HSBC Holdings PLCHSBC's chief economist comments on Asia's financial conditions and risks, but no direct impact on HSBC's own business is stated.

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ HSBC ระบุว่า สภาพแวดล้อมทางการเงินของเอเชียในปัจจุบันมีหลายปัจจัยคล้ายกับช่วงก่อนวิกฤตการเงินเอเชียปี 2540 หรือวิกฤตต้มยำกุ้ง ทั้งการพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ การอ่อนค่าของเงินเยน และกระแสความเชื่อมั่นต่อหุ้นเทคโนโลยี แต่ย้ำว่าเอเชียในวันนี้แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก โดยความเสี่ยงหลักเปลี่ยนไปอยู่ที่การพึ่งพาอุปสงค์ AI จากสหรัฐฯ เฟรเดอริก นอยมันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ HSBC ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 31 สิงหาคมว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำประมาณ 0.5% ในเดือนสิงหาคม 2563 มาอยู่ที่ราว 4.79% ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าประมาณ 57% จากระดับราว 103 เยนต่อดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2564 ไปแตะ 163 เยนต่อดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ก่อนจะกลับมาแข็งค่าบางส่วนหลังการแทรกแซงร่วมกันของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม นอยมันน์ชี้ว่า ความแตกต่างระหว่างปี 2540 กับปี 2569 มีน้ำหนักมากกว่า โดยเฉพาะโครงสร้างเงินทุนของประเทศในเอเชียที่เปลี่ยนจากผู้นำเข้าเงินทุนเป็นผู้ส่งออกเงินทุน ทำให้ต้นทุนเงินทุนดอลลาร์ที่สูงขึ้นไม่ใช่จุดเปราะบางอีกต่อไป แต่ความเสี่ยงใหม่คือการพึ่งพาการเติบโตของตลาดฮาร์ดแวร์ AI ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และสิงคโปร์ หากการลงทุนใน AI ชะลอตัวหรือเงินเยนผันผวนรุนแรง ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากเอเชียอาจลดลงอย่างรวดเร็วและกระทบการเติบโตของภูมิภาค
HSBC Holdings PLCHSBC's chief economist comments on Asia's financial conditions and risks, but no direct impact on HSBC's own business is stated.