← Back

Home Product Center Public Company Limited

Home Product Center Public Company Limited, together with its subsidiaries, operates as a home improvement retailer in Thailand, Malaysia, and Vietnam. It engages in the trading of various goods and materials for construction, addition, refurbishment, and renovation, as well as improvement of buildings, houses, and residential places, including appliances, small appliances, storages and household, furniture and home decors, plumbing, bathroom, kitchen, floors and walls, lamps and light bulbs, outdoors furniture and garden, tools and hardware, construction, electrical and security, doors and windows, bedroom, paint and equipment, sport and travel, beauty and personal care, health, mom and baby, mobile IT gadgets, automotive, pet food and supplies, and TV, audio, and game products through shopping home centers under the HomePro brand name. The company also offers cleaning, repair, installation, site survey, house inspection, removal and relocation, home improvement, and other related services. In addition, it is involved in the management of leasing space; provision of facilities and utilities services; and warehousing management and distribution services. The company was founded in 1995 and is headquartered in Nonthaburi, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving HMPRO.BK
HMPRO.BK2

8 บริษัทจ่ายปันผลระหว่างกาล BCP นำสูงสุด 3 บาท

บริษัทจดทะเบียนไทยอย่างน้อย 8 แห่งประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหลังประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยส่วนใหญ่กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในช่วงวันที่ 7-9 กันยายนนี้ นำโดย BCP จ่าย 3.00 บาทต่อหุ้น ตามด้วย TISCO 2.00 บาท RATCH 0.70 บาท TIPH 0.50 บาท OR 0.30 บาท HMPRO 0.16 บาท TTB 0.081 บาท เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน และ CIMBT 0.0385 บาท โดย RATCH จ่ายรวมประมาณ 1,522.50 ล้านบาท และ OR จ่ายรวม 3,600 ล้านบาท
Prachachat·1dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

HMPRO ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.16 บาทต่อหุ้น

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.16 บาท จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 8 กันยายน 2569 และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 กันยายน 2569
Kaohoon·1dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

เอเชีย พลัส ชี้กำไรกลุ่มค้าปลีก 2Q69 โต 11% YoY

บล.เอเชีย พลัส ประเมินกำไรปกติรวมของกลุ่มพาณิชย์ 7 บริษัท ได้แก่ BJC, COM7, CPALL, CPAXT, CRC, DOHOME และ HMPRO ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 15% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน โดยกำไรที่อ่อนตัวลงรายไตรมาสมาจากผลของฤดูกาลและค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานและการขยายธุรกิจ ขณะที่การเติบโตเทียบปีก่อนได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นของเกือบทุกบริษัท DOHOME มีกำไรเติบโตแรงสุดในกลุ่มทั้งรายไตรมาสและรายปีที่ 22% และ 94% ตามลำดับ จากมาร์จิ้นสินค้าเหล็กที่เพิ่มขึ้น ส่วน CPAXT มีกำไรอ่อนแอสุด ลดลง 33% จากไตรมาสก่อน และ 20% จากปีก่อน เพราะค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการขยายความสามารถด้านการขนส่ง ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติรวมของกลุ่มในไตรมาส 3 ปี 2569 ยังหดตัวรายไตรมาสจากผลของฤดูกาล เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนที่ยอดขายต่ำสุดของปี และมาร์จิ้นวัสดุก่อสร้างลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งส่งผลลบต่อ DOHOME มากสุด แต่คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่องเทียบปีก่อนจากฐานต่ำในไตรมาส 3 ปี 2568 การขยายธุรกิจ และมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่ากำไรจะกลับมาเร่งตัวขึ้นทั้งรายไตรมาสและรายปีในไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน
HoonVision·5dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

HMPRO กำไรไตรมาส 2 โต 14% รับอากาศร้อนหนุนยอดขายเครื่องทำความเย็น

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 1,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 18,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อน หนุนจากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็นที่เร่งตัวจากอากาศร้อนจัดในเดือนเมษายน อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 27.73% จาก 25.82% ในปีก่อน จากการบริหารส่วนผสมผลิตภัณฑ์และสินค้าแบรนด์ของบริษัท ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 20.61% จาก 19.47% ด้านค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 14.20 ล้านบาท จากการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำลง สำหรับช่วงเดือนกรกฎาคม ยอดขายรวมใกล้เคียงไตรมาส 2 โดย SSSG ของ HomePro ติดลบเล็กน้อยระดับ Low Single Digit เทียบกับ -1.0% ในไตรมาส 2 ขณะที่ Mega Home ยังเป็นบวกเล็กน้อย เทียบกับ +1.4% ในไตรมาส 2 อย่างไรก็ดี ภาพรวมไตรมาส 3 มีแนวโน้มชะลอลงจากฤดูฝนซึ่งเป็นช่วง Low Season ส่วน GPM คาดดีขึ้นจากปีก่อนที่ 26.78% แต่อ่อนตัวจาก 27.73% ในไตรมาส 2 หลังต้นทุนสินค้าบางชนิดปรับขึ้น ด้าน SG&A ต่อยอดขายคาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 20.6% และทรงตัวสูงถึงไตรมาส 1 ปี 2570 เนื่องจากแผนขยายสาขาอีกประมาณ 7 สาขาในช่วงครึ่งหลังปี 2569 แต่มีปัจจัยบวกจากการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ปลายปีด้วยดอกเบี้ยต่ำลง กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 2,998 ล้านบาท คิดเป็น 49.8% ของประมาณการกำไรทั้งปี 6,030 ล้านบาท หรือ EPS 0.46 บาทต่อหุ้น นักวิเคราะห์แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 8.30 บาทต่อหุ้น อิง PE 18 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี มองว่าเหมาะสมกว่าระดับ 25-30 เท่าในอดีต จากความเสี่ยงกำลังซื้อและการเติบโตของยอดขายที่เผชิญความท้าทาย แต่ยังบวกต่อจุดแข็งด้าน GPM และการบริหารการเงิน ด้านเทคนิค ราคาปรับตัวทดสอบแนวรับ 6.50 บาท แล้วมีแรงซื้อกลับเป็นรูปแบบ Double Bottom ปิดเหนือ SMA ด้วยแท่งเทียนขาวยาว แนวโน้มจบรอบขาลงขนาดเล็ก แนวรับหลัก 6.60-6.50 บาท แนวต้าน 6.85 บาท หากผ่านพร้อมวอลุ่มเพิ่มจะเป็นสัญญาณรูปแบบตัว N ขาขึ้น คำแนะนำสำหรับผู้มีหุ้นให้ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 6.85/7.00/7.30 บาท ส่วนผู้ไม่มีหุ้นให้ซื้อระยะสั้นโดยเน้นยืนแนวรับ 6.60-6.50 บาท ไม่ควรต่ำกว่า
Thunhoon·13dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

ทีทีบี เวลธ์ คงน้ำหนักลงทุน Overweight กลุ่มค้าปลีก ชี้กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ Overweight กลุ่มค้าปลีก โดยประเมินว่ากำไรของกลุ่มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และการหดตัวของยอดขายสาขาเดิมกำลังสิ้นสุดลง พร้อมคาดว่า EPS รวมของบริษัทค้าปลีกที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์จะเติบโต 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2/2569 แม้จะลดลง 16% จากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล และคาดว่าการฟื้นตัวจะต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากยอดขายสาขาเดิมที่กลับมาเติบโต การขยายตัวของอัตรากำไรจากการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น และการประหยัดต้นทุน โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มค้าปลีกอุปกรณ์ปรับปรุงและตกแต่งบ้าน ได้แก่ GLOBAL, DOHOME และ HMPRO รวมถึง CRC จะฟื้นตัวโดดเด่นที่สุด ขณะที่ CPN, CPALL และ COM7 ยังเติบโตได้ดีจากกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สำหรับกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน บริษัทหลักทรัพย์ประเมินว่า EPS จะเติบโต 37% ในไตรมาส 2/2569 หลังจากกำไรหดตัวต่อเนื่องในช่วงปี 2566-2568 โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรที่ดีขึ้น การหดตัวของ SSSG ที่ลดลง และผลดีด้านราคาสินค้าจากภาวะเงินเฟ้อ GLOBAL ถูกมองว่าโดดเด่นที่สุด โดยคาดกำไรเติบโต 84% จากสัดส่วนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่สูงขึ้น การควบคุมต้นทุน และผลดีด้านราคา CRC ถูกคาดว่าจะมีกำไรเติบโต 36% ในไตรมาส 2/2569 จากการปรับกลยุทธ์ธุรกิจที่ช่วยหนุนทั้งยอดขายสาขาเดิมและอัตรากำไร รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ขณะที่ CPN คาดกำไรเติบโต 15%, CPALL เติบโต 7%, COM7 เติบโต 30% และ MOSHI เติบโต 19% โดยมองว่าบริษัทเหล่านี้ยังคงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและขยายอัตรากำไรได้ต่อเนื่อง ในทางกลับกัน CPAXT ถูกประเมินว่ากำไรจะลดลงต่ออีก 17% จากยอดขายสาขาเดิมที่อ่อนตัวและอัตรากำไรที่ลดลงจากการที่ผู้บริโภคหันไปใช้สินค้าราคาต่ำลง ส่วน BJC แม้คาดกำไรเพิ่มขึ้น 12% จากการเข้าซื้อกิจการค้าส่งในเวียดนาม แต่ธุรกิจหลัก BigC ยังอ่อนแอและ SSSG ติดลบ ขณะที่ MRDIY คาดกำไรเติบโตเพียง 13% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดหวัง แม้จะได้แรงหนุนจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ ระบุว่าแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 จะฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้นตามเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น โดยยังให้น้ำหนักเชิงบวกกับกลุ่มวัสดุก่อสร้างและ CRC มากที่สุด และเลือก CPN, GLOBAL และ CRC เป็น Top Picks ของกลุ่มค้าปลีก สำหรับคำแนะนำและราคาเป้าหมาย หุ้นที่ได้รับคำแนะนำ BUY ได้แก่ CPN ราคาเป้าหมาย 75 บาท, GLOBAL 9 บาท, CRC 31 บาท, CPALL 62 บาท, COM7 34 บาท, DOHOME 4.50 บาท, HMPRO 9.50 บาท, MOSHI 50 บาท และ MRDIYT 12.20 บาท ขณะที่ CPAXT ได้คำแนะนำ HOLD ราคาเป้าหมาย 14 บาท และ BJC ได้คำแนะนำ SELL ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท
thunhoon.com·15dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

QH กำไรไตรมาส 2 โต 37% แตะ 458 ล้านบาท

บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 458.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่าย ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน แบ่งเป็นส่วนแบ่งจากโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ 325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% และจากแอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป 96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10% เหลือ 308 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 30% เหลือ 37 ล้านบาท หลังทยอยชำระหนี้ สำหรับงวด 6 เดือนแรก กำไรสุทธิอยู่ที่ 921.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.12% จากปีก่อน นอกจากนี้ คณะกรรมการมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.02 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569
Kaohoon·15dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

คลังเตรียมอุดหนุนครัวเรือนละ 5 หมื่นบาทติดโซลาร์เซลล์ หนุนหุ้น GUNKUL-SYNEX-HMPRO

กระทรวงการคลังเตรียมให้เงินอุดหนุนแบบให้เปล่าแก่ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ Solar Rooftop จำนวน 50,000 บาทต่อครัวเรือน จากต้นทุนค่าติดตั้งเฉลี่ยประมาณ 100,000 ถึง 150,000 บาทต่อครัวเรือน โดยมีขนาดการติดตั้งขั้นต่ำ 5 กิโลวัตต์ โครงการนี้ตั้งเป้าหมายช่วยเหลือประชาชน 500,000 ถึง 1,000,000 ครัวเรือนที่ภาระค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3,000 ถึง 4,000 บาทต่อเดือน ใช้งบประมาณจากแหล่งเงินกู้ 200,000 ล้านบาท นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ ระบุว่า นโยบายดังกล่าวจะส่งผลบวกตรงต่อบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง หรือ GUNKUL รวมถึงกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและซ่อมแซมบ้าน ได้แก่ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ หรือ GLOBAL และบริษัท ดูโฮม หรือ DOHOME ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้น GUNKUL และบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือจากการอุดหนุนของภาครัฐ
Kaohoon·17dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK2

HMPRO เดินหน้ารุก Hybrid Store ดันมาร์จิ้นโต เป้าราคาเหมาะสม 8 บาท

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ยังคงเป้าหมายการเติบโตปี 2026 โดยคาดยอดขายเติบโตเล็กน้อยที่ 1-3% YoY และตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นขึ้น 70-100 bps. YoY ผ่านการเติบโตแบบ Organic พร้อมปรับลดแผนขยายสาขาใหม่เหลือ 9 สาขาจากเดิม 10 สาขา ภายใต้งบลงทุน 6.0-7.0 พันล้านบาท โดยจะเน้นขยายสาขารูปแบบ Hybrid Store จำนวน 6 สาขาในครึ่งปีหลัง ซึ่งใช้งบลงทุนราว 200-300 ล้านบาทต่อสาขา กลยุทธ์สำคัญในครึ่งปีหลังยังรวมถึงการบริหารซัพพลายเชนเพื่อลดต้นทุนขนส่งและคลังสินค้า การเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า และการใช้ข้อมูลเพื่อจัดโปรโมชันตรงจุด ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมของโฮมโปรในไทยช่วงต้นไตรมาสสามยังติดลบ 1-2% YoY จากเศรษฐกิจชะลอตัวและฤดูฝน ส่วนเมกาโฮมทรงตัวถึงบวกอ่อน ๆ และโฮมโปรในมาเลเซียติดลบ 5-7% YoY ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นกลาง โดยคาดกำไรไตรมาสสามจะลดลงจากไตรมาสก่อนตามฤดูกาล แต่ยังเติบโตจากปีก่อนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง พร้อมคงราคาเหมาะสมที่ 8.00 บาท และคำแนะนำซื้อ โดยหุ้นซื้อขายบน PER26 ที่ 14.3 เท่า ซึ่งต่ำกว่า -2SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
HoonVision·22dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET สัปดาห์หน้าทดสอบ 1,700 จุด

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส คาดการณ์ว่าดัชนี SET ในสัปดาห์หน้าจะปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1,680 ถึง 1,700 จุด โดยกลุ่มธนาคารและวัสดุก่อสร้างจะเป็นผู้นำตลาด พร้อมแนะนำหุ้นเด่น CPALL และ HMPRO ล่าสุดดัชนี SET ปิดที่ 1,626.57 จุด เพิ่มขึ้น 28.46 จุด หรือร้อยละ 1.77 มูลค่าการซื้อขาย 61,294.06 ล้านบาท ปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นเอเชียจากการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีและชิป ส่งผลให้หุ้น DELTA ปรับตัวขึ้นและหนุนดัชนีโดยรวม
HoonSmart·27dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

บล.พายชี้หุ้นไทยมีโอกาส Outperform รับอานิสงส์พลังงาน หลังดาวโจนส์ดิ่ง 1,153 จุด

บล.พายประเมินว่าหุ้นไทยมีโอกาส Outperform ท่ามกลางความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีและราคาน้ำมันดิบที่พุ่งแรง โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 1,153 จุด หรือลดลง 2.2% จากแรงกดดันหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และความกังวลเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 7.9% จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หนุนให้เกิดการ Rotate จากหุ้น Tech เข้าสู่กลุ่ม Value Stock และหุ้นพลังงานในไทยอย่าง PTT และ PTTEP ได้ประโยชน์ บล.พายยังแนะนำหุ้น SYNEX ราคาเป้าหมาย 11.10 บาท และ HMPRO ราคาเป้าหมาย 7.50 บาท โดยประเมินกรอบดัชนี SET วันที่ 1,600–1,640 จุด
HoonSmart·28dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK2

HMPRO บวก 2% หลังกำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคาด โบรกเกอร์แนะซื้อเป้า 7.70 บาท

ราคาหุ้น HMPRO ปรับตัวขึ้น 2.34% หลังรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 1,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน และสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาดไว้ประมาณ 3-4% นับเป็นการกลับมาเติบโตเทียบรายปีครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 3.4% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นเป็น 27.7% จาก 25.8% ในปีก่อน ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 20.6% ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ยังคงคำแนะนำซื้อและราคาเป้าหมาย 7.70 บาท โดยมองว่าหุ้นซื้อขายที่ระดับ P/E ปี 2569 ราว 13.8 เท่า ซึ่งต่ำกว่ากลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านที่เฉลี่ยประมาณ 16-17 เท่า
Kaohoon·31dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK10

HMPRO กำไร Q2/69 พุ่ง 14% แตะ 1.59 พันล้านบาท สูงกว่าคาด

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1,594.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 1,400-1,570 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มทำความเย็นที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการลูกค้าเพิ่มขึ้น 3.22% เป็น 16,920.05 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายปรับตัวดีขึ้นจาก 25.82% เป็น 27.73% จากการบริหารสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและการผลักดันสินค้ากลุ่ม Private Brand สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 69 กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,998.15 ล้านบาท ลดลง 3.47% จากปีก่อน โดยรายได้รวมลดลง 2.51% เหลือ 35,203.91 ล้านบาท ด้านการขยายสาขาในไตรมาสนี้ บริษัทเปิดโฮมโปร สาขาสมุย (เฉวง) และปรับรูปแบบสาขาสุพรรณบุรีเป็นไฮบริดสโตร์ ทำให้ ณ สิ้นไตรมาสมีสาขาภายใต้การบริหารรวม 134 แห่ง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·31dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

HMPRO Q2/69 earnings expected at 1.5 billion baht

Analysts expect Home Product Center Public Company Limited to report second-quarter 2569 earnings of approximately 1.5 billion baht. The consensus forecast was highlighted by Thunhoon ahead of the company's upcoming results announcement. No further breakdown of revenue or profit drivers was provided in the preview.
Thunhoon·32dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK2

โบรกเกอร์คาด HMPRO กำไร Q2/69 แตะ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ

บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งคาดการณ์ว่า บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ประมาณ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนและจากไตรมาสก่อน โดยมีกำหนดประกาศงบในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เอเซีย พลัส คาดกำไรที่ 1.54 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากทั้งสองช่วงเวลา หนุนโดยรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อนจากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็นในช่วงฤดูร้อน และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น 0.9% มาอยู่ที่ 28.4% จากการปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการและการผลักดันสินค้าแบรนด์ของบริษัทที่มีมาร์จิ้นสูง ขณะที่การเติบโตจากปีก่อนมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 2% จากการเปิดสาขาใหม่ 13 สาขา ทำให้สิ้นไตรมาสมีสาขารวม 149 สาขา แม้ยอดขายสาขาเดิมจะหดตัวเล็กน้อยราว 1.0% จากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ ด้านฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรที่ 1,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากปีก่อนและ 10% จากไตรมาสก่อน โดยยอดขายเติบโต 2.5% จากปีก่อนจากสาขาใหม่ทั้ง HomePro และ hybrid stores ส่วนพายปรับคำแนะนำเป็นซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 7.50 บาท คาดกำไรที่ 1.57 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากทั้งสองช่วงเวลา หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวและยอดขายสินค้าทำความเย็น ขณะที่เคจีไอคาดกำไรที่ 1.4 พันล้านบาท ทรงตัวจากทั้งปีก่อนและไตรมาสก่อน สะท้อนยอดขายที่ดีขึ้นเล็กน้อยและอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยท่ามกลางการจับจ่ายที่อ่อนแอ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายระหว่าง 6.60 ถึง 7.70 บาท และคาดการณ์เงินปันผลงวดครึ่งปีแรกที่ 0.16 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.4% ถึง 6.3% ต่อปี รวมถึงแรงหนุนจากโครงการซื้อหุ้นคืนที่กำลังดำเนินอยู่
Thunhoon·32dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

โบรกฯ ชี้ 7 หุ้น SET50 ราคาล้าหลัง ลุ้นต่างชาติเข้าถือเพิ่ม หลังหุ้นนำตลาดแวลูเอชั่นตึง

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า ดัชนี SET ปรับขึ้นกว่า 31.2% จากต้นปีถึงปัจจุบัน โดยมีแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลเข้าสู่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตามธีม AI และปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่ดีกว่าคาด แต่ที่ระดับ 1,650 จุด เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านแวลูเอชั่นที่ตึงตัว โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่นำตลาด ซึ่งมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติทะลุค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี จึงคาดว่าจะเกิดการหมุนเงินทุนไปยังหุ้น Laggard ที่มีสัดส่วนถือครองของต่างชาติและแวลูเอชั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย พร้อมกำไรยังเติบโตดี กลยุทธ์ระยะสั้นแนะนำสลับเข้าลงทุนในหุ้น Laggard ผ่าน 2 ธีม ได้แก่ Earnings Play เน้นหุ้นที่คาดกำไรไตรมาส 2/69 เติบโตดีและครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง เช่น ADVANC, CPN, GULF, PR9, SCGP และ TIDLOR และ Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี และมีโมเมนตัมกำไรดี เช่น BEM, CPALL, HMPRO, MTC, OR, TRUE และ TU
Share2Trade·35dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK3

อนันต์ อัศวโภคิน ลาออกทุกตำแหน่งใน HMPRO

นายอนันต์ อัศวโภคิน กรรมการและประธานคณะกรรมการของบมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ได้แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากทุกตำแหน่งเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
InfoQuest·36dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

HMPRO ยกระดับค้าปลีกสู่ Circular Economy ครบวงจร เปลี่ยนของเก่าให้ได้ไปต่อ

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ประกาศยกระดับบทบาทจากผู้จำหน่ายสินค้าสู่การดูแลตลอดวงจรชีวิตสินค้าผ่าน HomePro Circular Economy Ecosystem ภายใต้แนวคิด 'เปลี่ยน' เพื่อชีวิตที่ดีกว่า โดยนางอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด ระบุว่า ระบบนี้เชื่อมโยงพันธมิตรกว่า 324 แบรนด์ ครอบคลุมสินค้ากว่า 11,110 รายการ ตั้งแต่การรับคืนของเก่าจากบ้านลูกค้า การซ่อมเพื่อยืดอายุการใช้งาน ไปจนถึงการรีไซเคิลและผลิตเป็นสินค้ารักษ์โลก ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โฮมโปรรับคืนของเก่ากว่า 590,869 ชิ้น ซ่อมและยืดอายุสินค้า 97,006 ชิ้น พัฒนาสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียน 532 SKUs และส่งมอบสู่ผู้บริโภคกว่า 8.5 ล้านชิ้น โดยยอดขายสินค้ารักษ์โลกเติบโตจาก 190 ล้านบาทในปี 2566 เป็น 945 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่า 35 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 2.3 ล้านต้น โฮมโปรตั้งเป้าขยายความร่วมมือพัฒนาวัสดุหมุนเวียนประเภทใหม่ เพิ่มจุดเติมผลิตภัณฑ์ และสร้างการมีส่วนร่วมผ่านโครงการ Hackathon กับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน
Kaohoon·36dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

14 หุ้นปันผลสูงจ่อรับอานิสงส์โครงการ TISA หลังคลังเตรียมยกเลิกตัวคูณสิทธิประโยชน์ภาษี

กระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้าโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ TISA โดยเตรียมยกเลิกตัวคูณสิทธิประโยชน์ภาษี เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเท่าเทียมกัน ซึ่งคาดว่าจะเห็นรายละเอียดและกรอบวงเงินลดหย่อนภาษีชัดเจนขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ฝ่ายวิจัยของบล.ทีทีบี เวลธ์ มองว่าเป็นบวกต่อตลาดหุ้นโดยรวม เพราะจะจูงใจให้คนลงทุนในหุ้นมากขึ้น และเป็นบวกต่อหุ้นปันผลสูง 14 ตัว ได้แก่ ADVANC KTB KKP KTC AMATA PIN THANI SAK CPN HMPRO PTG SIRI SPALI และ SAT
HoonVision·36dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

บล.ฟิลลิปฯ ชี้หุ้นไทยไซด์เวย์ แนะโยกเงินออกจากแบงก์เข้าสู่ 4 ธีมหลัก

บล.ฟิลลิปฯ คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,640 ถึง 1,665 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจาก Forward P/E ปี 2569 ที่ 16.7 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ที่ 17.1 เท่า และหุ้นกลุ่มธนาคารอาจเผชิญแรงขาย Sell on Fact หลังประกาศงบการเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการโครงการ TISA จะช่วยประคองไม่ให้ดัชนีปรับลงลึก และคาดว่าจะเห็นการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากกลุ่มธนาคารเข้าสู่กลุ่ม Real Sector เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่คาดว่าจะออกมาดี กลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 4 ธีมหลัก ได้แก่ เก็งงบไตรมาส 2 ปี 2569 ในหุ้นอย่าง AMATA CPALL DELTA HANA ITC KCE MRDIY MTC OSP QH SAWAD SCC STECON และ TIDLOR กลุ่มพลังงานในหุ้น BCP PTT PTTEP SPRC และ TOP เก็งมาตรการหรือโครงการรัฐในหุ้น BJC CENTEL CK CPAXT CRC DOHOME ERW GLOBAL HMPRO LH MINT และ SCC และหวังเม็ดเงินลงทุนจากจีนในหุ้น ADVANC GUNKUL GULF ROJNA WHA และ WHAUP
HoonVision·36dอ่านต่อ ▾
HMPRO.BK

HMPRO ผนึก สมอ. ยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย หนุนความปลอดภัยผู้บริโภค

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ร่วมลงนามความร่วมมือกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยนางนงรัตน์ ฉัตรรัตนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานสรรหาและพัฒนาสินค้า Private Brand เปิดเผยว่า โฮมโปรและเมกาโฮมให้ความสำคัญกับการคัดสรรและตรวจสอบสินค้าตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกผู้ผลิตจนถึงมือผู้บริโภค ปัจจุบันมีสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. ครอบคลุมกว่า 17 ประเภท เช่น กระเบื้องเซรามิก สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ หลอดไฟ LED และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ซึ่งเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการค้าปลีกไทยที่โปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมสนับสนุนผู้ผลิตและคู่ค้าให้พัฒนาสินค้าตามมาตรฐาน และส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกใช้สินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย
Kaohoon·38dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

รัฐอัดงบ 2 แสนล้านดันพลังงานสะอาด 9 หุ้นไทยรับประโยชน์เต็มๆ

นโยบายเม็ดเงิน 200,000 ล้านบาทภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินเพื่อขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและระบบขนส่งไฟฟ้า ส่งผลบวกต่อหุ้นไทย 9 หลักทรัพย์ในกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า โดยกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปที่ได้ประโยชน์เต็มๆ ได้แก่ GUNKUL จากธุรกิจครบวงจรทั้งจำหน่ายอุปกรณ์และรับเหมาติดตั้ง SOLAR ในฐานะผู้ผลิตแผงและให้บริการติดตั้ง กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและไอทีอย่าง HMPRO DOHOME GLOBAL และ COM7 ที่เป็นช่องทางจำหน่ายชุดอุปกรณ์โซลาร์สำเร็จรูปสำหรับครัวเรือน และ KTC จากมาตรการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและการผ่อนชำระติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่ช่วยกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร ส่วนกลุ่มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า NEX ได้ประโยชน์สูงสุดในกลุ่มรถโดยสารและรถบรรทุกไฟฟ้า EA จะคลายกังวลเรื่องสภาพคล่องและปลดล็อกสินทรัพย์โรงงานผลิตแบตเตอรี่และประกอบรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ GPSC และ GULF ได้ประโยชน์จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จทั่วประเทศ นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ซื้อสะสมเมื่อย่อตัวหรือเก็งกำไรตามกระแสนโยบาย พร้อมเตือนว่าหุ้นกลุ่ม EV และโซลาร์เซลล์มักตอบสนองต่อข่าวสารนโยบายอย่างรวดเร็ว นักลงทุนควรแบ่งไม้ซื้อและไม่ไล่ราคาในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงในระยะสั้น
Share2Trade·38dอ่านต่อ ▾