หยวนต้ามองบวก GULF ร่วมทุนสายเคเบิลใต้น้ำ VTS เปิดบริการปี 2573

M&A · PartnershipIndustry
โดย HoonVision·THSG·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บล.หยวนต้า ระบุว่า GULF แจ้งตลาดถึงการขยายการลงทุนในธุรกิจ Submarine Cable เพื่อรองรับการเติบโตของ Cloud และ Data Center โดยจะเข้าร่วมลงทุนในเส้น VTS ซึ่งย่อมาจาก Vietnam-Thailand-Singapore และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2573 ทั้งนี้ VTS เดิมเป็นโครงการที่ Singtel ร่วมมือกับ Viettel เพื่อเชื่อมต่อ Vietnam และ Singapore ก่อนที่ GULF จะเข้ามาร่วมลงทุนและเพิ่มประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง หยวนต้ามองว่าการลงทุนในเส้น VTS เป็นบวกต่ออุตสาหกรรม Data Center ในประเทศไทยในระยะยาว เพราะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง Data Center ในไทยกับต่างประเทศ โดยเฉพาะ Singapore ซึ่งเป็น Digital Hub สำคัญของภูมิภาค สำหรับ GULF มองเป็นบวกระยะยาว เนื่องจากช่วยให้ธุรกิจ Digital Infrastructure ครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่ Data Center, Cloud ไปจนถึง Connectivity และ Submarine Cable ซึ่งสอดคล้องกับการยกระดับธุรกิจไปสู่ AI Infrastructure ขณะที่การลงทุนใน Submarine Cable ซึ่งเป็นเส้นทางระยะไม่ยาวมากนัก คาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่สูงเมื่อเทียบกับแผนลงทุนโดยรวมของ GULF จึงไม่น่ากระทบฐานะการเงินหรือแผนลงทุนหลักของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การร่วมมือกับ Singtel อย่างต่อเนื่องในโครงการ Digital Infrastructure อาจช่วยลดความกังวลของตลาดต่อความเป็นไปได้ที่ Singtel จะทยอยลดสัดส่วนการถือหุ้น GULF ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หยวนต้ามองประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยเชิง sentiment มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน ส่วน SYMC หยวนต้ามองว่าการลงทุนใน VTS ไม่ได้เป็นการแข่งขันโดยตรงกับ MCT ซึ่งเชื่อมต่อ Malaysia-Cambodia-Thailand ดังนั้นผลกระทบต่อรายได้ของ SYMC ในระยะสั้นน่าจะจำกัด ขณะที่การเข้ามาลงทุนของผู้เล่นรายใหญ่อย่าง GULF สะท้อนว่า Submarine Cable กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตของ Cloud และ Data Center และอาจเป็น growth opportunity รอบถัดไปของธุรกิจ Connectivity หลังจากการลงทุน Data Center เริ่มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นภาพบวกต่อผู้ให้บริการอย่าง SYMC ในระยะยาว

ผลกระทบต่อหุ้น 3

Energy Transition & Power Demand · 1 หุ้น
Gulf Energy Development Public Company Limited
GULF
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

GULF joins the VTS submarine cable investment, expanding its digital infrastructure business toward AI infrastructure with modest capital outlay.

Cloud & Digital Infrastructure · 1 หุ้น
Symphony Communication Public Company Limited
SYMC
± ผสมการแข่งขันความเกี่ยวข้อง

Yuanta says the VTS investment is not a direct competitor to SYMC's MCT route, so short-term revenue impact is likely limited.

อื่นๆ · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 3

บริษัทนอก coverage 1

Viettel Groupเอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2impact 4

Marvell และ GlobalFoundries ขยายข้อตกลงเพิ่มกำลังการผลิต SiGe ที่โรงงานในรัฐเวอร์มอนต์

Marvell Technology และ GlobalFoundries ได้ขยายข้อตกลงหลายปีเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตซิลิคอนเจอร์เมเนียม หรือ SiGe ที่โรงงานของ GlobalFoundries ในเมืองเบอร์ลิงตัน รัฐเวอร์มอนต์ ส่งผลให้หุ้นของ Marvell ปรับขึ้นมากกว่าร้อยละ 4 และหุ้นของ GlobalFoundries ปรับขึ้นมากกว่าร้อยละ 6 เมื่อวันที่ 17 กันยายน SiGe เป็นเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อopticalความเร็วสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล ช่วยให้อุปกรณ์ทำงานด้วยความเร็วสูงขึ้นโดยใช้พลังงานน้อยลง Robb Johnson รองประธานฝ่ายเทคโนโลยีโรงงานของ Marvell กล่าวว่าความร่วมมือที่ขยายออกไปนี้จะช่วยให้บริษัทมีเทคโนโลยี SiGe และกำลังการผลิตเพียงพอต่อการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นข้างหน้า และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ Marvell ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์เครือข่ายoptical รวมถึงทรานส์ซีฟเวอร์opticalแบบเสียบได้ ออปติกส์แบบใกล้แพ็กเกจ และออปติกส์แบบร่วมแพ็กเกจ GlobalFoundries รายงานรายได้ 1.786 พันล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2026 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและศูนย์ข้อมูลคิดเป็นประมาณร้อยละ 16 ของรายได้รวม และเติบโตขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และร้อยละ 62 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ Tim Breen ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่าความต้องการ SiGe ยังคงแข็งแกร่งและบริษัทมีคำสั่งซื้อล้นมือตลอดปี 2027 Marvell รายงานรายได้สุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.739 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ 2027 เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 เมื่อเทียบปีต่อปี และ Matt Murphy ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่าคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ขณะที่บริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มรายได้สำหรับปีงบประมาณ 2027 และปีงบประมาณ 2028
Insider Monkey·1hอ่านต่อ →

ดิจิทัล เรียลตี้ เปิดตัว ServiceFabric MCP ครอบคลุมศูนย์ข้อมูล 800 แห่ง

ดิจิทัล เรียลตี้ เปิดให้บริการ ServiceFabric MCP เมื่อวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นชั้นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้เอเจนต์ AI ออกแบบ ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายได้ในศูนย์ข้อมูลกว่า 800 แห่ง รวมถึงไซต์ของบุคคลที่สาม การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังผลประกอบการไตรมาสสองที่รายงานเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ซึ่ง Core FFO ต่อหุ้นที่ไม่รวม net promote เพิ่มขึ้นเป็น 2.13 ดอลลาร์ จาก 1.87 ดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ขณะที่ตัวเลขหลักที่ 2.65 ดอลลาร์นั้นรวม net promote จำนวน 188 ล้านดอลลาร์ สัญญาเช่าต่ออายุในไตรมาสดังกล่าวลงนามในอัตราที่สูงขึ้น 25.4% เมื่อคิดตามเกณฑ์เงินสด และสัญญาเช่าที่ลงนามแล้วรอเริ่มคิดเป็นงานในมือมูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ของค่าเช่าพื้นฐานต่อปีที่สัดส่วน 100% ฝ่ายบริหารได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ Core FFO ต่อหุ้นปี 2026 ที่ไม่รวม net promote เป็น 8.15 ถึง 8.20 ดอลลาร์ แม้ว่าบริษัทจะมีหนี้สินราว 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 และกำหนดคาดการณ์การใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาปี 2026 สุทธิจากเงินสมทบของพันธมิตรไว้ที่ 4.25 พันล้านถึง 4.75 พันล้านดอลลาร์ ดิจิทัล เรียลตี้ เรียก MCP ว่ามาตรฐานเกิดใหม่ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง และประกาศดังกล่าวไม่ได้ระบุตัวเลขเป็นดอลลาร์ว่าอาจเพิ่มรายได้เท่าใด
Insider Monkey·7hอ่านต่อ →
impact 5

ไฮเปอร์สเกลเลอร์สหรัฐฯ เตรียมใช้จ่ายสูงถึง 7.25 แสนล้านดอลลาร์กับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในปี 2026

ไฮเปอร์สเกลเลอร์รายใหญ่ห้ารายของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าเงินลงทุนรวม (capex) ในปี 2026 จะอยู่ที่ 6.6 แสนล้านถึง 7.25 แสนล้านดอลลาร์ หรือเกือบสองเท่าของการใช้จ่ายในปี 2025 เนื่องจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเปลี่ยนจากซอฟต์แวร์มาสู่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ไมโครซอฟต์คาดการณ์เงินลงทุนปรับปรุง (adjusted capital expenditure) ประมาณ 1.75 แสนล้านดอลลาร์ทั้งในปีงบประมาณ 2026 และ 2027 โดยสองในสามของการใช้จ่ายรายไตรมาสจะไปที่สินทรัพย์อายุสั้นอย่างซีพียูและจีพียู ส่วนที่เหลือไปที่โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลอายุยาว และบริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2026 ซึ่งทำให้ขนาดโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกเป็นสองเท่าภายในสองปี ด้านอเมซอน เว็บ เซอร์วิส (AWS) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินลงทุนปี 2026 ขึ้นเป็นประมาณ 2.2 แสนล้านดอลลาร์ โดยแอนดี แจสซี ซีอีโอ กล่าวว่ากำลังการผลิต AI คาดว่าจะยังคงตึงตัวไปจนถึงปี 2027 และอุปสงค์ที่มีสัญญารองรับจะขยายไปถึงปี 2028 ขณะที่เมตาเผชิญกำไรลดลง 14% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 แม้รายได้เพิ่มขึ้น 28% เนื่องจากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงศูนย์ข้อมูลขนาด 1 กิกะวัตต์ในรัฐโอไฮโอและสิ่งอำนวยความสะดวกในรัฐลุยเซียนาที่อาจขยายได้ถึง 5 กิกะวัตต์ กดดันอัตรากำไร ขณะที่อัลฟาเบตปรับเพิ่มคาดการณ์เงินลงทุนปี 2026 ขึ้นเป็นสูงสุด 2.05 แสนล้านดอลลาร์ และงานในมือ (backlog) ของกูเกิล คลาวด์เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปีเป็น 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนกิจการร่วมค้าสตาร์เกตซึ่งประกอบด้วยออราเคิล โอเพนเอไอ และอื่น ๆ ตั้งเป้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงสุด 5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 และเงินลงทุนของออราเคิลในปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ 5.57 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปีก่อนหน้า
Yahoo Finance·7hอ่านต่อ →