PTT จับมือ 4 หน่วยงานรัฐ เปิดโมเดล I-SPARK ระยอง รับลงทุน 5,000 ล้านดอลลาร์

สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ 4 แห่ง แสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือพัฒนา I-SPARK โมเดลนำร่องเพื่อเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในจังหวัดระยอง โดยมุ่งพัฒนาพื้นที่อำเภอมาบตาพุดให้เป็นต้นแบบสำหรับการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทย พิธีแสดงเจตนารมณ์จัดขึ้นภายในงาน Gastech Bangkok 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยมี ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT เป็นประธานในพิธี และ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน PTT ร่วมลงนามกับผู้แทนหน่วยงานรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในโอกาสเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้บริหาร เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ I-SPARK ภายในพื้นที่จัดแสดงของกลุ่ม PTT แผนพัฒนาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มโครงการหลัก กลุ่มแรกคือพลังงานคาร์บอนต่ำและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครอบคลุมก๊าซธรรมชาติเหลว พลังงานสะอาด ไฮโดรเจน แอมโมเนีย ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ตลอดจนเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กลุ่มที่สองเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วม โดยต่อยอดท่าเรือ ถังเก็บ ระบบท่อ และสาธารณูปโภคที่มีอยู่ พร้อมวางแนวทางพัฒนาแพลตฟอร์มคาร์บอนเครดิตและศูนย์กลางความรู้ และกลุ่มที่สามมุ่งต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและเศรษฐกิจหมุนเวียน อาทิ เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ และการนำพลาสติกใช้แล้วกลับมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบใหม่ ทั้งนี้ PTT คาดการณ์ว่า ภายในปี 2578 โครงการภายใต้ I-SPARK จะก่อให้เกิดการลงทุนสูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีศักยภาพลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 9 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยตั้งเป้าใช้พื้นที่ระยองเป็นต้นแบบสำหรับการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นของประเทศในอนาคต

ผลกระทบต่อธีม 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2impact 4

เวอร์ทิฟจะเข้าซื้อกิจการ Utility Innovation Group ด้วยมูลค่า 1.45 พันล้านดอลลาร์

Vertiv Holdings Co ตกลงเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่จะเข้าซื้อกิจการ Utility Innovation Holdings, Inc. ซึ่งดำเนินธุรกิจในชื่อ UtilityInnovation Group หรือ UIG ด้วยมูลค่าประมาณ 1.45 พันล้านดอลลาร์เป็นเงินสด ณ วันปิดดีล ข้อตกลงนี้ยังรวมถึงเงินรางวัลตามผลงานสูงสุดถึง 1.15 พันล้านดอลลาร์เป็นเงินสดในช่วง 12 และ 24 เดือน ซึ่งผูกกับเป้าหมาย EBITDA ซึ่งจะทำให้ยอดจ่ายเงินสดรวมอยู่ที่ 2.6 พันล้านดอลลาร์หากบรรลุเป้าหมายทั้งหมด ที่ราคาซื้อเริ่มต้น ธุรกรรมนี้คิดเป็นประมาณ 13 เท่าของ EBITDA ที่คาดการณ์ของ UIG ในปี 2027 โดยคาดว่าจะเพิ่มกำไรต่อหุ้นปรับปรุงในปีแรกหลังการปิดดีล การเข้าซื้อกิจการนี้ขยายสถาปัตยกรรมพลังงานที่สำคัญของ Vertiv ขึ้นไปตามสายจนถึงจุดเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า โดยเพิ่มการควบคุมไมโครกริด สวิตช์เกียร์ และการจัดการระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อเร่งระยะเวลาในการจ่ายพลังงานให้กับศูนย์ข้อมูล AI คาดว่าธุรกรรมนี้จะปิดในไตรมาสที่สี่ของปี 2026
Insider Monkey·20hอ่านต่อ →
▲

รัฐเตรียมลงทุนสมาร์ทกริดเฟสแรก 1-2 หมื่นล้านบาท ชู 5 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์

ภาครัฐเตรียมลงทุนระบบสมาร์ทกริดหรือโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยคาดว่าในระยะสั้นจะอนุมัติงบประมาณในรูปแบบโครงการนำร่องประมาณ 10,000 – 20,000 ล้านบาท ซึ่งดึงมาจากงบการเปลี่ยนผ่านพลังงานในส่วน 2 แสนล้านบาทของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มเห็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ นายนภนต์ ใจแสน รองผู้จัดการสายงานวิจัยและนักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ ทันหุ้น ว่าแผนขับเคลื่อนสมาร์ทกริดระยะปานกลางปี 2565-2574 ประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่ Demand Response ซึ่งจะเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าตามบ้านเรือนเป็น Smart Meter หลายล้านตัว โดยเริ่มจากพื้นที่ใช้ไฟสูงอย่างกรุงเทพฯ ปริมณฑล หัวเมืองใหญ่ และนิคมอุตสาหกรรมในระยองและฉะเชิงเทรา มีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพคือ FORTH, SKY, INSET, ALT และ PCC ต่อด้วย RE Forecasting ซึ่งมีกลุ่ม System Integrator อย่าง TKC, SECURE และ SAMART, Microgrid & Prosumer ที่มี GUNKUL และ BGRIM, ESS หรือระบบกักเก็บพลังงานที่มี EA และ GPSC และ EV Integration ที่มี FORTH และ EA ทั้งนี้การลงทุนในสมาร์ทกริดยังสามารถเร่งดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอความชัดเจนทั้งหมดจากแผน PDP ฉบับใหม่ และจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญรองรับการใช้ไฟปริมาณมหาศาลของกลุ่ม Data Center ในอนาคตโดยไม่กระทบค่าไฟฟ้าหรือความมั่นคงในการใช้ไฟของประชาชนทั่วไป
ทันหุ้น·22hอ่านต่อ →
▲

ยูบีเอสคาดยอดส่งมอบเทสลาไตรมาส 3 ใกล้ 470,000 คัน ต่ำกว่าปีที่แล้ว

ยูบีเอสคาดว่าเทสลาจะรายงานยอดส่งมอบรถยนต์ราว 470,000 คันสำหรับไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 1% จากไตรมาสที่ 2 ประมาณการดังกล่าวสูงกว่าที่ Visible Alpha คาดไว้ที่ 454,000 คันราว 4% และยูบีเอสระบุว่าความคาดหวังของตลาดได้เปลี่ยนไปสู่กรอบ 460,000 ถึง 480,000 คันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ยูบีเอสยังคาดการณ์การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานที่ 16.9 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน และ 25% จากไตรมาสก่อน แม้ว่าบริษัทจะเตือนว่าตัวเลขการกักเก็บพลังงานรายไตรมาสเป็นเรื่องยากที่จะประเมินก่อนการรายงาน เทสลามีกำหนดเผยแพร่ตัวเลขการส่งมอบไตรมาสที่ 3 ในวันที่ 2 ตุลาคม และยูบีเอสคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ Neutral พร้อมราคาเป้าหมายที่ 385 ดอลลาร์