← Back

Beyond Securities PCL

บริษัท บียอนด์ ซีเคียวริตี้ส์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ในประเทศไทย โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจหลักทรัพย์และอนุพันธ์ และธุรกิจการลงทุน บริการของบริษัทครอบคลุมการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การซื้อขายและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ การให้คำปรึกษาการลงทุน การเป็นนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ และการจัดการกองทุนส่วนบุคคล นอกจากนี้ยังให้บริการบัญชีเงินสด บัญชีเงินสดเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ และบัญชีมาร์จิ้น การเป็นนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ใบแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ กองทุนรวม สัญญาซื้อขายล่วงหน้ารายหลักทรัพย์แบบบล็อกเทรด พันธบัตร การวิเคราะห์หลักทรัพย์ และบริการวาณิชธนกิจ รวมถึงบริการอื่น ๆ ได้แก่ การจัดการความมั่งคั่งต่างประเทศ แพลตฟอร์มการซื้อขายต่างประเทศ แพลตฟอร์ม Beyond Global trade สำหรับการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ แพลตฟอร์ม LiVE Exchange ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์สำหรับ SMEs และสตาร์ทอัพ และโซลูชันการให้คำปรึกษาพอร์ตการลงทุนภายใต้ชื่อ Beyond Espresso, Beyond Latte และ Beyond Shakerato บริษัทเดิมชื่อ บริษัท เออีซี ซีเคียวริตี้ส์ จำกัด (มหาชน) และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บียอนด์ ซีเคียวริตี้ส์ จำกัด (มหาชน) ในเดือนสิงหาคม 2564 บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2514 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving BYD.BK
BYD.BK

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน เพิกถอนคำสั่ง ก.ล.ต.ลงโทษ ชญานี โปขันเงิน

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ที่ลงโทษพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นบุคลากรในตลาดทุนของนางสาวชญานี โปขันเงิน ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์คิงส์ฟอร์ด หรือชื่อใหม่ บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ โดยศาลวินิจฉัยว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 กันยายน เวลา 14.00 น. ยุติการต่อสู้คดีหมายเลขแดง 643/2563 ที่ดำเนินมา 10 ปี นับเป็นคดีแรกที่ภาคเอกชนฟ้องชนะ ก.ล.ต. จนคดีถึงที่สุด ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางเคยพิพากษาเพิกถอนคำสั่งลงโทษดังกล่าวตั้งแต่ปี 2563 แต่ ก.ล.ต. อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยอ้างว่าคำสั่งของตนถูกต้องตามกฎหมาย คดีนี้สืบเนื่องจาก ก.ล.ต. ลงโทษพักการปฏิบัติหน้าที่ของนางสาวชญานีเป็นเวลา 1 ปี กรณีให้ถ้อยคำเกี่ยวกับการซื้อขายบริษัทหลักทรัพย์บีฟิท หรือ BSEC ซึ่งต่อมาถูกบริษัท OSK จากมาเลเซียเข้าซื้อในปี 2554 นางสาวชญานีกล่าวว่าคดีนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้ ก.ล.ต. ทบทวนกระบวนการภายในให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ และจนถึงปัจจุบันยังไม่เคยได้รับคำขอโทษใด ๆ จาก ก.ล.ต. ทั้งที่คดีถึงที่สุดแล้ว
Energy Transition & Power Demand

IFA ชี้ STPI เพิ่มทุน 1.25 พันล้าน ราคา 5.55 บาท เหมาะสม ลุย Data Center-พลังงานสะอาด

บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินอิสระของ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI เห็นว่าแผนระดมทุนด้วยการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัดหรือ PP ซึ่งเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน มีความสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม พร้อมเห็นว่าผู้ถือหุ้นควรมีมติอนุมัติรายการดังกล่าว โดย STPI มีแผนออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนรวมสูงสุด 225,897,120 หุ้น แบ่งเป็นการเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นหรือ RO จำนวนไม่เกิน 164,752,035 หุ้น ในอัตรา 11 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขายหุ้นละ 5.55 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 914.37 ล้านบาท และการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP จำนวนไม่เกิน 61,145,085 หุ้น ในราคาเดียวกัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 339.36 ล้านบาท รวมเงินระดมทุนสูงสุดประมาณ 1,253.73 ล้านบาท สำหรับหุ้นเพิ่มทุน PP บริษัทจะเสนอขายให้แก่ นายมาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการและกรรมการผู้จัดการของ STPI ซึ่งถือเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยหากผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิ RO ครบทั้งจำนวน ภายหลังการจัดสรร PP นายมาศถวินจะถือหุ้น STPI จำนวน 61,145,085 หุ้น หรือประมาณ 3% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดภายหลังเพิ่มทุน ด้านแผนการใช้เงิน บริษัทเตรียมนำเงินประมาณ 900 ล้านบาท ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของเงินลงทุนในโครงการ Data Center และอีกประมาณ 353 ล้านบาท สำหรับลงทุนและพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการ Solar Power Plant โดยมีกรอบใช้เงินในช่วงปี 2569-2571 ทั้งนี้ โครงการ Data Center วงเงิน 900 ล้านบาทเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเงินลงทุนในส่วนของผู้ถือหุ้น โดยกลุ่ม STPI คาดว่าจะรับผิดชอบเงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น 26% รวมประมาณ 2,135.18 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือประมาณ 1,235.18 ล้านบาท คาดว่าจะจัดหาจากแหล่งเงินทุนอื่นตามแผนลงทุนของโครงการ ขณะที่วงเงินด้านพลังงานหมุนเวียนประมาณ 353 ล้านบาทนั้น บริษัทคาดว่าจะใช้ราว 256.94 ล้านบาท สำหรับโครงการ Solar Power Plant ผ่านบริษัท เดซี่ ไดร์ฟ จำกัด แบ่งเป็นค่าซื้อหุ้นประมาณ 1.50 ล้านบาท และเงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น 60% ประมาณ 255.44 ล้านบาท ส่วนวงเงินที่เหลือประมาณ 96.06 ล้านบาทจะรองรับโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นในอนาคต ด้านความเหมาะสมของราคา IFA ประเมินมูลค่ายุติธรรมหุ้น STPI อยู่ที่ 4.63-6.50 บาทต่อหุ้น จากวิธีประเมินที่เหมาะสม 3 วิธี ขณะที่ราคาเสนอขายเพิ่มทุนอยู่ที่ 5.55 บาทต่อหุ้น ซึ่งอยู่ภายในช่วงมูลค่ายุติธรรมดังกล่าว จึงเห็นว่าราคาเสนอขายมีความเหมาะสม นอกจากนี้ ราคา 5.55 บาทยังต่ำกว่าราคาตลาดอ้างอิง 6.12 บาทต่อหุ้นประมาณ 9.35% ทั้งนี้ STPI เตรียมนำวาระดังกล่าวเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 1 ต.ค.69 โดยหากได้รับอนุมัติ ธุรกรรม PP จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่ผู้ถือหุ้นมีมติ หรือภายในวันที่ 31 ธ.ค.69
BYD.BK2

บล. บียอนด์ เปลี่ยนชื่อเป็น BYDH ควบรวม Kingford ตั้งเป้า Top 3 ปี 70

บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัทหลักทรัพย์ บีวายดีเอช จำกัด (มหาชน) หรือ BYDH มีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569 เป็นต้นไป หลังจากนั้น บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) จะเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ Beyond โดย BYDH จะส่งจดหมายขอความยินยอมจากลูกค้าเพื่อย้ายบัญชีและพอร์ตการลงทุนไปยังบริษัทหลักทรัพย์ Beyond แห่งใหม่ และในวันที่ 26 ตุลาคม พนักงานพร้อมทั้งพอร์ตการลงทุนและบัญชีของลูกค้าทุกบัญชีจะถูกย้ายไปยังบริษัท Beyond แห่งใหม่ การควบรวมครั้งนี้จะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาด SET ขึ้นไปติด Top 5 และคาดว่าจะแตะ Top 3 ภายในปี 2570 ขณะที่ฐานลูกค้าเดิมของ Kingford ประมาณ 50,000 บัญชี จะช่วยหนุนให้สินทรัพย์ภายใต้การดูแลและภายใต้การแนะนำของบริษัทหลักทรัพย์ Beyond แตะระดับ 100,000 ล้านบาทได้ภายในปี 2570
BYD.BK

FTSE Rebalance 18 ก.ย.นี้ หุ้นเข้า-ออก พร้อมควบรวมโบรกเกอร์ BYD ตั้งเป้า Top 3 ปี 2570

การปรับน้ำหนักดัชนี FTSE Rebalance จะมีผลโดยใช้ราคาปิดวันที่ 18 กันยายนนี้ โดยในดัชนี FTSE All World กลุ่ม Large และ Mid cap ไม่มีหุ้นเข้า และมีหุ้นออก 4 ตัว ได้แก่ BTS LH SCCC และ TU ขณะที่ดัชนี FTSE Small Cap มีหุ้นเข้า 6 ตัว ได้แก่ BTS FTREIT LH SCCC THAI และ TU และมีหุ้นออก 3 ตัว ได้แก่ BLAND SPCG และ TPIPP ส่วนดัชนี Micro Cap มีหุ้นเข้า 10 ตัว ได้แก่ BLAND EASTW INSET KLINIQ SUC SPCG SRICHA SCAP SMT และ TPIPP และมีหุ้นออก 18 ตัว ได้แก่ BYD HENG ILM ILINK MONO NCAP NOBLE PCE RPH SMPC SAV VIH SFLEX SYNTEC TEAMG TIPCO III และ VIBHA ด้านการควบรวมธุรกิจหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด มหาชน หรือ BYD จะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บล.บีวายดีเอช จำกัด มหาชน จากนั้นบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอรด์ จะเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด มหาชน หรือ Beyond โดยบริษัทหลักทรัพย์ BYDH จะส่งจดหมายถึงลูกค้าเพื่อขอความยินยอมให้ย้ายบัญชีและพอร์ตการลงทุนไปยังบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ แห่งใหม่ และในวันที่ 26 ตุลาคม พนักงานของ BYDH หรือ BYD เดิม พร้อมทั้งพอร์ตการลงทุนและบัญชีของลูกค้าทุกบัญชีจะถูกย้ายไปยังบริษัทหลักทรัพย์ Beyond แห่งใหม่ การควบรวมครั้งนี้จะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของ SET ขึ้นไปติด Top 5 และคาดว่าจะแตะ Top 3 ภายในปี 2570 และด้วยศักยภาพของลูกค้า Kingfords เดิมประมาณ 50,000 บัญชี จะช่วยส่งเสริมให้สินทรัพย์ภายใต้การดูแลและภายใต้การแนะนำของบริษัทหลักทรัพย์ Beyond แตะระดับ 100,000 ล้านบาทได้ภายในปี 2570
BYD.BK

ก.ล.ต.สั่ง บล.บียอนด์ แจงข้อดีข้อเสียก่อนประชุมผู้ถือหุ้นกู้ TPOLY

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดให้ บล.บียอนด์ ในฐานะผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) (TPOLY) จัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ TPOLY26NA ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม Beyond The River ชั้น 57 อาคาร One City Centre ถนนเพลินจิต โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกทางเลือกในการบังคับทรัพย์สินหลักประกันประเภทหุ้นสามัญ และอนุมัติให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ดำเนินการทางกฎหมายแทนผู้ถือหุ้นกู้ ก.ล.ต. ยังสั่งให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ และผลกระทบจากการมีมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติในแต่ละทางเลือก พร้อมเหตุผลและความเห็นประกอบ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นกู้มีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจออกเสียง
BYD.BK

บียอนด์ตั้งเป้าขึ้น Top 3 โบรกเกอร์หลังควบรวมคิงฟอร์ด

บียอนด์ หรือ BYD ประกาศแผนยุทธศาสตร์หลังควบรวมกิจการกับบล.คิงฟอร์ด โดยตั้งเป้าผลักดันส่วนแบ่งตลาดขึ้นสู่อันดับ Top 3 ของอุตสาหกรรม และกลับมาทำกำไรได้ในปีหน้า หลังการควบรวมเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 26 ตุลาคม ส่วนแบ่งตลาดรวมจะอยู่ที่ 5.38% ขึ้นเป็นอันดับ 5 ของอุตสาหกรรม จากเดิมบียอนด์มีส่วนแบ่ง 1.03% อันดับ 25 และคิงฟอร์ดมี 4.17% อันดับ 7 ขณะที่ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 667 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนตั้งสำรองในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 126 ล้านบาท เติบโต 51% แต่ต้องตั้งสำรองเพิ่มเกือบ 400 ล้านบาทสำหรับการลงทุนในไทย สมายล์ บัส ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ 273 ล้านบาท นายจักรกริช เจริญเมธาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานที่ปรึกษาการลงทุนและความมั่งคั่ง ระบุว่าอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ไทยทั้ง 37 แห่งกำลังเผชิญค่าคอมมิชชันลดลงและตลาดรายย่อยชะลอตัว เหลือเพียง 30% ของวอลุ่มตลาด ทางรอดคือการควบรวมกิจการและการนำ AI มาใช้ลดต้นทุน พร้อมปรับไปสู่บริการระดับพรีเมียม
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·15dอ่านต่อ →
BYD.BK2

BYD เปลี่ยนชื่อเป็น BYDH เตรียมแยกธุรกิจ FA ก่อนควบรวมคิงส์ฟอร์ด

บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD มีมติเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทหลักทรัพย์ บีวายดีเอช จำกัด (มหาชน) หรือ BYDH และเตรียมแยกธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินออกไปอยู่ภายใต้บริษัทย่อยที่จัดตั้งใหม่ เพื่อรองรับแผนควบรวมกิจการกับบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเป็น Holding Company โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเปลี่ยนแปลงชื่อและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ รวมถึงจัดตั้งบริษัทย่อยที่มีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจวาณิชธนกิจแยกต่างหาก ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และเข้าเป็นสมาชิกชมรมวาณิชธนกิจ ทั้งนี้กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2569 ในวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยมีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·44dอ่านต่อ →
BYD.BK4

บล.บียอนด์ ปิดดีลซื้อหุ้น 90% บล.คิงส์ฟอร์ด ตั้งเป้า New Beyond ติด Top 3 ภายในปี 2570

บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ หรือ BYD เข้าซื้อหุ้นสามัญเดิมของบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด หรือ KFS เสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 โดยซื้อหุ้นจำนวน 850.50 ล้านหุ้น คิดเป็น 90% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ KFS ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาท รวมเป็นเงิน 37.46 ล้านบาท จากบริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์ หรือ KFH ส่งผลให้ KFS มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ BYD ตั้งแต่วันดังกล่าว BYD จะดำเนินการตามขั้นตอนที่เหลือต่อไป ได้แก่ การเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่ของ KFS และการโอนสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยธุรกิจหลักทรัพย์ของบริษัทให้แก่ KFS ในรูปแบบการโอนกิจการบางส่วน แหล่งข่าวจาก BYD ระบุว่า ภายหลังการลงทุน บริษัทเตรียมควบรวมธุรกิจหลักทรัพย์ พร้อมโอนย้ายบุคลากร ลูกค้า และสินทรัพย์เข้าสู่บริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ นิวบียอนด์ ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยคาดว่าหลังควบรวมส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทใหม่จะติด Top 5 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตั้งเป้าติด Top 3 ภายในปี 2570
BYD.BK

NTF เตรียมออกหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ย 6.60-6.95% เปิดขาย 18-20 ส.ค.

บมจ.เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ NTF ยื่นแบบแสดงรายการต่อ ก.ล.ต. เพื่อออกหุ้นกู้เสี่ยงสูง 2 ชุด เสนอขายผู้ลงทุนสถาบันและรายใหญ่ โดยชุดแรกอายุ 1 ปี ครบกำหนดปี 2570 อัตราดอกเบี้ย 6.60-6.80% ต่อปี และชุดที่สองอายุ 1 ปี 6 เดือน ครบกำหนดปี 2571 อัตราดอกเบี้ย 6.75-6.95% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 18 ถึง 20 สิงหาคม 2569 ผ่านผู้จัดการจัดจำหน่าย ได้แก่ บล.บียอนด์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) และบล.เอเซีย พลัส โดยมี บล.บียอนด์ เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เงินที่ได้จะนำไปซื้อทรัพย์สิน ลงทุน หรือเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปัจจุบัน