← Back

Osotspa Public Company Limited

Osotspa Public Company Limited, along with its subsidiaries, manufactures and distributes energy drinks and personal care products in Thailand and internationally. It operates through three segments: Beverage, Personal Care, and Others. The company offers energy and sport drinks under the M-150, Lipo, Som in Sum, M-Sport, Shark, and White Shark brands; and functional drinks under the C-Vitt, Peptein, Calpis Lacto, One Day Vitamins, and HANGster brands. It also provides baby care products, including baby wash, powder, soap, lotion, oil, shampoo, laundry detergent, and fabric softener, as well as gift sets, dish soap, feminine cleansing, hand foam, hand sanitizer, surface and product cleanser, head to toe wash, and fluoride toothpaste for kids under the Babi Mild brand. In addition, the company offers deodorant, powder, shower, perfume, and lotion products under the Twelve Plus and Exit brands; and healthcare and confectionery products under the Kilane, OLE, and Banner brands. Further, it engages in the manufacture and distribution of glass; distribution of beverage and cullet products; import, retail, and wholesale of beverages; investing in other companies; electronic commerce and education businesses; and sale of herbal products, as well as provides procurement services for raw materials and packaging materials; and marketing, property rental, and research and development services. Osotspa Public Company Limited was founded in 1891 and is based in Bangkok, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving OSP.BK
OSP.BK2

CBG กำไร Q3 โตสวน OSP นักวิเคราะห์ชี้หุ้นเด่น

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดว่ากำไรหลักในไตรมาส 3/69 ของ CBG จะอยู่ที่ประมาณ 736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกัน และทรงตัวจากไตรมาสก่อน ขณะที่ OSP คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 665 ล้านบาท ลดลง 5% จากช่วงเดียวกัน และลดลง 40% จากไตรมาสก่อน โดย CBG ได้รับแรงหนุนจากยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่เติบโต 10% และยอดขายในเมียนมาเพิ่มขึ้น 70% ขณะที่ OSP เผชิญยอดขายในกลุ่ม CLMV ที่อ่อนตัวตามฤดูกาลและต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูงขึ้น นักวิเคราะห์มองว่า CBG ยังเป็นหุ้นเด่นจากโมเมนตัมการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง แม้ OSP จะซื้อขายที่ P/E ปี 2570 ต่ำกว่าที่ 13.2 เท่า เทียบกับ 17.2 เท่าสำหรับ CBG แต่ CBG สมควรได้รับมูลค่าหุ้นระดับพรีเมียม เนื่องจากคาดกำไรปี 2570 จะเติบโต 15% เทียบกับ 7% สำหรับ OSP และ ROE ของ CBG คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 20.7% ในปี 2570
Share2Trade·1dอ่านต่อ ▾
OSP.BK

โบรกเกอร์ชี้ OSP กำไรโต มาร์จิ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แนะนำซื้อ

บริษัทหลักทรัพย์เอเอสแอล จำกัด ระบุว่า OSP มีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เท่ากับ 1.1 พันล้านบาท ลดลง 5% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 8.9% จากปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวต่อเนื่องทำสถิติสูงสุดที่ระดับ 42.8% เพิ่มขึ้นจาก 41.9% ในไตรมาส 2 ปี 2568 และ 42.5% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากการประหยัดต้นทุนต่อหน่วยและกลยุทธ์ Premiumization โดยเฉพาะแรงหนุนจากยอดขายสินค้าใหม่ เช่น C-vitt, 150-Sparkling, ลิโพ 150 มล. และสินค้าแบรนด์ Babi Mild ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับตัวลงอยู่ที่ 22.5% เทียบกับ 24.4% ในไตรมาส 2 ปี 2568 จากการรวมศูนย์การผลิต แต่เพิ่มขึ้นจาก 21.9% ในไตรมาสก่อนจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก รายได้รวมเท่ากับ 6.1 พันล้านบาท ลดลง 3.6% จากไตรมาสก่อน และ 10.2% จากปีก่อน รับผลกระทบจากรายได้ต่างประเทศลดลง โดยเฉพาะไม่สามารถส่งสินค้าไปเมียนมาได้ราว 45 วัน กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 เท่ากับ 2.2 พันล้านบาท ลดลง 0.8% จากปีก่อน คิดเป็น 59% ของประมาณการปี 2569 ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 7% เป็น 3.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% จากปีก่อน เพื่อสะท้อนผลงานครึ่งแรกและแนวโน้มจากผู้บริหาร โดยคาดว่าไตรมาส 3 ปี 2569 จะหดตัวตามฤดูกาลฝนในอาเซียน และไตรมาส 4 จะฟื้นตัว ปัจจัยหลักในการเติบโตมาจากอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นแตะระดับ 41% เทียบกับ 40% ในปี 2568 และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับตัวลงเป็น 23.5% เทียบกับ 25.2% ในปี 2568 ขณะที่ปัจจัยกดดันมาจากรายได้รวมหดตัวลงอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 1.1% จากปีก่อน แม้ผู้บริหารได้รับใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมา แต่รายได้ต่างประเทศยังหดตัวจากกำลังซื้อลดลงและปัญหาการขนส่ง โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 20.00 บาท อิงค่า P/E 14.8 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 29.3 เท่า ปัจจุบัน P/E อยู่ที่ 14.5 เท่า อยู่ในระดับน่าสนใจ OSP มีจุดเด่นเรื่องความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นและ ROE ที่สูงกว่ากลุ่ม peer นอกจากนี้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.45 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569 คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 2.6% และคาดหวังอัตราเงินปันผลตอบแทนปี 2569 ที่ 4.8%
HoonVision·7dอ่านต่อ ▾
OSP.BK

หยวนต้าคงคำแนะนำซื้อ OSP เป้า 21.80 บาท

บล.หยวนต้า คงคำแนะนำซื้อหุ้น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP โดยให้ราคาเหมาะสม 21.80 บาท หลังเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ และคาดกำไรปกติไตรมาส 3 ปี 2569 อยู่ที่ 750-850 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนตามฤดูกาล แต่ยังเติบโตจากปีก่อน แม้รายได้จากเมียนมาจะถูกกดดันจากใบอนุญาตนำเข้าและมาตรฐานบัญชีใหม่ TAS21 ขณะที่ธุรกิจในประเทศคาดโต 5-7% หนุนจากเครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และสินค้าส่วนบุคคล อัตรากำไรขั้นต้นคาดลดลงมาที่ 39.5-40.5% จากต้นทุนบรรจุภัณฑ์และส่วนผสมสินค้า แต่ยังโตเล็กน้อยจากปีก่อนจากการรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยา ผู้บริหารระบุว่าปัญหาใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมาเริ่มคลี่คลาย และยอดขายในลาวกับอินโดนีเซียแข็งแกร่ง ทำให้รายได้ต่างประเทศครึ่งหลังปี 2569 อาจลดลงน้อยกว่าครึ่งแรก ส่วนไตรมาส 4 คาดกำไรกลับมาโตทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อน บริษัทจะปล่อยเช่าที่ดิน 45 ไร่ให้ CPAXT เป็นเวลา 30 ปี เริ่มรับรู้รายได้ค่าเช่าราว 40 ล้านบาทต่อปีตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2570 หยวนต้าคงประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ที่ 3,861 ล้านบาท และ 4,120 ล้านบาท ตามลำดับ พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งแรกปี 2569 ที่ 0.45 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.5% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 สิงหาคม 2569 และจ่ายปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569
HoonVision·9dอ่านต่อ ▾
OSP.BK

OSP คาดปีนี้รายได้โตเลขหลักเดียว เตรียมเปิดสินค้าใหม่รับเทรนด์สุขภาพ

โอสถสภาคาดการณ์ว่ารายได้ปี 2569 จะเติบโตระดับต่ำถึงปานกลางหรือเลขหลักเดียว พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจหลักและสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ โดยเน้นสินค้าพรีเมียมราคาเกิน 12 บาท และกลุ่มสุขภาพและไลฟ์สไตล์ บริษัทเตรียมงบลงทุน 400-500 ล้านบาทเพื่อพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และการจัดจำหน่าย ในไตรมาส 3 จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น M150-Sparkling รสสตรอว์เบอร์รี่ฟิซสูตรไม่มีน้ำตาล Peptein สูตรใหม่ และน้ำหอมผู้ชาย Exit Gentalmen Perfume Spray
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·10dอ่านต่อ ▾
OSP.BK

เอเซีย พลัส ชี้ ICHI-OSP จ่ายปันผล พร้อมประเมินแนวโน้ม Q3/69

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้นเครื่องดื่ม ICHI และ OSP หลังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากงบครึ่งปีแรก พร้อมประเมินแนวโน้มไตรมาส 3/69 และทั้งปี 2569 โดย ICHI รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% QoQ แต่ลดลง 1% YoY ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 7% แต่ใกล้เคียงตลาดคาด กำไรที่เติบโต QoQ มาจากยอดขายเพิ่มขึ้น 11% QoQ จากฤดูหน้าร้อนและมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/69 คาดกำไรทรงตัว QoQ แม้เข้าสู่ low season เพราะยอดขายน้ำด่างยังขยายตัวดีทั้งในประเทศและส่งออกใหม่ไปจีนและแคนาดา รวมถึงอาจเริ่มรับจ้างผลิต OEM แต่ YoY คาดลดลงเล็กน้อยจากมาร์จิ้นที่ลดลงเพราะต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูง บริษัทประกาศจ่ายปันผลครึ่งแรกปีนี้ 0.45 บาทต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3.0% ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 1.25 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY คงคำแนะนำเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 15.80 บาท ด้าน OSP รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 1,100 ล้านบาท ลดลง 5% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 9% YoY ใกล้เคียงทั้งฝ่ายวิจัยและตลาดคาด กำไรลดลง QoQ จากยอดขายหดตัว 4% QoQ โดยเครื่องดื่มลดลง 5% QoQ จากกฎเกณฑ์นำเข้าเมียนมา และสินค้าอื่นลดลง 7% QoQ ตามนโยบายลดการผลิตขวดแก้วให้บุคคลภายนอก ขณะที่กำไรเติบโต YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 42.8% ในไตรมาส 2/69 จาก 41.9% ในไตรมาส 2/68 และค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลง 2.1% มาอยู่ที่ 22.5% แนวโน้มไตรมาส 3/69 คาดกำไรหดตัว QoQ จากยอดขายชะลอตามฤดูกาลและต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นจากภาวะสงคราม แต่ยังเติบโต YoY จากประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาด ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2569 ที่ 3.89 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อจากเดิมเก็งกำไร ใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 19.20 บาท โดยคาดหวังการฟื้นตัวของกำไรทั้ง QoQ และ YoY ในไตรมาส 4/69 ประกอบกับบริษัทประกาศจ่ายปันผล 0.45 บาทต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 2.6%
เอเซีย พลัส·11dอ่านต่อ ▾
OSP.BK7

โอสถสภา กำไรไตรมาส 2 โต 8.9% มาร์จิ้นนิวไฮ 42.8%

บริษัท โอสถสภา รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42.8% จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น การบริหารต้นทุนและซัพพลายเชน รวมถึงการเติบโตของธุรกิจหลักในประเทศ ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายบนฐานปรับปรุงเติบโต 1.7% ขณะที่กำไรสุทธิและกำไรปกติเติบโต 20.2% และ 42.6% ตามลำดับ เครื่องดื่มในประเทศโต 6.0% จาก M-150, Lipovitan-D, C-Vitt และ Peptein ส่วน Personal Care โต 8.3% จาก Babi Mild และ Ultra Mild by Babi Mild ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศไม่รวมเมียนมาโต 19.5% แม้ธุรกิจในเมียนมายังได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านใบอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.45 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 สิงหาคม และจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569 สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในระดับ Low-to-Mid-Single Digit บนฐานปรับปรุง
HoonSmart·13dอ่านต่อ ▾
OSP.BK

OSP ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.45 บาทต่อหุ้น

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.45 บาทต่อหุ้น โดยคณะกรรมการมีมติเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เงินปันผลดังกล่าวจ่ายจากผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยแบ่งเป็น 0.06 บาทต่อหุ้นจากกำไรสุทธิของบริษัทย่อยที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และ 0.39 บาทต่อหุ้นจากกำไรสุทธิของกิจการที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569
Share2Trade·13dอ่านต่อ ▾
OSP.BK

InnovestX ชี้ MOU ไทย-เมียนมา ปลดล็อกแรงงาน หนุนหุ้น MEGA-CBG-CK

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า การลงนาม MOU ขยายระยะเวลาจ้างงานแรงงานเมียนมาในไทยกว่า 4 ล้านคนออกไปอีก 5 ปี จะช่วยปลดล็อกปัญหาคอขวดด้านแรงงานที่สำคัญที่สุดของภาคอุตสาหกรรมไทยที่พึ่งพาแรงงานเข้มข้น พร้อมตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าทวิภาคีให้บรรลุ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมราว 7,400 ล้านดอลลาร์ ผ่านการเร่งฟื้นฟูจุดผ่านแดน การใช้ระบบชำระเงินสกุลท้องถิ่น และการส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่อาจส่งผลให้หุ้นกลุ่มที่มีสัมปทานหรือลงทุนตรงกับรัฐบาลทหารเมียนมาเผชิญแรงกดดันด้านมูลค่า ในเชิงกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นแนะนำเก็งกำไรตามปัจจัยข่าวสำหรับหุ้นที่จะได้ประโยชน์ โดยแบ่งเป็น 2 ธีม ได้แก่ กลุ่มที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการบริหารจัดการต้นทุนแรงงานที่มีเสถียรภาพมากขึ้น เช่น CK STECON GFPT BTG CPF และกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากบรรยากาศการค้าชายแดนที่ฟื้นตัว เช่น MEGA TNP CBG OSP CHG BCH
InfoQuest·20dอ่านต่อ ▾
OSP.BK4

OSP จับมือ CPAXT พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสบนที่ดิน 45 ไร่ ย่านหัวหมาก–รามคำแหง

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ลงนามสัญญาให้เช่าพื้นที่ระยะยาว 30 ปีบนเนื้อที่ 45 ไร่บริเวณสำนักงานใหญ่หัวหมากแก่ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เพื่อร่วมพัฒนาโครงการศูนย์การค้าแนวคิด Happy life style community โดยมีโลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นร้านค้าหลัก โครงการนี้ตั้งอยู่บนที่ดินของ OSP ใจกลางย่านหัวหมาก–รามคำแหง ซึ่งเป็นทำเลที่มีประชากรหนาแน่นและกำลังซื้อสูง โดย CPAXT จะนำความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีกมาสร้างแลนด์มาร์กค้าปลีกและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ คาดว่าจะเริ่มปรับปรุงพื้นที่และก่อสร้างในเร็วๆ นี้ และเมื่อแล้วเสร็จจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ
thunhoon.com·22dอ่านต่อ ▾
OSP.BK

บล.ฟิลลิปฯ ชี้หุ้นไทยไซด์เวย์ แนะโยกเงินออกจากแบงก์เข้าสู่ 4 ธีมหลัก

บล.ฟิลลิปฯ คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,640 ถึง 1,665 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจาก Forward P/E ปี 2569 ที่ 16.7 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ที่ 17.1 เท่า และหุ้นกลุ่มธนาคารอาจเผชิญแรงขาย Sell on Fact หลังประกาศงบการเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการโครงการ TISA จะช่วยประคองไม่ให้ดัชนีปรับลงลึก และคาดว่าจะเห็นการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากกลุ่มธนาคารเข้าสู่กลุ่ม Real Sector เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่คาดว่าจะออกมาดี กลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 4 ธีมหลัก ได้แก่ เก็งงบไตรมาส 2 ปี 2569 ในหุ้นอย่าง AMATA CPALL DELTA HANA ITC KCE MRDIY MTC OSP QH SAWAD SCC STECON และ TIDLOR กลุ่มพลังงานในหุ้น BCP PTT PTTEP SPRC และ TOP เก็งมาตรการหรือโครงการรัฐในหุ้น BJC CENTEL CK CPAXT CRC DOHOME ERW GLOBAL HMPRO LH MINT และ SCC และหวังเม็ดเงินลงทุนจากจีนในหุ้น ADVANC GUNKUL GULF ROJNA WHA และ WHAUP
HoonVision·36dอ่านต่อ ▾
Climate Adaptation & Water

โบรกฯ แนะสะสมหุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์-เครื่องดื่ม ก่อนเอลนีโญทวีความรุนแรงปลายปี

โบรกเกอร์แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์และกลุ่มเครื่องดื่มก่อนที่ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญจะชัดเจนในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า หลังจากศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศของ NOAA ประกาศว่าโลกเข้าสู่ภาวะเอลนีโญอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 และประเมินว่ามีโอกาส 63% ที่จะทวีความรุนแรงเป็นซูเปอร์เอลนีโญในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 ถึงมกราคม 2027 ซึ่งอาจทำให้ไทยเผชิญอากาศร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ โดยในอดีตช่วงซูเปอร์เอลนีโญ ไทยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีลดลงเหลือประมาณ 1,446 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 40 ปีที่ 1,596 มิลลิเมตรราว 9.4% และอุณหภูมิสูงสุดแตะระดับประมาณ 41 องศาเซลเซียส สูงกว่าช่วงปกติราว 2 องศาเซลเซียส ด้านกลุ่มเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อหมู มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความเครียดจากความร้อนทำให้หมูโตช้าและเสี่ยงโรค ส่งผลให้ปริมาณหมูออกสู่ตลาดลดลง โดยข้อมูลในอดีตช่วงปี 2004 ถึง 2023 พบว่าราคาเนื้อหมูปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 17% ในช่วงเอลนีโญ เทียบกับราคาเนื้อไก่ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 12% ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มและร้านสะดวกซื้อมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการบริโภคเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้นในช่วงอากาศร้อน โบรกเกอร์จึงแนะนำหุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์ ได้แก่ BTG, TFG และ CPF และกลุ่มเครื่องดื่ม ได้แก่ ICHI, CBG และ OSP รวมถึงร้านสะดวกซื้อ CPALL
thunhoon.com·37dอ่านต่อ ▾
OSP.BK4

หุ้นกำไรขาขึ้น–ปันผลเด่น รับฤดูกาลงบไตรมาส 2

ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล โดยทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า SET Dividend Yield ปี 2569 คาดอยู่ราว 3.5% เทียบกับพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีที่ประมาณ 2.0% ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนอยู่ที่ราว 1.5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว สะท้อนว่าหุ้นยังให้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ จุดเด่นของรอบนี้คือการผสมระหว่างผลตอบแทนและการเติบโตของกำไร โดยหลายบริษัทมีแนวโน้มถูกปรับประมาณการกำไรขึ้นหรือไม่ถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มพลังงานยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มสื่อสารเริ่มเห็นการเติบโตเชิงคุณภาพมากขึ้น โดย ADVANC และ TRUE ได้รับแรงหนุนจากทั้ง ARPU และจำนวนลูกค้าที่ฟื้นตัว กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีสัญญาณบวกจากต้นทุนที่ผ่อนคลาย โดย OSP โดดเด่นด้านการบริหารมาร์จิ้น TU ได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และ CPF มีแรงหนุนจากแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรที่ฟื้นตัว ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลคาดว่าจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีจากรายได้ผู้ป่วยไทยที่เริ่มกลับมาและอุปสงค์จากผู้ป่วยต่างชาติที่ดีขึ้น กลยุทธ์ยังคงเน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัวที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง สามารถรักษาระดับอัตรากำไรได้ และมีความสม่ำเสมอในการจ่ายเงินปันผล
หลักทรัพย์บัวหลวง·37dอ่านต่อ ▾
OSP.BK

โบรกเกอร์คงคำแนะนำ “ซื้อ” OSP หลังกำไรไตรมาส 2 แข็งแกร่ง

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP มีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะอ่อนตัวลง โดยบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ คาดกำไรปกติที่ 1,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน แต่ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน จากรายได้รวม 6,219 ล้านบาท ลดลง 9% จากปีก่อน และ 2% จากไตรมาสก่อน ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ประเมินกำไรสุทธิที่ 1,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และลดลง 4% จากไตรมาสก่อน จากรายได้ 6,169 ล้านบาท ลดลง 9% จากปีก่อน โดยทั้งสองสำนักวิจัยมองว่าปัจจัยหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 42.8% ตามประมาณการของดาโอ และ 43.0% ตามประมาณการของทิสโก้ แม้ธุรกิจส่งออกโดยเฉพาะในเมียนมาจะยังถูกกดดันจากปัญหาใบอนุญาตนำเข้าและการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชี สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าปัญหาในเมียนมาจะทยอยคลี่คลาย แต่ยังมีปัจจัยฤดูกาลและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไร ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 20.00 บาท จากเดิม 19.00 บาท ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19.00 บาท โดยมองว่าหุ้นยังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มและมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์
thunhoon.com·38dอ่านต่อ ▾
OSP.BK

OSP คาดกำไรปกติไตรมาส 2/26 โต 5% จากอัตรากำไรขั้นต้นทำนิวไฮ

บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีคาดกำไรปกติของ OSP ในไตรมาส 2/26 ที่ 1.06 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน แต่ลดลง 9% จากไตรมาสก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นคาดทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 42.6% จากโครงสร้างต้นทุนที่ดีขึ้นหลังปรับประสิทธิภาพการผลิตรอบใหญ่ ช่วยชดเชยรายได้ที่ยังอ่อนตัวจากเมียนมา ซึ่งคิดเป็น 20% ของรายได้รวม และคาดรายได้รวมที่ 6.1 พันล้านบาท ลดลง 10% จากปีก่อน ด้านกำไรปกติทั้งปี 2026 คาดที่ 3.63 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน โดยครึ่งปีแรกคาดคิดเป็น 61% ของประมาณการทั้งปี ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ Neutral และราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 18.40 บาท อิง PER 15 เท่า
HoonVision·38dอ่านต่อ ▾