HANA โบรกชี้กำไรปี 70 โตเด่นสุดในกลุ่ม แนะนำซื้อ

Analyst
โดย thunhoon.com·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บล.เอเซีย พลัส แนะนำ "ซื้อ" หุ้นบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 52 บาท เพราะคาดหวังกำไรปกติปี 2570 จะเติบโต 49% YoY เด่นสุดในกลุ่ม และราคาหุ้นยัง Laggard โดยปัจจุบันหุ้น HANA ซื้อขายด้วย PER ปี 2570 ที่ราว 28 เท่า ขณะที่ KCE และ DELTA ซื้อขายด้วย PER ปี 2570 ที่ 44 เท่า และ 62 เท่า ตามลำดับ ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปี 2570 ของ HANA ที่สดใส เนื่องจากกระแส AI/ดาต้า เซ็นเตอร์ที่หนุนความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งธุรกิจของ EMS และ OSAT ของ HANA ให้โตขึ้น บวกกับโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มในปี 2569 เช่น การผลิต Cooling Module ให้กับลูกค้ารายใหม่ (Phononic) และ High Density PCBA จะมีรายได้เข้ามาอย่างมีนัยฯในปีหน้า รวมไปถึงการปรับสายการผลิต IC ในจีน ไปสู่สินค้าที่สร้างมาร์จิ้นสูง และการใช้กำลังการผลิตในเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้น จะช่วยผลักดันมาร์จิ้นโดยรวมให้ดีขึ้น ส่วนแนวโน้มกำไรในครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะดีขึ้น เมื่อเทียบกับครึ่งแรกปีนี้ HoH และเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน YoY เนื่องจากโดยปกติแล้วในไตรมาส 3 จะเป็น High season ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ บวกกับได้อานิสงค์จากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟื้นตัวซึ่งคาดจะทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ได้โตราว 18% YoY

ผลกระทบต่อหุ้น 3

Semiconductors · 2 หุ้น
Hana Microelectronics Public Company Limited
HANA
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Asia Plus Securities recommends Buy with a 52 baht 2027 target price, citing 49% YoY profit growth, the strongest in the sector.

Electrification & Mobility · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3impact 4

Nvidia, Google และ Emerald AI เปิดตัวพันธมิตรบริหารพลังงานด้วย AI

Nvidia, Google และ Emerald AI ได้เปิดตัว AI Energy Management Alliance หรือ AEMA ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรที่บริหารการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลแบบไดนามิกเพื่อตอบสนองต่อสภาวะของโครงข่ายไฟฟ้า Varun Sivaram ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Emerald AI กล่าวว่าสมาชิกผู้ก่อตั้งของพันธมิตรแห่งนี้มีกลุ่มพันธมิตรเริ่มต้นอีก 20 รายร่วมด้วย รวมถึงห้องปฏิบัติการ AI อย่าง Anthropic บริษัทเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Analog Devices และบริษัทพลังงานอย่าง AES, NRG, Constellation, RWE และ National Grid Sivaram กล่าวว่า Emerald AI ซึ่งก่อตั้งมาไม่ถึงสองปี กำลังร่วมกับ Nvidia และ Digital Realty สร้างศูนย์ข้อมูล AI ที่ยืดหยุ่นด้านพลังงานแห่งแรกของโลกที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด เป็น facility ขนาด 100 เมกะวัตต์ในเมือง Manassas รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งจะเริ่มเปิดใช้งานภายในปีนี้ เขากล่าวว่า Google หนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้ง ได้ดำเนินการตอบสนองความต้องการไฟฟ้าให้กับศูนย์ข้อมูลของตนแล้วหนึ่งกิกะวัตต์ ขณะที่ Emerald และ Nvidia ได้สาธิตไปแล้วหกครั้งทั่วโลก ในลอนดอน ฟีนิกซ์ และเวอร์จิเนีย Sivaram กล่าวว่าพันธมิตรแห่งนี้กำลังหารือกับคณะกรรมการ FERC หน่วยงานกำกับดูแลระดับรัฐ และฝ่ายบริหาร เกี่ยวกับข้อตกลงครั้งใหญ่ที่ศูนย์ข้อมูล AI ที่ยืดหยุ่นจะเป็นพลเมืองที่ดีต่อโครงข่ายไฟฟ้าและชุมชน เพื่อแลกกับการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าที่รวดเร็วและใหญ่ขึ้น
Yahoo Finance·13hอ่านต่อ →

โกลด์แมน แซคส์ ชี้ส่วนชดเชยมูลค่าของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กำลังจางหาย

งานวิจัยของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่าอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้าของบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลงอย่างรุนแรง และกำลังเข้าหาระดับมูลค่าของอีก 495 บริษัทที่เหลือในดัชนี ซึ่งเป็นการกัดกร่อนส่วนชดเชยมูลค่าที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่พิเศษถือครองมาหลายปี บริษัทชี้ว่ามีแรงกดดันสองประการอยู่เบื้องหลังการลดระดับมูลค่าครั้งนี้ ได้แก่ ต้นทุนเงินทุนที่สูงขึ้น และความเข้มข้นของการใช้เงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ไมโครซอฟต์ แอมะซอน เมตา แพลตฟอร์มส และอัลฟาเบต กำลังทุ่มเงินจำนวนมหาศาลให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งรวมถึงศูนย์ข้อมูล ชิป และกำลังการผลิตไฟฟ้า การลงทุนเหล่านี้อาจสนับสนุนการเติบโตในอนาคตแต่ใช้เงินสดในวันนี้ ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นลดมูลค่าปัจจุบันที่นักลงทุนกำหนดให้กับกำไรและกระแสเงินสดในอนาคต ข้อสรุปของโกลด์แมน แซคส์ คือ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่พิเศษไม่ได้ถูกกำหนดราคาให้แตกต่างอย่างมากจากตลาดโดยรวมอีกต่อไป ทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องพิสูจน์ว่าการเติบโตของตนสมควรได้รับส่วนชดเชยมูลค่า และนักลงทุนควรให้ความสนใจกับตัวเลขการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ที่พาดหัวข่าวน้อยลง และสนใจผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจากการใช้จ่ายนั้นมากขึ้น
2impact 4

รายได้ AWS ของแอมะซอนแตะ 4.223 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโต 37% สูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส

Amazon Web Services รายงานรายได้ 4.223 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโต 37% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเป็นการเติบโตเร็วที่สุดของธุรกิจนี้ในรอบ 18 ไตรมาส ด้วยอัตรากำไรจากการดำเนินงาน 39.4% และมูลค่างานในสัญญาค้างส่ง 4.96 แสนล้านดอลลาร์ ธุรกิจชิปและธุรกิจ AI ของแอมะซอนต่างมีอัตราการเติบโตต่อปีเกิน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สอง โดยทั้งคู่เติบโตในอัตราสามหลักเมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ 98% ของลูกค้า EC2 รายใหญ่ 1,000 รายของแอมะซอนใช้ Graviton และ Anthropic กับ OpenAI ได้ทำข้อผูกพันหลายปีในระดับหลายกิกะวัตต์กับ Trainium กำไรจากการดำเนินงานไตรมาสที่สองอยู่ที่ 2.746 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 43.2% เมื่อเทียบปีต่อปี และธุรกิจโฆษณามีรายได้ย้อนหลังสิบสองเดือนเกิน 7 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโต 26% ด้านรายจ่ายลงทุนแตะ 5.421 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว เพิ่มขึ้น 68.4% เมื่อเทียบปีต่อปี และกระแสเงินสดอิสระพลิกเป็นลบ 7.6 พันล้านดอลลาร์บนพื้นฐานย้อนหลังสิบสองเดือน แม้ว่าขีดความสามารถ AI ส่วนใหญ่จะถูกผูกสัญญาไว้อย่างน้อยห้าปี นับตั้งแต่แอมะซอนรายงานผลไตรมาสที่สองเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 หุ้น AMZN เคลื่อนจาก 230.08 ดอลลาร์เป็น 251.19 ดอลลาร์ ขณะที่ SPY ไปจาก 747.03 ดอลลาร์เป็น 762.70 ดอลลาร์ และ QQQ ไปจาก 687.99 ดอลลาร์เป็น 716.92 ดอลลาร์ แอนดี แจสซี กล่าวว่า AWS อาจกลายเป็นธุรกิจที่มีรายได้หลายแสนล้านดอลลาร์ และตอนนี้เขาเชื่อว่าจะสูงกว่านั้นอย่างน้อยสองเท่า และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นธุรกิจที่มีรายได้ระดับล้านล้านดอลลาร์ต่อปีในที่สุด
24/7 Wall St·16hอ่านต่อ →