GULF จับมือ Singtel ลงทุนเคเบิลใต้น้ำ VTS เปิดบริการปี 2573

M&A · PartnershipIndustry
โดย HoonVision·THSG·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท กัลฟ์ เอดจ์ จำกัด หรือ GulfEdge ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 100 และ Singapore Telecommunications Limited หรือ Singtel ได้จัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำเวียดนาม–ไทย–สิงคโปร์ หรือ VTS โดยโครงการมีกำหนดเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี 2573 และจะช่วยเสริมสร้างการเชื่อมต่อระหว่างประเทศพร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ VTS เดิมเป็นโครงการที่ Singtel ร่วมมือกับ Viettel เพื่อเชื่อมต่อเวียดนามและสิงคโปร์ ก่อนที่ GULF จะเข้ามาร่วมลงทุนและเพิ่มประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง บล.หยวนต้า มองการลงทุนในเส้น VTS เป็นบวกต่ออุตสาหกรรม Data Center ในประเทศไทยในระยะยาว เพราะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง Data Center ในไทยกับต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ซึ่งเป็น Digital Hub สำคัญของภูมิภาค และมองเป็นบวกระยะยาวต่อ GULF เนื่องจากทำให้ธุรกิจ Digital Infrastructure ครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่ Data Center, Cloud ไปจนถึง Connectivity และ Submarine Cable สอดคล้องกับการยกระดับธุรกิจไปสู่ AI Infrastructure ขณะที่เงินลงทุนใน Submarine Cable คาดว่าจะไม่สูงเมื่อเทียบกับแผนลงทุนโดยรวมของ GULF จึงไม่น่ากระทบฐานะการเงินหรือแผนลงทุนหลักอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การร่วมมือกับ Singtel อย่างต่อเนื่องในโครงการ Digital Infrastructure อาจช่วยลดความกังวลของตลาดต่อความเป็นไปได้ที่ Singtel จะทยอยลดสัดส่วนการถือหุ้น GULF ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวมองเป็นปัจจัยเชิง sentiment มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน ส่วน SYMC มองว่าการลงทุนใน VTS ไม่ได้แข่งขันโดยตรงกับ MCT ซึ่งเชื่อมต่อ Malaysia-Cambodia-Thailand ผลกระทบต่อรายได้ของ SYMC ในระยะสั้นน่าจะจำกัด แต่การเข้ามาลงทุนของผู้เล่นรายใหญ่อย่าง GULF สะท้อนว่า Submarine Cable กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตของ Cloud และ Data Center และอาจเป็น growth opportunity รอบถัดไปของธุรกิจ Connectivity ซึ่งเป็นภาพบวกต่อผู้ให้บริการอย่าง SYMC ในระยะยาว

ผลกระทบต่อหุ้น 3

Energy Transition & Power Demand · 1 หุ้น
Gulf Energy Development Public Company Limited
GULF
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

GULF's subsidiary GulfEdge partners with Singtel to invest in the VTS submarine cable, completing its Digital/AI Infrastructure business with only a modest financial outlay.

Cloud & Digital Infrastructure · 1 หุ้น
อื่นๆ · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 3

บริษัทนอก coverage 3

Gulf Edgeเอกชน▲ บวก
เงินทุนความเกี่ยวข้อง

Gulf Edge, GULF's wholly-owned subsidiary, is the entity establishing the strategic partnership with Singtel to develop the VTS submarine cable.

Viettel Groupเอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

Yuanta Securities (Thailand) Company Limitedเอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอ็นวิเดียทุ่ม 6.5 พันล้านดอลลาร์สู่ธุรกิจโฟโตนิกส์ ขณะตลาดออปติคัลเพื่อ AI คาดโตเก้าเท่า

เอ็นวิเดียได้ทุ่มเงินอย่างน้อย 6.5 พันล้านดอลลาร์ให้กับบริษัทด้านโฟโตนิกส์ในช่วงสามเดือนก่อนถึงเดือนพฤษภาคม 2026 โดยแบ่งเป็น 500 ล้านดอลลาร์ให้กับคอร์นนิ่งสำหรับโซลูชันการเชื่อมต่อออปติคัลขั้นสูง และอีก 2 พันล้านดอลลาร์ให้กับลูเมนตัม โคฮีเรนต์ และมาร์เวลล์แห่งละเท่ากัน ตามรายงานของซีเอ็นบีซี ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีนัยสำคัญ โดยหุ้นมาร์เวลล์ปรับขึ้น 183.4% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ลูเมนตัม คอร์นนิ่ง และโคฮีเรนต์ปรับขึ้น 142.5% 68.8% และ 60.3% ตามลำดับ โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่าตลาดรวมของระบบเครือข่ายออปติคัลจะเติบโตจากประมาณ 15 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 เป็นราว 154 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าเก้าเท่า การนำเทคโนโลยีโคแพ็กเกจออปติกส์มาใช้คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ปี 2027 และมีอัตราการใช้งานถึงราว 20% ถึง 30% ภายในปี 2028 ขณะที่มอร์ดอร์ อินเทลลิเจนซ์ประเมินว่าตลาดโฟโตนิกส์ทั่วโลกจะแตะ 1.46 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงสามารถพิจารณากองทุน Roundhill Photonics & Optics ETF LYTE ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 254.2 ล้านดอลลาร์ กระจายใน 19 หลักทรัพย์ กองทุน KraneShares Photonic and Optical ETF LUMA ซึ่งมีสินทรัพย์สุทธิ 9.76 ล้านดอลลาร์ และกองทุน Tema Photonics & Optical ETF LAZR ซึ่งมีสินทรัพย์สุทธิ 94 ล้านดอลลาร์ กระจายใน 27 บริษัท
Zacks Investment Research·17hอ่านต่อ →

ยอดขาย AI Datacom ของ Amphenol พุ่ง 89% ขณะที่ CommScope เพิ่ม 1.2 พันล้านดอลลาร์

ธุรกิจ IT datacom ของ Amphenol ซึ่งคิดเป็น 43% ของยอดขายรวมของบริษัทในไตรมาสที่สองของปี 2026 มีรายได้พุ่งขึ้น 89% เมื่อเทียบปีต่อปี และ 63% จากการเติบโตแบบออร์แกนิก โดยผู้บริหารกล่าวว่าอัตราการสร้างรายได้จาก AI อยู่ที่ประมาณ 1.05 หมื่นล้านถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ผู้บริหารระบุว่าเกือบทั้งหมดของการเติบโตของ IT datacom แบบต่อเนื่อง 22% ในไตรมาสนี้มาจากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI เนื่องจากลูกค้าต้องการทองแดง ออปติกส์ และพลังงานมากขึ้นสำหรับคลัสเตอร์ AI ที่ใหญ่และซับซ้อนขึ้น การเข้าซื้อกิจการ CommScope ของบริษัทสร้างยอดขายเพิ่มมากกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ โดยธุรกิจ IT datacom ของ CommScope เกือบจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปี ผู้บริหารคาดว่าตลาดดังกล่าวจะคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของยอดขายของ CommScope ในปี 2026 เทียบกับประมาณหนึ่งในสามในปี 2025 Amphenol เผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจาก TE Connectivity ซึ่งยอดขาย Digital Data Networks เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบปีต่อปีในไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ 2026 โดยมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 70% นับตั้งแต่ต้นปี และจาก Marvell Technology ซึ่งรายได้จากศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบปีต่อปีเป็น 2.17 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ 2027 หุ้นของ Amphenol เพิ่มขึ้น 16% นับตั้งแต่ต้นปี ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้น 17% ของภาคส่วนคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีโดยรวมของ Zacks และซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า 12 เดือนที่ 25.32 เท่า เทียบกับ 20.38 เท่าของภาคส่วน ขณะที่ประมาณการกำไรฉันทามติของ Zacks อยู่ที่ 72 เซนต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 5 เซนต์ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และบ่งชี้การเติบโต 53.19%
Zacks Investment Research·19hอ่านต่อ →

เครเมอร์แนะให้อดทน ขณะที่คอร์นนิ่งเปิดขายหุ้นมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์

จิม เครเมอร์ บอกผู้ชมรายการ Mad Money ให้รอให้คอร์นนิ่ง อิงค์คอร์ปอเรทปรับตัวลงอีกก่อนที่จะลดหรือถือหุ้น โดยอ้างถึงโครงการขายหุ้นตามราคาตลาดของบริษัท คอร์นนิ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 11 กันยายนว่าได้ทำข้อตกลงกับโกลด์แมน แซคส์ เพื่อขายหุ้นสามัญได้สูงสุด 2 พันล้านดอลลาร์ผ่านการเสนอขายตามราคาตลาด โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เงินที่ได้สำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท หนังสือชี้ชวนระบุว่า หากระดมทุนได้เต็มจำนวน 2 พันล้านดอลลาร์ที่ราคาหุ้นละ 165.96 ดอลลาร์ จะต้องออกหุ้นจำนวน 12,051,097 หุ้น ทำให้จำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วเพิ่มขึ้นจาก 861,388,331 หุ้นเป็น 873,439,428 หุ้น การเสนอขายครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ธุรกิจออปติกของคอร์นนิ่งยังคงแข็งแกร่ง ในการประชุมของซิตี้เมื่อวันที่ 9 กันยายน เอ็ด ชเลสซิงเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กล่าวว่าความต้องการด้านออปติกแข็งแกร่งมากและคำสั่งซื้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยอดขายธุรกิจการสื่อสารออปติกในไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนเป็น 2.07 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายหลักเพิ่มขึ้น 17% เป็น 4.74 พันล้านดอลลาร์ มุมมองเชิงลบมุ่งเน้นที่การดำเนินงาน เนื่องจากคอร์นนิ่งตั้งเป้าที่จะขยายธุรกิจโฟโตนิกส์ให้มีขนาด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในสิ้นทศวรรษนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ผูกกับอัตราการนำเทคโนโลยี NPO และ CPO ไปใช้ และคาดว่ารายจ่ายลงทุนสำหรับปี 2569 ทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับ 754 ล้านดอลลาร์ที่ใช้ไปในช่วงครึ่งแรกของปี
Insider Monkey·20hอ่านต่อ →