← Back

IRPC Public Company Limited

IRPC Public Company Limited, together with its subsidiaries, engages in petroleum and petrochemical business in Thailand, Singapore, and internationally. It offers refinery, lubricant, asphalt, olefins, aromatics, and other petrochemical products; liquefied petroleum gas, naphtha, gasoline, diesel, and Jet A-1 commercial aviation fuel; and high density polyethylene, polypropylene, acrylonitrile-butadiene-styrene, acrylonitrile styrene, polystyrene, and expandable polystyrene. The company also offers port services and storage tank services; water based products; ultra-high molecular weight polyethylene; acetylene black; and power and public utilities services. In addition, it is involved in the provision of asset management activities; operation of vocational schools; sale of oil products and gas; manufacture and sale of non-woven fabric products and medical consumables; production and distribution of fertilizer products; operates water filtration plants; industrial pneumatic system; and power plant and other utilities businesses. The company was formerly known as Thai Petrochemical Industry Public Company Limited and changed its name to IRPC Public Company Limited in October 2006. IRPC Public Company Limited was incorporated in 1978 and is headquartered in Rayong, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving IRPC.BK
IRPC.BK3

IRPC เคาะจ่ายปันผล 0.04 บาท ขึ้น XD 9 ก.ย.

IRPC ประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.04 บาทต่อหุ้น จากกำไรสะสม โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ผู้ถือหุ้นจะไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 9 กันยายน 2569 และมีสิทธิรับเงินปันผลตามรายชื่อ ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 กันยายน 2569
Kaohoon·20hอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

BDMS และ IRPC ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล

บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 8 กันยายน และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 กันยายน ขณะที่บมจ.ไออาร์พีซี หรือ IRPC ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.04 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 9 กันยายน และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 กันยายน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·21hอ่านต่อ ▾
IRPC.BK2

IRPC คาดครึ่งปีหลังสดใส รับค่าการกลั่นสูง เล็งจ่ายปันผลระหว่างกาล

IRPC คาดผลงานครึ่งปีหลังสดใส รับค่าการกลั่นและ Crack Spread ทรงตัวในระดับสูง โดยประเมินราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวที่ระดับ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมหนุน EBITDA ปรับตัวดีขึ้น นางสาวทอแสง ไชยประวัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน เปิดเผยในงาน Earnings Call ว่า ค่าการกลั่นช่วงครึ่งปีแรกอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะไตรมาส 2/69 ที่ระดับ 15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และคาดว่าครึ่งปีหลังยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่กระทบอุปทานโรงกลั่นทั่วโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ค่าการกลั่นจะยังสูงใกล้เคียงไตรมาส 2/69 ขณะที่ Crude Premium อยู่ที่ 17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Crack Spread อยู่ในระดับสูงมาก ซึ่งช่วยหนุน GRM ของบริษัทให้ดีต่อเนื่อง ด้านราคาน้ำมันดิบคาดว่ายังทรงตัวระดับสูงราว 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์คลี่คลายอาจลดลงมาที่ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บริษัทบริหารความเสี่ยงโดยรักษาสต็อกน้ำมันให้ต่ำที่สุดและใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า งบลงทุนปี 69-71 อยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนใหญ่ใช้ปรับปรุงโรงกลั่น และยังไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ นอกเหนือจากแผนกลยุทธ์ 4R+ บริษัทจะปรับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจผันผวนให้น้อยลง โดยต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น Medical Hub, IT, material และ construction แต่ธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมียังเป็นธุรกิจหลัก ด้านแผนนิคมอุตสาหกรรม บริษัทยังมีที่ดินในนิคมฯ จังหวัดระยองเหลืออยู่ และกำลังศึกษาการทำธุรกิจ Data Center ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาจ่ายปันผลระหว่างกาลและขออนุมัติจากบอร์ด โดยมีนโยบายจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 25% ของกำไรสุทธิประจำปี
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·1dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

PTT ขาขึ้นรอบใหม่ ธุรกิจครบวงจรหนุน

บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า PTT รักษาความมั่นคงทางพลังงานไว้ได้ แม้ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์กระทบขนส่งพลังงานขยายวงมากขึ้น หนุนจากความสามารถของธุรกิจ Trading ที่สามารถเข้าถึงแหล่ง supply ทั่วโลก โดยบริษัทยังสามารถจัดหาน้ำมันดิบ และ feedstock ให้ธุรกิจ downstream ทำการผลิตได้ต่อเนื่อง u-rate โรงกลั่นในเครือ 1H26 103% (ช่วงปกติ 1H25 104%) Vs. ในภูมิภาคที่มีการลด run 8-17% นำโดยโรงกลั่นจีน รวมถึงฝั่งปิโตรเคมี u-rate โอเลฟินส์ 1H26 เพิ่มมาที่ 86% Vs. 1H25 80% ซึ่งทำให้ได้ประโยชน์อัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น จาก supply ตึงตัว ต่อเนื่อง คงเป้าขยายธุรกิจ Trading ต่อเนื่องในระยะยาว มุ่งกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงขยายการค้าไปเชื้อเพลิงอื่นมากขึ้น โดยคงเป้าเพิ่มปริมาณค้า LNG ราว 3 เท่าตัวภายใน 2030 เป็น 10 mta Vs. 1H26 1.75 mta และเป้า 2026 ที่ 3.7 mta สร้างกระแสเงินสดได้มากขึ้น หนุนจากเกือบทุกธุรกิจ อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น โดย 1H26 EBITDA และ กำไรสุทธิ +55% / 75% y-y ตามลำดับ หนุนจาก supply พลังงานที่ตึงตัวจากการปิดฮอร์มุซ ส่งให้ i) ธุรกิจ E&P ที่อัตรากำไรเพิ่มตามราคาน้ำมันดิบ ii) ธุรกิจก๊าซฯ นอกจากต้นทุนที่ลดลงจากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซฯ ราคาขายอ้างอิงเพิ่มขึ้นด้วย iii) ธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ค่าการกลั่น และ product spread ฟื้น ซึ่งปัจจัยข้างต้นยังหนุน y-y ต่อเนื่องใน 2H26F ส่งให้แนวโน้มการสร้างกระแสเงินสดดีขึ้น ส่งให้ net debt/EBITDA มีแนวโน้มลดต่อเนื่องจาก 1H26 ที่ลดเป็น 1.26 เท่า Vs. 2025 ที่ 1.75 เท่า และมีสภาพคล่องส่วนเกินในการจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม คงแผน Asset monetization และการหา strategic partner ลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว คงเป้าทำ Asset monetization ราว 1 แสนลบ. ใน 2025-27 (2025-1H26 ทำแล้ว 1.8 หมื่นลบ.) เพื่อนำสภาพคล่องมาลดภาระหนี้เพิ่มความสามารถในการรองรับความผันผวนของธุรกิจในระยะยาว และ ii) คงแผนหา strategic partner / Genesis เพิ่มความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านการจัดหา feedstock และแหล่งเงินทุนในระยะยาว คาดความคืบหน้าเลื่อนไปใน 2027 จากสงครามในตะวันออกกลางและการแทรกแซงจากภาครัฐกระทบการเจรจา มอง slightly positive ต่อPTT จากแนวโน้มที่ผู้บริหารอยู่ระหว่างพิจารณาให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นมากขึ้นตามสภาพคล่องส่วนเกิน ส่งให้แนวโน้มปันผล 2026F ที่คาดราว 2.3 บาท/หุ้น หรือ yield 5.6% สูงใกล้เคียงกับ 2025 ที่มีการจ่ายปันผลพิเศษมีความเป็นไปได้มากขึ้น และอาจมี upside ได้ (Vs. คาด PTTEP และ TOP มี dividend yield ไม่ต่ำกว่า 6-7%) ส่วนแนวโน้มข้อสรุป strategic partner / Genesis ที่ล่าช้าในช่วงสงครามฯ ไม่ได้เหนือกว่าคาด และเราคงมุมมองว่าไม่ได้ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของ PTT และบริษัทในเครือลดลง รวมถึงเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจามากขึ้น จากสถานะของธุรกิจในปัจจุบันที่แข็งแกร่งมากขึ้นคงมุมมองกำไรปกติ 3Q26F โต y-y ยังหนุนจากเกือบทุกธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ i) การปรับโครงสร้างราคาก๊าซฯ ทำให้ feed cost ของโรงแยกก๊าซฯ -17% y-y รวมถึงการปิดฮอร์มุซส่งให้ราคาขายอ้างอิงฯ เพิ่มขึ้น ii) ธุรกิจบริษัทลูกได้แรงหนุนจาก supply ตึงตัวต่อเนื่อง หนุนอัตรากำไรทั้ง PTTEP, TOP, PTTGC, IRPC คงคำแนะนำ Buy ที่ TP27F = 44.5 บ. คงมุมมองธุรกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว ทั้งธุรกิจก๊าซฯ ที่ turnaround จากการปรับโครงสร้างก๊าซฯ รวมถึงธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่ supply ตึงตัวมากขึ้นจากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาน้อยลง และการปรับโครงสร้างการผลิตทั่วโลก ทำให้ค่าการกลั่นสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี และ spread ปิโตรเคมีฟื้นกลับสู่จุดทำกำไรในระยะยาว หนุนกำไรปกติโตเฉลี่ย 18% CAGR ใน 2026-28F
HoonVision·3dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

จับตาหุ้นเด่นวันนี้: PTT กางแผนลงทุน 5 ปี 1 ล้านล้านบาท

หนังสือพิมพ์รายงานว่า PTT กางแผนลงทุน 5 ปีวงเงิน 1 ล้านล้านบาท ลุยธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและโครงสร้างพื้นฐาน โดยให้ PTTEP เป็นหัวหอกลงทุน หนุนนโยบายรัฐบาลดันจีดีพีไทยเติบโต 3% พร้อมเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน Gastech 2026 ระหว่าง 14-17 กันยายนนี้ เดินหน้าหาพันธมิตรเสริมแกร่ง PTTGC, TOP และ IRPC ขยายนำเข้า LNG แตะ 15 ล้านตันในปี 2578 และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 50% ด้าน BGRIM ลุยรับเมกะเทรนด์พลังงาน เดินหน้าพัฒนาโครงการรับ PDP 2026 ชูธุรกิจ Data Center ดาวเด่น หลังเซ็น PPA แล้ว 100 เมกะวัตต์ และมีลูกค้าใหม่จ่อเพิ่มอีก 150 เมกะวัตต์ พร้อมศึกษาสร้างโรงไฟฟ้าใหม่รองรับ Data Center และเตรียมชิงโครงการ Quick Big Win ดันโซลาร์ชุมชน 300-500 เมกะวัตต์ ขณะที่ SGC ปรับพอร์ตสินเชื่อ ดัน Lock Phone ยีลด์ 25% ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 65% ของพอร์ต จ่อขาย C4C ไม่เกิน 1.3 พันล้านบาท และเตรียมเงินสดรองรับ High Season ไตรมาส 3-4/2569 ด้าน SINGER-SGC เดินหน้าล้างขาดทุนสะสม หวังปลดล็อกจ่ายปันผล หลัง SGC มีกำไรต่อเนื่อง 8 ไตรมาส ส่วน SPCG ถูกกลุ่มโภคาชัยพัฒน์แท็กทีมจารุทวีเทกโอเวอร์กิจการมูลค่ากว่า 5,527 ล้านบาท เปิดเกมรุกธุรกิจพลังงานสีเขียวเต็มสูบ ขานรับแผน PDP 2026 ฉบับใหม่ และการปลดล็อก Direct PPA หลังพบ SPCG ซ่อนสินทรัพย์ที่ดินเขต EEC กว่า 3,000 ไร่ พร้อมเดินหน้าขายไฟฟ้าตรงให้กลุ่มลูกค้าโครงการบางกอกฟรีเทรดโซนของกลุ่ม MK ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะกง ด้าน ERW มั่นใจไตรมาส 3/2569 แกร่ง รายได้รวมโต 7% หลังเดือนกรกฎาคมรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยพุ่ง 5% รับท่องเที่ยวครึ่งปีหลังสดใส หนุนทั้งปีรายได้โต 6% แตะ 8,400 ล้านบาท เดินหน้าแผน JUMP+ มุ่งสู่เป้า 10,000 ล้านบาทในปี 2571 ขณะที่ IND เชื่อว่าครึ่งหลังปี 2569 จะรักษาอัตราการเติบโตที่ดีได้ต่อเนื่องจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกที่มีกำไรสุทธิ 13.33 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการ 413.31 ล้านบาท ส่วน SO ยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายการเติบโตแบบ Double Digit โดยมีรายได้สะสมรวมกับมูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้อยู่ที่ 2,894 ล้านบาท หรือคิดเป็น 93.2% ของเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ 3,100 ล้านบาท ด้าน THAI ลุยปรับกลยุทธ์รับมือน้ำมันพุ่ง ทำ Hedging ราคาเพิ่มเป็น 60% ล่วงหน้า 2 ปี หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางส่อเค้ายืดเยื้อ กางแผนครึ่งปีหลังไม่ปรับลด ASK พร้อมกลับไปเปิดบินอีก 2 เส้นทางคือเซียะเหมินและดานัง เพิ่มความถี่ยุโรป 3 เส้นทางคือปารีส มิวนิก และซูริค มั่นใจปีนี้คงความสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้ ส่วนแผนจัดหาเครื่องบินยังไปต่อ สิ้นปีนี้มีฝูงบิน 102 ลำ ก่อนเพิ่มเป็น 128 ลำในปี 2571 ขณะที่ PRM จ่ายเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้นจากกำไรสะสม เตรียมขึ้น XD วันที่ 27 สิงหาคมนี้ หลังงบไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 580.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% และมีรายได้จากการให้บริการรวม 2,317.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% ด้าน INET มั่นใจโตต่อเนื่อง เดินหน้าพัฒนา INET-IDC4 สะท้อนดีมานด์ Cloud Infrastructure ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น พร้อมเสริมศักยภาพองค์กรไทยสู่ Data Sovereignty ล่าสุดอยู่ระหว่างพัฒนาระบบ EduPass ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ คาดเปิดใช้งานภายใน 6 เดือน ส่วน SAMART มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังฟื้นตัวแรง รับอานิสงส์ SAV เที่ยวบินคึกคัก ธุรกิจ Direct Coding ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว พร้อมลุยประมูลงานใหม่เกือบหมื่นล้านบาท คาดภาครัฐเริ่มทยอยอนุมัติและเปิดประมูลตั้งแต่ตุลาคมเป็นต้นไป หนุนแบ็กล็อกรวมสิ้นปีนี้ทะลุ 20,000 ล้านบาท ด้าน BAM เร่งเครื่องครึ่งปีหลัง สร้างรายได้ทั้งด้าน NPL, NPA และ JV AMC สู่เป้าหมายที่วางไว้ พร้อมโชว์ผลเรียกเก็บในไตรมาส 2/2569 มากถึง 3,513 ล้านบาท เติบโต 16% มีกำไรกว่า 234 ล้านบาท เติบโต 8% ลุยช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้มากขึ้นด้วยโครงการเริ่มต้นใหม่กับ BAM ขณะที่ BCH เผยผลดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โตเด่น เหตุช่วงไฮซีซันเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน เชื่อลูกค้าต่างชาติฟื้นตัวต่อเนื่อง ดันโค้งท้ายปีนี้งบเพิ่มขึ้น แย้มอยู่ระหว่างเจรจาดีล M&A กว่า 10 แห่ง เตรียมเข้าประชุมกับบอร์ดประกันสังคมปรับอัตราเหมาจ่ายทุกรายการ คาดจะเสร็จตุลาคม 2569 ด้าน TFG รับอานิสงส์ราคาหมูหน้าฟาร์มสูง 72-74 บาทต่อกิโลกรัม คาดทรงตัวยาวถึงกันยายน ชี้ราคาไก่เขยิบขึ้นด้วย แย้มความต้องการส่งออกไก่ในยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่นแกร่ง ลั่นบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้ล็อกราคาถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองถึงสิ้นปี 2569 เดินหน้าขยายร้านค้าปลีกแตะ 875 สาขาสิ้นปีนี้ ก่อนทะลุ 1,075 สาขาสิ้นปีหน้า ส่วน JR จ่อรับอานิสงส์ PDP รอบใหม่ เป็นโอกาสรับงานวางระบบและติดตั้งเพิ่ม ส่งสัญญาณครึ่งหลังปี 2569 โดดเด่นกว่าครึ่งแรก ได้แรงหนุนรับรู้โครงการเพิ่ม จัดทัพชิงงานใหม่โครงการด้านไฟฟ้าอีก 100 ล้านบาท ปั๊ม Backlog เพิ่มจาก 5 พันล้านบาท หันรุกควิกวินมากขึ้น หวังเติมพอร์ตและสร้างรายได้สม่ำเสมอ ด้าน KUMWEL ปั้น Kumwel Clinic ปักธงครบ 10 จังหวัดสิ้นปี จ่อบุ๊กรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 พร้อมลุ้นเค้ก BOI Plus วงเงิน 100 ล้านบาท ฟากเมกะเทรนด์ Data Center หนุนดีมานด์ระบบป้องกันฟ้าผ่าและระบบต่อลงดินทะยาน เปิดทางชิงงานใหม่เพียบ มั่นใจรายได้ปี 2569 โตแรง 50% ขณะที่ ORI กางแผน JUMP+ 3 ปี เร่งเครื่องผลงานทะยานสู่ 1.43 พันล้านบาทในปี 2571 ชูโมเดล Build-Operate-Exit-Reinvest ปั้นโรงแรมและคลังสินค้าเพิ่มมูลค่าก่อนขายเข้ากอง REIT หมุนเงินลงทุนรอบใหม่ ฟากครึ่งปีหลังจ่อบุ๊กรายได้ขายสินทรัพย์และที่ดินอีก 1.5-1.8 พันล้านบาท ด้าน TOA ปรับกลยุทธ์บุกตลาดกลุ่มสีทาราคาประหยัด เจาะฐานลูกค้าห้องเช่า พร้อมขยายตลาดกลุ่มเคมีภัณฑ์ก่อสร้างและซ่อมแซม รับดีมานด์รีโนเวตบ้าน เดินหน้าลงทุนตามแผนราว 600 ล้านบาท คาดเร่งใช้ช่วงปลายไตรมาส 3/2569 เน้นพัฒนาการผลิตใหม่ ปักเป้าดันยอดขายโต 5% ส่วน PRINC ปักธงปี 2569 รายได้เติบโตเกิน 10% จากปีก่อน เก็บเกี่ยวลงทุนโรงพยาบาลใหม่เต็มปีและฐานลูกค้าโต ฟุ้งไตรมาส 3/2569 ฟอร์มแจ่มกว่าไตรมาส 2/2569 ขานรับเข้าช่วงไฮซีซันและลูกค้าใช้บริการพุ่ง แถมรับอานิสงส์โครงการ Happitat เปิดบริการ ชี้ช่วยดันยอดโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ สดใสต่อเนื่อง เดินหน้ายกระดับบริการโรคซับซ้อนและอัพฐานต่างชาติต่อเนื่อง หวังช่วยหนุนมาร์จิ้น ด้าน READY เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Plus Customer ธุรกิจขนาดกลางรายได้ 30-300 ล้านบาทต่อปี มุ่งสร้างฐาน Recurring Revenue เพิ่มจากเดิมที่มีสัดส่วนกว่า 90% เร่งนำ AI เสริมผลิตภัณฑ์และระบบงานภายใน พร้อมเปิดตัว Ready Agent-R Service ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 7% ขณะที่ PCE ส่งสัญญาณธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 สดใส อานิสงส์ดีมานด์ไบโอดีเซล B100 ภายในประเทศ ลุยขยายกำลังการผลิตโรงงานน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคเพิ่ม คาดเสร็จไตรมาส 4/2569 รองรับการเติบโตอุตสาหกรรมอาหาร มั่นใจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มโตแกร่ง พร้อมบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งระบบ หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน และ ORN เผยทิศทางธุรกิจไตรมาส 3/2569 สดใส ตุนแบ็กล็อกแน่น 4.26 พันล้านบาท ทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบและแนวสูงต่อเนื่อง เตรียมเปิดตัวคอนโดเดอะ เน็กซ์ เจ็ดยอด 4 วันที่ 22 สิงหาคมนี้ พร้อมอัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย เล็งขยายคอมมูนิตี้มอลล์สู่ภูเก็ต ปักหมุดเปิดต้นปี 2570
InfoQuest·3dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

IRPC พุ่ง 4% หลังโบรกโกลเบล็กอัพเป้า 3.20 บาท

ราคาหุ้น IRPC ปรับตัวขึ้น 4.17% มาอยู่ที่ 2.50 บาท หลังบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 3.20 บาท จากเดิม 2.20 บาท โดยอิงอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชีปี 2569 ที่ 0.8 เท่า จากเดิม 0.7 เท่า เพื่อสะท้อนแนวโน้มผลประกอบการและมาร์จิ้นที่แข็งแกร่งกว่าคาด IRPC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จำนวน 2.9 พันล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 2.1 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 63% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากรายการพิเศษหลายรายการ หากไม่รวมรายการพิเศษ IRPC มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 1.65 เท่าจากไตรมาสก่อน และ 8.5 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก Market GIM ที่เพิ่มขึ้นเป็น 17.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตาม Market GRM ซึ่งอยู่ที่ 13.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แบ่งเป็นค่าการกลั่น 9.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และส่วนต่างกำไรของธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น 4.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีมี GIM ของผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์อยู่ที่ 1.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์อยู่ที่ 1.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และธุรกิจสาธารณูปโภคอยู่ที่ 0.87 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน 4.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ Accounting GIM อยู่ที่ 11.03 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นในช่วงประมาณการ 3 ปี เป็น 16.7 เท่า, 8.9 เท่า และ 1.2 เท่าของประมาณการเดิมตามลำดับ
Kaohoon·6dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

กูรูชี้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูงถึงปี 2570 หากสงครามยืดเยื้อ

นักวิเคราะห์ประเมินราคาน้ำมันดิบจะยังอยู่ในแดนสูงยาวถึงปี 2570 หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 91.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียตอยู่ที่ประมาณ 85.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสงครามคลี่คลาย ราคาน้ำมันมีโอกาสลดลงสู่กรอบ 65–76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเฉลี่ยราว 70 ดอลลาร์ในปี 2570 ด้านคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานมีมติให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นเดือนกรกฎาคม 2569 มาปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 2.40 บาทต่อลิตร ต่อเนื่องอีก 31 วัน นับเป็นครั้งที่ 6 รวมวงเงินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดกระทบกำไรสุทธิกลุ่มโรงกลั่นในไตรมาส 3/2569 มากกว่าไตรมาส 2/2569 โดย PTTGC ได้รับผลกระทบสูงสุดราว 4 พันล้านบาท รองลงมาเป็น BCP ราว 2.98 พันล้านบาท TOP ราว 2.93 พันล้านบาท IRPC ราว 2.5 พันล้านบาท และ SPRC ราว 1.4 พันล้านบาท นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ซื้อเก็งกำไรระยะสั้นตามทิศทางราคาน้ำมัน และรอจังหวะทยอยสะสมเมื่อสงครามคลี่คลาย โดยมองว่า PTTEP ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ขณะที่ PTT ได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากธุรกิจโรงกลั่นในกลุ่ม
thunhoon.com·7dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand3

บัวหลวงสแกน 8 หุ้นพลังงาน Q2/69 กำไรโตแรงจากโรงกลั่น

บล.บัวหลวงรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ของหุ้นพลังงาน 8 บริษัทใน Coverage มีกำไรสุทธิรวม 1.09 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 195% จากปีก่อน และ 35% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรหลักรวมอยู่ที่ 1.27 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 237% จากปีก่อน และ 49% จากไตรมาสก่อน โดยกลุ่มโรงกลั่นเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้และมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นตามราคาขายและค่า GRM/GIM ที่สูงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม BCP, PTT และ SPRC มีกำไรดีกว่าคาด ส่วน IRPC, PTTEP และ TOP เป็นไปตามคาด ขณะที่ BANPU และ OR ต่ำกว่าคาด ฐานะการเงินของกลุ่มโดยรวมยังแข็งแรง โดย SPRC อยู่ในสถานะ Net Cash, OR ใกล้ Net Cash และ PTTEP มี Net debt/equity เพียง 0.1 เท่า ตามด้วย TOP และ PTT ส่วน BCP อยู่ที่ 0.7 เท่า ขณะที่ BANPU และ IRPC สูงกว่ากลุ่มที่ 1.0 เท่า และ 0.9 เท่า ตามลำดับ ด้านกระแสเงินสด PTT และ PTTEP มี Operating Cash Flow และ Free Cash Flow เป็นบวกต่อเนื่องตลอด 6 ไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ BANPU เป็นบริษัทเดียวที่ยังไม่สามารถสร้าง Free Cash Flow เป็นบวกในช่วงดังกล่าว สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2569 ผู้บริหารส่วนใหญ่มองอย่างระมัดระวังแต่ยังเป็นบวก โดยราคาน้ำมันและ GRM มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นหลังความตึงเครียดตะวันออกกลางผ่อนคลาย แต่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ OR มองเชิงบวกกว่าจากยอดขายน้ำมันและ Marketing Margin ที่คาดเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิจัยมองว่า BCP, PTT, PTTEP และ SPRC เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพจ่าย Dividend Yield สูงในปี 2569 ราว 6–10% และระยะกลางราว 5–7% โดยยังเลือก PTT เป็น Top Pick จากกระแสกำไรที่แข็งแรงและ Dividend Yield ที่น่าสนใจ
thunhoon.com·9dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

บล.หยวนต้า ชี้ตะวันออกกลางตึง ชู PTT เป็นตัวเลือก Hedging

บล.หยวนต้า ระบุความขัดแย้งสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายในระยะสั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว 5-6% WoW พลิกจากลดลง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน หลังอิหร่านเปิดเงื่อนไขก่อนทำข้อตกลงที่ท้าทาย และสหรัฐฯ ยังเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านปฏิเสธขยายเวลาข้อตกลงชั่วคราว MOU หลังสิ้นสุดระยะเวลา 60 วันเมื่อ 17 ส.ค. และสต็อกน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ยังอยู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 1982 บล.หยวนต้า มองว่าสามารถเก็งกำไรหุ้น Oil Play ได้ โดยชู PTT เป็นตัวเลือกหลักสำหรับ Hedging สถานการณ์ในตะวันออกกลาง จากฐานะการเงินมั่นคงและคาดเงินปันผลสูง ขณะที่ค่าการกลั่นสิงคโปร์ปิดลบ 7% WoW มาอยู่ที่ 20.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กดดันหุ้นกลุ่มโรงกลั่น TOP SPRC BCP IRPC และ PTTGC ส่วน Spread กลุ่มโอเลฟินส์และปิโตรเคมีกลุ่ม Polyester ปรับตัวลดลง WoW เป็นลบต่อ IRPC SCC PTTGC และ IVL ตามลำดับ
HoonVision·9dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

กลุ่มปตท. กำไร Q2 พุ่ง 157% แตะ 1.03 แสนล้านบาท

กลุ่มปตท. รายงานกำไรรวมไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1.03 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีกำไรรวม 1.75 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 52,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากส่วนต่างราคาที่สูงขึ้นและการซื้อคืนหุ้นกู้ ขณะที่ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ 27,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101% จากปริมาณขายเฉลี่ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 572,882 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ด้าน พีทีที โกลบอล เคมิคอล พลิกเป็นกำไร 12,208 ล้านบาท จากขาดทุน 3,616 ล้านบาทในปีก่อน ไทยออยล์ มีกำไรสุทธิ 8,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% ส่วน ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ขาดทุนสุทธิ 1,774 ล้านบาท จากกำไร 2,232 ล้านบาทในปีก่อน ไออาร์พีซี พลิกเป็นกำไร 2,921 ล้านบาท จากขาดทุน 2,132 ล้านบาท และ โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ มีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท ลดลง 10%
Share2Trade·10dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

เอเซีย พลัส เล็งปรับเพิ่มดัชนีหุ้นไทย หลังกำไร Q2 โตเกินคาด

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย 283 บริษัทจากทั้งหมด 682 บริษัทที่ประกาศงบไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 11.9% เมื่อรวมกับตัวเลขคาดการณ์ของบริษัทที่เหลือซึ่งครอบคลุม 93% ของมูลค่าตลาด ประเมินว่ากำไรรวมไตรมาส 2 จะสูงถึง 3.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อน และ 8.2% จากปีก่อน ทำให้มีความคาดหวังว่ากำไรไตรมาส 2/69 อาจทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากไตรมาส 1/69 โดยกลุ่มที่หนุนการเติบโตหลักคือปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์ และพลังงาน ซึ่งหากรวมกลุ่มที่อิงสินค้าโภคภัณฑ์อย่างพลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร และเกษตร จะมีสัดส่วนถึง 44% ของกำไรทั้งตลาด เทียบกับปกติประมาณ 30% ฝ่ายวิจัยมองว่ากำไรสองไตรมาสแรกคิดเป็น 60% ของเป้าหมายทั้งปี ทำให้แรงกดดันในไตรมาส 3 และ 4 ลดลง และเปิดโอกาสให้ประมาณการกำไรต่อหุ้นทั้งตลาดที่เดิมให้ไว้ 95 บาทต่อหุ้นมี upside ส่งผลให้เป้าหมายดัชนีมีพื้นที่ปรับขึ้นได้ ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติในเดือนส.ค. ชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน โดยขายสุทธิสะสมเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่นักลงทุนรายย่อยเป็นฝั่งซื้อสุทธิประคองดัชนีไว้ ฝ่ายวิจัยแนะนำ 3 กลุ่มหุ้น ได้แก่ กลุ่มงบดีเกินคาดอย่าง IRPC TCAP KCE และ CENTEL กลุ่มได้ประโยชน์จากสินค้าโภคภัณฑ์และภูมิรัฐศาสตร์อย่าง TASCO RCL BCP และ PTTGC และกลุ่มคาดหวังการฟื้นตัวครึ่งปีหลังอย่าง THAI ERW และ BCH โดยหุ้นเด่น 3 ตัวคือ PTT BDMS และ CENTEL
thunhoon.com·13dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

บัวหลวงสแกนงบ Q2/69 หุ้นเด่น KCE ดีกว่าคาด

บล.บัวหลวง วิเคราะห์งบไตรมาส 2 ปี 2569 ของ 9 บริษัทจดทะเบียน โดย KCE รายงานกำไรหลัก 242 ล้านบาท สูงกว่าตลาดคาด 12% และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 5% คงคำแนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมาย 47 บาท ส่วน IRPC, IVL, PR9, MTC และ SAWAD มีกำไรเป็นไปตามคาด ขณะที่ BAM, JMT และ BTG รายงานกำไรต่ำกว่าคาด โดย BTG ถูกปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 9.7% และราคาเป้าหมายลงเป็น 23.40 บาท จาก 26 บาท
thunhoon.com·14dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK4

หุ้น IRPC ดีดขึ้น เคจีไอชี้กำไร Q2/69 ดีกว่าคาด แนะถือ

หุ้นบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ปรับขึ้น 6.78% หลังบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ออกมาดีกว่าคาด โดยอยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 2.1 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 63% จากไตรมาสก่อน กำไรสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 9% เนื่องจากกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงสูงกว่าคาดที่ 1.0 พันล้านบาท ชดเชยผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันสุทธิที่สูงกว่าคาดที่ 2.5 พันล้านบาท ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำถือ ให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 2.20 บาท เพราะกังวลอัตราการกลั่นน้ำมันดิบในไตรมาส 3/69 ที่คาดว่าจะลดลง 11-16% มาอยู่ที่ 170-180 KBD เนื่องจากถังเก็บผลิตภัณฑ์ middle distillates ใกล้เต็ม หลังกระทรวงพลังงานห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล ราคาหุ้น IRPC ระหว่างวันขึ้นไปสูงสุดที่ 2.56 บาท ปิดที่ 2.52 บาท มูลค่าการซื้อขาย 528.10 ล้านบาท
Thunhoon·14dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK2

IRPC กำไรไตรมาส 2/2569 พุ่ง 237% แตะ 2.9 พันล้านบาท

IRPC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 2,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 237 จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 2,132 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากราคาขายที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 10,810 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 3,338 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายสุทธิอยู่ที่ 80,797 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 42 จากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 48 ขณะที่ปริมาณขายลดลงร้อยละ 6 บริษัทมี EBITDA ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 4,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,847 ล้านบาทจากปีก่อน แต่ลดลง 10,680 ล้านบาทจากไตรมาส 1/2569 เนื่องจากขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 3,687 ล้านบาท และขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมันที่เกิดขึ้นจริง 1,187 ล้านบาท นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่าบริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ Recapitalize Plus ต่อเนื่อง พร้อมขยายธุรกิจพลังงานสะอาดผ่านโครงการนาทับพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ ระยะที่ 1 กำลังการผลิตติดตั้ง 98 เมกะวัตต์ ร่วมกับ GPSC และพันธมิตร คาดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในเดือนธันวาคม 2571 สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 บริษัทคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบมีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากการฟื้นตัวของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและการเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC+ แต่ยังมีความผันผวนจากความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·14dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK2

IRPC พลิกกำไรไตรมาส 2 กว่า 2.9 พันล้านบาท รับค่าการกลั่น-ปิโตรเคมีฟื้น

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 2,921.42 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 2,132.06 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสุทธิ 80,797 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% และ EBITDA อยู่ที่ 4,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 223 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาดที่เพิ่มขึ้นเป็น 10,354 ล้านบาท หรือ 17.12 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามค่าการกลั่นของธุรกิจปิโตรเลียมที่ปรับตัวดีขึ้น และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกลุ่มโอเลฟินส์และสไตรีนิกส์ที่เพิ่มขึ้นจากภาวะอุปทานตึงตัวท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังได้รับผลกระทบจาก Net Inventory Loss จำนวน 3,687 ล้านบาท จากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและการขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมัน แต่มีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมัน 2,051 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินสุทธิลดลงเหลือ 401 ล้านบาท ช่วยหนุนผลประกอบการ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 10,810.46 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 3,338.11 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสุทธิ 148,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% และ EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 18,819 ล้านบาท จาก 1,819 ล้านบาท กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 สูงกว่าที่ LSEG Consensus คาดไว้ที่ 2,876.49 ล้านบาท ประมาณ 1.56% และกำไรงวด 6 เดือนแรกสูงกว่าประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ที่ 7,565.96 ล้านบาท ถึง 42.88%
Kaohoon·15dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

จับตางบไตรมาส 2 โรงกลั่นไทยโตตามสหรัฐฯ รับค่าการกลั่นพุ่ง แต่ซ่อนต้นทุนแฝง

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มโรงกลั่นสหรัฐฯ เติบโตโดดเด่นจากค่าการกลั่นที่พุ่งสูง โดย Valero Energy มีกำไรสุทธิ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า HF Sinclair กำไรสุทธิ 892 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า และ PBF Energy พลิกมีกำไรสุทธิ 915 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ ขณะที่ Phillips 66 และ Marathon Petroleum ก็คาดว่าจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน สำหรับโรงกลั่นไทย แม้จะได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่นเช่นกัน แต่ผลประกอบการของแต่ละบริษัทจะไม่เท่ากัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับโครงสร้างโรงกลั่น คุณภาพน้ำมันดิบ ประสิทธิภาพการผลิต การบริหารความเสี่ยงด้านราคา และกำไรหรือขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ โรงกลั่นยังต้องแบกรับต้นทุนแฝงที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ ค่าระวางเรือ ค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้นตามความเสี่ยงในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นถึง 3-6 บาทต่อลิตร รวมถึงความเสี่ยงจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากเงินทุนหมุนเวียนที่มากขึ้น และแรงกดดันจากมาตรการภาครัฐและสังคม ตลอดจนความจำเป็นในการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดภายใต้เป้าหมาย Net Zero และมาตรฐาน ESG บริษัทจดทะเบียนไทยที่ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันหลัก ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ขณะที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC มีธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจร
Kaohoon·25dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

หยวนต้าคาด IRPC ไตรมาส 2/69 กำไร 2.8 พันล้านบาท แนะเก็งกำไร

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะนำเก็งกำไรหุ้น IRPC ให้ราคาเป้าหมาย 2.30 บาท โดยคาดการณ์ว่าไตรมาส 2/69 จะมีกำไรสุทธิ 2.8 พันล้านบาท ลดลง 65% จากไตรมาสก่อน แต่ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งขาดทุน กำไรที่ลดลงเกิดจากต้นทุนน้ำมันดิบสูงขึ้น ราคาขายปิโตรเคมีล่วงหน้าล่าช้า มาตรการลดราคาดีเซล และขาดทุนสต๊อก ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรปี 2569 เป็น 1.1 หมื่นล้านบาท สะท้อนผลดำเนินงานดีกว่าคาดและสถานการณ์สงครามตึงเครียด ส่วนครึ่งปีหลังยังผันผวนแม้ราคาน้ำมันและ Crack Spread เร่งตัวขึ้นจากสงครามและ Supply Disruption แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูงจาก Regulatory Risk ต้นทุนน้ำมัน และโอกาสขาดทุนสต๊อกหากสงครามคลายตัว ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากสงครามเร่งตัว โอกาสจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรก และตลาดปรับเพิ่มคาดการณ์ แต่ราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยบวกจากงบไตรมาส 2/69 ไปบางส่วนแล้ว ราคาหุ้น IRPC ช่วงบ่ายอยู่ที่ 2.08 บาท ลดลง 0.08 บาท หรือ 3.70% มูลค่าซื้อขาย 285.56 ล้านบาท
ทันหุ้น·27dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK3

IRPC คาดกำไรไตรมาส 2/69 พลิกฟื้น 2.7 พันล้านบาท รับค่าการกลั่นพุ่ง

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดกำไรสุทธิของ IRPC ในไตรมาส 2/69 จะอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 2.1 พันล้านบาทในไตรมาส 2/68 และลดลง 66% จากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจาก market GRM ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 13.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนสเปรดน้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซล ขณะที่กำไรลดลงจากไตรมาสก่อนเพราะคาดว่าจะมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 1.5 พันล้านบาท เทียบกับกำไรก้อนใหญ่ 1.01 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 1/69 หลังราคาน้ำมันดิบดูไบร่วงจาก 128 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคมมาอยู่ที่ 79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนมิถุนายน ด้านธุรกิจปิโตรเคมีคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนตามสเปรด PP ที่พุ่ง 53% เป็น 506 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และสเปรด ABS ที่เพิ่ม 32% เป็น 997 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน แต่การฟื้นตัวยังน้อยกว่าคาดเพราะบริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้เต็มที่จากสัญญาที่ทำไว้ก่อนเหตุการณ์รุนแรงในตะวันออกกลางปะทุเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ บล.เคจีไอปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้น 66% เป็น 1.26 หมื่นล้านบาท และปี 2570 ขึ้น 30% เป็น 2.0 พันล้านบาท พร้อมปรับสมมติฐาน market GRM ปีนี้ขึ้น 49% เป็น 10.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และปีหน้าขึ้น 5% เป็น 7.0 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สะท้อนสเปรดที่แข็งแกร่งกว่าคาดหลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ราคาเป้าหมายใหม่ขยับขึ้นเป็น 2.20 บาท จากเดิม 1.80 บาท อิง PB ที่ 0.6 เท่า แต่ยังคงคำแนะนำถือ เนื่องจากกำไรปิโตรเคมีฟื้นน้อยกว่าคาดและต้นทุนดำเนินงานยังสูงต่อเนื่องที่ประมาณ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าโรงกลั่นอื่นในไทยอย่างมีนัยสำคัญ
HoonVision·28dอ่านต่อ ▾
Critical Materials & Supply Chain

กรุงศรีปรับเพิ่มกำไรปกติ IRPC ปี 69-70 ชี้ปิโตรเคมีฟื้นตัวแต่ช้ากว่ากลุ่ม

กรุงศรีปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติของ IRPC สำหรับปี 2569 และ 2570 เป็นราว 1 หมื่นล้านบาทและ 3.5 พันล้านบาทตามลำดับ สะท้อนภาวะอุปทานตึงตัวมากกว่าคาดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งของสหรัฐฯ ฝ่ายวิจัยมองแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ราว 2,797 ล้านบาท พลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง 65% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีผลขาดทุนจากสต็อกสุทธิไม่มากราว 1.3 พันล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติจะอยู่ที่ราว 3,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 226% จากไตรมาสก่อน และพลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อน หนุนจากทั้งธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นจากอุปทานโลกตึงตัว กรุงศรีคงคำแนะนำ Neutral และปรับราคาเป้าหมายปี 2569 เป็น 2.40 บาท พร้อมระบุว่านักลงทุนสามารถทยอยเปลี่ยนไปลงทุนใน PTTGC หรือ SCC ที่ได้ประโยชน์เด่นกว่าได้
Thunhoon·30dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

เอเซีย พลัส ชี้มาตรการภาษีใหม่สหรัฐกดดันส่งออกไทยครึ่งปีหลัง

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ามาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐภายใต้ SECTION 301 ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงต่อการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง จะทำให้การส่งออกชะลอตัวลง เนื่องจากไทยถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% สูงกว่าบางประเทศในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย อาจทำให้ศักยภาพในการแข่งขันลดลง อีกทั้งไทยได้ดุลกับสหรัฐมากขึ้นต่อเนื่อง และยังต้องจับตาภาษีจากการผลิตส่วนเกินที่สหรัฐยังไม่ประกาศ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในภาคการส่งออก กลุ่มสินค้าที่โดนภาษี 12.5% ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ครอบคลุมหุ้น AAI ITC PLUS TU และ COCOCO รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ HANA DELTA KCE และ CCET ขณะที่สินค้าไทยกลุ่มหลักที่ได้รับการยกเว้นภาษี 12.5% คือกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย ที่สหรัฐนำเข้ามาก ส่งผลผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและน้ำมัน เช่น PTT PTTEP TOP IRPC และ BCP และสินค้าที่อยู่ภายใต้ SECTION 232 อยู่แล้ว เช่น รถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง ซึ่งผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มเหล็กแปรรูปและท่อเหล็ก เช่น PAP TMT SAM และหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น AH และ SAT กระทรวงพาณิชย์เผยว่าส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 โต 20.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 15.2% และนำเข้าโต 50.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 35.8% ทำให้ขาดดุลการค้า 6,565 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าที่ขยายตัวเด่น ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยงโต 22.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน ยางพาราโต 12.5% กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 14 เดือน และไก่แปรรูปโต 6.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน
Thunhoon·31dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

หุ้นกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมีพุ่งแรง SPRC นำ 9% รับค่าการกลั่นฟื้นตัว

ราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ โดย SPRC วิ่งนำที่บวก 8.63% มาอยู่ที่ 10.70 บาท ขณะที่ TOP บวก 1.56% มาที่ 65.00 บาท IRPC บวก 1.77% มาที่ 2.30 บาท BCP บวก 1.67% มาที่ 45.75 บาท และ PTTGC บวก 0.25% มาที่ 40.75 บาท ฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี คาดการณ์ว่า SPRC จะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 2/2569 ประมาณ 6,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,386% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 314% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรปกติดังกล่าวสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ หรือ Crude Premium อยู่ในระดับต่ำกว่าคาด ขณะที่อุปทานน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดโลกตึงตัวกว่าที่ประเมินไว้ ด้าน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินว่า TOP จะมีกำไรปกติในไตรมาส 2/2569 ประมาณ 16,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 479% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่ง แม้จะมีรายการพิเศษขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน ทั้งนี้ บล.กรุงศรีปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ SPRC ขึ้น 303% เป็น 14,873 ล้านบาท และคงคำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท ส่วน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำซื้อเก็งกำไร TOP ที่ราคาเป้าหมาย 66 บาท
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK2

กรุงศรีชี้หุ้นกลุ่มโรงกลั่นผันผวนระยะสั้น หลังกบง.ลดราคาดีเซล 2.40 บาท/ลิตร

ฝ่ายวิจัยบล.กรุงศรีมีมุมมองลบระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น หลังจากกบง.ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม 2569 โดยมองว่าการขอส่วนลดที่สูงขึ้นจะทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในช่วงที่อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัว และสะท้อนความต้องการของภาครัฐที่เข้าแทรกแซงและดึงกำไรส่วนเกิน กลายเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น ประกอบกับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดย SPRC บวก 38.7% BCP บวก 40.6% TOP บวก 42.5% และ IRPC บวก 34.5% จึงเป็นไปได้ที่ระยะสั้นจะเห็นความผันผวน อย่างไรก็ตามระยะยาวฝ่ายวิจัยคงมุมมองบวกจากอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ยังตึงตัวและค่าการกลั่นมีโอกาสทรงตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยมี Top pick คือ SPRC
ทันหุ้น·34dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

กบง. ลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท มีผล 24 ก.ค.-15 ส.ค. นี้

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วหน้าโรงกลั่นลง 2.40 บาทต่อลิตร โดยนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นประมาณ 3,892 ล้านบาทมาใช้เป็นส่วนลด มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมถึง 15 สิงหาคม 2569 ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP SPRC BCP IRPC และ PTTGC แต่ผลกระทบยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากค่าการกลั่นในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงจากภาวะอุปทานตึงตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นายสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะเข้าสะสมหากราคาหุ้นปรับฐานลง 5-10% จากระดับปัจจุบัน เพราะพื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่งและแนวโน้มกำไรทั้งปียังอยู่ในเกณฑ์ดี
Thunhoon·34dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

SET ปิดร่วง 14 จุด แรงขายแบงก์ดันวอลุ่มทะลุแสนล้าน

ตลาดหุ้นไทยปิดร่วง 14 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายหนาแน่นเกิน 1 แสนล้านบาท โดยมีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์เป็นตัวกดดันหลัก หลังจากราคาปรับขึ้นมาโดดเด่นก่อนหน้านี้ ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่กลุ่มอื่นอย่างสื่อสาร พาณิชย์ และขนส่งก็ถูกขายตามมา อย่างไรก็ดี ระหว่างวันดัชนีลงไปแตะจุดต่ำสุดแถว 1,632 จุด ก่อนมีแรงดึงกลับขึ้นมาได้บางส่วน สะท้อนว่าเม็ดเงินยังไม่ได้ไหลออกจากตลาดทั้งหมด แต่เป็นการสลับกลุ่มเข้าสู่หุ้นปิโตรเคมีและสินค้าโภคภัณฑ์ นำโดย PTTGC, IRPC, IVL, SCC และ PTTEP ที่ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.บัวหลวง มองว่าเม็ดเงินมีโอกาสหมุนกลับเข้าสู่กลุ่ม Commodity มากขึ้น โดยเฉพาะปิโตรเคมี จึงเริ่มเพิ่มน้ำหนักหุ้นดังกล่าวเพื่อใช้เป็นทั้งตัวเล่นรอบและป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง พร้อมประเมินกรอบแนวรับที่ 1,620 จุด และแนวต้าน 1,680 จุด สำหรับวันพรุ่งนี้
Kaohoon·35dอ่านต่อ ▾
IRPC.BK

กูรูชี้กำไรกลุ่มโรงกลั่น Q2/69 เป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

นักวิเคราะห์ประเมินผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มโรงกลั่น ได้แก่ TOP, BCP, SPRC และ IRPC จะอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน แต่คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นสิงคโปร์ที่ยังแข็งแกร่ง ความเสี่ยงด้านนโยบายภาครัฐที่ตลาดรับรู้ไปมากแล้ว และการกลับมาเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังหลังปิดซ่อมบำรุง หุ้นที่ได้รับคำแนะนำซื้อมากที่สุดคือ TOP โดยมีราคาเป้าหมาย 55.00-59.50 บาท รองลงมาคือ BCP ที่ราคาเป้าหมาย 54.00-61.00 บาท และ SPRC ที่ราคาเป้าหมาย 8.80-10.00 บาท ขณะที่ IRPC ยังคงได้รับคำแนะนำเพียงถือหรือซื้อเก็งกำไรที่ราคาเป้าหมาย 1.80-2.10 บาท เนื่องจากธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญอุปทานส่วนเกินและภาระหนี้สูง
Share2Trade·36dอ่านต่อ ▾