← Back

Royal Plus PCL

บริษัท รอยัล พลัส จำกัด (มหาชน) ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มและน้ำผลไม้ในประเทศไทยและต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้แก่ น้ำผลไม้ผสมเม็ดแมงลักและเมล็ดเจีย น้ำมะพร้าว กะทิจากพืช น้ำมะพร้าวพร้อมเนื้อ กะทิ โคโคเกิร์ต น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว นมทางเลือกจากพืชสูตร 3in1 ผสมเม็ดแมงลัก เยลลี่มะพร้าว และชานม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำหน่ายภายใต้แบรนด์ COCO ROYAL, Nita และ MABU บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศต่างๆ ประมาณ 111 ประเทศ จดทะเบียนจัดตั้งในปี 2541 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving PLUS.BK
PLUS.BK2

PLUS ขยาย 3 ประเทศใหม่ ตั้งเป้าครอบคลุม 123 ประเทศ

บมจ.โรแยล พลัส (PLUS) ประกาศขยายธุรกิจสู่ 3 ประเทศใหม่ ได้แก่ โปแลนด์ หมู่เกาะเคย์แมน และกานา ในไตรมาส 3/2569 ต่อยอดจากความสำเร็จในไตรมาส 2 ที่เจาะตลาดสเปน ตุรกี โอมาน และมัลดีฟส์ ส่งผลให้ฐานลูกค้าครอบคลุม 123 ประเทศทั่วโลก โดยบริษัทฯ เตรียมเข้าร่วมงาน SIAL PARIS ระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคม 2569 เพื่อเจาะตลาดยุโรปเพิ่มเติม พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Coco Matcha และ Fruit Tea รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายน้ำมะพร้าว 100% แบรนด์ Coco Royal ในห้างชั้นนำอย่าง Villa Market, Lotus's และ Tops Market นายพลแสง แซ่เบ๊ กรรมการผู้อำนวยการ คาดการณ์ว่าผลงานในไตรมาส 3 จะดีขึ้นจากช่วงไฮซีซันของธุรกิจเครื่องดื่ม และยังคงเดินหน้าตามกรอบ ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
thunhoon.com·16dอ่านต่อ →
PLUS.BK3

PLUS เผยรายได้ไตรมาส 2 โต 33% พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ

บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ PLUS รายงานรายได้รวมไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 362.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.0% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือตามปัจจัยฤดูกาล ขณะเดียวกันบริษัทได้ลูกค้าใหม่ในตลาดยุโรปเพิ่ม 2 ราย เริ่มจากผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลัก โดยตลาดยุโรปมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 5–7% ของยอดขายต่างประเทศทั้งหมด และปัจจุบันรายได้จากการจำหน่ายภายในประเทศมีสัดส่วนประมาณ 1% ของรายได้รวม สำหรับครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้กลุ่ม Flavor Coconut Series และ Fruit Tea พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำมะพร้าว 100% แบรนด์ COCO ROYAL ใน Lotus’s Tops Market และ Villa Market นอกจากนี้ ยอดขายในหลายภูมิภาคเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ ทวีปโอเชียเนียเติบโต 330% ทวีปแอฟริกาเติบโต 157.9% และทวีปละตินอเมริกาและแคริบเบียนเติบโต 110.5%
PLUS.BK

PLUS คว้าลูกค้าใหม่ยุโรป 2 ราย ดันออเดอร์น้ำมะพร้าวทะลัก รับบาทอ่อนหนุนมาร์จิ้น

บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ PLUS ได้ลูกค้าใหม่รายใหญ่จากยุโรปเพิ่มอีก 2 รายในรูปแบบรับจ้างผลิตสินค้า ODM สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดยุโรปที่เดิมมีเพียง 5-7% ของยอดขายต่างประเทศทั้งหมด และคาดว่าจะเริ่มเห็นผลบวกต่อผลประกอบการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป นายพลแสง แซ่เบ๊ กรรมการผู้อำนวยการ เปิดเผยว่าแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 ยังเติบโต แม้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะผันผวน โดยตลาดจีนทรงตัวปานกลาง ตลาดสหรัฐไม่ได้รับผลกระทบมากจากมาตรการภาษี Section 301 ที่เพิ่มจาก 10% เป็น 12.5% ซึ่งต่ำกว่าระดับ 19% ในอดีต ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางแม้ครึ่งปีแรกโตสูง แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงด้านขนส่งจากสถานการณ์ทะเลแดง บริษัทจึงเดินหน้ากระจายตลาดไปยังประเทศที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และได้รับปัจจัยบวกจากเงินบาทอ่อนค่าและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง หนุนอัตรากำไร เนื่องจากรายได้ส่งออกคิดเป็นกว่า 99% ของรายได้รวม โดยปัจจุบัน 93.5% ของรายได้มาจากกลุ่มเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวและเครื่องดื่มรสผลไม้ผสมเม็ดแมงลัก
ทันหุ้น·51dอ่านต่อ →
PLUS.BK

เอเซีย พลัส ชี้มาตรการภาษีใหม่สหรัฐกดดันส่งออกไทยครึ่งปีหลัง

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ามาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐภายใต้ SECTION 301 ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงต่อการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง จะทำให้การส่งออกชะลอตัวลง เนื่องจากไทยถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% สูงกว่าบางประเทศในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย อาจทำให้ศักยภาพในการแข่งขันลดลง อีกทั้งไทยได้ดุลกับสหรัฐมากขึ้นต่อเนื่อง และยังต้องจับตาภาษีจากการผลิตส่วนเกินที่สหรัฐยังไม่ประกาศ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในภาคการส่งออก กลุ่มสินค้าที่โดนภาษี 12.5% ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ครอบคลุมหุ้น AAI ITC PLUS TU และ COCOCO รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ HANA DELTA KCE และ CCET ขณะที่สินค้าไทยกลุ่มหลักที่ได้รับการยกเว้นภาษี 12.5% คือกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย ที่สหรัฐนำเข้ามาก ส่งผลผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและน้ำมัน เช่น PTT PTTEP TOP IRPC และ BCP และสินค้าที่อยู่ภายใต้ SECTION 232 อยู่แล้ว เช่น รถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง ซึ่งผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มเหล็กแปรรูปและท่อเหล็ก เช่น PAP TMT SAM และหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น AH และ SAT กระทรวงพาณิชย์เผยว่าส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 โต 20.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 15.2% และนำเข้าโต 50.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 35.8% ทำให้ขาดดุลการค้า 6,565 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าที่ขยายตัวเด่น ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยงโต 22.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน ยางพาราโต 12.5% กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 14 เดือน และไก่แปรรูปโต 6.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน