← Back

MFC Asset Management Public Company Limited

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจัดการลงทุนที่ถือครองโดยสาธารณะ ซึ่งบริหารกองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่ลูกค้า บริษัทลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก รวมทั้งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม โดยดำเนินการซื้อและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งแบบกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่า ที่ดินและโรงงาน บริษัททำการวิจัยภายในองค์กรเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน เดิมทีรู้จักในชื่อ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2518 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving MFC.BK
MFC.BK

บลจ.วรรณ นัดประชุม GROREIT 28 ต.ค. ชงขายโรงแรมรอยัล ออคิด เลิกกอง

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด หรือ บลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออร์คิด โฮสพีทาลิตี้ หรือ GROREIT เตรียมเรียกประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ในวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เพื่อพิจารณาการขายทรัพย์สินหลักของกองทรัสต์ คือ โครงการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส ก่อนเข้าสู่กระบวนการเลิกกองทรัสต์และชำระบัญชี โดยที่ประชุมคณะกรรมการ บลจ.วรรณ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 มีมติให้เรียกประชุมดังกล่าว และกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในวันที่ 29 กันยายน 2569 ผู้ถือหน่วยจะพิจารณา 3 ทางเลือกในการขายทรัพย์สิน ทางเลือกแรกคือการขายให้บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ในราคา 4,873 ล้านบาท ซึ่ง ROH ได้ยืนยันสิทธิและความพร้อมในการซื้อคืนเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 หลังไม่ได้ดำเนินการซื้อคืนภายในกำหนดวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 แม้ บลจ.วรรณ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC ในฐานะทรัสตี จะเห็นร่วมกันว่าสิทธิซื้อคืนของ ROH ตามสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังเห็นควรนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ทางเลือกที่ 2 คือข้อเสนอของบริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จำกัด ซึ่งเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ได้เสนอซื้อทรัพย์สินในราคา 5,300 ล้านบาท สูงกว่าข้อเสนอของ ROH จำนวน 427 ล้านบาท โดยจะใช้ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยไม่อนุมัติการขายให้ ROH หรือ ROH ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขและกรอบเวลาที่กำหนด ส่วนทางเลือกที่ 3 หากทั้งสองทางเลือกไม่ได้รับอนุมัติหรือดำเนินการไม่ได้ GROREIT จะขออนุมัติผู้ถือหน่วยนำทรัพย์สินออกเปิดประมูล พร้อมมอบอำนาจทั่วไปให้ บลจ.วรรณ ดำเนินการเปิดประมูลและขายทรัพย์สิน นอกจากนี้ที่ประชุมวันที่ 28 ตุลาคม จะพิจารณาอนุมัติการเลิกกองทรัสต์ การชำระบัญชี และการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี โดยจะกันเงินบางส่วนไว้รองรับค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีและค่าใช้จ่ายจากการดำเนินคดีหากมี ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนการเลิกกองทรัสต์ต่อไป
MFC.BK

กองทรัสต์ MII เพิ่มทุนครั้งแรก 1,455 ล้านบาท ซื้อกรีนพาร์ค 1 ทำเล EEC ขายหน่วยที่ 5.70 บาท

กองทรัสต์ MII หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า เอ็มเอฟซี อินดัสเตรียล อินเวสเมนท์ เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 1 เพื่อเข้าลงทุนในโครงการกรีน พาร์ค 1 ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มูลค่าไม่เกิน 1,455 ล้านบาท โดยจะออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์ใหม่จำนวนไม่เกิน 75,800,000 หน่วย ในราคาเสนอขาย 5.70 บาทต่อหน่วย เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 14 ถึง 23 กันยายน 2569 หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อนุมัติแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า ทรัพย์สินที่จะเข้าลงทุนเป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารโรงงานพร้อมสำนักงาน 3 หลัง ภายในโครงการกรีน พาร์ค 1 อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา บนพื้นที่รวมกว่า 57 ไร่ พื้นที่ปล่อยเช่ารวมประมาณ 60,611.7 ตารางเมตร มีอัตราการเช่ากว่า 93% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 และมีมูลค่าประเมินทรัพย์สินอยู่ที่ 1,567.30 ถึง 1,617.00 ล้านบาท โดยกองทรัสต์จะซื้อทรัพย์สินในราคาต่ำกว่ามูลค่าประเมินขั้นต่ำประมาณ 7% ภายหลังการลงทุนครั้งนี้ กองทรัสต์ MII จะมีพื้นที่อาคารโรงงานให้เช่าเพิ่มขึ้นจาก 63,274.10 ตารางเมตร เป็น 123,885.80 ตารางเมตร และเพิ่มสัดส่วนทรัพย์สินแบบกรรมสิทธิ์ขึ้นมาอยู่ในระดับ 72% ขณะที่อัตราการเช่าเฉลี่ยจะเพิ่มเป็นประมาณ 91.30% ทั้งนี้ บมจ. เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล ในฐานะผู้สนับสนุนหลักและผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินที่กองทรัสต์ลงทุนครั้งนี้ และจะถือหน่วยทรัสต์ไม่น้อยกว่า 7% เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมได้รับสิทธิในการปฏิเสธก่อนในโครงการกรีน พาร์ค 1 ส่วนต่อขยาย และกรีน พาร์ค 5 เป็นระยะเวลา 8 ปี สำหรับประมาณการช่วงวันที่ 1 เมษายน 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570 คาดว่าจะจ่ายประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วยประมาณ 0.7082 บาทต่อหน่วย โดยผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมจองซื้อได้วันที่ 14 ถึง 18 กันยายน 2569 ในอัตราส่วน 1 หน่วยทรัสต์เดิมต่อ 0.3924 หน่วยทรัสต์ใหม่ นักลงทุนทั่วไปจองซื้อได้วันที่ 14 ถึง 23 กันยายน 2569 และนักลงทุนสถาบันและนิติบุคคลที่นำส่งใบ Bookbuilding จองซื้อได้วันที่ 21 ถึง 23 กันยายน 2569
MFC.BK3

MFC กองทุน PVD โต 20.14% เตรียมประมูลกองทุนใหญ่ 3 หมื่นล้าน

เอ็มเอฟซี หรือ MFC เปิดเผยว่าธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ในครึ่งปีแรกปี 2569 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) เพิ่มขึ้น 20.14% จาก 126,951.99 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เป็น 152,523 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 6.23% ถึงกว่า 3 เท่า โดยมีปัจจัยหนุนจากลูกค้าองค์กรรายใหม่ ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีขึ้น และการรักษาฐานลูกค้าเดิม โดยเฉพาะกลุ่มรัฐวิสาหกิจและองค์กรขนาดใหญ่ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท ปตท. และบริษัทในเครือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริษัท ไปรษณีย์ไทย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และการยาสูบแห่งประเทศไทย ขณะเดียวกัน นายเกษตร ชัยวันเพ็ญ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด สายการขายและการตลาด MFC กล่าวว่า ในครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทมีแผนเข้าประมูลงานบริหารกองทุนขนาดใหญ่หลายแห่ง คิดเป็นมูลค่า AUM รวมประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของ AUM ในช่วงที่เหลือของปี โดยปัจจุบัน MFC Master Fund มีนโยบายการลงทุนให้เลือก 32 นโยบาย และมีแผนเพิ่มเป็น 41 นโยบาย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้สมาชิกจัดพอร์ตให้ตรงกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยง
thunhoon.com·10dอ่านต่อ →
MFC.BK

GROREIT เจรจาธนาคารออมสินขยายเวลาชำระหนี้ 1.35 พันล้านบาท

กองทรัสต์ GROREIT อยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารออมสินเพื่อขยายระยะเวลาชำระหนี้ หลังโรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) หรือ ROH ไม่ซื้อคืนโรงแรมตามสัญญาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้ GROREIT ไม่สามารถชำระหนี้เงินต้น 1.35 พันล้านบาทตามกำหนด โดยกองทรัสต์ขอให้ธนาคารคงอัตราดอกเบี้ยเดิมแต่ขยายเวลาชำระหนี้ และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ หากธนาคารอนุมัติ ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจปลดเครื่องหมาย CB และให้กลับมาซื้อขายได้ แม้ปัจจุบันไม่สามารถซื้อขายได้ แต่การดำเนินงานยังปกติและมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการชำระดอกเบี้ยประมาณ 1 ปี ขณะเดียวกัน GROREIT ได้ทบทวนมูลค่าทรัพย์สินใหม่โดยไม่มีเงื่อนไขซื้อคืน โดยโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน กรุงเทพ มีมูลค่า 5.21 พันล้านบาท และบลจ.วรรณกับบลจ.เอ็มเอฟซีกำลังหารือกับ ก.ล.ต. เพื่อรักษาผลประโยชน์ผู้ถือหน่วย
MFC.BK

ROH ยันสิทธิซื้อคืนโรงแรมไม่สิ้นสุด หลังขยายหนี้ GRAND และเซ็นกองทุนใหม่ 4,873 ล้านบาท

บมจ.โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) หรือ ROH ชี้แจงต่อ ก.ล.ต. ถึงกรณีการยืดหนี้ให้ GRAND และยืนยันว่าสิทธิซื้อคืนทรัพย์สินของโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซต์ กรุงเทพฯ ยังไม่สิ้นสุด โดยคณะกรรมการ ROH มีมติขยายเวลาชำระคืนเงินกู้ 4,000 ล้านบาท ให้แก่ GRAND ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 97% ออกไปอีก 2 ปี เนื่องจาก GRAND ขาดสภาพคล่อง และการเร่งบังคับชำระหนี้จะไม่ช่วยให้ได้เงินทันกำหนดซื้อคืนในวันที่ 14 ก.ค. 69 ขณะเดียวกัน ROH ระบุว่าการที่ส่งผู้รับมอบอำนาจไปสำนักงานที่ดินในวันดังกล่าวเป็นการชี้แจงข้อทักท้วงและสงวนสิทธิ หลัง MFC ในฐานะทรัสตีปรับเปลี่ยนวิธีการชำระเงินผ่าน BAHTNET ไม่ตรงตามข้อตกลง ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 69 ROH ได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นกับพันธมิตรทางการเงินรายใหม่ซึ่งเป็นกองทุนที่มีประสบการณ์ เพื่อสนับสนุนเงินทุนในการซื้อคืนทรัพย์สิน และได้ส่งหนังสือถึง MFC และบลจ.วรรณ เพื่อยืนยันความพร้อมใช้สิทธิซื้อคืนในราคา 4,873 ล้านบาท โดยโรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
MFC.BK

GROREIT นัดแจงผู้ถือหน่วย 1 ก.ย.นี้ หลังขอขยายเวลาคืนหนี้ออมสิน

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ หรือ GROREIT เตรียมจัดประชุม Public Presentation ผ่านระบบออนไลน์ในวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 11.15 น. เพื่อชี้แจงข้อมูลและแนวทางแก้ไขหลังยื่นขอขยายระยะเวลาชำระหนี้และขอผ่อนผันเงื่อนไขสัญญาสินเชื่อวงเงิน 1,350 ล้านบาทจากธนาคารออมสิน ซึ่งครบกำหนดชำระเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดยเงินกู้ดังกล่าวใช้ลงทุนในทรัพย์สินโครงการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส หลังจากบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) หรือ ROH ไม่ใช้สิทธิซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมในราคา 4,873 ล้านบาทตามกำหนด ส่งผลให้การใช้สิทธิซื้อคืนของ ROH สิ้นสุดลง และกองทรัสต์ต้องขอขยายเวลาชำระหนี้ ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน ROH ได้ส่งหนังสือถึงบลจ. เอ็มเอฟซี ในฐานะทรัสตี และบลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เพื่อยืนยันความสามารถในการใช้สิทธิซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมในราคา 4,873 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากพันธมิตรทางการเงินรายหนึ่ง
MFC.BK5

MFC กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 142% ครึ่งปีแรกกวาดรายได้กว่าพันล้าน

บลจ.เอ็มเอฟซี รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 พุ่งขึ้น 141.69% อยู่ที่ 186.18 ล้านบาท จากรายได้รวม 619.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 1,088.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.96% และกำไรสุทธิ 261.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.54% นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรก MFC ได้จัดตั้งกองทุนรวมใหม่ 17 กองทุน คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 11,909 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและการขยายฐานลูกค้าใหม่ ฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีมูลค่าตามบัญชี 12.39 บาทต่อหุ้น เพิ่มจาก 11.05 บาท ณ สิ้นปี 2568 อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 33.66% จาก 17.26% และอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมเพิ่มเป็น 24.05% จาก 15.10%
thunhoon.com·30dอ่านต่อ →
MFC.BK

ROH ยืนยันพร้อมซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน 4,873 ล้านบาท

บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) หรือ ROH แจ้งความคืบหน้าการซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จากทรัสต์ GROREIT มูลค่า 4,873 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 บริษัทได้ส่งหนังสือถึงบลจ.เอ็มเอฟซี ในฐานะทรัสตี และบลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เพื่อยืนยันความสามารถในการใช้สิทธิซื้อคืนทรัพย์สิน หลังได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากพันธมิตรรายหนึ่ง อย่างไรก็ดี การสนับสนุนดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบสถานะกิจการ การอนุมัติที่เกี่ยวข้อง และการเข้าทำสัญญาต่อไป บริษัทยืนยันว่าโรงแรมยังเปิดให้บริการตามปกติ การเจรจาซื้อคืนไม่กระทบธุรกิจ และบริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการดำเนินงาน พร้อมทั้งอยู่ระหว่างแก้ไขคุณสมบัติด้านการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก่อนหน้านี้ บลจ.วรรณ เคยระบุว่าสิทธิซื้อคืนของ ROH สิ้นสุดลงตามสัญญาเมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 และบลจ.เอ็มเอฟซี ได้เรียกร้องให้ส่งมอบทรัพย์สินคืนภายใน 30 วัน มิฉะนั้นจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายและการประมูลขายทรัพย์สิน