IFA ชี้ STPI เพิ่มทุน 1.25 พันล้าน ราคา 5.55 บาท เหมาะสม ลุย Data Center-พลังงานสะอาด

Corporate ActionM&A · Partnership
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินอิสระของ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI เห็นว่าแผนระดมทุนด้วยการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัดหรือ PP ซึ่งเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน มีความสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม พร้อมเห็นว่าผู้ถือหุ้นควรมีมติอนุมัติรายการดังกล่าว โดย STPI มีแผนออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนรวมสูงสุด 225,897,120 หุ้น แบ่งเป็นการเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นหรือ RO จำนวนไม่เกิน 164,752,035 หุ้น ในอัตรา 11 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขายหุ้นละ 5.55 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 914.37 ล้านบาท และการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP จำนวนไม่เกิน 61,145,085 หุ้น ในราคาเดียวกัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 339.36 ล้านบาท รวมเงินระดมทุนสูงสุดประมาณ 1,253.73 ล้านบาท สำหรับหุ้นเพิ่มทุน PP บริษัทจะเสนอขายให้แก่ นายมาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการและกรรมการผู้จัดการของ STPI ซึ่งถือเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยหากผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิ RO ครบทั้งจำนวน ภายหลังการจัดสรร PP นายมาศถวินจะถือหุ้น STPI จำนวน 61,145,085 หุ้น หรือประมาณ 3% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดภายหลังเพิ่มทุน ด้านแผนการใช้เงิน บริษัทเตรียมนำเงินประมาณ 900 ล้านบาท ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของเงินลงทุนในโครงการ Data Center และอีกประมาณ 353 ล้านบาท สำหรับลงทุนและพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการ Solar Power Plant โดยมีกรอบใช้เงินในช่วงปี 2569-2571 ทั้งนี้ โครงการ Data Center วงเงิน 900 ล้านบาทเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเงินลงทุนในส่วนของผู้ถือหุ้น โดยกลุ่ม STPI คาดว่าจะรับผิดชอบเงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น 26% รวมประมาณ 2,135.18 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือประมาณ 1,235.18 ล้านบาท คาดว่าจะจัดหาจากแหล่งเงินทุนอื่นตามแผนลงทุนของโครงการ ขณะที่วงเงินด้านพลังงานหมุนเวียนประมาณ 353 ล้านบาทนั้น บริษัทคาดว่าจะใช้ราว 256.94 ล้านบาท สำหรับโครงการ Solar Power Plant ผ่านบริษัท เดซี่ ไดร์ฟ จำกัด แบ่งเป็นค่าซื้อหุ้นประมาณ 1.50 ล้านบาท และเงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น 60% ประมาณ 255.44 ล้านบาท ส่วนวงเงินที่เหลือประมาณ 96.06 ล้านบาทจะรองรับโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นในอนาคต ด้านความเหมาะสมของราคา IFA ประเมินมูลค่ายุติธรรมหุ้น STPI อยู่ที่ 4.63-6.50 บาทต่อหุ้น จากวิธีประเมินที่เหมาะสม 3 วิธี ขณะที่ราคาเสนอขายเพิ่มทุนอยู่ที่ 5.55 บาทต่อหุ้น ซึ่งอยู่ภายในช่วงมูลค่ายุติธรรมดังกล่าว จึงเห็นว่าราคาเสนอขายมีความเหมาะสม นอกจากนี้ ราคา 5.55 บาทยังต่ำกว่าราคาตลาดอ้างอิง 6.12 บาทต่อหุ้นประมาณ 9.35% ทั้งนี้ STPI เตรียมนำวาระดังกล่าวเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 1 ต.ค.69 โดยหากได้รับอนุมัติ ธุรกรรม PP จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่ผู้ถือหุ้นมีมติ หรือภายในวันที่ 31 ธ.ค.69

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Energy Transition & Power Demand · 1 หุ้น
STP&I Public Company Limited
STPI
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

STPI plans a 1.25-billion-baht capital increase via rights offering and private placement to fund data center and renewable energy investments.

Financials · 1 หุ้น
Beyond Securities PCL
BYD
± ผสมเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Beyond Securities acts as independent financial advisor opining the STPI capital increase is fair, a passing advisory role rather than a driver for its own business.

ผลกระทบต่อธีม 2

บริษัทนอก coverage 1

Daisy Drive Co., Ltd.เอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2

เอกนัฏ ดันโซลาร์ภาคประชาชน 1 หมื่นเมกะวัตต์ เปิด Direct PPA ลดค่าไฟ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ถึงทิศทางการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศผ่านแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ ภายใต้หลักสำคัญ 3 ด้าน คือ สะอาด มั่นคง และเป็นธรรม โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญคือการผลักดันโครงการโซลาร์ภาคประชาชน กำลังผลิตรวม 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งกันกำลังผลิตส่วนนี้ไว้สำหรับประชาชน พร้อมกำหนดขนาดติดตั้งประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อครัวเรือน เพื่อไม่ให้กำลังผลิตกระจุกตัวอยู่เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ และเปิดโอกาสให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองแล้วขายส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบเพื่อหักลดค่าไฟ ด้านเงินทุนติดตั้งระบบโซลาร์ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 140,000 บาทต่อระบบ กระทรวงพลังงานเสนอแนวทางช่วยเงินดาวน์ 50,000 บาท เหลือภาระประมาณ 90,000 บาท และเปิดช่องให้ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ สำหรับภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลเดินหน้าเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง หรือ Direct PPA ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดย กพช. ได้เห็นชอบแนวทางปลดล็อก Direct PPA ให้ครอบคลุมทั้ง Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดแล้ว ส่วนมาตรการลดภาระค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน รัฐบาลปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าโดยแยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป พร้อมใช้อัตราค่าไฟแบบก้าวหน้า ซึ่งการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกคิดค่าพลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ขณะที่ PDP ฉบับใหม่จะเปิดทางให้ศึกษาพลังงานและเทคโนโลยีทางเลือกเพิ่มเติม ทั้งไฮโดรเจน พลังงานความร้อนใต้พิภพ เซลล์เชื้อเพลิง รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR เพื่อเตรียมความพร้อมด้านหลักเกณฑ์ ความปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีในอนาคต

INVX ชี้กฎดาต้าเซ็นเตอร์ชัด ดันหุ้นพลังงานสะอาด-นิคมฯ แนะนำ Selective Buy

นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX ระบุว่า ความพยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาคเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรกมีมติเร่งบูรณาการข้อมูลและข้อกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Single Dashboard เพื่อวางกรอบยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมให้ชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยกำหนดเกณฑ์ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 2 MW เป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม พร้อมกำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์ทรัพยากรให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงทั้งทางตรงและทางอ้อม และกำหนดเงื่อนไขพลังงานที่เข้มงวดเพื่อสนับสนุน Green Data Center ทั้งการแยกประเภทอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่ม การบังคับใช้สัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 60% เพื่อตอบโจทย์ Net Zero และการคุมเข้มมาตรฐานระบบสำรองไฟ พร้อมจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิค และเตรียมใช้มาตรการเด็ดขาดระงับการจัดสรรน้ำและไฟฟ้าสำหรับโครงการที่ยังไม่ก่อสร้างหากไม่ผ่านเกณฑ์ InnovestX ประเมินว่านโยบายที่ชัดเจนขึ้นนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ กลุ่มพลังงานสะอาด ซึ่งข้อบังคับการใช้พลังงานสะอาดขั้นต่ำ 60% จะเปลี่ยนภาพจากทางเลือกเป็นความจำเป็น กระตุ้นความต้องการจริงอย่างก้าวกระโดด และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งการจัดดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกิจการอุตสาหกรรมจะทำให้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ไหลเข้าสู่นิคมฯ ชั้นนำที่มีความพร้อมด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือ Smart Grid และการจัดการสิ่งแวดล้อม ทิ้งห่างนิคมฯ ที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิล ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้นสะสมหุ้นกลุ่มผู้นำใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นบริษัทมีโครงข่ายไฟฟ้าระดับ Smart Grid ที่เสถียรพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier 3-4 มีการร่วมทุนกับบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ และมีระบบบริหารจัดการน้ำหมุนเวียนของตนเอง คือ AMATA และ WHA ขณะที่กลุ่มพลังงานสะอาดเน้นบริษัทที่มีความคืบหน้าในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทางตรงหรือ Direct PPA กับกลุ่ม Hyperscaler ระดับโลก มีคะแนน ESG และ Green Certificate สูง และมีการลงทุนเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานหรือ BESS เพื่อรักษาความเสถียรของไฟฟ้าที่ส่งให้ดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM รวมทั้งผู้รับจ้างวางระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอย่าง GUNKUL
ทันหุ้น·10hอ่านต่อ →

Clearway Energy แต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และจัดตั้งสำนักงานการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล

Clearway Energy ได้ปรับโครงสร้างทีมผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยเขายังคงดำรงตำแหน่งเดิมที่ Clearway Group และย้ายซาราห์ รูเบนสไตน์ ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินในขณะนั้น ไปสู่สำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่ที่มุ่งเน้นโครงการดิจิทัลและข้อมูล ตลอดจนงานด้านการบูรณาการ ไรเดอร์ดูแลด้านการเงินองค์กร ความเสี่ยง การวางแผน และตลาดทุนทั่วทั้งองค์กรอยู่แล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงรวมความเป็นผู้นำด้านการเงินไว้ที่เดียว และอาจกระชับการประสานงานระหว่างบริษัทจดทะเบียนกับบริษัทในเครือที่ไม่ได้จดทะเบียน สำนักงานการเปลี่ยนแปลงของรูเบนสไตน์มีเป้าหมายเพื่อเร่งการใช้เทคโนโลยีทั่วทั้งการดำเนินงาน ซึ่งสำหรับธุรกิจที่ภาระดอกเบี้ยและการจ่ายเงินปันผลถูกระบุว่ายังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกำไรอย่างเพียงพอ อาจช่วยให้ฝ่ายบริหารติดตามกระแสเงินสด รายการพิเศษ และการจัดสรรทุนได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นทั่วสินทรัพย์พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ Clearway Energy ดำเนินงานสินทรัพย์ผลิตพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ และมีมูลค่าตลาดประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ จุดตรวจสอบแรกที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนคือผลประกอบการและแนวโน้มครั้งถัดไปของฝ่ายบริหารหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยจับตาดูความสามารถในการครอบคลุมภาระดอกเบี้ย ความยั่งยืนของการจ่ายเงินปันผล และสำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่จะส่งผลต่อการรายงานเกี่ยวกับคุณภาพกำไรและผลการดำเนินงานระดับโครงการอย่างไร
Simply Wall St·12hอ่านต่อ →