← Back

T Man Pharmaceutical PCL

บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) ผลิตและจำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทย โดยดำเนินธุรกิจผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายใต้แบรนด์ของตนเอง ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายใต้แบรนด์ของบุคคลที่สาม และผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาขายไป บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น ยา อุปกรณ์การแพทย์ ยาสมุนไพรและยาแผนโบราณ อาหารเสริม เครื่องสำอาง และยังให้บริการรับจ้างผลิต (OEM) รวมทั้งส่งออกผลิตภัณฑ์ บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2534 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving TMAN.BK
TMAN.BK

TMAN ฟื้นตัวชัด จับตาแบรนด์ละมุนหนุนโต

บล.เอเชีย พลัส ประเมินหุ้น TMAN โดยผู้บริหารยังคงเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 10-15% YoY โดยมีธุรกิจ OEM และจัดจำหน่ายเป็นเครื่องยนต์หลัก ขณะที่ช่องทางร้านยาและ Modern Trade ทยอยฟื้นตัว หลังแรงกดดันจากการลดสต็อกสินค้าเวชภัณฑ์เริ่มคลี่คลาย การรับโอนแบรนด์ละมุนในเดือนสิงหาคมจะช่วยต่อยอด Synergy ด้านสินค้าและช่องทางจำหน่าย พร้อมเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 เป็นต้นไป ธุรกิจต่างประเทศมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะตลาดจีนที่กลับมาเติบโตและเพิ่มการลงทุนผ่าน Cross-border E-commerce ขณะที่เกาหลีใต้เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ในไตรมาส 4 ปี 2569 และญี่ปุ่นยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนกัมพูชาแม้ยังเผชิญแรงกดดัน แต่ด้วยฐานรายได้ต่ำในปีก่อนจะช่วยจำกัดผลกระทบต่อการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในช่วงไตรมาส 3-4 ปี 2569 โดยเฉพาะต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง มาตรการลดต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จะช่วยรักษา Margin ให้อยู่ใกล้เคียงปีก่อน ฝ่ายวิจัยเตรียมปรับราคาสินค้าแบบ Selective Pricing ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 สำหรับ SKU ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุน ขณะเดียวกันอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ลูกค้าเร่งคำสั่งซื้อก่อนการปรับราคา ฝ่ายวิจัยคงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2569 โดยคาดว่ากำไรฟื้นตัวเด่นจากครึ่งแรกของปี จากแรงหนุนของปัจจัยฤดูกาลในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ และวิตามินซี ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจ OEM และ DPU รวมถึงการฟื้นตัวของช่องทางร้านยาและ Modern Trade ซึ่งเป็นช่องทางที่มีอัตรากำไรสูง นอกจากนี้ แรงกดดันจากตลาดกัมพูชามีแนวโน้มลดลง ขณะที่การฟื้นตัวของจีน การขยายตลาดไปยังเกาหลีใต้และญี่ปุ่น รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้แบรนด์ละมุนตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตระยะถัดไป ขณะเดียวกันการปรับ Product Mix การควบคุมต้นทุน และปรับราคาสินค้า จะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและสนับสนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 484 ล้านบาท เติบโต 2.8% YoY และประเมินราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 14.00 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี DCF สะท้อน Upside ราว 30% จากราคาปัจจุบัน พร้อมคงคำแนะนำซื้อ โดยคาดว่าผลประกอบการกำลังเข้าสู่รอบการฟื้นตัวที่ชัดเจน นำโดยการเติบโตของธุรกิจ OEM DPU การฟื้นตัวของร้านยาและ Modern Trade ตลอดจนการกลับมาขยายตัวของตลาดต่างประเทศ ขณะที่การเข้ามาของแบรนด์ละมุนจะช่วยต่อยอดการเติบโตและเพิ่มศักยภาพกำไรระยะยาว
TMAN.BK

TMAN ปรับกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง เร่งดันสินค้ามาร์จิ้นสูง ฟื้นยอดขายร้านขายยา

บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ประกาศปรับกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง หลังยอดขายผ่านช่องทางร้านขายยาซึ่งเป็นช่องทางหลักได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดชะลอตัว ส่งผลต่อยอดขายสินค้า Own Brand ที่มีอัตรากำไรสูง ขณะที่ธุรกิจ OEM และ DBU ยังเติบโตได้ดีแต่มีอัตรากำไรต่ำกว่า ทำให้กำไรสุทธิได้รับแรงกดดัน บริษัทจะเร่งผลักดันสินค้ากลุ่ม Top 5 Brand และสินค้าใหม่ใน 5 กลุ่มโรคที่เชี่ยวชาญ พร้อมใช้แคมเปญ Incentive กระตุ้นทีมขาย และรักษาการเติบโตของช่องทาง OEM, DBU และ E-commerce ด้านการเติบโตแบบ Inorganic ล่าสุดเข้าซื้อกิจการแบรนด์ Lamoon Baby ซึ่งดำเนินธุรกิจมานานกว่า 10 ปี เพื่อขยายเข้าสู่ตลาด Family Care และมีแผนลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตกลุ่มอาหารเสริมรองรับกระแสสินค้า Longevity พร้อมผลักดันผลิตภัณฑ์ Propolis สู่ Global Brand โดยจดทะเบียนในเกาหลีใต้แล้วและลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรในอินโดนีเซีย คาดเปิดตัวครึ่งหลังปีหน้า ส่วนตลาดจีนอยู่ระหว่างเจรจาปรับเงื่อนไขสัญญากับพันธมิตรใหม่ คาดยอดขายทยอยกลับมาครึ่งปีหลังผ่านช่องทางออนไลน์และ Cross-border E-commerce สำหรับช่องทางร้านขายยาเริ่มเห็นสัญญาณการจับจ่ายกลับสู่ปกติในไตรมาส 3/69 และจะใช้กลยุทธ์ผลักดันสินค้าผ่านทีมขายควบคู่กิจกรรมการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·33dอ่านต่อ →
TMAN.BK3

TMAN เร่งตลาดเชิงรุก เปิดตัวสินค้าใหม่ 7-10 รายการ ดันรายได้โต 10-15%

บมจ.ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล หรือ TMAN ประกาศแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 ด้วยกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและสร้าง New S-Curve ด้าน Longevity โดยจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบรนด์หลัก 7-10 รายการในช่วง 6 เดือนข้างหน้า เพื่อผลักดันรายได้ปีนี้ให้เติบโต 10-15% จากปีก่อน นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทจะเร่งขยายตลาดร้านขายยา ยกระดับธุรกิจ OEM/ODM ขยายตลาดต่างประเทศ เช่น เกาหลีและจีน เจาะตลาดโรงพยาบาลด้วยยาใหม่สำหรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เสริมช่องทางอี-คอมเมิร์ซ และบริหารต้นทุนรับมือผลกระทบภูมิรัฐศาสตร์ ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 1,228.1 ล้านบาท เติบโต 8.2% จากปีก่อน แต่กำไรสุทธิ 212.2 ล้านบาท ลดลง 7.2% จากปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้นและภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงขึ้นจากการหมดอายุบัตรส่งเสริมการลงทุนหนึ่งโครงการ โดยไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 594.4 ล้านบาท เติบโต 11.0% จากปีก่อน และกำไรสุทธิ 97.6 ล้านบาท ลดลง 8.6% จากปีก่อน ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าให้แบรนด์บุคคลภายนอกเติบโต 776% จากปีก่อน และธุรกิจรับจ้างผลิตเติบโต 631% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักอยู่ที่ 49.8% ลดลงเล็กน้อยจาก 51.4% ในปีก่อน คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรก 2569 ในอัตราหุ้นละ 0.24 บาท รวม 96,000,864 บาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 กันยายน 2569
TMAN.BK

โบรกเกอร์ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย TMAN เป็น 18.30 บาท คงคำแนะนำซื้อ

บล.กสิกรไทย ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ของ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ขึ้นเป็น 18.30 บาท จากเดิม 17.80 บาท พร้อมคงคำแนะนำซื้อ โดยคาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 2/2569 ที่ 102 ล้านบาท ลดลง 4.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 10.7% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากยอดขายต่างประเทศที่ลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ไปสู่ธุรกิจจัดจำหน่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์มองว่าการอ่อนตัวของกำไรเป็นปัจจัยชั่วคราว และคาดว่าแนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จากการขยายตัวของธุรกิจจัดจำหน่ายและการเข้าถึงช่องทางโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันหุ้น TMAN ซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่ 9.1 เท่า เทียบกับประมาณการการเติบโตของกำไรปกติต่อหุ้นที่ 6.7% และให้อัตราตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5.5%