
KKP.BK2

11 แบงก์ไทยครึ่งปีแรกกำไรสุทธิรวม 1.34 แสนล้านบาท KBANK นำสูงสุด

ธนาคารพาณิชย์ไทย 11 แห่งรายงานกำไรสุทธิรวมงวดครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 134,043 ล้านบาท ลดลง 0.34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธนาคารกสิกรไทยมีกำไรสุทธิสูงสุดที่ 27,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.22% ขณะที่ธนาคารกรุงไทยมีกำไรสุทธิ 24,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% และเอสซีบี เอกซ์ มีกำไรสุทธิ 21,312 ล้านบาท ลดลง 16% ด้านธนาคารกรุงเทพมีกำไรสุทธิ 20,491 ล้านบาท ลดลง 16.21% ส่วนธนาคารกรุงศรีอยุธยามีกำไรสุทธิ 16,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% สำหรับกลุ่มธนาคารขนาดกลาง ทหารไทยธนชาตมีกำไรสุทธิ 10,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เกียรตินาคินภัทรมีกำไรสุทธิ 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% ทิสโก้มีกำไรสุทธิ 3,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% แอล เอช ไฟแนนซ์เซียล กรุ๊ป มีกำไรสุทธิ 1,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.32% และซีไอเอ็มบี ไทย มีกำไรสุทธิ 1,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.03%
Kaohoon·36dอ่านต่อ ▾
KKP.BK2

ดาโอมองหุ้นเทคโลกฟื้นหนุน SET ไปต่อ แนะซื้อแบงก์-พลังงาน

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) คาดดัชนี SET วันนี้แกว่งไซด์เวย์ โดยมีแนวต้าน 1,658-1,663 จุด และแนวรับ 1,642-1,648 จุด แม้กระแสเงินทุนต่างชาติอาจชะลอตัวหลังซื้อติดต่อกัน 13 วันทำการ แต่บรรยากาศเชิงบวกจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกและราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจะหนุนกลุ่มพลังงานและประคองดัชนี ด้านงบกลุ่มธนาคารไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่ง กำไรรวมแตะ 5.5 หมื่นล้านบาท นำโดย KKP ที่กำไรเติบโตเด่น ขณะที่ KBANK และ TTB มีผลดำเนินงานมั่นคงและนโยบายปันผลจูงใจ กลยุทธ์ลงทุนเน้น Selective Buy ในหุ้นแบงก์ กลุ่มพลังงานต้นน้ำ และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง-นิคมอุตสาหกรรม โดยมีหุ้นเด่นทางเทคนิคคือ PLANB และ SMT
HoonSmart·36dอ่านต่อ ▾
KKP.BK2

KBANK กำไรสุทธิสูงสุดกลุ่มธนาคารไตรมาส 2/69 CIMBT โต 407%

หุ้นกลุ่มธนาคารประกาศงบไตรมาส 2/69 แล้ว โดย KBANK มีกำไรสุทธิสูงสุดที่ 13,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.07% จากปีก่อน ขณะที่ CIMBT มีอัตราการเติบโตของกำไรโดดเด่นที่สุดที่ 886 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 407% จากปีก่อน นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุปัจจัยบวกจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตดีและคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังแข็งแกร่ง แต่มีปัจจัยลบจาก cost/income ratio ที่ปรับขึ้น คาดกำไรกลุ่มไตรมาส 3/69 จะอ่อนตัวลง 13% จากปีก่อนและ 3% จากไตรมาสก่อน จากกำไรเงินลงทุนที่ลดลง พร้อมปรับ KBANK เป็นหุ้นเด่นร่วมกับ KKP และ KTB
Share2Trade·36dอ่านต่อ ▾
Defense & Geopolitical Fragmentationimpact 4

หุ้นไทยร่วง 12 จุด กังวลสงครามตะวันออกกลางปะทุและแรงขายหุ้นแบงก์หลังประกาศงบไตรมาส 2

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง 12.23 จุด มาอยู่ที่ 1,640.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,795 ล้านบาท โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยกกระดาน นำโดย BBL, ADVANC, KTB, SCB และ DELTA ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่นิ่งและไร้วี่แววเจรจาที่มีนัยยะ ประกอบกับการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของกลุ่มแบงก์ที่ออกมาไม่โดดเด่น โดย KKP, KBANK และ TTB มีกำไรโดดเด่น ขณะที่ BBL และ SCB กำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน และ SCB มีกำไรลดลง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติพลิกมาขายสุทธิ 472 ล้านบาทเมื่อวานนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 13 วันทำการ ด้านบล.กรุงศรีคาดว่าตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบไซด์เวย์ถึงขาขึ้น โดยสงครามที่ผันผวนเป็นภาพระยะสั้นที่เป็นลบ หลังอิหร่านทำลายดาต้าเซ็นเตอร์ของ Amazon ที่บาห์เรน และทรัมป์ขู่โจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน ดันน้ำมันดิบเบรนท์กลับมาเหนือ 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานและความมั่นคงในระยะสั้น นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวทรัมป์เตรียมประกาศภาษีมาตรา 301 เก็บภาษี 10-12.5% กับ 60 ประเทศ แทนมาตรา 122 ที่หมดอายุ 24 กรกฎาคมนี้ ด้านบล.พายระบุว่าตลาดอยู่ในช่วงชั่งน้ำหนักระหว่างผลประกอบการกับสงคราม โดยผลประกอบการยังมีทิศทางเติบโตดี หลังเห็นสัญญาณกำไรกลุ่มต้นน้ำขยายตัวดีจาก TSMC และ ASML จึงเริ่มเห็นแรงเก็งกำไรในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ คืนนี้รอติดตามผลประกอบการของ ALPHABET ว่าจะมีทิศทาง CAPEX และการเติบโตอย่างไร แต่การเร่งขึ้นของ US Bond Yield ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ตลาดผันผวน โดยตลาดยังเชื่อว่าจะเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้และปีหน้า ราคาน้ำมันจึงเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย กลยุทธ์ยังเน้นใช้ปริมาณเงินไม่มากด้วย Valuation โดยหุ้นแนะนำได้แก่ กลุ่มส่งออกอย่าง ITC และ TU, ค้าปลีกอย่าง CPALL, CPN และ HMPRO, นิคมฯ อย่าง AMATA และ WHA, โรงไฟฟ้าอย่าง BGRIM และ GPSC และการเงินอย่าง MTC
efinanceThai·36dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

กรุงศรีชี้กำไร บจ. ไตรมาส 2/69 โทนบวก หลังงบแบงก์แกร่ง พร้อมเปิดลิสต์ 7 หุ้นกำไรโต

บล.กรุงศรี ประเมินทิศทางกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2569 อยู่ในทิศทางเชิงบวกและมีแนวโน้มออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่ส่วนใหญ่เป็นไปตามคาดถึงดีกว่าคาด มีเพียง BBL ที่กำไรต่ำกว่าตลาดคาดแต่ยังเป็นไปตามที่ประเมินไว้ ปัจจัยบวกสำคัญของกลุ่มธนาคารคือรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตขึ้นและเริ่มเป็น New S-Curve ของธุรกิจ ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังประคองตัวได้แม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม โดยมีเพียง SCB ที่ยังเปราะบางจากการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และ BBL มีการไหลตกชั้นของลูกหนี้เดิมเป็นหลัก สินเชื่อของธนาคารส่วนใหญ่กลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนผลบวกจากวัฏจักรการลงทุน โดย KBANK และ KTB มีการเติบโตของสินเชื่อโดดเด่น ส่วน SCB ยังเป็นธนาคารเดียวที่สินเชื่อหดตัว ด้านหุ้นกลุ่ม Real Sector เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก โดย SCGP รายงานกำไรสูงกว่าที่ตลาดคาด 21% จากภาวะอุปทานตึงตัวในตะวันออกกลาง และ PTTGC รายงานกำไรสูงกว่าคาดจากภาวะ Supply Disruption ที่มากกว่าคาด เช่นเดียวกับ IVL และ SCC ฝ่ายวิจัยมองว่าหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลงหลังประกาศผลประกอบการจากแรงขายทำกำไรเป็นจังหวะทยอยสะสม เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth Management กำลังเติบโตเป็นปัจจัยหนุนใหม่ คุณภาพสินทรัพย์ผ่านจุดเสี่ยงสูงสุดแล้ว และผลกระทบจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้สะท้อนไปมากแล้ว แนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร ได้แก่ KBANK และ KKP จากการเติบโตของธุรกิจ Wealth Management และ KTB จากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง พร้อมเปิดโผหุ้นเด่นรับฤดูประกาศงบที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/69 จะออกมาแข็งแกร่งหรือผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ได้แก่ ADVANC, SCC, IVL, BH, KBANK, AOT และ ICHI
efinanceThai·36dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

หุ้นไทยปิดบวก 6.97 จุด รับแรงซื้อ KKP-DELTA ต่างชาติยังซื้อสุทธิกลุ่มพลังงาน-แบงก์

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,652.97 จุด เพิ่มขึ้น 6.97 จุด หรือ 0.42% มูลค่าซื้อขาย 97,960.99 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากหุ้น KKP หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ดีกว่าคาด และหุ้น DELTA ที่ปรับตัวขึ้นช่วยหนุนดัชนี ข้อมูล NVDR ตั้งแต่ต้นปีถึง 20 ก.ค. 2569 ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้น PTT มากที่สุดประมาณ 29,000 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 35.51 บาท รองลงมาคือ PTTEP ประมาณ 22,000 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 141.41 บาท ทำให้สองบริษัทในกลุ่ม ปตท. มียอดซื้อสุทธิรวมกว่า 52,000 ล้านบาท ตามด้วย KBANK ประมาณ 21,000 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 199.26 บาท TOP ประมาณ 7,000 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 47.94 บาท และ KTB ประมาณ 5,500 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 34.30 บาท ด้าน InnovestX แนะนำหุ้นเด่นรับฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2/2569 ได้แก่ SCGP, ADVANC, CPN, GULF และ TIDLOR โดยคาดกำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ส่วนโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล หรือ TISA มีความคืบหน้า โดยกระทรวงการคลังร่วมกับ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งผลักดันให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2569 เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ต โดยสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะอ้างอิงจากวงเงินที่นำเข้าลงทุน และอาจให้รับเงินปันผลได้โดยไม่กระทบสิทธิประโยชน์
Kaohoon·36dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

SCB-KBANK ระวังครึ่งปีหลัง กลยุทธ์เล่นแบงก์รับปันผล

เอสซีบีและกสิกรไทยยังคงระมัดระวังแนวโน้มครึ่งปีหลัง โดยเอสซีบีเน้นปล่อยสินเชื่อคุณภาพสูงและบริหารความมั่งคั่ง ล่าสุดสนับสนุนสินเชื่อแก่กลุ่ม ปตท. วงเงินรวมกว่า 68,000 ล้านบาท ขณะที่กสิกรไทยรายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/2569 ที่ 1.32 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY แต่ลดลง 10% QoQ และประเมินเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังขยายตัวดีขึ้นแต่ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและมาตรการภาษีสหรัฐฯ ด้านนักวิเคราะห์มองว่ากำไรกลุ่มธนาคารครึ่งปีแรกดีกว่าคาด 5-10% จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่ง แต่ครึ่งปีหลังอาจอ่อนตัวจากแรงกดดันด้านต้นทุนและการตั้งสำรอง พร้อมแนะนำกลยุทธ์ลงทุนรับเงินปันผล โดยเลือกเคเคพีเป็นหุ้นเด่นจากธุรกิจตลาดทุนและอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6%
Thunhoon·36dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

หุ้นไทยปิดบวก 6.97 จุด รับแรงซื้อ KKP-DELTA หลังงบเด่น

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ปิดที่ 1,652.97 จุด เพิ่มขึ้น 6.97 จุด หรือ 0.42% มูลค่าการซื้อขายรวม 97,960.99 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคบ่ายดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นที่มีปัจจัยบวก อย่างหุ้น KKP ที่ประกาศงบไตรมาส 2/69 ออกมาดีกว่าที่โบรกเกอร์คาดการณ์มาก ทำให้โบรกเกอร์หลายแห่งปรับเพิ่มประมาณการและราคาเป้าหมายขึ้น ขณะที่หุ้นบิ๊กแคปอย่าง DELTA ที่ราคาปรับขึ้นจึงส่งผลต่อตลาดหุ้นโดยรวม อย่างไรก็ตามมีแรงขายในหุ้น SCB ที่ประกาศงบไตรมาส 2/69 ออกมาดีกว่าคาดเช่นกัน แต่ราคาได้ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงมีแรงขายในลักษณะ Sell on Fact เช่นเดียวกับหุ้น KBANK ที่กำไรไตรมาส 2/69 ออกมาตามคาด จึงมีแรงขายทำกำไรออกมา
Thunhoon·36dอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence3

KKP ชี้ AI แบกตลาดได้อีก 2-3 ปี พร้อมกาง 4 ความเสี่ยงครึ่งปีหลัง

กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP ประเมินว่ากระแสการลงทุนด้าน AI จะยังเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นต่อไปได้อีกราว 2 ถึง 3 ปี แต่ต้องติดตามการสร้างผลตอบแทนเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจนภายใน 2–3 ปี ด้านดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ระบุในงานสัมมนา KKP 2026 Mid-Year Review ว่าครึ่งปีแรกของปี 2569 โลกเข้าสู่สภาวะการลงทุนแบบใหม่ โดยมีสี่ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ ความยั่งยืนของการลงทุน AI ที่ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงผลตอบแทน ราคาน้ำมันและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ยังเปราะบาง แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ลดลงยากกว่าคาดจากแรงกดดันเงินเฟ้อและการขาดดุลการคลัง และเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอเชิงโครงสร้างกับพื้นที่นโยบายที่จำกัด โดยดุลบัญชีเดินสะพัดที่เคยเกินดุลเริ่มลดลง ส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐฯ ที่แคบลงกดดันค่าเงินบาท และหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นทำให้รัฐมีเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลง นอกจากนี้ ดร.ศุภวุฒิ ยังเตือนถึงความเสี่ยงจากการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ที่จะครบกำหนดยกเว้นภาษีชั่วคราวในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะกระทบภาคส่งออกของไทยที่คิดเป็น 40% ของการส่งออกทั้งหมด และอาจทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลและค่าเงินบาทอ่อนค่ามากขึ้น
Thunhoon·36dอ่านต่อ ▾
KKP.BK

KKP brokers raise target price after Q2/69 profit beats expectations

Brokers have raised their target price for KKP after the company reported second-quarter 2069 profit that exceeded expectations. The upgrade follows the earnings release, though specific figures and the names of the brokers were not disclosed in the report. Thunhoon, an independent investment newsroom, reported the development as part of its coverage of equities and market-moving events.
Thunhoon·36dอ่านต่อ ▾
KKP.BK14

โบรกเกอร์แห่ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย KKP หลังกำไรไตรมาส 2/69 ดีกว่าคาด

โบรกเกอร์หลายแห่งปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP หลังกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ออกมาที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้นและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2569–2570 เฉลี่ย 20% และปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ขึ้นเป็น 129 บาท จากเดิม 110 บาท พร้อมคงคำแนะนำซื้อและเลือกเป็นหุ้นเด่นกลุ่มธนาคารเช่าซื้อ ด้านบล.หยวนต้าประเทศไทย ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2569–2570 ขึ้น 14.5% และ 19.6% ตามลำดับ โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 7,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.8% จากปีก่อน และปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ขึ้นเป็น 120 บาท จากเดิม 85 บาท พร้อมปรับคำแนะนำเป็นซื้อจากเดิมเก็งกำไร ขณะที่บล.พาย ปรับคำแนะนำเป็นซื้อจากเดิมถือ และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 120 บาท จากเดิม 100 บาท โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–2570 ขึ้น 10% และคาดผลตอบแทนเงินปันผลสูง 6.9% ต่อปี บล.กรุงศรี ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–2571 ขึ้นปีละ 10% เป็น 8.04 พันล้านบาท 8.29 พันล้านบาท และ 8.51 พันล้านบาท ตามลำดับ พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 130 บาท จากเดิม 110 บาท และคงคำแนะนำซื้อ ส่วนบล.เคจีไอประเทศไทย ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570 ขึ้น 13% และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 125 บาท จากเดิม 97 บาท พร้อมปรับคำแนะนำเป็นซื้อจากเดิมถือ โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงประมาณ 7%
Thunhoon·36dอ่านต่อ ▾
KKP.BK3

กำไรแบงก์ไตรมาส 2 ดีกว่าคาด รับสำรองลด-ค่าฟีเพิ่ม

ผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการตั้งสำรองที่ลดลงและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับตัวดีขึ้น หลังจาก TISCO และ TTB ประกาศงบออกมาแล้ว นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า ระบุว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายช่วยให้สำรองลดลง ขณะที่ธุรกิจขายประกันและกองทุนรวมมีโมเมนตัมดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มครึ่งปีหลังคาดว่าจะชะลอตัวจากปัจจัยฤดูกาลและฐานรายได้ที่สูงผิดปกติในช่วงต้นปี ด้านกลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้แบ่งขายทำกำไรหรือเก็งกำไรระยะสั้น โดยชู SCB และ KBANK เป็นหุ้นเด่นจากเงินปันผลสูงและโอกาสถูกปรับเป้าหมายขึ้น ส่วนบล.กสิกรไทยชอบ BBL, KTB, KKP และ BAY โดยมองว่าสินเชื่อจะกลับมาโตเล็กน้อยและคุณภาพสินทรัพย์แข็งแรงขึ้น
Thunhoon·37dอ่านต่อ ▾