ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นร่วงหนัก เทขายหุ้นเทคลุกลาม ก่อนข้อมูล PMI สหรัฐ

Price ActionMacro Impact 4
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐร่วงลงในวันอังคาร ขณะที่การเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกทวีความรุนแรงขึ้น โดยฟิวเจอร์ส S&P 500 E-Mini เดือนกันยายนลดลงร้อยละ 1.26 และฟิวเจอร์ส Nasdaq 100 E-Mini ลดลงร้อยละ 2.47 หุ้นกลุ่มชิปและโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์นำการปรับตัวลงก่อนเปิดตลาด โดยไมครอน เทคโนโลยี ร่วงกว่าร้อยละ 8 มาร์เวลล์ เทคโนโลยี ร่วงกว่าร้อยละ 7 และอินเทล ดิ่งกว่าร้อยละ 6 หลังการเทขายหุ้นผู้ผลิตชิปเกาหลีและญี่ปุ่นที่กระพือความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการปรับตัวขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ การปรับฐานยังสะท้อนความไม่สบายใจที่เพิ่มขึ้นต่อการประเมินมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่สูงลิ่ว และโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยบ่งชี้โอกาสร้อยละ 32.1 ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินเดือนกรกฎาคม ในยุโรป ดัชนี Euro Stoxx 50 ลดลงร้อยละ 1.53 ถูกฉุดโดยหุ้นกลุ่มชิปและที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคเอกชนยูโรโซนหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สามในเดือนมิถุนายน ตลาดเอเชียก็ปิดปรับตัวลงอย่างหนักเช่นกัน โดยดัชนีนิกเคอิ 225 ของญี่ปุ่นร่วงลงร้อยละ 3.55 และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนลดลงร้อยละ 1.37 เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง ขณะนี้นักลงทุนรอคอยผลสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเบื้องต้นของสหรัฐ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของเอสแอนด์พี โกลบอล เดือนมิถุนายนจะอยู่ที่ 54.6 และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการจะอยู่ที่ 51.1 พร้อมกับรายงานผลประกอบการจากเฟดเอ็กซ์ เซเรบราส ซิสเต็มส์ และคาร์นิวัล คอร์ปอเรชั่น

ผลกระทบต่อหุ้น 18

Artificial Intelligence · 5 หุ้น
Critical Materials & Supply Chain · 3 หุ้น
Semiconductors · 2 หุ้น
Consumer Discretionary · 1 หุ้น
Industrials · 1 หุ้น
Quantum Computing · 1 หุ้น
Cloud & Digital Infrastructure · 1 หุ้น
Defense & Geopolitical Fragmentation · 1 หุ้น
Energy Transition & Power Demand · 1 หุ้น
Space Economy · 1 หุ้น
Electrification & Mobility · 1 หุ้น