← Back

Unique Engineering and Construction Public Company Limited

บริษัท ยูนีค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โครงการของบริษัทฯ รวมถึงการก่อสร้างสะพานโครงสร้างเหล็ก สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก อุโมงค์รถยนต์ใต้ทางแยก ถนนคอนกรีตหรือแอสฟัลติกคอนกรีต งานอาคาร และอื่นๆ บริษัทฯ ยังให้บริการเช่าเครื่องจักร ผลิตวัสดุก่อสร้าง ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จและคอนกรีตสำเร็จรูป และให้บริการขึ้นรูปเหล็ก ประกอบและสำรวจ ตลอดจนซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบต่างๆ โดยมีลูกค้าหลักเป็นหน่วยงานภาครัฐ บริษัทฯ จดทะเบียนจัดตั้งในปี 2537 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving UNIQ.BK
UNIQ.BK

ครม. อนุมัติรถไฟทางคู่ใต้ 3 เส้นทาง วงเงิน 1.07 แสนล้านบาท

คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ จำนวน 3 เส้นทาง วงเงินรวม 106,798.32 ล้านบาท คาดเปิดประมูลช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 โดยโบรกเกอร์มองว่า ช.การช่าง หรือ CK จะเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเชี่ยวชาญงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐ คาดได้งานอย่างน้อย 27,000 ล้านบาท ขณะที่ STECON คาดได้งานประมาณ 21,000 ล้านบาท โครงการทั้งสามประกอบด้วย ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท โดยรัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด การอนุมัติครั้งนี้จะช่วยเสริม Backlog และเพิ่มอัพไซด์ราคาหุ้น CK จากราคาเป้าหมายปัจจุบันที่ 23 บาท ขณะที่กลุ่มรับเหมาก่อสร้างอื่นๆ เช่น ITD, UNIQ, NWR ก็มีโอกาสเข้าร่วมประมูล และกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC, SCCC, TASCO จะได้รับอานิสงส์จากความต้องการปูนซีเมนต์และเหล็กที่เพิ่มขึ้น
UNIQ.BK

ครม.สัญจรใต้ อนุมัติรถไฟทางคู่แสนล้าน หนุนหุ้นรับเหมาก่อสร้าง

การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคมถึง 1 กันยายน 2569 มีกำหนดพิจารณาโครงการขนาดใหญ่หลายรายการ ซึ่งอาจสร้างเม็ดเงินลงทุนในภาคใต้ต่อเนื่องหลายปี โดยเฉพาะรถไฟทางคู่ภาคใต้เฟส 2 วงเงินรวมประมาณ 104,466 ล้านบาท ครอบคลุม 3 เส้นทาง ระยะทางรวม 534 กิโลเมตร ได้แก่ ชุมพร–สุราษฎร์ธานี วงเงิน 30,423 ล้านบาท สุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา วงเงิน 66,271 ล้านบาท และชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงิน 7,773 ล้านบาท ซึ่งหากได้รับอนุมัติจะช่วยเชื่อมระบบรางจากภาคกลางตอนล่างถึงชายแดนมาเลเซีย ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจระยะยาว โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างอย่าง CK, STECON, ITD, UNIQ และ NWR รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC, SCCC และ TASCO ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอจาก 5 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 199 โครงการ วงเงินเบื้องต้นกว่า 57,000 ล้านบาท ซึ่งอาจหนุนหุ้นกลุ่มบริหารจัดการน้ำและสาธารณูปโภค เช่น FLE, UBA และ WIIK รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีกอย่าง AOT, AAV, CENTEL, ERW, SHR, CPALL และ CRC แต่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นระยะกลางถึงยาว และขึ้นอยู่กับการอนุมัติและการประมูลจริง นอกจากนี้ ยังมีโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานเชื่อมเกาะลันตา วงเงินรวมประมาณ 6,700 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จปี 2572 แต่ผู้รับเหมาหลักเป็นบริษัทต่างชาติ คือ CHEC Construction (M) Sdn Bhd ดังนั้นหุ้นไทยอาจได้เพียงงานรับเหมาช่วงหรือการจัดซื้อวัสดุภายในประเทศเท่านั้น นักลงทุนควรติดตามมติอนุมัติ แหล่งเงิน การแบ่งสัญญา และการได้งานจริงของแต่ละบริษัท เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดผลกระทบต่อกำไร