หุ้นไทยรับอานิสงส์ AI ทุนต่างชาติครึ่งปีแรก 2569 พุ่ง 80%

IndustryMacro
โดย Share2Trade·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

กระแสการลงทุน AI ทั่วโลกกำลังผลักดันให้ทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ไทยในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน ทั้ง Data Center ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน PCB และ Storage โดยข้อมูลจากกสิกรไทยระบุว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ไทยมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน ขณะที่ทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 80% มาอยู่ที่ 1.36 ล้านล้านบาท โดยมีอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์เป็นกลุ่มสำคัญ หุ้นที่ถูกมองว่าได้ประโยชน์โดยตรง ได้แก่ DELTA ซึ่งทำระบบจ่ายไฟและระบบระบายความร้อนสำหรับ Data Center และกำลังเพิ่มกำลังการผลิตระบบ Liquid Cooling ในเชิงพาณิชย์ ขณะที่ HANA ถูกมองเป็น AI-proxy ตัวใหม่ของตลาดหุ้นไทย โดยผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI จะเริ่มเข้าสู่สายการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ส่วน KCE คาดได้ประโยชน์จากวัฏจักรขาขึ้นของเซมิคอนดักเตอร์และภาวะอุปทาน PCB ที่ตึงตัว ซึ่งมีโอกาสหนุนราคาขายและกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ขณะที่ SMT ได้อานิสงส์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ Optical Connectivity และ CCET ได้ประโยชน์จากความต้องการ Storage ทั้ง HDD และ SSD ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณข้อมูลมหาศาลจากการประมวลผลของ AI ด้าน INSET มีโปรเจ็กหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก ขณะที่ WHA และ AMATA ได้ประโยชน์เพราะธุรกิจ Data Center ใช้ไฟฟ้าและน้ำสูงกว่าโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปถึงประมาณ 12–16 เท่า ทำให้รายได้ของนิคมฯ ไม่ได้จบแค่วันที่ขายที่ดินแต่ยังมีรายได้จากสาธารณูปโภคในระยะยาว และหากกระแสทุนต่างชาติและการลงทุน Data Center ยังเร่งตัวขึ้นในปี 2570 ตลาดหุ้นไทยอาจเห็นภาพของ AI Ecosystem ชัดขึ้นเรื่อยๆ

ผลกระทบต่อหุ้น 8

Semiconductors · 4 หุ้น
KCE Electronics Public Company Limited
KCE
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

KCE is expected to benefit from the semiconductor upcycle and tight PCB supply supporting selling prices and profits in H2 2026.

Stars Microelectronics (Thailand) PCL
SMT
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

SMT gains from the shift to optical connectivity, a concrete AI-driven product demand driver.

Energy Transition & Power Demand · 2 หุ้น
Delta Electronics (Thailand) Public Company Limited
DELTA
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

DELTA makes power supply and cooling systems for data centers and is ramping up commercial production of liquid cooling systems amid the AI investment wave.

Amata Corporation Public Company Limited
AMATA
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Data center businesses use 12-16x more electricity and water, giving AMATA long-term utility income from industrial estate land sales.

Artificial Intelligence · 1 หุ้น
WHA Corporation Public Company Limited
WHA
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

WHA stands to gain as data center businesses generate long-term utility income from high electricity and water use.

Cloud & Digital Infrastructure · 1 หุ้น
Infraset Public Company Limited
INSET
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

INSET has seen a flood of project inquiries tied to the AI/data center infrastructure buildout.

ผลกระทบต่อธีม 12

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2

CGSI คงคำแนะนำถือ KCE เป้า 70 บาท ปรับ EPS ขึ้น 18-35%

บริษัทหลักทรัพย์ CGSI ปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นของบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด มหาชน หรือ KCE ขึ้น 18-35% ในปี 2569-2571 พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 70 บาท จากเดิม โดยยังคงคำแนะนำถือ เพราะมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจแผ่นวงจรพิมพ์ไปมากแล้ว การปรับประมาณการครั้งนี้มาจากการเพิ่มสมมติฐานปริมาณขาย ราคาขายเฉลี่ย และ Operating Leverage ที่ดีขึ้น โดย CGSI ปรับประมาณการยอดขาย PCB ปี 2570-2571 ขึ้น 12-20% จากความต้องการ Server-board ที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้กำลังการผลิตจากโรงงานใหม่ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 CGSI คาด KCE มีกำไรปกติ 495 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% YoY และ 105% QoQ จากยอดขายที่คาดเติบโต 25% YoY และ GPM ที่คาดเพิ่มจาก 18.9% ในไตรมาส 2/2569 เป็น 22.5% ด้านกำลังการผลิตใหม่ ผู้บริหารระบุในการประชุมนักวิเคราะห์เดือนสิงหาคม 2569 ว่า KCE มีแผนเพิ่มกำลังการผลิต PCB อีกประมาณ 1 ล้านตารางฟุตต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 28% จากกำลังการผลิตปัจจุบันที่ 3.6 ล้านตารางฟุตต่อเดือน โดยคาดโรงงานใหม่เริ่มผลิตได้ช่วงกลางปี 2571 และ CGSI คาดงบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 6-8 พันล้านบาท เทียบกับเงินสดในมือ 1.7 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 และประมาณการ EBITDA ปี 2569 ที่ 2.05 พันล้านบาท ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องกู้เงินเพิ่มและลดอัตราการจ่ายเงินปันผลระหว่างการลงทุน
ทันหุ้น·21hอ่านต่อ →
2

บัวหลวงคงคำแนะนำ TRADING BUY KCE เป้า 70 บาท ชี้โอกาสขึ้นราคาต่อถึงปี 2027

บล.บัวหลวงระบุประเด็นใหม่ของหุ้น KCE คือโอกาสที่รอบการปรับราคาขายอาจต่อเนื่องไปถึงปี 2027 แม้ตลาดรับรู้การขึ้นราคาช่วงเดือน ก.ค. และอีกครั้งใน 4Q26 ไปแล้ว โดยปัจจัยสำคัญไม่ใช่ความต้องการแผงวงจร AI โดยตรง แต่เป็นต้นทุน E-glass มาตรฐานซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของ CCL ที่ยังเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตทยอยโยกกำลังผลิตไปยังวัสดุเกรดสูงสำหรับ AI ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ดัชนีราคาเส้นใย E-glass มาตรฐานของ Morgan Stanley เพิ่มจาก 1.0 เท่าในเดือน ก.ย. 2025 เป็น 3.7 เท่าในเดือน ส.ค. 2026 และ 4.1 เท่าในเดือน ก.ย. 2026 ขณะที่ราคาซื้อ Fiberglass ของ KCE เพิ่มจาก 0.49 เหรียญสหรัฐต่อเมตรใน 2Q25 เป็น 0.74 เหรียญสหรัฐต่อเมตรใน 2Q26 หรือเพิ่มขึ้น 51% YoY ซึ่งยังเพิ่มน้อยกว่าราคาวัตถุดิบต้นน้ำมาก จึงยังมีความเสี่ยงที่แรงกดดันต้นทุนจะส่งผ่านเข้ามาเพิ่มเติม ทางฝ่ายวิจัยยังไม่ใส่การขึ้นราคาครั้งที่สามในปี 2027 ไว้ในประมาณการกรณีฐาน เพราะตลาด CCL เกรดทั่วไปยังไม่ได้ขาดแคลนทั้งหมด โดยคงสมมติฐานการขึ้นราคาเดือน ก.ค. และ 4Q26 ตามเดิม และคงคำแนะนำ TRADING BUY ราคาเป้าหมาย 70 บาท พร้อมมองการขึ้นราคาเพิ่มเติมในปี 2027 เป็น Upside มากกว่ากรณีฐาน ขณะที่กำไรหลักคาดอยู่ที่ 1.44 พันล้านบาทในปี 2026 เพิ่มขึ้น 78% YoY, 2.07 พันล้านบาทในปี 2027 เพิ่มขึ้น 43.9% และ 2.30 พันล้านบาทในปี 2028 เพิ่มขึ้น 11.1%
2

ฟีลิงเงอร์วางแผนซื้อหุ้น 51% ของเครซ ด้วยเงิน 214 ล้านหยวน รุกธุรกิจอุปกรณ์ PCB

หลังปิดตลาดวันที่ 18 กันยายน ฟีลิงเงอร์ประกาศแผนซื้อหุ้น 51% ของบริษัท หนานจิง เครซ ออโตเมชัน เทคโนโลยี ด้วยเงินสดประมาณ 214 ล้านหยวน เพื่อขยายเข้าสู่ธุรกิจอุปกรณ์อัตโนมัติสำหรับกระบวนการอัด PCB ตามประกาศ บริษัทจะซื้อหุ้นเครซ 30.60% จากฉิน เจ่าไฉ และ 20.40% จากหยาง เจิ้นอวี่ คิดเป็นมูลค่า 128.5 ล้านหยวน และ 85.68 ล้านหยวน ตามลำดับ โดยใช้เงินทุนของบริษัทและชำระเป็นงวด หลังธุรกรรมเสร็จสิ้น เครซจะกลายเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทจดทะเบียนถือหุ้นใหญ่ รายได้ของเครซในปี 2025 และครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่ 53.87 ล้านหยวน และ 44.95 ล้านหยวน ตามลำดับ กำไรสุทธิอยู่ที่ 5.09 ล้านหยวน และ 9.72 ล้านหยวน ตามลำดับ คู่สัญญารับประกันว่ากำไรสุทธิหลังหักรายการพิเศษของเครซระหว่างปี 2026 ถึง 2029 จะไม่ต่ำกว่า 40 ล้านหยวน 45 ล้านหยวน 50 ล้านหยวน และ 50 ล้านหยวน ตามลำดับ ฟีลิงเงอร์ดำเนินธุรกิจหลักด้านพื้นไม้และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านทั้งหลัง ในครึ่งแรกของปี 2026 มีรายได้ประมาณ 96.30 ล้านหยวน ลดลง 30.42% เมื่อเทียบกับปีก่อน และขาดทุนสุทธิประมาณ 37.09 ล้านหยวน ประกาศเตือนว่าบริษัทไม่มีประสบการณ์และบุคลากรในธุรกิจอุปกรณ์เฉพาะทาง PCB ธุรกรรมนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดค่าความนิยมประมาณ 200 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วนต่อสินทรัพย์สุทธิที่อาจเกิน 20%
为自有资金·1dอ่านต่อ →