Megatrend · Critical Materials

ขุดหินกับตากแดด: สองทางที่โลกได้ลิเทียมมา

ก่อนลิเทียมจะไปอยู่ในแบตเตอรี่รถ EV มันต้องถูก “ขุด” ขึ้นมาจากดินก่อน — และโลกทำเรื่องนี้ด้วยสองวิธีที่แทบตรงข้ามกัน วิธีหนึ่งคือระเบิดภูเขาหินในออสเตรเลียแล้วเผาที่พันองศา อีกวิธีคือสูบน้ำเกลือใต้ทะเลทรายอเมริกาใต้ขึ้นมาตากแดดนานเป็นปี ความต่างของ “ต้นทุน” และ “ความเร็ว” ระหว่างสองทางนี้ คือหัวใจที่อธิบายว่าทำไมราคาลิเทียมถึงพุ่ง 10 เท่าแล้วร่วง 80% ในเวลาไม่กี่ปี ใครรอด ใครเจ๊ง และทำไมแอฟริกากับจีนถึงกลายเป็นตัวแปรใหม่ที่ทุกคนต้องจับตา

หมวด Critical Materials ระดับ ต้นน้ำ (mining) สถานะ ฟื้นจากก้นเหว–อุปทานเริ่มตึง เวลาอ่าน ~13 นาที
ภาพสองฝั่ง ฝั่งซ้ายเป็นเหมืองหินแข็งเปิดหน้าดินบนภูเขาแห้งของออสเตรเลีย ฝั่งขวาเป็นบ่อระเหยน้ำเกลือรูปสี่เหลี่ยมสีจางเรียงกันบนที่ราบสูงทะเลทราย ทั้งสองไหลมาบรรจบกันตรงกลาง
ภาพประกอบ (hero.webp)
ขุด vs ตากแดด. ลิเทียมทุกกรัมในแบตเตอรี่โลกมาจากหนึ่งในสองภาพนี้ — เหมืองหินแข็งที่เร็วแต่แพง หรือบ่อน้ำเกลือที่ถูกแต่ช้าเป็นปี

01การขุดลิเทียมคืออะไร

ลองนึกภาพสองสถานที่ในเวลาเดียวกัน ที่แรกคือหลุมเหมืองเปิดกลางพุ่มไม้แห้งของออสเตรเลียตะวันตก รถขุดกัดหินสีเทาที่มีแร่ชื่อ spodumene ปนอยู่ ระเบิด บด แล้วส่งเข้าเตาเผาร้อนจัด ที่สองอยู่คนละซีกโลก บนที่ราบสูงทะเลทรายอาตากามาของชิลีที่แทบไม่มีฝนตก มีบ่อน้ำสีฟ้าอมเขียวกว้างสุดลูกหูลูกตา น้ำในบ่อไม่ใช่น้ำธรรมดา แต่เป็น น้ำเกลือ (brine) ที่มีลิเทียมละลายอยู่ กำลังนอนตากแดดเงียบๆ รอให้น้ำระเหยไปเองนานเป็นปี — ทั้งสองภาพนี้คือ “ต้นทาง” ของแบตเตอรี่ทุกก้อนบนโลก

บทเรียนนี้พูดถึงขั้น “การขุด/สกัดลิเทียมดิบ” (upstream extraction) โดยเฉพาะ — ด่านแรกสุดของห่วงโซ่ ที่บริษัทเอาลิเทียมออกมาจากธรรมชาติในรูปของ หัวแร่เข้มข้น (spodumene concentrate) หรือ น้ำเกลือเข้มข้น ยังไม่ใช่ผงเคมีบริสุทธิ์ที่ใส่แบตได้เลย ขอเน้นจุดนี้ให้ชัดตั้งแต่ต้น เพราะมันคือกุญแจของทั้งเรื่อง: “การขุดขึ้นมา” กับ “การกลั่นให้บริสุทธิ์” เป็นคนละธุรกิจกัน — บทนี้ว่าด้วยคนขุด ส่วนคนกลั่นคือ Lithium Refining & Chemicals พี่น้องอีกคนของมัน

ศัพท์ที่ควรรู้
Spodumene · Brine · Concentrate

Spodumene (สโปดูมีน) = แร่ลิเทียมในหินแข็ง ขุดแล้วบดเผา · Brine (น้ำเกลือ) = น้ำใต้ดินในทะเลสาบเกลือที่มีลิเทียมละลายอยู่ · Concentrate (หัวแร่เข้มข้น) = ผลผลิตของเหมืองหินแข็ง ผงแร่ที่ปั่นให้ลิเทียมเข้มข้นขึ้นเป็นราว 6% (เรียกกันว่า “6% spodumene” หรือ SC6) ก่อนส่งไปโรงกลั่น

ในแผนที่เมกะเทรนด์ของเรา ขั้นนี้เป็นสาขาย่อยของ Lithium ภายใต้เมกะเทรนด์ Critical Materials & Supply Chain — มันคือจุดที่ “ของจริง” ถูกดึงออกจากพื้นโลก ถ้าเหมืองต้นน้ำหยุด ทั้งสายแบตเตอรี่ก็สะเทือน และอย่างที่เราจะเห็น การเปิด-ปิดเหมืองพร้อมกันหลายแห่งนี่แหละ คือสิ่งที่เหวี่ยงราคาลิเทียมทั้งโลกได้ในชั่วข้ามคืน

02ทำไม “ต้นน้ำ” ถึงเป็นสมรภูมิ

เหตุผลแรกคือขนาด ทุกวันนี้โลกขุดลิเทียมได้ราว 290,000 ตัน (โลหะ) ในปี 2025 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ เพิ่มจากราว 82,000 ตันในปี 2020 — โตกว่า 3 เท่าในห้าปี เพราะดีมานด์แบตเตอรี่รถ EV และแบตกักเก็บพลังงานพุ่งไม่หยุด นี่คืออุตสาหกรรมที่เพิ่งระเบิดโตในชั่วอายุคนเดียว

โลกขุดลิเทียมโตกว่า 3 เท่าในห้าปี
ผลผลิตเหมืองลิเทียมทั้งโลก (พันตัน โลหะลิเทียม)
ที่มา: USGS Mineral Commodity Summaries 2024–2025; ผลผลิตปี 2025 ทำสถิติใหม่ที่ ~290,000 ตัน

เหตุผลที่สองคือ ความกระจุกตัว ที่น่าตกใจ ในปี 2024 มีแค่สามประเทศ — ออสเตรเลีย ชิลี และจีน — ที่รวมกันคุมกว่า 85% ของการขุดทั้งโลก ออสเตรเลียนำที่ราว 88,000 ตัน (เหมืองหินแข็ง) ชิลีตามที่ราว 57,000 ตัน (น้ำเกลือ) และจีนราว 41,000 ตัน เวลาลิเทียมกระจุกอยู่ในมือไม่กี่ประเทศแบบนี้ การตัดสินใจของรัฐบาลหรือบริษัทเดียวก็สะเทือนราคาทั้งโลกได้

ใครขุดลิเทียมได้มากที่สุด (ปี 2024)
พันตัน (โลหะลิเทียม) — สามอันดับแรกรวมกันเกิน 85% ของโลก
ที่มา: USGS Mineral Commodity Summaries 2025 — ซิมบับเว (แอฟริกา) และอาร์เจนตินาโตเร็วสุด

แต่หัวใจที่ทำให้ต้นน้ำเป็น “สมรภูมิ” จริงๆ คือเรื่อง ต้นทุน เพราะสองวิธีขุดที่กำลังจะพูดถึงมีต้นทุนต่างกันมาก เวลาราคาลิเทียมตก คนที่ต้นทุนสูงจะขาดทุนก่อนและต้องปิดเหมือง ส่วนคนที่ต้นทุนต่ำจะยืนอยู่ได้ — การเปิดปิดเหมืองตามต้นทุนนี้เองที่กำหนดว่าอุปทานโลกจะล้นหรือขาด และกำหนดราคาในรอบถัดไป มันคือเกมของ “ใครทนราคาถูกได้นานกว่ากัน”

85%+
ส่วนแบ่งการขุดลิเทียมทั้งโลกที่กระจุกอยู่ในออสเตรเลีย ชิลี และจีน (ปี 2024) — ความกระจุกตัวระดับนี้ทำให้การเมืองและต้นทุนของไม่กี่ประเทศเหวี่ยงราคาได้ทั้งตลาด

03สองเส้นทาง: หิน vs น้ำเกลือ (มันทำงานยังไง)

โลกได้ลิเทียมมาด้วยสองวิธีหลักที่ตรงข้ามกันเกือบทุกด้าน เข้าใจความต่างนี้แล้วจะเข้าใจทั้งอุตสาหกรรม

เส้นทางที่ 1 — เหมืองหินแข็ง (hard-rock / spodumene). เริ่มจากระเบิดและขุดหินแกรนิตชนิดหนึ่งที่มีแร่ spodumene ปนอยู่ บดให้ละเอียด แล้วปั่นแยกจนได้หัวแร่เข้มข้นราว 6% จากนั้นเข้าสู่ขั้นที่กินพลังงานมหาศาล คือ เผาที่อุณหภูมิราว 1,050°C เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างผลึกของแร่ให้พร้อมถูกกรดกัดออกมาเป็นลิเทียม จุดเด่นคือ สร้างเร็วและเร่งกำลังผลิตได้ไว — เจอราคาดีก็เปิดเพิ่มได้ในไม่กี่เดือน ออสเตรเลียคือเจ้าตลาดวิธีนี้และเป็นผู้ขุดอันดับ 1 ของโลก ข้อเสียคือใช้พลังงานสูงและต้นทุนต่อหน่วยมักแพงกว่าน้ำเกลือ

เส้นทางที่ 2 — น้ำเกลือใต้ทะเลสาบเกลือ (brine). ใต้ที่ราบสูงแห้งแล้งของ “สามเหลี่ยมลิเทียม” (ชิลี–อาร์เจนตินา–โบลิเวีย) มีน้ำเกลือที่มีลิเทียมละลายอยู่ วิธีดั้งเดิมคือสูบขึ้นมาใส่บ่อกว้างเป็นตารางกิโลเมตร แล้วปล่อยให้ แสงแดดระเหยน้ำทิ้งไปนาน 12–24 เดือน ไล่จากบ่อหนึ่งไปอีกบ่อจนลิเทียมเข้มข้นพอเก็บได้ จุดเด่นคือ ต้นทุนต่อหน่วยถูกที่สุด เพราะใช้แสงแดดฟรีแทนเตาเผา แต่ข้อเสียคือช้ามาก เร่งกำลังผลิตแทบไม่ได้ และกินทั้งที่ดินและน้ำมหาศาลในพื้นที่ที่ขาดน้ำอยู่แล้ว

สองเส้นทางการสกัดลิเทียม หินแข็งกับน้ำเกลือ เส้นทางหินแข็งขุดแร่ spodumene บดและเผาที่ 1050 องศา ได้หัวแร่เข้มข้น 6 เปอร์เซ็นต์ เส้นทางน้ำเกลือสูบน้ำเกลือใส่บ่อระเหยตากแดด 12 ถึง 24 เดือน ได้น้ำเกลือเข้มข้น ทั้งสองไหลไปสู่ขั้นกลั่นเป็นลิเทียมเกรดแบตเตอรี่ เส้นทาง A · หินแข็ง เส้นทาง B · น้ำเกลือ 1 ขุดหิน spodumene 2 บด + เผา ~1,050°C 3 หัวแร่เข้มข้น 6% เร็ว · แพงกว่า 1 สูบน้ำเกลือขึ้นมา 2 บ่อระเหย · ตากแดด 12–24 เดือน 3 น้ำเกลือเข้มข้น ช้า · ถูกสุด ส่งไปขั้น “กลั่น” เกรดแบตเตอรี่ ★ อีก node หนึ่ง (คนละธุรกิจ)
เร็วแต่แพง vs ช้าแต่ถูก. หินแข็งเผาที่พันองศาจึงเร่งได้ไวแต่กินพลังงาน ส่วนน้ำเกลือใช้แดดฟรีจึงถูกสุดแต่รอเป็นปี — ทั้งคู่ยังไม่จบ ต้องส่งต่อไปขั้น “กลั่น” ซึ่งเป็นคนละ node

ความต่างของต้นทุนนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉลี่ยการผลิตลิเทียมคาร์บอเนตจากน้ำเกลือมีต้นทุนราว $3,000–4,000 ต่อตัน LCE ขณะที่หินแข็งอยู่ราว $5,000–6,000 ต่อตัน และแหล่งเกรดต่ำบางแห่งแพงถึง $8,000–9,000 นี่คือเหตุผลที่เวลาราคาลิเทียมตกต่ำ เหมืองหินแข็งต้นทุนสูงจะเป็นกลุ่มแรกที่ “เลือดออก” และต้องพักการผลิต

ต้นทุนการผลิตต่างกันมากตามวิธีขุด
ต้นทุนโดยประมาณ ต่อตันลิเทียมคาร์บอเนต (LCE) — ค่ากลางจากหลายสำนักวิจัย
ที่มา: S&P Global Market Intelligence, Statista (2025) — ต้นทุนน้ำเกลือถูกกว่าหินแข็งอย่างมีนัยสำคัญ

กำลังมี “วิธีที่ 3” ที่หลายคนเดิมพันว่าจะเปลี่ยนเกม — DLE (Direct Lithium Extraction) คือการดึงลิเทียมออกจากน้ำเกลือ โดยตรง ด้วยตัวดูดซับ (sorbent) พิเศษ แทนที่จะรอแดดระเหยเป็นปี ทำได้ในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน ได้ลิเทียมมากกว่าจากน้ำเกลือปริมาณเดียวกัน และใช้พื้นที่น้อยกว่า แต่ตอนนี้ DLE ยังทำได้เพียงส่วนเล็กของอุปทานโลกและยังพิสูจน์ความคุ้มทุนในวงกว้างไม่เต็มที่ — เราจะกลับมาที่มันในบทอนาคต

04มันเชื่อมกับอะไรบ้าง

การขุดคือ “ต้นน้ำสุด” ของห่วงโซ่ลิเทียม ทุกอย่างเริ่มที่นี่แล้วไหลลง หัวแร่เข้มข้นและน้ำเกลือจากเหมืองถูกส่งต่อไปยัง Lithium Refining & Chemicals เพื่อกลั่นเป็นลิเทียมคาร์บอเนต/ไฮดรอกไซด์เกรดแบตเตอรี่ — และนี่คือขั้นที่ “อำนาจ” และกำไรตัวจริงซ่อนอยู่ (จีนคุมการกลั่นราว 65–70% ของโลก) ปลายทางอีกด้านคือ Lithium Battery Recycling ที่ดึงลิเทียมจากแบตเก่ากลับมาใช้ใหม่ เป็น “เหมืองในเมือง” ที่วันหนึ่งจะแบ่งเบาภาระของเหมืองจริง

มองออกไปนอกกลุ่มลิเทียม เหมืองต้นน้ำนี้ ป้อน (supplies) วัตถุดิบให้เกือบทุกเทรนด์แห่งยุค — ตรงที่สุดคือ Electrification & Mobility (แบตเตอรี่รถ EV) และ Energy Transition & Power Demand (แบตกักเก็บพลังงานของโครงข่ายไฟฟ้า) ซึ่งกำลังกลายเป็นคลื่นดีมานด์ลูกใหม่ที่โตเร็วยิ่งกว่ารถ EV เสียอีก และเมื่อ Artificial Intelligence ทำให้ศูนย์ข้อมูลต้องมีแบตสำรองมหาศาล ลิเทียมก็ถูกดึงไปที่นั่นด้วย ในทางกลับกัน เทรนด์เหล่านี้ก็คือแรง ดึงดีมานด์ (drives demand) ที่กำหนดชะตาของเหมือง

จุดที่ต้องระวังคือ เหมืองลิเทียมอยู่ ปลายสุด ของห่วงโซ่ที่ยาวมาก (แร่ → กลั่น → แคโทด → เซลล์ → รถ) แรงกระเพื่อมเล็กๆ ของยอดขายรถ EV จึงถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อย้อนกลับมาถึงชั้นแร่ (ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า bullwhip effect) นี่คือเหตุผลเชิงโครงสร้างว่าทำไมราคาแร่ต้นน้ำถึงผันผวนกว่าสินค้าปลายทางเสมอ — และเป็นฉากหลังของบทต่อไป

05ตอนนี้ไปถึงไหน (จากบูมสู่เลือดสาด)

เรื่องราวของเหมืองลิเทียมในช่วงห้าปีที่ผ่านมาคือบทเรียนโภคภัณฑ์ที่ดิบที่สุดบทหนึ่ง ปี 2021–2022 ทุกคนกลัวว่าลิเทียมจะ ไม่พอ ป้อนคลื่นรถ EV ราคาถูกปั่นขึ้นบ้าคลั่งจนแตะราว $80,000 ต่อตัน ปลายปี 2022 (สูงกว่าปกติเกือบ 10 เท่า) ราคาสูงลิ่วดึงทุกคนแห่มาเปิดเหมือง กำลังผลิตทั้งโลกเพิ่มขึ้นถึง 192% ระหว่างปี 2020–2024 แต่พอของทะลักออกมาพร้อมกันขณะที่ดีมานด์ EV โตช้ากว่าคาด ราคาก็พังทลาย — ดิ่งลงกว่า 80% จนหลุด $10,000 ต่อตัน ต้นปี 2025

ก้นเหวนี้ทำให้คนขุดเลือดสาดกันถ้วนหน้า และมันเผยให้เห็นว่าใครแข็งแรงจริง บริษัทจีนสองเจ้าใหญ่ขาดทุนหนัก — Tianqi ขาดทุนสุทธิ 7,900 ล้านหยวนในปี 2024 (ปีที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เข้าตลาด) และ Ganfeng ขาดทุน 2,070 ล้านหยวน (ขาดทุนครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท) ส่วน Albemarle ยักษ์อเมริกันขาดทุน $1.2 พันล้าน ต้องหั่นงบลงทุนกว่าครึ่งและเลิกจ้าง ฝั่งออสเตรเลีย Pilbara Minerals ปิดโรงงาน Ngungaju เข้าโหมด “ดูแลรักษา” ตั้งแต่ปลายปี 2024 หั่นกำลังผลิตลงราว 100,000 ตัน เพื่อประหยัดเงินสด A$200 ล้าน

รอบก้นเหว: ใครเจ็บแค่ไหนในปี 2024
ขาดทุนสุทธิปี 2024 ของผู้ผลิตลิเทียมรายใหญ่ (พันล้าน หน่วยเงินของแต่ละบริษัท)
ที่มา: รายงานประจำปี 2024 ของ Tianqi, Ganfeng, Albemarle — หน่วยต่างกัน (หยวน/ดอลลาร์) แสดงเพื่อเทียบขนาดความเจ็บ

จุดพลิกที่น่าสนใจที่สุดของรอบนี้เกิดในเดือนสิงหาคม 2025 เมื่อ CATL ยักษ์แบตเตอรี่จีน สั่งหยุดเหมือง Jianxiawo ที่เมืองอี๋ชุน มณฑลเจียงซี หลังใบอนุญาตหมดอายุ — เหมืองนี้เป็นแหล่งเลพิโดไลต์ (lepidolite แร่ลิเทียมอีกชนิด) ที่ใหญ่ที่สุดของจีน ผลิตราว 65,000 ตัน LCE/ปี หรือราว 6% ของอุปทานโลก ข่าวนี้ดันราคาลิเทียมในตลาดจีนพุ่งชนเพดาน +8% ในวันเดียว และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาเด้งกลับสู่ราว $26,000 ต่อตัน ในต้นปี 2026 เบื้องหลังคือนโยบาย “ต้านการแข่งขันจนเกินพอดี” (anti-involution) ของปักกิ่งที่จงใจรัดอุปทานเพื่อพยุงราคา

ดีลที่สะท้อนยุคสมัยที่สุดคือ Rio Tinto ซื้อ Arcadium Lithium ด้วย $6.7 พันล้าน (ปิดดีลมีนาคม 2025) — ยักษ์เหมืองฉวยจังหวะราคาตกเข้าเก็บสินทรัพย์ลิเทียมราคาถูก กลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ทันทีพร้อมทั้งเหมืองหินและบ่อน้ำเกลือในมือเดียว ส่วนที่ชิลี SQM จับมือรัฐวิสาหกิจ Codelco ตั้งบริษัทร่วมคุมการผลิตในซาลาร์เดออาตากามายาวถึงปี 2060 — สัญญาณว่ารัฐบาลอยากคุมแหล่งแร่ยุทธศาสตร์ไว้ในมือมากขึ้น ตอนนี้ (กลางปี 2026) อุตสาหกรรมอยู่ในช่วง “เลียแผล” ผู้ผลิตรัดเข็มขัดพร้อมกัน ซึ่งการหั่นกำลังผลิตพร้อมกันแบบนี้แหละ ที่กำลังตั้งฉากให้ของตึงตัวขึ้นในรอบถัดไป

ในสนามนี้ ผู้เล่นตัวจริงมีทั้งเจ้าน้ำเกลือต้นทุนต่ำในอเมริกาใต้ ยักษ์ครบวงจรของจีน เจ้าเหมืองหินของออสเตรเลีย และดาวรุ่งหน้าใหม่จากบราซิลและแอฟริกา

ผู้เล่นหลักในสนามนี้
สนามนี้แบ่งตามวิธีขุดและภูมิศาสตร์: เจ้าน้ำเกลือต้นทุนต่ำในอเมริกาใต้ (SQM), ยักษ์ครบวงจรระดับโลก (Albemarle), เจ้าเหมืองหินของออสเตรเลีย (Pilbara), ทัพจีนที่คุมทั้งเหมืองในและนอกประเทศ (Ganfeng, Tianqi, Sinomine) และดาวรุ่งลิเทียมสีเขียวจากบราซิล (Sigma)
ชิลี · เจ้าน้ำเกลือ Atacama
หนึ่งในผู้ผลิตลิเทียมรายใหญ่ที่สุดของโลก (ส่วนแบ่งราว 18% ของลิเทียมเคมี) ขุดจากบ่อน้ำเกลือในซาลาร์เดออาตากามา แหล่งต้นทุนต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผลิตราว 201,000 ตัน LCE ในปี 2024 ปลายปี 2025 จับมือรัฐวิสาหกิจ Codelco ตั้งบริษัทร่วมคุมการผลิตในอาตากามายาวถึงปี 2060 — ตัวแทนของโมเดล 'น้ำเกลือถูกและอึด'
core · แชมป์น้ำเกลือต้นทุนต่ำ
AlbemarleALB · US
สหรัฐฯ · ยักษ์ครบวงจรระดับโลก
ผู้ผลิตลิเทียมรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ มีทั้งเหมืองหินแข็ง (หุ้นใน Greenbushes ออสเตรเลีย) และบ่อน้ำเกลือ (Atacama ชิลี) รอบราคาตกปี 2024 ขาดทุนสุทธิถึง $1.2 พันล้าน ต้องหั่นงบลงทุนกว่าครึ่งและเลิกจ้าง แต่ก็เดินหน้ายื่นโครงการเปลี่ยนไปใช้ DLE ที่ชิลีมูลค่าราว $3.1 พันล้าน — เดิมพันกับเทคโนโลยีรอบหน้า
core · ครบวงจร หิน+น้ำเกลือ
Pilbara MineralsPLS · AU
ออสเตรเลีย · pure-play เหมืองหิน
เจ้าเหมืองหินแข็ง (spodumene) รายใหญ่ของออสเตรเลีย เดิมพันทั้งบริษัทไว้กับลิเทียมตัวเดียว รอบราคาตกปลายปี 2024 ตัดสินใจปิดโรงงาน Ngungaju เข้าโหมดดูแลรักษา หั่นกำลังผลิตราว 100,000 ตันเพื่อรักษาเงินสด A$200 ล้าน แล้วโฟกัสที่โรงงาน Pilgan อย่างเดียว — และเตรียมรีสตาร์ตเมื่อราคาฟื้น เป็นตัวอย่างชัดของ 'swing supply' ที่เปิดปิดตามราคา
core · แชมป์เหมืองหินออสเตรเลีย
Ganfeng Lithium002460 · CN
จีน · ครบวงจร ขุด+กลั่น
หนึ่งในผู้ผลิตลิเทียมครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของจีน มีทั้งเหมืองและโรงกลั่นทั่วโลก (อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย แอฟริกา) รอบราคาตกปี 2024 ขาดทุน 2,070 ล้านหยวน — ขาดทุนครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าตลาด กลางปี 2025 ผู้บริหารยอมรับตรงๆ ว่าหลายโครงการมีต้นทุนสูงเกินกว่าราคาลิเทียมตอนนั้นจะรับไหว
core · ยักษ์จีนครบวงจร
Tianqi Lithium002466 · CN
จีน · ถือหุ้น Greenbushes
ผู้ผลิตลิเทียมจีนที่ถือหุ้นใหญ่ในเหมือง Greenbushes ของออสเตรเลีย — เหมืองหินแข็งเกรดสูงที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รอบราคาตกปี 2024 ขาดทุนสุทธิถึง 7,900 ล้านหยวน 'ปีที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เข้าตลาด' ต้องพับแผนขยายกำลังผลิตในออสเตรเลีย สะท้อนว่าแม้ถือแหล่งแร่เกรดดี ก็หนีวงจรราคาไม่พ้น
core · เจ้าของหุ้น Greenbushes
Sinomine Resource002738 · CN
จีน/ซิมบับเว · หัวหอกในแอฟริกา
บริษัทจีนที่เป็นหัวหอกบุกลิเทียมแอฟริกา ซื้อเหมือง Bikita ในซิมบับเวด้วย $180 ล้านเมื่อปี 2022 แล้วสร้างโรงแต่งแร่ spodumene มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ เป็นสัญลักษณ์ของยุทธศาสตร์จีนที่เข้าครองแหล่งแร่ในทวีปที่กำลังผงาด — ซิมบับเวขึ้นมาผลิตได้ราว 9% ของโลกในไม่กี่ปี
core · หัวหอกลิเทียมแอฟริกา
Sigma LithiumSGML · US
บราซิล · ดาวรุ่งลิเทียมสีเขียว
ดาวรุ่งหน้าใหม่จากบราซิล ดำเนินเหมืองหินแข็ง Grota do Cirilo ชูจุดขาย 'Quintuple Zero Green Lithium' ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ผลิตหัวแร่ราว 270,000 ตัน/ปี (ราว 36,700 ตัน LCE) และประกาศเดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตเกือบเท่าตัวภายในสิ้นปี 2026 — เป็นความหวังของค่ายตะวันตกที่อยากมีแหล่งแร่นอกอิทธิพลจีน
core · ดาวรุ่งบราซิล (challenger)

06อนาคต: DLE แอฟริกา และคลื่นลูกใหม่

ภาพใหญ่ของอนาคตคือดีมานด์ระยะยาวที่ยังโตแน่ ปะทะกับการหาแหล่งแร่ใหม่ที่ยากขึ้น มีสามแรงที่กำลังจะเปลี่ยนหน้าตาของ “ต้นน้ำ” ลิเทียม

หนึ่ง — DLE จะปลดล็อกน้ำเกลือที่เคยทำไม่ได้. ถ้า DLE คุ้มทุนจริงในวงกว้าง มันจะเปิดแหล่งน้ำเกลือใหม่ๆ ที่เกรดต่ำเกินกว่าจะตากบ่อได้ และเร่งเวลาจากเป็นปีเหลือเป็นวัน ที่น่าจับตาคือ ExxonMobil บริษัทน้ำมันยักษ์ กำลังสร้างโรงงาน DLE ที่แหล่ง Smackover ในอาร์คันซอ สหรัฐฯ พร้อมสัญญาขายลิเทียมให้ SK On สูงถึง 100,000 ตัน — สัญญาณว่าทุนพลังงานเก่ากำลังกระโดดเข้าสนามลิเทียม ส่วน Albemarle ก็ยื่นโครงการเปลี่ยนไปใช้ DLE ที่ชิลีมูลค่าราว $3.1 พันล้าน

ตัวกรองทรงกระบอกสมัยใหม่ดึงประกายลิเทียมออกจากสายน้ำเกลือได้ทันที ข้างๆ มีบ่อระเหยแบบเก่ากว้างใหญ่ที่กำลังจางหายไป สื่อถึงเทคโนโลยีใหม่แทนที่การรอแดด
ภาพประกอบ (dle.webp)
จากรอเป็นปี เหลือเป็นวัน. DLE ดึงลิเทียมออกจากน้ำเกลือโดยตรงด้วยตัวดูดซับ — ถ้าทำได้คุ้มทุนจริง มันจะเปลี่ยนสมการต้นทุนของทั้งอุตสาหกรรม

สอง — แอฟริกากำลังผงาด. ซิมบับเวก้าวขึ้นมาผลิตลิเทียมได้ราว 9% ของโลก ในเวลาไม่กี่ปี เกือบทั้งหมดมาจากเงินทุนจีน — Sinomine ซื้อเหมือง Bikita ($180 ล้าน) แล้วสร้างโรงแต่งแร่ ส่วน Huayou Cobalt ทุ่มซื้อเหมือง Arcadia และสร้างโรงงานแปรรูป ที่สำคัญคือซิมบับเวประกาศ ห้ามส่งออกแร่ดิบตั้งแต่มกราคม 2027 เพื่อบังคับให้แปรรูปในประเทศ — บทเรียนเดียวกับที่อินโดนีเซียใช้กับนิกเกิล การลงทุนที่ไหลเข้าอาจดันกำลังผลิตของซิมบับเวขึ้นเป็น 192,000 ตัน LCE/ปีภายในปี 2027 จากแค่ 13,000 ตันในปี 2022

สาม — อาร์เจนตินาและบราซิลคือดาวรุ่งของฝั่งตะวันตก. อาร์เจนตินาเพิ่มผลผลิตเกือบเท่าตัวในปี 2024 และเปิดกว้างให้ต่างชาติลงทุนมากกว่าชิลี ส่วนบราซิลมี Sigma Lithium ที่ชูจุดขาย “ลิเทียมสีเขียว” และกำลังจะเพิ่มกำลังผลิตเกือบเท่าตัว ทั้งสองประเทศคือความหวังของค่ายตะวันตกที่อยากมีแหล่งแร่นอกอิทธิพลจีน

แต่ทั้งสามแรงรวมกันก็ยังตามดีมานด์ระยะยาวได้ไม่ทันในบางช่วง สิ่งที่แทบทุกสำนักเห็นตรงกันคือ ทศวรรษหน้าจะเป็นวงจรของ “ขาด–ล้น–ขาด” สลับกันไป และใครที่ถือแหล่งแร่ต้นทุนต่ำไว้ในมือจะรอดทุกฤดู

07ความท้าทายและความเสี่ยง

วงจรราคาคือความเสี่ยงนิรันดร์. ลิเทียมเป็นโภคภัณฑ์ที่อุปทานเร่งได้เร็วกว่าดีมานด์จะดูดซับ ทุกครั้งที่ราคาขึ้น คนแห่ผลิต แล้วของก็ล้นอีก รอบ 2022–2025 ที่ราคาขึ้น 10 เท่าแล้วร่วง 80% ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย การลงทุนกลุ่มนี้ต้องเข้าใจว่ากำลังอยู่ช่วงไหนของวงจร ไม่ใช่ไล่ซื้อตอนข่าวดีสุดขีด

ต้นทุนคือเส้นแบ่งความเป็นความตาย. เมื่อราคาตก เหมืองต้นทุนสูง (หินแข็งเกรดต่ำ เลพิโดไลต์จีน) จะขาดทุนก่อนและถูกพักการผลิต ส่วนเจ้าน้ำเกลือต้นทุนต่ำจะยืนได้ ใครลงทุนในกลุ่มนี้ต้องดู “ตำแหน่งบนเส้นต้นทุน” ของบริษัทเป็นอันดับแรก — Ganfeng เองยอมรับกลางปี 2025 ว่าหลายโครงการมีต้นทุนสูงเกินกว่าราคาลิเทียมตอนนั้นจะรับไหว

ขุดได้ ไม่เท่ากับใช้ได้. นี่คือกับดักทางความคิดที่สำคัญที่สุด แร่ดิบที่ขุดขึ้นมายังทำแบตไม่ได้ ต้องผ่านการ กลั่น ก่อน และจีนคุมขั้นกลั่นราว 65–70% ของโลก ต่อให้ออสเตรเลียหรือแอฟริกาขุดได้มาก แต่ถ้ายังต้องส่งแร่ไปกลั่นที่จีน อำนาจต่อรองที่แท้จริงก็ยังไม่ได้อยู่ในมือคนขุด — นี่คือเหตุผลที่ซิมบับเวถึงสั่งห้ามส่งออกแร่ดิบ และทำไมฝั่งตะวันตกถึงเร่งสร้างโรงกลั่นของตัวเอง

ธรณีวิทยา น้ำ และการเมือง. แหล่งน้ำเกลือต้นทุนต่ำอยู่ในทะเลทรายที่ขาดน้ำอยู่แล้ว การสูบน้ำเกลือกระทบชุมชนและระบบนิเวศจนเกิดการต่อต้าน ส่วนแหล่งแร่ก็กระจุกในไม่กี่ประเทศ การเปลี่ยนกฎเพียงข้อเดียว — เช่นจีนไม่ต่อใบอนุญาตเหมือง Jianxiawo หรือซิมบับเวห้ามส่งออกแร่ดิบ — ก็เหวี่ยงอุปทานและราคาทั้งโลกได้ในพริบตา สำหรับคนขุดลิเทียม ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดจึงไม่ใช่ว่า “มีแร่ในดินไหม” แต่คือ “จะได้ขุดขายในราคาที่คุ้มไหม”

ดูข้อมูล หุ้น และข่าวสดของธีมนี้ →